Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,177 ความน่าสะพรึงกลัวของบุตรแห่งเร้น
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 2,177 ความน่าสะพรึงกลัวของบุตรแห่งเร้น
จิตสังหารของบุตรแห่งเร้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และในเวลานี้ บนฝั่งตรง
ข้ามของแม่น้ำเหลือง เจดีย์อสูรอื่นๆอีกหลายแห่งก็เริ่มสว่างขึ้นด้วยแสง
สลัว!
เมื่อเห็นเจดีย์อสูรเหล่านี้เริ่มรวบรวมพลังงานเพื่อส่งมายังบุตรแห่ง
เร้น ในเวลานี้หลินหมิงก็ไม่สามารถยืนเฉยได้อีกต่อไปโดยปล่อยให้
แรงผลักดันของบุตรแห่งเร้นสูงขึ้น
“โจมตี!”
หลินหมิงตะโกนออกมา ข้างเขา เซิ่งเหม่ยก็เริ่มโจมตี นางใช้กระบี่
กระดูกดำและฟันออกอย่างเงียบงัน กลีบดอกไม้สีดำนับไม่ถ้วนบาน
สะพรั่งบนคมมีด กลีบดอกไม้เหล่านี้เริ่มเหี่ยวแห้งหลังจากที่พวกเขาบาน
สะพรั่งในขณะที่พวกเขาเต็มไปด้วยวิถีแห่งความตาย
ในเวลาเดียวกัน หลินหมิงพุ่งไปข้างหน้าจากอีกฝั่งหนึ่ง เขาเปิดใช้
งานพลังโลหิตอาชูร่าโดยไม่ลังเล ข้างหลังเขา มันมีภาพร่างเทพสงคราม
อาชูร่าปรากฏขึ้น เขาถ่ายเทพลังงานทั้งหมดลงในหอกมังกรทมิฬ!
การโจมตีของทั้งสองได้ผสานรอย่างลงตัว พวกเขามาจากสองมุมที่
ปิดกั้นเส้นทางการหลบหลีกของบุตรแห่งเร้น และยังปิดกั้นการไหลของ
พลังงานโลกเพื่อป้องกันไม่ให้แรงผลักดันของบุตรแห่งเร้นเพิ่มขึ้นได้
หากเทพแท้จริงกลางสามัญแท้ต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีนี้ พวก
เขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการโจมตีผสานนี้
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าบุตรแห่งเร้นจะยังอยู่ในขอบเขตที่เทพแท้จริง
กลาง เขากลับเพียงหัวเราะเบาๆเมื่อเขาเผชิญหน้ากับการโจมตีผสานของ
หลินหมิงและเซิ่งเหม่ย เขาไม่ได้โคจรพลังงานใดๆ แต่ทั่วร่างของเขามี
‘พลังแฝง’ ที่มองไม่เห็น!
‘พลังแฝง’ ประเภทนี้แตกต่างจากสนามพลังทั่วไป มันเป็นดุจดั่งพลัง
แฝงของโลกที่สามารถเขย่าขุนเขาและแม่น้ำ ส่งผลต่อดวงอาทิตย์และ
ดวงจันทร์ได้!
เมื่อพลังแฝงอันยิ่งใหญ่นี้ปรากฎ แรงผลักดันที่น่าสะพรึงก็ได้ปะทุ
ออกมาจากร่างของบุตรแห่งเร้นดุจคลื่นโหมที่กระจายไปทั่วทุกทิศทุกทาง
หลินหมิงและเซิ่งเหม่ยจมอยู่ในพลังนี้และรู้สึกราวกับว่าร่างกายของพวก
เขากระแทกกับขุนเขาที่สูงตระหง่าน
บึ้มมม!
ด้วยการระเบิดกระหึ่ม ร่างของหลินหมิงและเซิ่งเหม่ยสั่นอย่าง
รุนแรง พวกเขารู้สึกถึงแรงผลักดันที่มิอาจหยุดยั้งห่อหุ้มพวกเขาไว้ราวกับ
พายุ ติดอยู่ภายใน ถูกลมพัดปลิวไปมา หลินหมิงรู้สึกถึงพลังโลหิตที่
ปั่นป่วนในร่างกาย โชคดีที่เขามีรากฐานลึกล้ำ เขาจึงระงับพลังโลหิตที่
ปั่นป่วนได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาหันกลับมา เขาก็เห็นว่ามุมปากของเซิ่ง
เหม่ยไหลลงมาด้วยโลหิตแล้ว
หัวใจของหลินหมิงบีบรัด เขากลับตัวกลางพายุและคว้ามือของเซิ่ง
เหม่ย เขาปักหอกมังกรทมิฬลึกลงไปในดิน ไถลเป็นทางยาว
ตึงง!
