Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,174 แท่นบูชาทมิฬ
เบาะแสและร่องรอยต่างๆแพร่กระจายไปทั่วสุสานจอมเทพอสูร ทำ
ให้หลินหมิงเกิดความสงสัยในใจของเขา สำหรับความสงสัยใดๆ เขา
จะต้องมองด้วยตาของตนเองเพื่อค้นหา
แต่ในเวลานี้ หลินหมิงค้นพบว่าเซิ่งเหม่ยก้าวช้าลง เขาหันไปดูเซิ่ง
เหม่ย เห็นสีหน้าแปลกๆบนใบหน้าของนาง
“หืม? เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”
การกระทำของเซิ่งเหม่ยทำให้หลินหมิงตกใจ แม้ว่าสุสานใต้ดินแห่ง
นี้จะเต็มไปด้วยสนามพลังจักรพรรดิและแรงกดดันวิญญาณ แต่ด้วยระดับ
การบ่มเพาะของนาง นางก็ควรจะทนต่อมันได้ง่าย
“มีอะไรบางอย่าง… แปลกๆ ข้าคิดว่าทะเลแห่งจิตวิญญาณของข้าได้
สัมผัสกับบางสิ่งเมื่อครู่ ราวกับว่ามีอะไรบางอย่างกำลังเรียกข้า…” แต่
เมื่อข้าพยายามที่จะรู้สึกอย่างระมัดระวัง ข้าก็ไม่สามารถหาพบเลย…”
เซิ่งเหม่ยกุมหน้าอกของนางและกระจายสัมผัสรับรู้ออกไปรอบตัว
อย่างระมัดระวัง ถึงกระนั้น ความรู้สึกนั้นก็หายไปแล้ว
เมื่อทะเลแห่งจิตวิญญาณของนางถูกสัมผัส มันก็เป็นสัมผัสที่เบามาก
แต่พลังวิญญาณของเซิ่งเหม่ยนั้นทรงพลังไปจนถึงระดับที่น่าเหลือเชื่อ
ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่นางจะเข้าใจในผิดความรู้สึกดังกล่าว มันเกิดขึ้น
จริง
“มีสิ่งใดสัมผัสทะเลแห่งจิตวิญญาณของเจ้าหรือ?” หลินหมิงถาม
รู้สึกประหลาดใจ เขาไม่สามารถหาเหตุผลได้เช่นกัน
“ทุกอย่างปกติ ไปกันต่อเถอะ หากข้ามีความรู้สึกนี้อีกครั้ง ข้าก็ควร
จะสามารถเข้าใจสิ่งต่างๆได้มากกว่านี้”
ในขณะที่เซิ่งเหม่ยพูด หมอกที่ด้านหน้าของพวกเขาเริ่มสั่นเบาๆ
หมอกแยกออกจากกันและมีร่างดำปรากฎขึ้นอย่างช้าๆ นี่เป็นสัตว์
ประหลาดที่มีลักษณะคล้ายปลาหมึกยักษ์ที่มีหกแขนขา ร่างกายอ่อนนุ่ม
และเปียกชื้น ปกคลุมด้วยจุดสีเขียว
“โอกก!”
สัตว์ประหลาดคำรามดัง เพื่อเปิดเผยแถวของเขี้ยวคมและหนา
“เหยื่อรายใหม่มาอีกแล้ว! มีหลายคนที่มาก่อนหน้านี้ แต่ข้าไม่อาจจับ
พวกมัน แต่ตอนนี้ เจ้าทั้งสองต้องเป็นของข้า!”
สัตว์ประหลาดพูดในภาษาอสูรโลกันต์โบราณ ดวงตาสีเขียว
ประหลาดของมันจ้องที่เซิ่งเหม่ยขณะที่น้ำลายเริ่มรั่วไหลออกมาจากปาก
ของมัน “ผู้หญิงที่มีสายเลือดบริสุทธิ์ อาหารอันโอชะ, ฮ่าฮ่าฮ่า!”
สัตว์ประหลาดกระโจนเข้าหาหลินหมิงและเซิ่งเหม่ย
สีหน้าของหลินหมิงกลายเป็นเย็นชา เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวและ
แทงหอกมังกรทมิฬ
บึ้ม!
