Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,164 จักรพรรดิวิญญาณและเร้น
ในโลกนี้ เรื่องที่แปลกและอธิบายไม่ได้มีอยู่เสมอ เซิ่งเหม่ยเชื่อว่า
หลินหมิงได้ตายไปแล้ว แต่นางไม่เคยนึกเลยว่านางจะได้พบเขาที่นี่อีกครั้ง
ในชั้น 18 ของอเวจีทมิฬ – สุสานจอมเทพอสูร
ยิ่งกว่านั้น… มันยังเป็นในสถานการณ์เช่นนี้
นางเพิ่งได้สัมผัสโลกแห่งความฝันของหัวใจปีศาจ การท่องไปใน
ดินแดนในฝันของนางนั้น มันได้ทำให้ความคิดและจิตใจของนาง
เปลี่ยนแปลงไปเกือบทั้งหมด ในความฝันนั้น นางสูญเสียสิ่งที่นางกลัว
ที่สุดต่อการสูญเสีย แต่หลังตื่นจากฝันนั้น นางค้นพบว่าทุกสิ่งที่นางกลัว
จะสูญเสียไปมากที่สุดได้กลับคืนมา…
ความรู้สึกของการสูญเสียและได้กลับคืนทำให้เกิดความสุขที่ไม่อาจ
บรรยายในหัวใจของเซิ่งเหม่ย ในเวลานี้ เซิ่งเหม่ยรู้สึกว่าถ้านางสามารถ
รักษาสิ่งเหล่านี้ไว้ได้แม้ว่านางจะไม่สามารถไล่ตามจุดสูงงงสุดแห่งนักสู้อัน
เลือนรางแล้ว ในช่วงชีวิตนี้ นางก็จะไม่เสียใจเลย
นางรู้ว่าวันหนึ่งนางต้องให้บ้านเกิดแก่บุตรไว้ได้กลับมา
นางจะทำให้ดีที่สุดโดยการหาจุดเปลี่ยนเพื่อที่บุตรของนางจะได้เกิด
หรือนางจะล้มเหลวและบุตรของนางจะถูกค้นพบและถูกฆ่า…
ความกังวลเหล่านี้กลายเป็นคำสาปที่น่ากลัวในหัวใจของเซิ่งเหม่ย
นางไม่กล้าคิดเรื่องนี้ เพราะคิดมันก็ทำให้นางเศร้าจนหายใจไม่ออก
แต่วันนี้เมื่อนางอยู่บนขอบเหวแห่งความสิ้นหวัง นางเห็นบิดาของ
เด็กอีกครั้ง – หลินหมิง
หลังจากเวลาผ่านไป 15 นาทีแล้ว พายุในพื้นที่โดยรอบก็เริ่มสงบลง
…
หลินหมิงรู้สึกว่าพายุกำลังอ่อนกำลังลง เมื่อเขารู้สึกว่ามันอ่อนแอลง
จนถึงจุดที่เซิ่งเหม่ยสามารถจัดการกับมันได้ด้วยตัวเอง เขาก็จากนางไป
หาองค์รัชทายาทมหานที่
ในการโจมตีครั้งสุดท้าย องค์รัชทายาทมหานทีได้รับบาดเจ็บสาหัส
จากหลินหมิง และด้วยการบ่มเพาะที่ตกลง เขาจึงไม่สามารถต่อต้านพายุ
พลังงานที่น่ากลัวได้
เมื่อมาถึงจุดนี้ เขาก็อยู่ที่ประตูแห่งความตายแล้ว
องค์รัชทายาทมหานทีมองดูหลินหมิง มุมปากดึงขึ้นราวกับว่าเขา
อยากจะยิ้ม แต่ในเวลานี้ หลินหมิงยกหอกมังกรทมิฬอย่างเฉยเมยและ
ทะลุทะลวงคอขององค์รัชทายาทมหานที!
ฉึก!
คอขององค์รัชทายาทมหานทีถูกทะลวง ร่างของเขาสั่นอย่างรุนแรง
และโลหิตพุ่งออกมาจากลำคอย้อมสีแดงสดบนพื้น
หลินหมิงยกมังกรทมิฬพร้อมกับร่างขององค์รัชทายาทมหานทีเช่น
ปลาตาย
องค์รัชทายาทมหานทีคอพับและแขนขาของเขาสั่น ลมหายใจของ
เขาอ่อนแรง และในที่สุดเขาก็ตาย
เช่นนี้ องค์รัชทายาทแห่งอาณาจักรอสูรนทีคลั่งได้สิ้นชีวิตในสุสาน
จอมเทพอสูร!