เซิ่งเหม่ยและหลินหมิงชนเข้ากับพื้น พวกเขาทั้งสองรู้สึกถึงพลัง
โลหิตชีวิตที่ปั่นป่วนและความเสียหายของเส้นชีพจร
พวกเขาทั้งสองเงยหน้าขึ้น มองบุตรแห่งเร้น
ดวงตาของหลินหมิงเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
บุตรแห่งเร้นเป็นเพียงเทพกลางแท้จริงหรือไม่?
ในช่วงเวลานั้น หลินหมิงรู้สึกชัดเจนว่าการโจมตีผสานของเขาและ
เซิ่งเหม่ยอ่อนแอลงส่วนใหญ่เพราะพายุ อย่างไรก็ตาม ส่วนที่เหลือก็ได้รับ
การดูดซับโดยบุตรแห่งเร้น!
บุตรแห่งเร้นกลับสามารถดูดซับพลังงานจากการโจมตีของพวกเขา
ได้? เขาจัดการเรื่องนี้ได้อย่างไร?
“จักรพรรดิวิญญาณเองก็ยังคงมีเคล็ดบ่มเพาะเช่นนี้ด้วยหรือ?”
สีหน้าของหลินหมิงนั้นมืดมนและอาจหาญเมื่อเขาถามเซิ่งเหม่ยผ่าน
กระแสเสียง กฎที่เขาใช้และกฎที่เซิ่งเหม่ยใช้ไปถึงขอบเขตที่สูงมากแล้ว
ดังนั้นมันจะถูกดูดซับได้โดยง่ายได้อย่างไร?
แม้แต่ความอดอยากที่เชี่ยวชาญในกฎกลืนกินก็สามารถกลืนกิน
สิ่งของที่ตายแล้วหรือกำลังของผู้อื่นผ่านหนวดของมัน มันเป็นไปไม่ได้ที่
จะกลืนกินการโจมตีของศัตรูโดยตรงเช่นนี้
“ข้าไม่รู้” เซิ่งเหม่ยพูดอย่างรู้สึกผิดขณะที่นางกัดริมฝีปาก
จักรพรรดิวิญญาณนั้นลึกลับเกินไปและมิอาจหยั่งรู้ ในช่วงหลายปีที่ผ่าน
มา เซิ่งเหม่ยเพียงทำตามคำสั่งของจักรพรรดิวิญญาณเท่านั้น สำหรับ
เคล็ดบ่มเพาะของจักรพรรดิวิญญาณ นางรู้เพียงแค่กฎคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์
แม้ว่าบุตรแห่งเร้นอาจเรียกได้ว่าเป็นศิษย์พี่ของนาง แต่ความจริงก็
คือ นางไม่เข้าใจความลึกของเขาเลย เห็นได้ชัดจากเรื่องนี้ว่าบุตรแห่งเร้น
ได้รับความไว้วางใจจากจักรพรรดิวิญญาณมากกว่า
“เจ้าประหลาดใจเช่นนั้นหรือ?” เมื่อเห็นใบหน้าที่น่าตกใจของ
หลินหมิงและเซิ่งเหม่ย บุตรแห่งเร้นก็หัวเราะอย่างชอบพอ “ให้ข้าได้บอก
เจ้าอย่างแจ่มแจ้ง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เจ้าสองคนก็ไม่สามารถเอาชนะข้า
ได้ นี่คือความแตกต่างที่เจ้าไม่สามารถชดเชยได้! และสิ่งที่น่าสังเวชที่สุด
คือ เจ้าสองคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรื่องนี้เป็นเช่นไร
“ข้าจะให้โอกาสสุดท้ายแก่เจ้าทั้งสอง เป็นเด็กดีและก้าวเข้าสู่แท่น
บูชาทมิฬ รับพิธีสันดาปซะ! นี่เป็นโอกาสที่คนอื่นไฝ่ฝันถึง! เมื่อเจ้าผ่าน
พิธีกรรมอสูรโลกันต์เรียบร้อยแล้ว เจ้าสองคนสามารถกลายเป็นอสูรโล
กันต์ระดับสูงสุดในอเวจีทมิฬ และเจ้าแต่ละคนจะกลายเป็นหนึ่งใน
ผู้ปกครองโลกหล้าในอนาคต!”