พลังของหลินหมิงพลุ่งพล่านและมีการระเบิดอย่างรุนแรงเกิดขึ้นที่
ปลายหอกมังกรทมิฬ หมอกที่อยู่รายรอบกระจายโดยพายุ
อสูรหนวดสีเขียวร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด มันถูกซัดไปด้วยพลัง
อันมหาศาลของหลินหมิงและหนวดหนึ่งในนั้นถูกตัดขาด!
สัตว์ประหลาดกลายเป็นหวาดกลัว มันไม่เคยคิดเลยว่าหลินหมิงที่มี
การบ่มเพาะราชันสวรรค์จะมีความแข็งแกร่งที่น่ากลัวเช่นนี้
ตอนนี้มันหวาดกลัวอย่างยิ่ง จากนั้น มันก็หันหลังกลับและหนีไป
แต่หลินหมิงไม่ได้ให้โอกาสมันหลบหนี เขาก้าวไปข้างหน้า ร่าง
เคลื่อนไหวปาดเปลี่ยวและปรากฏตัวต่อหน้าสัตว์ประหลาดตนนั้นทันที่
วูป!
หอกมังกรทมิฬเฉือนลงมา ดุจเคียว หอกแสงสีแดงผ่าครึ่งสัตว์
ประหลาด!
ฟรุป! ฟรุป! ฟรุป!
โลหิตลงมา โลหิตนี้มีความหนามากและมีสีดำเกือบสนิท คล้ายโลหิต
ที่อยู่ในโลงศพทองแดงโบราณหลังจากถูกผนึกไว้เป็นเวลาหลายปี
เมื่อโลหิตสีดำกระเซ็นออกมา เสี้ยววิญญาณลอยขึ้น ดูเหมือนจะ
อยากหนีไป
หลินหมิงชกออกไป
วิญญาณนั้นแตกสลายและกลายเป็นพลังแห่งจอมเทพอสูรที่เริ่ม
สลายตัวอย่างช้าๆ หลินหมิงโบกมือ เรียกกฎกลืนกินเพื่อดูดซับพลัง
วิญญาณหลงเหลือนี้ไปอย่างสมบูรณ์
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลินหมิงได้ดูดซับพลังแห่งจอมเทพอสูรไว้
มากมาย มันเพียงพอสำหรับเขาที่จะไปถึงขีดสุดราชันสวรรค์
อย่างไรก็ตาม การมีพลังงานเพียงพอเป็นเพียงส่วนหนึ่งของตัวแปร
เขายังต้องการเวลาที่เพียงพอในการย่อยด้วย หลินหมิงต้องการปิดด่าน
เป็นเวลาหลายสิบปีเพื่อที่จะทะลวงขีดสุดราชันสวรรค์
แต่เขาไม่มีเวลา
“บางทีสัตว์ประหลาดตัวนี้อาจถูกสร้างขึ้นจากพลังงานอเวจีที่นี่และ
วิญญาณหลงเหลือของจักรพรรดิอสูรโบราณบางคน” หลินหมิงเก็บหอก
มังกรทมิฬและมองไปที่โลหิตสีดำซึ่งกระจายอยู่ทั่วพื้นดิน
แม้ว่าจักรพรรดิของเผ่าพันธุ์อสูรนั้นจะทรงพลัง แต่หลังจากที่ได้วิวัฒ
ไปสู่สัตว์ประหลาดโลหิตแปลกประหลาด ความแข็งแกร่งของพวกเขาก็
เทียบได้เพียงเทพแท้จริงที่อ่อนแอที่สุดเท่านั้น
“ไปต่อกันเลย ข้าสงสัยว่าเราจะได้พบกับเทพแท้จริงที่ยังมีชีวิตจาก
พันธมิตรนทีหรือพันธมิตรเร้นที่นี่หรือไม่…”
เมื่อเอ่ยถึงอสูรโลกันต์ราชันสวรรค์ของพันธมิตรเร้นที่ตาย เซิ่งเหม่ย
รู้สึกว่าเมฆมืดในใจของนางหนาและหนักขึ้น แม้ตอนนี้ นางและหลินหมิง
ยังไม่สามารถเข้าใจได้ว่าเหตุใดอสูรโลกันต์เหล่านั้นถึงตาย
เมื่อพวกเขาไปต่อ พวกเขาพบกับสัตว์ประหลาดโลหิตอีกหลายตัว
ระหว่างทาง สัตว์ประหลาดเหล่านี้ล้วนแต่มีวิญญาณหลงเหลือของอสูร