หลินหมิงคว้าแขนขององค์รัชทายาทมหานทีและโคจรกฏกลืนกิน
ด้วยเสียงอื้ออึง พลังแห่งจอมเทพอสูรที่สะสมอยู่ภายในองค์รัชทายาท
มหานทีถูกสกัดโดยหลินหมิงอย่างต่อเนื่อง ดูดเข้าไปในร่างกายของเขา
องค์รัชทายาทมหานทีมีพลังจอมเทพอสูรอยู่ในตัวมากมาย หลังจาก
กลืนกินพลังนี้ไปแล้ว หลินหมิงก็รู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นอีกครั้ง
เข้าใกล้ขีดสุดราชันสวรรค์มากขึ้นเรื่อยๆ
ตอนนี้ หลินหมิงเชื่อว่าเขามีความแข็งแกร่งเพียงพอในร่างกายของ
เขา ตราบใดที่เขาสามารถปิดด่านได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง เขาสามารถ
ทะลวงสู่ขีดสุดราชันสวรรค์ได้!
หลังจากเก็บศพขององค์รัชทายาทมหานทีไปแล้ว หลินหมิงก็ถอด
แหวนมิติของเขาออก นอกจากจะค้นพบโอสถและเครื่องมือวิเศษแล้ว
มันยังมีตำราโบราณสีน้ำเงินเข้มอีกเล่ม
หลินหมิงหยิบตำราโบราณสีน้ำเงินเข้มเล่มนี้ขึ้นมา นี่เป็นหนึ่งในหก
ตำราพิธีกรรม – ตำราแห่งบาดาล!
เดิมตำราแห่งบาดาลนี้เป็นสมบัติแห่งที่เสถียรชะตากรรมของตำหนัก
เก้าบาดาล แต่ในการเดินทางครั้งนี้มายังสุสานจอมเทพอสูร ตำราแห่ง
บาดาลถูกครอบครองโดยอาณาจักรอสูรนทีคลั่ง นี่เป็นเรื่องธรรมชาติ
เพราะ ตำหนักเก้าบาดาลขาดความแข็งแกร่งและจึงไม่สามารถควบคุม
ตำราพิธีกรรมของตัวเองได้
และในเวลาเดียวกันนั้น แดนราชันเร้นก็มีตำราแห่งมารของสมาคม
อสูรอยู่ด้วย
หลังจากสังหารองค์รัชทายาทมหานที่ ตำราพิธีกรรมทั้งสามเล่มใน
สุสานจอมเทพอสูรจึงถูกรวบรวมที่นี่ ตอนนี้ หลินหมิงมีสองคนและเซิ่ง
เหม่ยมีหนึ่ง
หากมีตำราพิธีกรรมมากขึ้น มันจะมีความสามารถพิเศษหรือหน้าที่
พิเศษบางอย่างหรือไม่? ความคิดนี้ข้ามผ่านจิตใจของหลินหมิงในขณะที่
เขาหันไปมองเซิ่งเหม่ย
มีเพียง 30 ฟุตแยกทั้งสอง แต่ระยะทางสั้นๆนี้ดูราวกับว่ามันผ่าน
กาลเวลาและมิติที่กว้างใหญ่ไพศาล
หลังจากเจ็ดพันปีและด้วยเวลาที่พวกเขาใช้ภายในข่ายพลังกระแส
เวลา มันก็เกือบหมื่นปีนับตั้งแต่ที่พวกเขาพบกันครั้งสุดท้าย…
ในสถานที่และเวลาเช่นนี้ พวกเขาทั้งสองได้พบกันอีกครั้ง อารมณ์
มากมายพรั่งพรูขึ้นในใจพวกเขา ทุกคำและคำถามที่พวกเขาต้องการพูด
และยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นที่ใด
แดนเร้นลับนั้นมืดและเงียบสงบ แรงกระแทกจากการต่อสู้ระหว่าง
หลินหมิงและองค์รัชทายาทยังคงดังก้องกังวานอยู่รอบตัวพวกเขา
หลินหมิงงมาถึงหน้าเซิ่งเหม่ยอย่างเงียบๆ จากนั้นยื่นมือออกมาเพื่อ
เช็ดโลหิตออกจากริมฝีปากของนางเบาๆ
“เจ้า… ทำไมเจ้าถึงอยู่ในอเวจีทมิฬได้? เหตุใดเจ้าถึงกลายเป็น
อสูรโลกันต์”
หลังจาก 15 นาทีแห่งความเงียบงันระหว่างทั้งสอง หลินหมิงก็พูด
ออกมา
เซิ่งเหม่ยจ้องมองหลินหมิง นางพูดว่า “คำถามนี้ก็เป็นสิ่งที่ข้า
ต้องการถามเจ้าเช่นกัน”
“ตอบข้ามาก่อน” หลินหมิงกล่าว
“อืม…” เซิ่งเหม่ยพยักหน้า “มาถึงตอนนี้ มันไม่มีอะไรที่ข้าต้อง
ปิดบังจากเจ้าอีกแล้ว ข้าจะบอกเจ้าทุกอย่างที่ข้ารู้เพราะตราประทับ
วิญญาณที่จักรพรรดิวิญญาณที่ปลูกฝังไว้ในทะเลแห่งจิตวิญญาณของข้า
ถูกลบออกไปหลังจากที่ข้าผลาญพลังวิญญาณเกินขีดจำกัด…”
“ตราประทับวิญญาณ?”
