Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,200 วันแห่งการนัดหมาย
ภายในตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาล ในห้องโถงสีทอง ชายวัยกลางคนที่
มีรูปร่างสูงและทรงพลังกำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ที่มั่งคั่ง
บัลลังก์นี้ถูกสร้างขึ้นจากศิลานิรันดร์ ที่นั่งกว้าง 10 ฟุต และเมื่อชาย
คนนั้นนั่ง เขาดูเหมือนจะนั่งอยู่บนสรรพสิ่ง ทำให้แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะ
มองเขา
ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเฉยเมย ดูแคลนราวกับว่าไม่มีอะไร
ในโลกที่จะทำให้หัวใจหรือจิตใจของเขาหวั่นไหวได้
ผู้ชายคนนี้เป็นผู้ปกครองของชาวภูติเทพ – จักรพรรดิภูติเทพฟ้า
บันดาล
ในเวลานี้ จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลได้ถือแผ่นหยกหนึ่งไว้ในมือ
ของเขา ไร้ความสุขหรือโกรธที่ปรากฏชัดบนใบหน้า
เขาได้ตรวจสอบเนื้อหาของแผ่นหยกนี้แล้ว มันมีข้อความที่หลินหมิง
ต้องการจัดตั้งพูดคุยกับเขา
และในห้องโถงทองคำแห่งนี้ มีผู้ทรงพลังชาวภูติเทพมากมาย จากผู้
ที่สามารถยืนอยู่ที่นี่ แม้แต่คนที่มีการบ่มเพาะต่ำสุดก็อยู่ในราชันสวรรค์
กลาง
ทุกคนสามารถเห็นแผ่นหยกในมือของจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล
แต่เดิม พวกเขาคิดว่านี่เป็นข้อความที่ไร้ความหมาย แต่พวกเขาไม่เคยคิด
เลยว่าจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลจะเอามันออกมาในวันนี้
พวกเขาไม่ได้พูดอะไร เรื่องที่ชาวมนุษย์ส่งแผ่นหยกเหล่านี้มานั้นน่า
ฉงน แต่เนื่องจากจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลได้เห็นมันแล้ว จึงเป็นเรื่อง
ปกติสำหรับเขาที่จะตัดสินใจว่าเขาต้องการเข้าร่วมหรือไม่
“สามวันจากนี้ พวกเจ้าจะตามข้าไปยังดาราจักรมังกรเร้น”
จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลกล่าวอย่างเรียบง่าย ราชันสวรรค์ที่นี่
ต่างตกตะลึง ดาราจักรมังกรเร้นเป็นสถานที่นัดพบที่กำหนดไว้ในแผ่น
หยก
พวกเขาไม่เคยคิดว่าจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลจะตัดสินใจเข้าร่วม
“ฝ่าบาท ท่านตั้งใจจะไปจริงหรือ?”
จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลที่ไม่ตอบสนอง เขาเพียงแค่โบกมือและ
บอกให้ราชันสวรรค์ชาวภูติเทพมองดูกันและกันด้วยความกลัว
ดูเหมือนว่าจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลได้วางแผนไว้ว่าจะเข้าร่วม
อย่างแท้จริง แต่ถ้ามนุษย์ไม่มาในเวลานั้นเล่า?
อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครกล้าที่จะท้าทายคำสั่งของจักรพรรดิภูติเทพฟ้า
บันดาล ดังนั้นสามวันต่อมา ราชันสวรรค์ชาวภูติเทพจำนวนมากจึงออก
เดินทางจากตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาล
“ฮ่าฮ่าฮ่า ขนวิหคเหินหาว ข้ารู้ว่านางจะไปด้วยเช่นกัน”
ขุนพลสวรรค์ได้คาดเดาไว้แล้วว่าขนวิหคเหินหาวจะมาด้วย ในที่สุด
เขาก็พบนาง พวกเขาไม่ได้เห็นหน้ากันมาเป็นเวลา 2000 ปีแล้ว
ข้างๆขนวิหคเหินหาวคือชิงเหลียน ในส่วนของราชาเทพขุนพล
สวรรค์ เขาได้นำศิษย์สองคนมาด้วยคือเสียเยว่และอ้าวรื่อ
“ข้าไม่ควรพลาดงานที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้” ขนวิหคเหินหาวกล่าวอย่าง
แผ่วเบา
“ไปกันเลย”
“ดี!”