โบราณ
ดูเหมือนว่าภายในทะเลกระดูกจักรพรรดิ มันจะมีเพียงอสูรที่ทรง
พลังที่สุดเท่านั้นที่จะถูกผนึกไว้ในเจดีย์ทมิฬ ตนที่อ่อนแอกว่านั้นกระจัด
กระจายไปทุกทิศทุกทาง และบางตนก็กลายร่างเป็นสิ่งชั่วร้ายในที่สุด
หลินหมิงและเซิ่งเหม่ยเสริมความแข็งแกร่ง พวกเขาเป็นพลังต่อต้าน
ได้เมื่อมุ่งไปข้างหน้า
พวกเขาไม่ทราบว่าได้เดินทางไกลเพียงใดแล้ว แต่ในบางครั้ง แม่น้ำ
โคลนเหลืองขนาดใหญ่ปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขา
แม่น้ำนี้ไหลเชี่ยว และถึงกระนั้นก็ยังมิได้ทำให้เกิดเสียงน้ำสาด ด้วย
ความเงียบสงัดเช่นนี้ ความรู้สึกแปลกๆก็เกิดขึ้นในหัวใจของหลินหมิงและ
เซิ่งเหม่ยจนต้องหยุดลง
แม่น้ำนี้ทำให้หลินหมิงหวนนึกไปถึงแม่น้ำเหลือง
เส้นทางระหว่างเจดีย์อสูรตัดผ่านไปตามแม่น้ำ เช่นสายรุ้งสีดำและสี
แดง
หลินหมิงและเซิ่งเหม่ยก้าวขึ้นไปบนแม่น้ำ เหาะอยู่ใต้รุ้ง น้ำในแม่น้ำ
นั้นมีสีเหลืองเข้ม และดูเหมือนว่าพวกมันจะละลายเนื้อและโลหิตใดที่ตก
ลงไปได้
หลินหมิงและเซิ่งเหม่ยไม่รู้ว่านานเพียงใดที่พวกเขาเหาะไป แต่ใน
ที่สุดพวกเขาก็ผ่านแม่น้ำไปถึงชายฝั่งตรงข้าม
ในตำนานของปุถุชน ฝั่งหนึ่งของแม่น้ำเหลืองเต็มไปด้วยชีวิตและ
สีสันสดใสดอกไม้ทุกเฉดสี แต่ที่นี่ อีกด้านหนึ่งของแม่น้ำกลับรกร้าง
“มีบางอย่างต่อหน้าเรา…”
หัวใจของเซิ่งเหม่ยสะท้านและนางก็ส่งกระแสเสียงให้หลินหมิง
ดวงตาของหลินหมิงหรี่ลง ผ่านหมอกสีเทาอ่อน เขาสามารถเห็นเงา
ที่คลุมเครือ
เมื่อเขาใช้สัมผัสรับรู้ตรวจสอบเพิ่มขึ้น เขาสามารถทำแท่นบูชาสีดำ
และไม่ไกลจากแท่นบูชาสีดำเองก็ห้าแท่นบูชาที่คล้ายกัน
แท่นบูชาทั้งหกนั้นก่อตัวเป็นดาวหกแฉก และแท่นบูชาแต่ละต้นก็อยู่
ที่ปลายแฉก
และรอบแท่นบูชาเหล่านี้มีสามเจดีย์อสูร
เจดีย์อสูรถูกจัดเรียงในลวดลายคดเคี้ยวรอบแท่นบูชาสีดำ ทั้งหมด
ไกลจากกันมาก
เจดีย์อสูรเหล่านี้สูงกว่าอันที่หลินหมิงเคยเห็นมาก่อน ระหว่างทาง
ที่นี่ เจดีย์อสูรที่หลินหมิงเห็นมี 12 ชั้น 15 ชั้นและ 18 ชั้นก็เป็นขีดจำกัด
ของมัน
แต่เจดีย์อสูรต่อหน้าเขาแต่ละอันกลับมี 30 ชั้นขึ้นไป
เจดีย์ทั้งสามนี้มี 30 ชั้น 33 ชั้นและ 36 ชั้น
ประตูสีดำที่ฐานของเจดีย์อสูรนั้นใหญ่กว่ามากเช่นกัน ในเวลา
เดียวกัน ประตูก็ถูกจารึกด้วยภาพสลัก
แม้ว่าภาพสลักจะคล้ายกัน แต่ภาพสลักก็เต็มไปด้วยพลังที่ยิ่งใหญ่
กว่า เพียงแค่มองดู พวกเขาก็รู้สึกราวกับว่าวิญญาณจะถูกกลืนกิน ราว
กับว่าภาพสลักอสูรทุกอันมีชีวิต
จักรพรรดิโบราณจะถูกฝังในสามเจดีย์ที่สูงตระหง่านนี้ด้วยหรือไม่?