ขณะที่บุตรแห่งเร้นพูด เขาค่อยๆดึงอาวุธออกมา
นี่คือตรีศูลสีดำ
ตรีศูลสีดำนี้มีความยาว 15 ฟุต ปลายของตรีศูลกว้างสามฟุตและ
สามขานั้นดุร้ายยิ่ง
“เจ้า… เคยผ่านพิธีกรรมอสูรโลกันต์แล้วเช่นนั้นหรือ?” เซิ่งเหม่ย
ถามอย่างเย็นชา ด้วยความแข็งแกร่งของบุตรแห่งเร้นและเอกลักษณ์ของ
เขา นางจึงช่วยไม่ได้ที่จะคาดเดา
“ฮ่าๆๆๆ!” บุตรแห่งเร้นหัวเราะ เขาบิดคอไปมาในขณะที่ค่อยๆก้าว
ลงจากแท่นบูชา เดินไปยังหลินหมิงและเซิ่งเหม่ย
“ถ้าเจ้าต้องการที่จะรู้ว่าข้าได้ผ่านพิธีกรรมทางอสูรโลกันต์หรือไม่
เหตุใดเจ้าไม่ลองมาสัมผัสกับพิธีกรรมที่แท้จริงด้วยตัวเองเล่า?”
บุตรแห่งเร้นเข้าหาหลินหมิงและเซิ่งเหม่ยทีละก้าว
ดวงตาของหลินหมิงหรี่ลง เขาสามารถยืนยันได้ว่าตั้งแต่วินาทีที่เขา
ปรากฎตัวในแดนราชันเร้นและเอาชนะเซิ่งเหม่ยด้วยการบ่มเพาะราชัน
สวรรค์กลาง เขาก็ได้ตกเป็นเป้าหมายของบุตรแห่งเร้นแล้ว หรืออาจ
กล่าวได้ว่า เขาได้ตกเป็นเป้าหมายของผู้ปกครองคนปัจจุบันของแดน
ราชันเร้น
การเข้าสู่สุสานจอมเทพอสูรนั้นเหมือนกับการเดินเข้ามาในกับดัก ไม่
ว่าเขาจะมีตำราแห่งกัลป์หรือไม่และมาที่ทะเลกระดูกจักรพรรดิด้วย
ความคิดริเริ่มของเขาเอง… ไม่ช้าก็เร็ว บุตรแห่งเร้นจะได้พบเขา
บุตรแห่งเร้นนี้เป็นเหมือนสุนัขล่าเนื้อภักดีของจักรพรรดิวิญญาณใน
การติดตามเขาเข้าสู่สุสานจอมเทพอสูร!
หลินหมิงแอบเข้ามาในอเวจีทมิฬ และในขณะที่เขาทำเช่นนั้นเพื่อ
เพิ่มความแข็งแกร่งตนเอง เขาก็กลายเป็นเหยื่อในเวลาเดียวกัน…”
ตอนนี้ สิ่งเดียวที่หลินหมิงต้องขอบใจคือตัวตนของเขาในฐานะชาว
มนุษย์ยังไม่ถูกค้นพบโดยบุตรแห่งเร้น
ท้ายที่สุด บุตรแห่งเร้นก็ยังไม่โตเต็มที่และวิสัยทัศน์ของเขามีจำกัด
ดังนั้นเขาจึงมิอาจมองผ่านหลินหมิงได้
อย่างไรก็ตาม หากจักรพรรดิวิญญาณจะมาเป็นการส่วนตัว หลินห
มิงก็จะไม่มีความหวังในการหลอกเขาได้
แต่ปัญหาในปัจจุบันคือ ถ้าเขาไม่เปิดเผยร่างจริง เขาก็จะไม่มี
ความหวังที่จะเอาชนะบุตรแห่งเร้นเช่นกัน
แม้ว่าเขาจะเปิดเผยร่างจริงของเขา แต่โอกาสในการเอาชนะบุตร
แห่งเร้นก็ยังน้อยมาก และเมื่อเขาเปิดเผยร่างจริงแล้ว การต่อสู้ที่นี่จะจบ
ลงด้วยหนึ่งในพวกเขาต้องตาย บุตรแห่งเร้นจะไม่ปล่อยเขาไป
นอกจากนี้ แม้แต่เซิ่งเหม่ยก็ยังจะติดพันไปกับเขาด้วย หายนะจะ
เกิดกับนางและนางจะต้องถูกกล่าวหาว่าเป็นคนทรยศ
เมื่อเห็นสีหน้าของหลินหมิง เซิ่งเหม่ยก็ดูเหมือนจะเข้าใจว่าหลินหมิง
กำลังคิดอะไรอยู่ นางพูดผ่านกระแสเสียงว่า “ข้าให้กำเนิดจิ่วเอ๋อร์และ
ลบตราประทับวิญญาณที่จักรพรรดิวิญญาณทิ้งไว้ในทะเลแห่งจิตวิญญาณ
ของข้า เมื่อมาถึงจุดนี้ ข้าได้ทิ้งเส้นทางหลบหนีทั้งหมดของข้าแล้วและทำ
ได้เพียงต่อสู้จนถึงที่สุดอย่างขมขื่น มันมาจุดนี้แล้ว หากเจ้ายังมีศีลธรรม
ใดๆก็วางพวกมันไว้ก่อน เจ้าและข้าต้องต่อสู้กับทุกสิ่งที่เรามี
“หากเราโชคดีรอดไปได้ในวันนี้ ข้าจะติดตามเจ้าไปจนสุดปลายโลก
และขอบฟ้า ถ้าเราถูกฝังที่นี่วันนี้ ข้าจะตามเจ้าไปในแม่น้ำเหลือง แต่ไม่
ว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร ข้าก็ไม่เสียใจเลย!”