ขนวิหคเหินหาวและขุนพลสวรรค์มีความสัมพันธ์กลางๆกับ
จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล และไม่ได้วางแผนที่จะเข้าร่วมกลุ่มของเขา
เช่นนี้ ตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาล, ขนวิหคเหินหาว, ขุนพลสวรรค์,
และชาวภูติเทพอื่นๆอีกมากมายที่มีอิทธิพลต่างเริ่มมุ่งสู่ดาราจักรมังกร
เร้น
เมื่อพูดถึงสิ่งนี้ หลายขุมกำลังราชันสวรรค์มากมายไม่เต็มใจที่จะไป
ท้ายที่สุด มันก็ไม่มีใครอยากถูกคนอื่นหลอก อย่างไรก็ตาม เนื่องจากนี่
เป็นคำสั่งของจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล มันจึงไม่มีใครกล้าที่จะไม่ไป
แต่เมื่อพวกเขาเข้ามาใกล้ดาราจักรมังกรเร้น ราชันสวรรค์เหล่านี้
ทั้งหมดก็เงียบงันไปอย่างช้าๆ
เนื่องจากเมื่อพวกเขากระจายสัมผัสรับรู้ไปยังอวกาศโดยรอบของ
ดาราจักรมังกรเร้น พวกเขาค้นพบว่ามีกองเรือจิตวิญญาณขอชาวมนุษย์
ในบริเวณใกล้เคียง
“มันเป็นกองเรือของชาวมนุษย์ หลินหมิงจะมาจริงหรือ?”
“ชาวมนุษย์กำลังคิดอันใดอยู่กันแน่? พวกเขาต้องการการต่อสู้ครั้ง
สุดท้ายใช่หรือไม่?”
นักสู้ชาวภูติเทพหลายคนตกตะลึง
ดาราจักรมังกรเร้นครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่อย่างไม่น่าเชื่อ แต่โดย
อาศัยตำแหน่งของเรือจิตวิญญาณของชาวมนุษย์ พวกเขาจึงได้พบ
ตำแหน่งโดยประมาณของการเจรจา
และเมื่อทุกคนเห็นสิ่งที่อยู่ข้างหน้า พวกเขาต่างตกใจอย่างที่สุด
ในระยะไกลโพ้น พวกเขาจะเห็นดาวเคราะห์ขนาดเล็กลอยอยู่รอบๆ
ดาวเคราะห์ขนาดเล็กนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงไม่กี่ร้อยไมล์ แต่
เดิมมันเป็นไปไม่ได้ที่ชีวิตจะก่อตัวขึ้นบนดาวเคราะห์ขนาดเล็ก แต่มัน
กลับมีต้นไม้จิตวิญญาณและสมบัติของสวรรค์และปฐพีนับไม่ถ้วน
พืชจิตวิญญาณเหล่านี้เติบโตอย่างไม่หยุดหย่อนทั่วทั้งโลก และบน
นั้นก็คือที่ศาลาลอยอยู่บนท้องฟ้า
ศาลานี้เรียบง่ายมาก มันครอบคลุมพื้นที่เพียงไม่กี่ฟุตและที่นั่งอยู่ใน
นั้นเป็นชายหนุ่ม
ชายหนุ่มคนนี้มีคุณสมบัติพิเศษและไร้อารมณ์ราวกับฝุ่น เพียงแค่นั่ง
อยู่ตรงนั้น เขาก็เหมือนหอกที่ชี้มายังหัวใจของคนที่เห็นเขา!
ต่อหน้าชายคนนี้เป็นโต๊ะยาว ชายหนุ่มนั่งที่ปลายด้านหนึ่งของโต๊ะ
และมันก็เป็นไวน์หนึ่งขวดและอีกหลายแก้ว
เมื่อนักสู้ชาวภูติเทพหลายคนมาถึง ชายผู้นั้นก็โบกมือเชิญ การจ้อง
มองของเขาตรงมายังตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาล ดวงตาสดใสและเปล่ง
ประกายราวกับว่าเขาสามารถทะลุผ่านกำแพงตำหนักและรูปแบบค่ายกล
มองเห็นจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล
“หลินหมิง!”
“มันเป็นเขาจริงๆ!”
ราชันสวรรค์ชาวภูติเทพหลายคนเคยเห็นหลินหมิงมาก่อน ชายที่นั่ง
อยู่ที่นั่น โดยไม่ต้องสงสัย มันคือหลินหมิง
พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าไม่เพียงแต่หลินหมิงจะมาปรากฏตัว แต่เขา
จะนั่งอยู่ที่นั่นอย่างสงบ ราวกับว่าเขากำลังเข้าร่วมการชุมนุมกับสหาย!