หรืออาจจะเป็น…” จ้าวแห่งสุสานจอมเทพอสูรถูกฝังที่นี่?
หากความสูงของเจดีย์เป็นสัดส่วนต่อความแข็งแกร่งของอสูรที่ถูก
ผนึกไว้ภายใน เช่นนั้นเจดีย์ที่สูงกว่าก็ยิ่งจะทรงพลังยิ่งกว่า ถ้าเป็นเช่นนั้น
เจดีย์อสูรทั้งสามนี้ซึ่งอยู่ในความสูงที่แตกต่างก็มีนับร้อยจากระหว่างทาง
มาที่นี่
การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว 10 ชั้นของเจดีย์ใหม่เหล่านี้ มันก็เกือบ 2
เท่าของความสูงของก่อนหน้า
ถ้าเป็นเช่นนั้น เป็นไปได้หรือไม่ที่เจดีย์หลายร้อยก่อนหน้าได้เทพ
แท้จริงระดับจักรพรรดิอสูรโบราณจากช่วงแสนล้านปีที่ผ่านมาไว้? และ
สำหรับสามเจดีย์สามที่สูงอย่างโดดเด่น พวกมันมีตัวตนระดับราชันเทพ
เจ้าอยู่ภายในหรือไม่?
อเวจีทมิฬมีประวัติกว่าแสนล้านปี หากมีการกล่าวกันว่าราชันเทพ
เจ้าได้ถือกำเนิดมาในช่วงเวลาหนึ่ง หลินหมิงจะไม่แปลกใจและคิดว่า
จำนวนนี้ก็ไม่สูงเลย ไม่ว่าอย่างไร เผ่าพันธุ์เทพบรรพกาลก็ยังได้ให้กำเนิด
สองตัวตนระดับราชันเทพเจ้า
“หลินหมิง…” เซิ่งเหม่ยจ้องไปยังแท่นบูชาเหล่านี้และเจดีย์สูง นาง
พูดด้วยเสียงเบาๆ “เมื่อเรามาถึงแท่นบูชาเหล่านี้ ข้ารู้สึกว่าการเรียกหา
นั่นปรากฏขึ้นอีกครั้ง…”
“โอ้?”
ความคิดของหลินหมิงสะท้าน ถ้ามันเป็นอย่างที่เขาคิด แท่นบูชาทั้ง
หกนี้ก็เป็นที่ซึ่งพิธีกรรมอสูรโลกันต์จะเกิดขึ้น แท่นบูชาทั้งหกแยกกันเป็น
ตัวแทนตำราพิธีกรรมทั้งหกเล่ม!