ความคิดของหลินหมิงสะท้าน คำอธิบายของเซิ่งเหม่ยเกี่ยวกับตรา
ประทับวิญญาณทำให้เขาคิ้วขมวด “เจ้าหมายถึง… ตราประทับทาสใช่
หรือไม่?”
ตราประทับทาสสามารถควบคุมและปรับความคิดของบุคคลได้อย่าง
สมบูรณ์ ทำให้พวกเขากลายเป็นคนรับใช้ที่ซื่อสัตย์อย่างแท้จริง นักสู้
หลายคนยอมตายมากกว่ามีตราประทับทาสฝังอยู่ภายในตัวพวกเขา
เซิ่งเหม่ยส่ายหัว “มันมิใช่ตราประทับทาส แม้ว่าตราประทับทาสจะ
สามารถควบคุมบุคคลได้อย่างสมบูรณ์ แต่บุคลิกภาพอิสระของพวกเขา
จะถูกลบทิ้งในภายหลัง บุคคลเช่นนั้นมิต่างจากหุ่นเชิดและแม้ว่าหุ่นเชิด
จะภักดีและใช้งานง่าย แต่พวกเขาจะมีข้อบกพร่องในจิตใจเนื่องจาก
บุคลิกภาพที่หายไป เช่นนี้ บุคคลนั้นจะสูญเสียศักยภาพและความเป็นไป
ได้ในการเติบโตอย่างมาก มันเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้คนๆนั้นกลายเป็นผู้
ทรงพลังไร้เปรียบ
“สิ่งที่จักรพรรดิวิญญาณต้องการมิใช่หุ่นเชิด แต่เป็นผู้ช่วยทรงพลัง
อัจฉริยะที่สามารถทำภารกิจได้ตามลำพัง…
“ดังนั้น สิ่งที่เขาปลูกฝังภายในตัวข้าจึงเป็นเพียงตราประทับวิญญาณ
ของเขา จากสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในจักรวาล ไม่ว่าจะเป็นเผ่าพันธุ์ของ 33
สวรรค์หรืออสูรโลกันต์ จักรพรรดิวิญญาณเป็นผู้เข้าใจวิญญาณมากที่สุด
หลังจากที่เขาวางตราประทับวิญญาณไว้ในตัวข้าแล้ว เขาก็สามารถรักษา
บุคลิกภาพที่สมบูรณ์ ความปรารถนาและเจตจำนงของข้าไว้ได้ และ
แม้แต่ความเกลียดชังที่ข้ามีต่อเขา แต่ข้า… ไม่มีทางที่จะไม่เชื่อฟังเขา…
เพราะตราบใดที่เขาต้องการ เขาก็สามารถใช้ความคิดเพียงเพื่อเปิดใช้งาน
ตราประทับวิญญาณ เช่นเดียวกับพลังงานที่เขาวางไว้ในตัวข้าเพื่อควบคุม
การเคลื่อนไหว”
เซิ่งเหม่ยถอนหายใจขณะที่นางพูดถึงตรงนี้ ขนตาของนางสั่นอย่าง
เงียบงันราวกับว่านางเจ็บปวด ในช่วงระยะเวลาหมื่นปีที่ผ่านมา ตรา
ประทับจักรพรรดิวิญญาณวิญญาณได้แฝงตัวอยู่ในจิตใจของนาง ติดตาม
การเติบโตและเสริมกำลังตัวเองอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่ต้นจนจบ ตรา
ประทับวิญญาณเปรียบเสมือนกรงที่เป็นไปไม่ได้สำหรับนางจะหลุดพ้น
ความโศกเศร้าเช่นนี้ได้ติดตามเซิ่งเหม่ยมาทั้งชีวิต