“มันไม่ใช่แค่หลินหมิงเท่านั้น แต่ราชันสวรรค์ชาวมนุษย์จำนวนมาก
ก็อยู่ที่นี่เช่นกัน พวกเขาอยู่ในค่ายกลต่อสู้เต็มรูปแบบซึ่งอยู่ไม่ไกล
เกินไป!”
เรือจิตวิญญาณมนุษย์อยู่ที่นี่ ตราบใดที่พวกเขาติดตามตำแหน่งของ
เรือจิตวิญญาณ มันก็ไม่ยากที่จะพบว่ามีราชันสวรรค์ชาวมนุษย์มากกว่า
20 คนอยู่ใกล้ๆ
ราชันสวรรค์ชาวมนุษย์เหล่านี้ล้วนเป็นบุคคลในระดับสูง!
ถ้าหลินหมิงและคนอื่นๆอีกมากมายตายที่นี่ มันก็จะสามารถ
จินตนาการได้ถึงชะตากรรมของชาวมนุษย์
“เกิดอะไรขึ้น? พวกเขาไม่กลัวหรือว่าจะต้องตายที่นี่?”
“บางทีชาววิญญาณอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง!”
ความสงสัยแรากฎในใจของนักสู้ชาวภูติเทพหลายคน แต่ในเวลานี้
มันมีคนค้นพบการบ่มเพาะของหลินหมิง
แม้ว่าจะมีระยะทางที่ไกลมากแบ่งแยกพวกเขา แต่เมื่อเผชิญหน้ากับ
หลินหมิง พวกเขาก็รู้สึกราวกับว่าตนกำลังเผชิญหน้ากับอวกาศไร้สิ้นสุด
แรงกดดันทรงพลังตกลงบนพวกเขา
ยิ่งพวกเขาเข้าใกล้ ความรู้สึกนี้ก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น ราชันสวรรค์
หลายคนรู้สึกว่าลมหายใจติดขัดในลำคอ ยิ่งกว่านั้น แม้ว่าหลินหมิงจะ
เคลื่อนไหวอย่างไม่ตั้งใจ แต่การเคลื่อนไหวของเขาดูเหมือนจะมีวิถีที่
อธิบายไม่ได้อยู่ภายใน ทำให้พวกเขามิอาจแยกแยะได้
“เทพแท้จริง!”
“เขากลับทะลวงเข้าสู่เทพแท้จริงได้แล้ว!”
“เพียง 2,000 ปี สิ่งนี้เป็นไปได้อย่างไร…”
นักสู้ชาวภูติเทพหลายคนตื่นตกใจ พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าใน
ระยะเวลาอันสั้น หลินหมิงจะสามารถทะลวงเข้าสู่เทพแท้จริงได้
“เทพแท้จริง…”
เทพธิดาชิงเหลียนสูดลมหายใจเข้าลึก ความเร็วในการเติบโตของ
หลินหมิงนั้นเร็วเกินไปเร็วจนนางไม่สามารถรวบรวมความกล้าหาญที่จะ
ถือเขาไปเป็นเป้าหมาย…”
นางช่วยไม่ได้ที่จะเหลียวมองอาจารย์ของนาง ราชาเทพขนวิหคเหิน
หาวเคยต่อสู้กับหลินหมิงในอดีต และเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุดใน
การประเมินเขา
ดวงตาของราชาเทพขนวิหคเหินหาวสาดประกายแวววับ นางเองก็
ยังประหลาดใจอย่างยิ่ง “แปลกยิ่ง… ถ้าหลินหมิงสามารถทะลวงได้เร็วถึง
เพียงนี้ เขาคงต้องพบโชคบางอย่าง แต่ข้าไม่สามารถจินตนาการได้ว่าโชค
เช่นใดที่ทำให้จะมาถึงระดับนี้ได้”
“การพัฒนาของเขาเร็วเกินไป ข้าสงสัยว่ารากฐานและความ
แข็งแกร่งของเขาเป็นอย่างไร…” ราชาเทพขุนพลสวรรค์แสดงความ
คิดเห็นจากข้างๆราชาเทพขนวิหคเหินหาว เขาเลียริมฝีปาก ตั้งตารอ
กิจกรรมในวันนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
เทพแท้จริงหลินหมิงปะทะจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล!