อสูรโลกันต์ที่เข้าสู่สุสานจอมเทพอสูรทุกตนต่างใฝ่ฝันว่าวันหนึ่งจะ
สามารถผ่านพิธีกรรมอสูรโลกันต์และกลายเป็นจอมอสูรโลกันต์ได้
แผนดั้งเดิมของหลินหมิงที่นี่คือผ่านพิธีกรรมอสูรโลกันต์ให้ได้ แต่
วันนี้ เมื่อเขายืนอยู่หน้าแท่นบูชาทั้งหกนี้แล้วมองดูโลหิตบูชายัญสีดำบน
แท่นบูชาและปริมาณโลหิตที่ไหลเวียนอยู่ภายใน เขาก็เริ่มลังเล
เขาและเซิ่งเหม่ยได้นำตำราพิธีกรรมทั้งสามเล่มมาถึงขั้นตอนสุดท้าย
นี้ ดูเหมือนว่าเดินหน้าต่อไปจะถูกตัดสินสำหรับพวกเขาแล้ว ท้ายที่สุด ไม่
ว่าจะเป็นหลินหมิงหรือเซิ่งเหม่ย พวกเขาต่างมั่นใจว่าตนจะสามารถผ่าน
พิธีกรรมอสูรโลกันต์ได้ หากพวกเขาไม่สามารถผ่านการทดสอบนี้ได้
แสดงว่าจะไม่มีอสูรโลกันต์อื่นที่ทำได้
อย่างไรก็ตาม การได้รับทุกอย่างเช่นนี้ก็ดูง่ายเกินไป และด้วยฉาก
ลางสังหรณ์ที่พวกเขาเห็นมาก่อนหน้านี้ หลินหมิงและเซิ่งเหม่ยจึงย่อมไม่
รีบไปยังแท่นบูชาอย่างประมาท
ความรู้สึกของเซิ่งเหม่ย และการสั่นของกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า
มันทำให้หลินหมิงระวังขึ้นอย่างมาก
ในขณะที่เขารับรู้ถึงกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าในโลกภายใน เขาจะ
รู้สึกได้ว่ามันสั่นสะเทือนเบาๆ แต่ตลอดทาง เขายังไม่ได้ค้นพบเหตุผลว่า
ทำไมกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าจึงน่าตื่นเต้นและเริ่มสั่น
“เรามาไกลขนาดนี้แล้วและยังไม่ได้พบกับอสูรโลกันต์เทพแท้จริง
อีก…”
หลินหมิงกล่าว เสียงของเขามืดมน อสูรโลกันต์เหล่านี้ตายไป
หมดแล้วหรือไม่? ถ้าเป็นเช่นนั้น พวกเขาตายได้อย่างไร?
บุตรแห่งเร้นหายไปไหน
อสูรโลกันต์ลึกลับที่ยากจะหยั่งตนนั้นได้กระตุ้นให้เกิดความรู้สึก
หวาดหวั่นในใจหลินหมิงเสมอ แม้กระทั่งองค์รัชทายาทมหานทีก็ยังหวาด
เกรงต่อบุตรแห่งเร้น
กระนั้น อสูรโลกันต์เช่นนี้กลับหายไปในสุสานจอมเทพอสูร
หลินหมิงไม่เห็นเขาในถ้ำใต้ดิน และเขาไม่ได้มีตำราพิธีกรรมกับตัว
อีกด้วย ดังนั้นเขาจะไปที่ใดได้บ้าง?
ถ้ามีคนบอกเขาว่าบุตรแห่งเร้นตายที่ไหนสักแห่ง หลินหมิงก็จะไม่
เชื่อพวกเขาเลย
หลินหมิงยังคิดว่าบุตรแห่งเร้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับจักรพรรดิวิญญาณ
“เราควรทำอย่างไรดี?” เซิ่งเหม่ยกล่าว ไม่แน่ใจเล็กน้อย สัญญาณ
ต่างๆที่พวกเขาเห็นในสุสานจอมเทพอสูรแสดงให้เห็นว่าทุกสิ่งที่พวกเขา
ทำถูกปกปิดโดยจุดประสงค์ร้าย
แต่พวกเขาก็ยังมาที่นี่ ขณะที่ภัยจะมาเยือน พวกเขาถูกผลักดันไปสู่
ตำแหน่งนี้แล้วและไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป พวกเขาทำได้เพียง
เผชิญหน้ากับมัน
หลินหมิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในเวลานี้ เขายังไม่สามารถตัดสินใจได้
ขณะที่เขาจมอยู่ในความคิด เสียงอ่อนโยนและคล้ายบัณฑิตก็ดังขึ้น
จากข้างหลังพวกเขา “เจ้าสองคนมาไกลถึงเพียงนี้ เหตุใดเจ้ายังไม่ขึ้นไป
อีกเล่า?”
จิตใจของหลินหมิงเย็นเฉียบ เขาหันไป กุมหอกมังกรทมิฬพุ่งออกไป!