Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,215 ผีเสื้อกลางคืนที่บินเข้าสู่กองไฟ
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 2,215 ผีเสื้อกลางคืนที่บินเข้าสู่กองไฟ
เคลื่อนย้ายผ่านมิตินั้นครั้งแล้วครั้งเล่า ตราประทับเทพแท้จริงของ
จักรพรรดิวิญญาณก็ไม่แตกต่างจากเคียวเก็บเกี่ยวชีวิต ด้วยความ
แข็งแกร่งของหลินหมิง ถ้าเขาได้รับเวลาเพียงพอ เขาก็จะสามารถลบมัน
ได้ แต่ตอนนี้ จักรพรรดิวิญญาณจะไม่ให้เวลาเขา
หลินหมิงไม่รู้ว่าเขาใช้เวลานานเพียงใดในการหนีไปเรื่อยๆ จากขอบ
ของจักรวาลรกร้าง เขามุ่งไปยังใจกลาง
ในเวลานี้ เช่นเดียวกับที่หลินหมิงได้เคลื่อนย้ายผ่านมิติระยะไกลและ
ออกจากช่องทางอวกาศ เขาเห็นได้ว่าไม่ไกลเกินกว่าจะมีดาวเคราะห์ดวง
หนึ่ง โลกนี้เต็มไปด้วยชีวิตและทิวทัศน์ที่งดงาม มีบางคนที่ใช้ชีวิตแบบ
เกษตรกรรมที่เรียบง่ายและมีนักสู้ที่รวมตัวกันเป็นนิกายเล็กๆ นี่เป็นดาว
เคราะห์ปุถุชนทั่วไปในจักรวาลรกร้าง
เมื่อ 2,000 ปีก่อน ปุถุชนของชาวมนุษย์ได้เริ่มแพร่กระจายและ
พัฒนาไปทั่วจักรวาลรกร้าง หลังจากจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลออกจาก
การปิดด่าน แต่เพราะไม่มี ราชันสวรรค์ชาวภูติเทพจำนวนมากถอนตัว
จากสงคราม ชาวภูติเทพจึงไม่มีความสามารถในการเข่นฆ่าและปิดรอบ
เช่นที่เคยทำในอดีตอีกต่อไป ด้วยเหตุนี้ คนทั่วไปของชาวมนุษย์จึงไม่ได้
รับผลกระทบมากนัก
เช่นเดียวกับหลินหมิงที่เห็นดาวเคราะห์ของชาวมนุษย์นี้และก่อนที่
เขาจะผ่านห้วงมิติอีกครั้ง เขาจะเห็นว่าในท้องฟ้าเบื้องบน มือยักษ์ตกลง
มาบนดาวเคราะห์นั้น
หัวใจเต้นของหลินหมิงเกือบจะหยุดลง โดยไม่ต้องสงสัย ดาวเคราะห์
ระเบิดออกเป็นเเพียงเศษหินในอวกาศ พายุพลังงานขนาดใหญ่ก่อตัว ทำ
ให้ชีวิตนับไม่ถ้วนบนโลกกลายเป็นเพียงฝุ่นอวกาศ!
นี่คือมือของจักรพรรดิวิญญาณ!
จิตใจของหลินหมิงเต็มไปด้วยความเกลียดชังอย่างมาก ทั้งอย่างนั้น
ทุกชีวิตบนโลกทั้งใบตายไป ไม่มีอะไรแตกต่างจากการที่ใครบางคน
เหยียบฝูงมด
และในปัจจุบัน เขาไม่มีความสามารถในการเอาชนะจักรพรรดิ
วิญญาณ เขาทำได้แค่กัดฟันและหนีต่อไป
แต่ในเวลานี้ จากดาวเคราะห์ที่ถูกบดขยี้ วิญญาณที่ทุกข์ทรมานก็
ลอยออกไป จากพลังการเรียกหาของจักรพรรดิวิญญาณ วิญญาณเหล่านี้
มิได้ถูกทำลายในพายุพลังงาน แต่มันเริ่มรวมตัวกันอย่างรวดเร็วในระยะ
หลายหมื่นไมล์
ทุกอย่างในวิสัยทัศน์ของหลินหมิงถูกท่วมท้นด้วยสีเทาเข้มที่ทำให้
ยากจะหายใจ พลังงานแห่งความตายเพิ่มขึ้น ผสานเข้ากับห้วงมิติ
ช่องทางอวกาศที่หลินหมิงเริ่มฉีกเปิดดูเหมือนจะติดอยู่ในบึงและเขาก็ไม่
สามารถเปิดมันได้อีกต่อไป
หัวใจของหลินหมิงสะท้าน จักรพรรดิวิญญาณได้หลอมรวมพลังแห่ง
ความตายนี้เข้ากับมิติของจักรวาล โดยการเปลี่ยนธรรมชาติของมิติเพื่อ
ที่ว่ามันจะเป็นไปไม่ได้ในการเคลื่อย้ายผ่านมิติระยะไกลในบริเวณนี้!
