Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,187 ขีดสุดของความเจ็บปวด
กว่าหนึ่งร้อยลำแสงยักษ์พลังของโลกปกคลุมไปด้วยออร่าอสูรที่ทรง
พลังอาบลงมา แต่ละอันเปล่งประกายมากพอที่จะแผ่ขยายออกไปหลาย
หมื่นไมล์
มันเป็นดั่งแม่น้ำของดวงดาวที่ตกลงมาจากฟากฟ้า แรงผลักดัน
มหาศาลตกลงพื้น ทำให้โลกสั่นคลอน
ทะเลกระดูกจักรพรรดิเริ่มเดือดเพราะออร่าอสูรมหาศาล กฎลึกลับ
และร่องรอยที่หลงเหลืออยู่ของอสูรโบราณนับไม่ถ้วนถูกเร่งขึ้น
พลังงานสีดำที่เต็มอยู่ในอากาศ ประหนึ่งว่าเต็มไปด้วยร่างอสูร
โบราณ พวกมันก่อตัวพายุที่โหมกระหน่ำไปในทุกทิศทาง
ครึ่นนน!
หลินหมิงแบกรับพลังของโลกมหาศาลทั้งหมดนี้ ร่างของเขาที่แวว
วาวราวกับหยกถูกโค้งอย่างกะทันหันจากแรงกระแทก ผิว โครงกระดูก
ทุกอย่างเปล่งเสียงลั่นราวกับเสียงคำรามของมังกรและฟีนิกซ์
ภายใต้แรงกดดันมหาศาลนี้ เขายังคงไม่ยอมแพ้ เส้นเอ็นบิดตัวไป
ตามผิวดุจงู เขาชูแขนขึ้นและคำรามสู่สวรรค์
ในเวลาเดียวกัน เซิ่งเหม่ยเองก็เข้าร่วมกับเขาเช่นกัน พลังของนาง
ผสมผสานกับหลินหมิง และพวกเขาทนต่อการสันดาปพลังของโลก!
ปุด ปุด ปุด!
กล้ามเนื้อและหลอดเลือดของหลินหมิงเริ่มฉีกแตกอย่างรวดเร็ว
ความเจ็บปวดที่อธิบายไม่ได้มุ่งเข้าสู่ทะเลแห่งจิตวิญญาณ
ความรู้สึกเช่นนี้ราวกับว่าร่างกายของเขาถูกขว้างลงไปในโรงโม่หิน
ถูกบดอย่างรุนแรง!
อย่างไรก็ตาม จิตสำนึกของหลินหมิงยังคงชัดเจนและสงบตลอดเวลา
เซิ่งเหม่ยจับมือของหลินหมิงอย่างแน่น โลหิตไหลออกมาจากริม
ฝีปากของนาง นางทนต่อพลังงานน้อยกว่าหลินหมิง แต่นางก็อ่อนแอกว่า
หลินหมิงด้วยเช่นกัน แต่ในแง่ของความเจ็บปวดที่นางต้องทน ไม่ก็น้อย
ไปกว่าหลินหมิง
และในเวลานี้ ไม่ไกลเกินไป จักรพรรดิอมตะกำลังเฝ้าดูเหตุการณ์
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นพร้อมกับสีหน้าสงบ กระบี่สมบัติจะต้องถูกขัดเกลาและ
ลับคม กลิ่นหอมของดอกพลัมจะเกิดขึ้นหลังจากความหนาวเย็นที่ขมขื่น