แต่ตอนนี้ หลังจากทำลายตราประทับวิญญาณแล้ว เซิ่งเหม่ยก็รู้สึก
เช่นนกที่บินอยู่บนท้องฟ้า ปลาที่ถูกปล่อยลงสู่ทะเล ความสะดวกสบาย
และอิสระนี้เกือบจะทำให้เซิ่งเหม่ยหลั่งน้ำตา
“นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น…” หลินหมิงพยักหน้า ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาได้พบ
กับเซิ่งเหม่ย เขารู้สึกว่านางถูกควบคุมโดยจักรพรรดิวิญญาณ และ ดู
เหมือนว่าการคาดเดาของเขาจะถูกต้อง
“ถ้าอย่างนั้น เหตุใดเจ้าถึงมาปรากฎตัวในอเวจีทมิฬ? นี่เป็นความ
ตั้งใจของจักรพรรดิวิญญาณด้วยหรือไม่?”
หลินหมิงถาม ในความจริงแล้ว เขาคาดเดาคำตอบในใจแล้ว
“ใช่” เซิ่งเหม่ยพยักหน้า
“มีความสัมพันธ์ที่แปลกประหลาดระหว่างจักรพรรดิวิญญาณและ
เร้นหรือไม่? หรือ… จักรพรรดิวิญญาณจริงๆแล้วคือเร้น?” หลินหมิงถาม
ความคิดนี้อยู่ในใจของหลินหมิงเสมอ
สถานะของเซิ่งเหม่ยนั้นไม่มีข้อกังขาในทั้งอเวจีทมิฬ ภายใน
พันธมิตรเร้น นางมีสถานะสูงสุดและไม่มีใครกล้าตั้งคำถามกับนาง
ถ้าเซิ่งเหม่ยเป็นสายลับระดับสูงที่ถูกส่งเข้ามาเพื่อแทรกซึมเข้ามา
โดยชาววิญญาณแล้ว มันก็ไม่จำเป็นที่นางจะต้องอยู่ในตำแหน่งระดับที่สูง
เช่นนี้ ยิ่งไปกว่านั้น มุมมองประเภทนี้สั่นคลอนง่ายแต่แรก
เช่นนั้น ความเป็นไปได้ที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดคือ มันมี
ความสัมพันธ์ของผลประโยชน์ระหว่างจักรพรรดิวิญญาณและเร้น หรือ
พกวเขาอาจเป็นบุคคลเดียวกันก็ได้ ถ้าเป็นเช่นนั้น ทุกอย่างก็จะสามารถ
อธิบายได้
กล่าวอีกอย่างคือ เซิ่งเหม่ยมีสองตัวตนที่แตกต่างในอเวจีทมิฬและ
33 สวรรค์!
เซิ่งเหม่ยส่ายหัวของนาง “เดาของเจ้าผิดไปเพียงเล็กน้อย ในความ
เป็นจริง… ไม่ควรพูดว่าจักรพรรดิวิญญาณคือ้ร่น แต่ที่… เร้นคือจักรพรรดิ
วิญญาณ!”
“หืม?” หลินหมิงตกตะลึงโดยเซิ่งเหม่ยที่บอกความจริง
เร้นคือจักรพรรดิวิญญาณ กล่าวอีกนัยหนึ่ง ผู้ปกครองในปัจจุบันของ
ชาววิญญาณเป็นอสูรโลกันต์!
ชาววิญญาณถือได้ว่าเป็นเผ่าพันธุ์ยิ่งใหญ่และทรงพลังที่สุดใน 33
สวรรค์ปัจจุบัน ถึงกระนั้น เผ่าพันธุ์ดังกล่าวกลับถูกควบคุมโดยอสูรโล
กันต์!
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ หลินหมิงภรู้สึกความหนาวที่คีบคลานไปตามกระดูกสัน หลังของเขา!