หากเขาต้องการที่จะทำการไปต่อในผืนอวกาศนี้ เขาจะต้องฝ่าเขต
แดนนี้ออกไป!
หลินหมิงไม่ได้คิดเลย เขาไม่พยายามที่จะเคลื่อนย้ายผ่านมิติอีก
ต่อไป ค่อยๆกัดลงบนปลายลิ้น ปะทุความแข็งแกร่งและความเร็วถึงขีด
สุด พยายามออกจากเขตแดนนี้ แต่ในเวลานี้ แรงกดดันที่ท่วมท้นของ
จักรพรรดิวิญญาณได้ตกลงเหนือหลินหมิง
“เจ้ามิหนีพ้นได้”
ฝ่ามือของจักรพรรดิวิญญาณตบลงมา กระแทกหลินหมิงในขณะที่
เขาพยายามหนี คลื่นกระแทกกวาดถล่มทลายจากเบื้องหลังหลินหมิง
หลินหมิงติดอยู่ในคลื่นนี้ เฉกเช่นนกถูกยิงร่วงด้วยธนู!
ความเร็วเดิมและแรงผลักดันของเขานั้นได้กระจัดกระจายไปโดย
จักรพรรดิวิญญาณ ด้วยพลังแห่งความตายที่รวมตัวสู่หลินหมิง มันทำให้
เขารู้สึกเหมือนตกอยู่ในโคลนตม!
จักรพรรดิวิญญาณแทงนิ้วออกไป นิ้วนี้มิได้ตกลงบนหลินหมิง แต่ชี้
ไปยังบางแห่งในความว่างเปล่า ความว่างเปล่าเริ่มบิดเบี้ยวและภายใต้
พลังของจักรพรรดิวิญญาณ ประตูมิติก็เปิดออก
ฮืออ! ฮืออ! ฮืออ! ฮืออ!
เสียงร้องเศร้าโศกสะท้อนจากประตูมิติ รัคชาซัสสีดำ 4 ตนเดิน
ออกไป
รัคชาซัสทั้งสี่นี้ถูกสร้างขึ้นจากวิญญาณหลงเหลือ; ร่างกายของ
พวกัมนเอ่อล้นไปด้วยออร่าโบราณแห่งราชา
ออร่าประเภทนี้ไม่ใช่สิ่งที่หุ่นเชิดวิญญาณตามปกติสามารถมีได้ แต่
เป็นออร่าที่มีเพียงผู้ทรงพลังสูงสุดเท่านั้นที่จะพึงมี ผู้ปกครองที่แท้จริง
ของโลก
นี่หมายความว่ารัคชาซัสทั้งสี่นี้ไม่ได้สร้างขึ้นมาจากวิญญาณ
หลงเหลือธรรมดา แต่มาจากราชาเทพโบราณที่ปรากฎใน 33 สวรรค์เมื่อ
หลายพันล้านปีก่อน
หลังจากที่พวกเขาตายไป วิญญาณของพวกเขาได้รับการกลั่นโดย
จักรพรรดิวิญญาณและพวกเขากลายเป็นหุ่นเชิดของเขา
“ร่างกายของเจ้าน่าเกรงขามยิ่ง เจ้าทำทุกอย่างในอำนาจของตน
แล้วและสามารถต้านทานการโจมตีของข้าได้หลายครั้ง อย่างไรก็ตาม…
ข้ามิอาจรอได้อีกต่อไป
“จงระเบิด!”
การจ้องมองของจักรพรรดิวิญญาณนั้นไม่แยแส เขาสะบัดนิ้วและรัค
ชาซัสพุ่งเข้าหาหลินหมิง
ในเวลาเดียวกัน จักรพรรดิวิญญาณก็พุ่งฝ่ามือไปยังหลินหมิงด้วย มือ
สีดำปรากฎ ใหญ่มากจนสามารถกุมดาวเคราะห์ได้ มือนี้แผ่พลังงานแห่ง
ความตายไร้สิ้นสุดขณะที่มันตกลงมายังหลินหมิง!
สำหรับรัคชาซัสทั้งสี่ พวกมันโคจรพลังงานของไปสู่ขีดสุด ดวงตา
ของพวกมันเปลี่ยนเป็นแดงก่ำและรอยแตกเริ่มที่จะปรากฎผ่านร่างกาย
จากการซึมผ่านของพลังงานที่น่ากลัวในตัวพวกมัน
เมื่อนึกถึงคำว่า ‘ระเบิด’ ที่จักรพรรดิวิญญาณเพิ่งพูดไป หลินหมิงก็
เข้าใจว่ารัคชาซัสทั้งสี่นี้ต้องการที่จะเร่งรีบเข้ามาและระเบิดใส่เขา!