เมื่อเทียบกับหายนะที่มีอยู่ สิ่งที่หลินหมิงและเซิ่งเหม่ยต้องทนก็ไม่มีอันใด
หวึ่ง! –
หวึ่ง! –
หวึ่ง! –
ระหว่างหลินหมิงและเซิ่งเหม่ย การผสานพลังงานเริ่มทวีความ
รุนแรงมากขึ้น
พลังนี้ยิ่งใหญ่กว่าเหตุการณ์พิธีกรรมอสูรโลกันต์ทั่วไปหลายเท่า
แม้ว่าหลินหมิงและเซิ่งเหม่ยจะอดทนต่อมันด้วยกันและแบ่งแรง
กดดัน แต่สิ่งนี้ก็ยังมากกว่าพิธีกรรมอสูรโลกันต์สามัญ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลินหมิงที่ซึ่งยืนหยัดต่อพลังงานส่วนใหญ่ เขา
กัดฟันและยืนหยัดอย่างไม่ย่อท้อ
มีหลายสิ่งเกินไปที่เขาแบกไว้บนบ่า เขาประสบกับความยากลำบาก
มากมายนับไม่ถ้วน ชีวิตที่เต็มไปด้วยอันตรายและสถานการณ์แห่งความ
ตาย และยังเคยพบกับประสบการณ์ชีวิตที่ขึ้นและลงอย่างมาก ผลักดัน
ผ่านทุกสิ่งมาจนถึงที่นี่ในวันนี้ แบกรับชะตากรรมและความหวังของผู้คน
มากมาย ด้วยเหตุนี้ เขาจึงไม่สามารถปล่อยให้ตัวเองล้มเหลวได้อย่าง
แน่นอน!
ภายใต้การไหลเวียนของพลังของโลก ร่างกายของหลินหมิงพัฒนา
โดยสัญชาตญาณของกฎเต๋าอันยิ่งใหญ่ที่เขาเชี่ยวชาญที่สุด ทำให้ดียิ่งขึ้น
ในการกลืนกินและกลั่นพวกมัน
ขณะที่กฎเหล่านี้ปรากฏขึ้น พลังของโลกที่ดุดันดูเหมือนจะแข็งตัว
ควบแน่นเป็นละอองที่ค่อยๆหมุนเวียนรอบหลินหมิง
พลังของโลกมั่นคงขึ้นเรื่อยๆ สร้างมิติปิดผนึกที่พวกมันหมุนเวียนอยู่
ภายใน
เมื่อ 100 อสูรที่เฝ้ามองจากด้านข้างเห็น ดวงตาของพวกเขาก็เริ่ม
สาดประกาย
ในเวลานี้ ไม่มีใครโกรธแค้นอีกต่อไป ในความเป็นจริง มีแม้แต่คำใบ้
ของความเร้าร้อนในหัวใจ!
หลินหมิงและเซิ่งเหม่ยสามารถทนต่อการรับสันดาปมาในทะเล
กระดูกจักรพรรดิได้อย่างแท้จริง บางทีพวกเขาอาจทะยานขึ้นจากที่นี่
อย่างแท้จริงและช่วยพวกเขาแก้แค้นศัตรูได้!
“ทุกคน เรามาถ่ายเทพลังของทะเลกระดูกจักรพรรดิและสร้าง
เสถียรภาพให้กับสนามพลังนั้น”
“อาจเคยมีเรื่องระหองระแหงระหว่างเราและเราอาจขัดแย้งกัน แต่
ก็ขอให้เราทำงานร่วมกันในวันนี้และมอบทุกสิ่ง!”