ในสถานการณ์เช่นนี้ กระแสเสียงสั้นๆของเซิ่งเหม่ยสัมผัสหัวใจของ
หลินหมิง
เขารู้ว่าตั้งแต่แรกเกิด เซิ่งเหม่ยนั้นมาพร้อมกับความเศร้าและความ
ทุกข์ยากอย่างไร้สิ้นสุด
โดยไม่คำนึงถึงสิ่งที่นางทำในอดีต โดยไม่คำนึงถึงความไม่เต็มใจของ
นาง โดยไม่คำนึงว่านางหรือจิ่วเอ๋อร์ พวกมันได้กลายเป็นเครื่องหมายที่
ฝังลึกในชีวิตของเขา พวกมันไม่สามารถลบล้างหรือถูกตัดขาดได้
หลินหมิงสูดลมหายใจเข้าลึกและกำหมัดอย่างช้าๆ เมื่อเขามองบุตร
แห่งเร้นอีกครั้ง ดวงตาของเขาก็สาดประกายด้วยจิตวิญญาณต่อสู้อันเจิด
จ้า!
คิ้วของบุตรแห่งเร้นขมวดและเขาส่ายหัวด้วยความเสียใจ
“ดูเหมือนว่า… มันจะไม่มีที่ว่างสำหรับการอภิปรายอีกต่อไป ช่างโง่
เขลานัก ข้าบอกไปแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มันก็เป็นไปไม่ได้ที่เจ้าจะ
เอาชนะข้า!”
“เจ้าพูดเรื่องไร้สาระมาพอแล้ว!”
หลินหมิงคำรามลั่น พลังงานปะทุจากร่างกายทั้งหมดขณะที่พลังของ
เก้าดวงดาวเริ่มรวมตัวกับเขา หอกมังกรทมิฬพุ่งออกไป!
พลังที่น่ากลัวเช่นเดียวกับดวงดาวตก มันได้กวาดทุกสิ่งที่ขว้างหน้า
บึ้มม!
ด้วยการระเบิด พลังงานกลายเป็นคลื่นกระแทกที่เผด็จการอย่างไม่
น่าเชื่อ บุตรแห่งเร้นติดในคลื่นกระแทกและถูกส่งลอยกระเด็นไป!
แต่ในช่วงเวลาต่อมา บุตรแห่งเร้นร่อนลงบนพื้นดิน พลังและกฎของ
หลินหมิงดูเหมือนจะถูกระงับโดยสมบูรณ์ แม้แต่หอกแสงก็ถูกดูดซับโดย
พลังงานป้องกันบนร่างกายของบุตรแห่งเร้นโดยไม่หลงเหลือ
โดยรอบบุตรแห่งเร้น ความคลุมเครือและพลังแฝงของโลกที่มองไม่
เห็นยังคงอยู่ ดูเหมือนว่าไม่มีพลังและความสามารถใดจะในการทำลาย
พลังแฝงนี้
หลินหมิงสูดลมหายใจเย็น เขาตระหนักดีว่ากำลังของการโจมตีของ
ตนเมื่อครู่ก็เพียงพอแล้วที่จะฆ่าเทพแท้จริงต้นในทันที่ และแม้แต่เทพ
แท้จริงกลางก็จะได้รับบาดเจ็บ
แต่ต่อหน้าบุตรแห่งเร้น การโจมตีของเขาถูกขัดขวางอย่างง่ายดาย
ราวกับว่าไม่ได้ใช้พลังงานหรือความพยายามในการทำเช่นนั้น
หลินหมิงตอนนี้ใช้ร่างจำแลงอสูร ถ้าเขาใช้ร่างจริง พลังของเขาอาจ
เพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่มันจะไม่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าอย่างแน่นอน
ตอนนี้ หลินหมิงเริ่มสงสัยว่าแม้ความแข็งแกร่งของเขาจะเพิ่มขึ้น แต่
เขาก็ยังจะไม่สามารถทำอันใดกับบุตรแห่งเร้นได้
เหตุใดเขาจึงแข็งแกร่งถึงเพียงนี้? เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นเทพแท้จริง กลางเท่านัน!”