จักรพรรดิวิญญาณไม่ได้วางแผนที่จะใช้รัคชาซัสเพื่อเบี่ยงเบนความ
สนใจของเขา แต่จะระเบิดเขาทิ้งแทน!
เดิมทีหลินหมิงสามารถพึ่งพาความสามารถในการต่อสู้หลากหลาย
ในขณะที่เขาหนีได้ ซึ่งจะทำให้จักรพรรดิวิญญาณช้าลงที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่ถ้าจักรพรรดิวิญญาณต้องทิ้งหุ่นเชิดรัคชาซัสทั้งสี่ตัวนี้และระเบิดพวก
มันและตัวเองก็โจมตีในเวลาเดียวกัน มันคงเป็นไปไม่ได้ที่หลินหมิงจะ
ต่อต้านการโจมตีครั้งนี้!
และสำหรับจักรพรรดิวิญญาณ หุ่นเชิดรัคชาซัสทั้งสี่ที่สร้างขึ้นมาจาก
ราชาเทพโบราณนั้นไม่ได้มีความหมายอันใดเลย
การโจมตีของจักรพรรดิวิญญาณได้ปิดกั้นทุกทิศทางที่หลินหมิง
สามารถหลบเลี่ยงได้ มือสีดำบดขยี้มาและสี่รัคชาซัสปิดกั้นทุกทิศทาง
แล้ว! ด้วยเหตุนี้ หลินหมิงจึงตกอยู่ในวิกฤตแห่งชีวิตความตาย!
ในช่วงเวลาที่สำคัญนี้ หลินหมิงทุบหมัดเข้าที่หน้าอก เขาพ่นปราณ
โลหิตและเผาผลาญมันโดยไม่ลังเล!
มีลูกแก้วสีดำปรากฎต่อหน้าเขา มันดูดซับปราณโลหิตที่เผาไหม้
ทั้งหมดและเปล่งประกายสีแดงเจิดจ้า!
หลินหมิงใช้ลูกแก้วจิตวิญญาณและยอมให้มันดื่มปราณโลหิตของ
เขา!
หลินหมิงเปิดประตูแห่งชีวิต และแม้ว่าเขาจะเผาผลาญปราณโลหิต
แต่เขาก็ยังสามารถฟื้นฟูมันได้ แต่ในความเป็นจริง มันมีขีดจำกัดในการ
เผาผลาญปราณโลหิตของเขา หากเขาเผาผลาญปราณโลหิตมากกว่า
30%, เช่นนั้นแล้วเขาก็จะอ่อนแอลงเป็นเวลาหลายวัน ถ้าเขาเผาผลาญ
ปราณโลหิตมากกว่า 50% มันก็จะสร้างความเสียหายถาวรให้กับร่างกาย
ของเขา ถ้าเขาต้องเผาผลาญปราณโลหิตกว่า 70-80%, นั่นอาจเป็น
บาดแผลฉกรรจ์!
แต่ตอนนี้ หลินหมิงไม่สนใจสิ่งเหล่านี้อีกต่อไป เผชิญหน้ากับการ
โจมตีของจักรพรรดิวิญญาณ ถ้าเขาไม่ได้เผาผลาญปราณโลหิตของตนเอง
เขาจะตายอย่างไม่ต้องสงสัย!
หลินหมิงโจมตี เก้าดวงดาราแห่งวิหารเต๋าปรากฏอยู่ด้านหลังเขา
และพลังของร่างจำแลงอสูรถูกหลอมรวมเข้ากับร่างจริง
เกล็ดห่อหุ้มร่างกายของหลินหมิงและกระดูกแหลมคมเจาะออกมา
จากข้อศอกของเขา หลินหมิงคำรามลั่น และเมื่อรวมกับลูกแก้วจิต
วิญญาณ เขาก็พุ่งไปข้างหน้าสู่มือสีดำของจักรพรรดิวิญญาณ!
หลินหมิงรู้ว่าแม้พลังผสานของรัคชาซัสทั้งสี่ระเบิดตัวเองก็ยังไม่
สามารถเปรียบเทียบได้กับพลังฝ่ามือของจักรพรรดิวิญญาณ หากเขาถูก
ฟาดด้วยฝ่ามือนี้ เขาจะสลายเป็นฝุ่นและเถ้าถ่านทันที!
บึ้มมมม!