จาก 100 อสูร ไม่มีใครกล้าหย่อน แม้แต่อสูรทั้งในตอนแรกก็ยังวาง
ความอับอายและความโกรธเคืองลงอย่างช้าๆ ประการแรก พวกเขาไม่
ต้องการทำอะไรที่จะทำให้อสูรตนอื่นๆที่นี่ไม่พอใจ และประการที่สอง
พวกเขาต้องการทำลายจากกรงเหล่านี้อย่างแท้จริง แก้แค้นจักรพรรดิ
วิญญาณเพื่อให้ได้รับอิสรภาพ ปลดปล่อยพวกเขาจากนรกนี้
ภายใต้ความพยายามร่วมกันของอสูรทั้งหมด พวกเขาเริ่มรวบรวม
พลังทั้งหมดของโลกที่ตนสามารถเรียกมาได้ไปยังพื้นที่รอบๆ หลินหมิง
และเซิ่งเหม่ย
สนามพลังล่องหนครอบคลุมหลินหมิงและเซิ่งเหม่ยอย่างสมบูรณ์
สนามพลังนี้เป็นเหมือนรังไหมยักษ์ที่แยกกฎออก เป็นมิติผนึกเพื่อให้
หลินหมิงและเซิ่งเหม่ยอยู่ในโลกอิสระ และโลกอิสระนี้มีพลังของโลกอัน
อุดมสมบูรณ์
พิธีกรรมอสูรโลกันต์เป็นกระบวนการที่ยาวมาก อสูรร้อยกว่าตนช่วย
เร่งกระบวนการได้ไวขึ้น หลังจากนั้น พลังของโลกจะผนึกตนเองเข้าไปใน
สนามพลังและให้ผู้ท้าชิงด้านทดสอบอาบผ่านเพื่อค่อยๆกลั่นมัน
หลังจากสนามพลังถูกปิดผนึกอย่างสมบูรณ์ หลินหมิงและเซิ่งเหม่ยก็
รู้สึกว่าความเจ็บปวดเพิ่มขึ้นหลายองศา
พลังของโลกนี้บด ร่างกาย วิญญาณและแม้กระทั่งโลกภายในอย่าง
ต่อเนื่อง การเผาผลญพลังงานร้อนวิ่งผ่านรูขุมขนของพวกเขา เจาะเข้าไป
ในเส้นชีพจรและหลอดเลือดในขณะที่มันวิ่งพล่าน
หากความเจ็บปวดก่อนหน้านี้เหมือนถูกโยนลงไปใต้ล้อบด ตอนนี้
ในขณะที่ร่างของพวกเขาถูกบด พวกเขาก็ถูกต้มด้วยน้ำมันเดือดด้วย!
ภายใต้ผลกระทบมหาศาลของพลังงาน เนื้อหนังและโลหิตของพวก
เขาเริ่มฉีกเปิด!
อย่างไรก็ตาม ภายในสนามพลังนี้ มันมีกฎพิเศษอยู่ในพลังของโลกที่
อุดม ซึ่งช่วยเพิ่มอัตราที่หลินหมิงและเซิ่งเหม่ยฟื้นฟูร่างกายขึ้นมาใหม่
เนื้อหนังของพวกเขาแตกเปิดและงอกใหม่อีกครั้ง พวกเขาสองคนมี
ฐานรากของร่างกายที่ทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ถึงกระนั้น การแตกและ
การฟื้นฟูต่อเนื่องนี้ก็ใช้พลังงานจำนวนมากอย่างเหลือเชื่อ!
พวกเขามิได้ใช้โอสถหรือดื่มของเหลวจิตวิญญาณ พลังงานที่พวกเขา
ต้องการในการผลาญจะต้องมาจากพลังของโลกโดยรอบเท่านั้น
ในการขัดเกลาต่อเนื่องนี้ ร่างกายของพวกเขาดูดซับพลังของโลก
โดยรอบไม่สิ้นสุด ด้วยการปล่อยให้ร่างกายของแตกและฟื้นฟูใหม่อีกครั้ง
พวกเขาใช้วิธีนี้ในการผลาญพลังนี้!
และกระบวนการนี้จะดำเนินต่อไปอีกหลายปี!
ความเจ็บปวด หากความเจ็บปวดอยู่เพียงระยะหนึ่ง ผู้คนส่วนใหญ่ก็
จะสามารถกัดฟันและทนต่อมันได้ แต่การทนต่อความเจ็บปวดหลายสิบปี
หรือแม้กระทั่งหลายร้อยปี มันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เสียสติไป!