เรือจิตวิญญาณของชาวภูติเทพหยุดลงชั่วคราวตรงหน้าดาวเคราะห์
ขนาดเล็ก นักสู้ชาวภูติเทพหลายคนเงียบงันไปอย่างสมบูรณ์ เมื่อพวกเขา
มองไปยังหลินหมิงในระยะไกล ความหวาดกลัวและยำเกรงก็เต็มอยู่ใน
ดวงตาของพวกเขา
หลินหมิงยังไม่ได้ลดมือของเขา เขายังคงโบกมือด้วยท่าทางเชื้อเชิญ
ในเวลานี้ เสียงหัวเราะสะท้อนออกมาจากตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาล
“น่าทึ่ง, ช่างน่าทึ่งโดยแท้! เจ้ากลับทะลวงเข้าสู่เทพแท้จริงแล้ว! ไม่
น่าแปลกใจที่เจ้าจะมีความกล้าหาญที่จะเผชิญหน้ากับข้า!”
เสียงนี้เฉยเมยเล็กน้อย แต่ดุจพายุฝน ดังก้องผ่านผืนจักรวาล!
ชายวัยกลางคนสวมชุดคลุมสีทองก้าวออกจากตำหนักภูติเทพฟ้า
บันดาล เพียงไม่กี่ก้าว เขาก็เยียบลงบนดาวเคราะห์ขนาดเล็กที่หลินหมิงอ
ยู่แล้ว
ชายผู้นี้คือจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล
ในเวลานี้ เขาอยู่ห่างจากหลินหมิงเพียง 100 ฟุต สำหรับผู้เชี่ยวชาญ
เทพแท้จริง ระยะนี้ไม่แตกต่างจากการเผชิญซึ่งหน้า
ดวงตาของจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลสว่างเมื่อเขามองดูหลินหมิง
สีหน้าที่มีความสุขที่ไม่สามารถเข้าใจได้ปรากฎบนใบหน้าของเขา “เจ้าคิด
ว่าจะสามารถต่อสู้กับข้าหลังจากที่เจ้าทะลวงเข้าสู่เทพแท้จริงได้แล้ว
เช่นนั้นหรือ? เพื่อให้การบ่มเพาะของเจ้าเพิ่มอย่างรวดเร็ว เจ้าน่าจะเข้าสู่
ข่ายพลังกระแสเวลาพิเศษที่สามารถเพิ่มความเสถียรของกฎได้โดยที่นักสู้
สามารถฝึกฝนได้อย่างปลอดภัย”
คำพูดของจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลทำให้นักสู้ชาวภูติเทพตก
ตะลึง
ข่ายพลังกระแสเวลาเช่นนี้หายากยิ่ง มีคนเพียงไม่กี่คนที่เคยได้ยินสิ่ง
ที่คล้ายกันนี้
การฝึกฝนในข่ายพลังกระแสเวลานั้นแตกต่างจากการฝึกฝน
ภายนอกที่ผ่านการสังหารไร้สิ้นสุด แม้ว่าทั้งสองจะพิจารณาว่าพานพบ
ผ่านโชค แต่ประสิทธิภาพในการต่อสู้ที่จะพัฒนาผ่านทั้งสองวิธีนั้นอยู่ใน
ระดับที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
นี่เป็นเช่นดอกไม้ที่ปลูกในเรือนกระจกเปรียบเทียบกับวัชพืชที่ทนต่อ
สภาพอากาศที่รุนแรงภายนอก
หากหลินหมิงใช้เวลา 2000 ปีและเข้าสู่ข่ายพลังกระแสเวลาเพื่อ
ฝึกฝน การทะลวงเข้าสู่เทพแท้จริงก็จะไม่แปลก
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ราชันสวรรค์ชาวภูติเทพหลายคนรู้สึกผ่อนคลาย
มากขึ้น
ในข่ายพลังกระแสเวลาพิเศษประเภทต่างๆ การไหลของเวลาจะไม่
มากเกินไป 2,000 ปีจะอยู่ที่ประมาณ 10,000-20,000 ปี
เมื่อพิจารณาถึงสิ่งนี้ ความก้าวหน้าของหลินหมิงก็สมเหตุสมผล
ท้ายที่สุด ศักยภาพและรากฐานของเขาก็จะปรากฏเด่นชัดต่อทุกคน
แต่การที่จะกลายเป็นเทพแท้จริงในข่ายพลังกระแสเวลา โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งเมื่อก้าวกระโดดผ่านหลายขอบเขตเล็กๆของราชันสวรรค์ มันเป็น
สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่กฎและความแข็งแกร่งจะได้รับอิทธิพล!