ด้วยการระเบิดกระหึ่ม มือสีดำถูกแทงผ่านอย่างรุนแรงโดยหลินหมิง
แต่ร่างกายที่ฟื้นฟูใหม่เมื่อไม่นานมานี้ของหลินหมิงก็เสียหายอีกครั้ง เส้น
ชีพจรของเขาฉีกขาดและข้อต่อแตก ในขณะที่เขาถือหอก แขนของเขา
บิดในมุมแปลกๆ และกระดูกแทงออกมาจากเนื้อหนังและโลหิตของเขา
นี่เป็นการต่อสู้ที่มีความแตกต่างอย่างมาก เผชิญหน้ากับจักรพรรดิ
วิญญาณ แม้ว่าเขาจะเป็นเพียงร่างจำแลง แต่หลินหมิงก็ยังไม่สามารถ
ต้านทานเขาได้
หลินหมิงถูกส่งกระเด็นถอยหลัง และในเวลานี้ สี่รัคชาซัสเข้าหา
หลินหมิงแล้ว!
ความคิดของหลินหมิงมืดมน เขาอาจรู้สึกสิ้นหวังมากขึ้น!
หากหลินหมิงอยู่ในสถานะสูงสุดของเขาและกระตุ้นพลังแห่งเทพเจ้า
และอสูรถึงขีดสุดเพื่อป้องกัน เช่นนั้นเขาก็จะสามารถต้านทานรัคชาซัส ที่
ระเบิดตัวเองทั้งสี่นี้ได้
แต่ตอนนี้ พลังหมดลง อวัยวะฉีกแตกและได้รับบาดเจ็บไปทั่วร่าง
เขาแทบจะไม่สามารถถ่ายเทพลังงานลงในเส้นชีพจรที่พังทลายและโครง
กระดูกที่แตก เขาไม่สามารถรวบรวมพลังของร่างกายได้ เขาเกือบจะไม่มี
ที่พึ่งและในสภาพนี้ เขาทำได้เพียงจ้องมองอย่างไร้ประโยชน์ขณะที่รัคชา
ซัสทั้งสี่กำลังจะระเบิดตัวเองที่เขา!
นี่เป็นการโจมตีที่เขามิอาจทนได้อย่างแน่นอน!
โดยไม่มีการชะงักแม้แต่ชั่วครู่ รัคชาซัสทั้งสี่โคจรพลังงานของตนถึง
ขีดสุดและจากนั้นระเบิดพร้อมกัน!
บึ้มมมม!
ประดุจ 4 ดวงอาทิตย์ระเบิด แสงศักดิ์สิทธิ์กลืนกินทุกสิ่ง ในพายุ
พลังงานที่รุนแรง ร่างของหลินหมิงก็กระพริบแสงอยู่ในโล่พลังงานสีขาวที่
ห่อหุ้มร่างกายของเขา
ความรู้สึกอบอุ่นปกคลุม พลังงานในร่างกายที่เกือบพังทลายดู
เหมือนจะเร่งการรักษาขึ้น
แต่สถานการณ์ดังกล่าวทำให้จิตใจของหลินหมิงตึงเครียด
ใครกัน!?
แม้ว่ารัคชาซัสทั้งสี่ที่ระเบิดตัวเองจะด้อยกว่าการโจมตีของจักรพรรดิ
วิญญาณ แต่ถ้าหากมองไปทั่วทั้ง 33 สวรรค์ ใครจะสามารถทนรับการ
โจมตีนี้ได้?
แสงจางหายไป ร่างสีขาวโฉบมาตรงหน้าหลินหมิง ปกป้องเขา นาง
เป็นคนที่สร้างเกราะป้องกันพลังงานขึ้นเมื่อครู่
นางคือนิมิตฝันเทวะ!
ในเวลานี้ อกของนิมิตฝันเทวะนั้นได้ถูกย้อมด้วยโลหิตแล้ว เกราะ
ยืดหยุ่นที่สร้างจากพลังงานของนางนั้นถูกฉีกขาด แขนของนางที่ได้
สนับสนุนเกราะป้องกันปวกเปียกลงขณะที่กระดูกในพวกมันแตกเป็น
ชิ้นๆแล้ว
ไม่เพียงแค่นั้น แต่ยังมีโลหิตไหลออกมาจากดวงตา จมูกและหูของ
นาง ดวงตาสว่างไสวของนางในตอนแรกจางลงและสูญเสียความแวววาว
นิมิตฝันเทวะเป็นชาวมนุษย์คนแรกที่ทะลวงเข้าสู่เทพแท้จริง เมื่อ
หลินหมิงกลับมา นางใช้เวลาในการปิดด่านเป็นเวลา 2000 ปีเพื่อทะลวง
เข้าสู่เทพแท้จริงกลาง นอกจากหลินหมิง นางก็ยังเป็นขุมพลังที่ยิ่งใหญ่
ที่สุดของชาวมนุษย์
และในวันนี้ มันเป็นการต่อสู้ครั้งแรกของนางนับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่เทพ
แท้จริงกลาง
หรือบางทีคงมิอาจเรียกได้ว่าเป็นการต่อสู้ด้วยซ้ำ แต่ตัวผีเสื้อ
กลางคืนที่บินเข้ากองไฟ…