เมื่อผู้ท้าชิงด้านทดสอบอยู่ในพิธีกรรมอสูรโลกันต์ นี่ก็เป็นการ
ทดสอบเจตจำนง การทดสอบความอดทนต่อความเจ็บปวดในระดับสูง
ด้วยเช่นกัน!
หากศักยภาพของพวกเขาไม่เพียงพอ ร่างกายของพวกเขาจะระเบิด
จากการที่ไม่สามารถต้านทานพลังงานปริมาณมหาศาลได้
หากเจตจำนงของพวกเขาขาดไป พวกเขาก็จะเสียสติไปเพราะความ
เจ็บปวด!
หากวิญญาณของพวกเขาไม่แข็งแกร่งพอ ผลกระทบจากความ
เจ็บปวดอย่างต่อเนื่องจะเปลี่ยนวิญญาณให้เป็นเถ้าถ่าน
หลินหมิงและเซิ่งเหม่ยอยู่ที่จุดสูงสุดเมื่อพูดถึงสามด้านนี้ ถึงกระนั้น
ก็ตาม การทนต่อความเจ็บปวดเช่นนี้เป็นเวลานานก็ยังเป็นความท้าทายที่
ยากสำหรับพวกเขา
“เจ้าทั้งสองต้องจำเพียงคำเดียว – อดทน!”
คำพูดของจักรพรรดิอมตะทะลุผ่านสนามพลังและเข้าไปในหูของ
หลินหมิงและเซิ่งเหม่ย
“รวบรวมเจตจำนงของเจ้าและอย่าให้สูญเสียจิตสำนึกไป ลองนึก
ภาพตัวเองว่าเป็นดินแดนที่หนักแน่น ไม่ว่าเจ้าจะประสบการณ์กับความ
เจ็บปวดเช่นใด เจ้าจะต้องนิ่งเฉย! ปกป้องความคิดของเจ้าด้วยทุกสิ่ง
หากเจตจำนงของเจ้าล้มเหลว พลังของโลกที่อยู่ในร่างกายของเจ้าจะไม่
ถูกควบคุมโดยเจ้าอีกต่อไป หลังจากนั้น ไม่เพียงแต่ร่างกายของเจ้าจะไม่
ฟื้นฟูใหม่ แต่เจ้ายังจะถูกฉีกขาดเป็นชิ้นๆ หากสิ่งนั้นเกิดขึ้น เจ้าจะน่า
สังเวยโดยมิอาจเปรียบ เจ้าจะกลายเป็นวิญญาณโดดเดี่ยวที่นี่ซึ่งถูกระงับ
ไว้ในรูปแบบค่ายกลใต้เรา กลายเป็นสิ่งหล่อเลี้ยงสำหรับสุสานจอมเทพ
อสูร!
“สิ่งที่เจ้าต้องการคือ การลืมความเจ็บปวดนี้และควบคุมประสาท
แม้กระทั่งให้ความเจ็บปวดนี้เป็นความสุข เช่นนี้ เจ้าจะคงอยู่ได้เป็นหลาย
สิบปีหรือแม้กระทั่งร้อยปี!”
อดทน!
ลืมความเจ็บปวด นั่นเป็นเรื่องง่ายที่จะพูด แต่มันยากเพียงใดที่จะ
ทำ!?
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะยากลำบากเพียงใด หลินหมิงและเซิ่งเหม่ยก็
ยังคงพยายามต่อไป ด้วยระดับพลังวิญญาณที่พวกเขาครอบครอง พวก
เขาจะผลักดันขอบเขตของตนได้อย่างต่อเนื่องและพยายามที่จะ
เปลี่ยนแปลงตัวเอง
“ควบคุมประสาทของข้า ขับไล่ความเจ็บปวดและยอมรับความ
เจ็บปวดนี้ด้วยความยินดี!”
ความคิดเหล่านี้วิ่งผ่านจิตใจของหลินหมิง
เขาพยายามอย่างเต็มที่ที่จะลืมความเจ็บปวดนี้ แต่ด้วยความรู้สึกที่
ถูกจมอยู่ในน้ำมันเดือดและถูกบดภายใต้พลังงานไหลบ่าผ่านร่าง มันจะ
ลืมโดยง่ายได้อย่างไร?
หลินหมิงทนความเจ็บปวดอย่างช้าๆเป็นเวลาหนึ่งเดือน แต่ไม่ว่า
วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเขาจะทรงพลังเพียงใด เขาก็จะยังอ่อนแอลงอย่าง
ช้าๆ
ในเวลานี้ ใบหน้าของหลินหมิงซีดดั่งกระดาษ แม้ว่าเขาจะมีพลังงาน
มาก แต่เขาก็ต้องไม่ไหวติงและถูกทรมาน ดังนั้นเขาจะมีความสุขได้
อย่างไร?
“ความเจ็บปวดมาจากร่างกาย แต่จริงๆแล้วมันสะท้อนในวิญญาณ
และจิตใจ… ถ้าข้าสามารถควบคุมวิญญาณของข้าได้แล้ว ไม่ว่ามันจะ
เจ็บปวดเพียงใด มันก็จะไม่ร้ายแรงเกินไป…”
เมื่อหลินหมิงถูกผลักดันให้ถึงขีดจำกัดของสิ่งที่เขาสามารถทนได้
ความคิดนี้ก็แวบขึ้นมา
“วิญญาณของข้า เพราะมันได้รับการขัดเกลาโดยกล่องปัญญาแห่ง
พระเจ้า และหลังจากได้รับการบ่มเพาะผ่านการเจ็ดการจุติ มันก็ได้เข้าสู่
ขอบเขตของวิญญาณนิรันดร์อีกครั้ง ถ้าข้าต้องอธิบายด้วยคำพูด มันควร
จะมิอาจเปลี่ยนแปลงและคงตัว
“การมีวิญญาณที่มิอาจเปลี่ยนแปลงและคงตัว ข้าควรจะมั่นคง
เช่นเดียวกับโลกอันยิ่งใหญ่ ข้าจะมิอาจทนความเจ็บปวดเล็กน้อยของเนื้อ
หนังได้อย่างไร?”
หลินหมิงคำรามออกมาในหัวใจ ในช่วงเวลานี้ สติของเขากลายเป็น
ชัดเจนและเขารู้สึกว่าความเจ็บปวดในร่างกายลดลงอย่างมาก
ร่างกายของเขายังคงถูกฉีกขาดและพลังงานยังคงถูกเผาผลาญผ่าน
เส้นชีพจรของเขา แต่สิ่งเหล่านั้นก็ลดลงด้วยความเข้าใจใหม่นี้
หลินหมิงรู้สึกได้ว่าความเจ็บปวดที่ฉีกขาดของร่างกายทำให้เกิด
ความตื่นเต้นเล็กน้อยในการกระตุ้นวิญญาณ และความรู้สึกของเส้นชีพจร
ที่ถูกเผาผลาญก็คล้ายกับการแช่ตัวในน้ำพุร้อน แม้ว่ามันจะยังเจ็บอยู่ แต่
มันก็มิใช่จะทนไม่ได้เช่นเมื่อก่อน
เขารู้สึกราวกับว่าตนได้กลายเป็นโลกที่มั่นคงอย่างแท้จริง สามารถ
ทนต่อการรับสันดาปมาพลังของโลกได้โดยไม่ต้องเคลื่อนไหวใดๆ
ความเข้าใจเช่นนี้เพิ่งเริ่มขึ้นเท่านั้น แต่เมื่อความเข้าใจของเขาลึกซึ้ง
ขึ้นอีก พิธีกรรมอสูรโลกันต์ของหลินหมิงก็จะราบรื่นขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าเขา
จะรับพลังของโลกทั้งหมดที่รับไหว!