Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,218 โลกแห่งจักรพรรดิวิญญาณ
สิ่งที่จักรพรรดิวิญญาณบ่มเพาะคือการหลอมรวมโลกแห่งสุสานจอม
เทพอสูรเข้ามาในตัวเอง ทำให้มันกลายเป็นพลังของเขาเอง ในที่สุด
ร่างกายของเขาจะกลายเป็นหนึ่งเดียวกับโลก และถ้าโลกไม่สามารถถูก
ทำลายได้ เขาก็จะเป็นอมตะเช่นกัน!
ตอนนี้ จักรพรรดิวิญญาณได้เบิกเนตรระหว่างคิ้วของเขา และผืนฟ้า
ไร้สิ้นสุดภายในดวงตานั้นก็คือโลกแห่งสุสานจอมเทพอสูร!
นั่นหมายความว่าจักรพรรดิวิญญาณได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่
ในการต่อสู้ครั้งนี้ ทักษะนี้ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จักรพรรดิวิญญาณยังไม่
สามารถควบคุมได้อย่างเต็มที่ เพราะเขายังไม่ได้บรรลุการปิดด่านอย่าง
สมบูรณ์ ท้ายที่สุดเ ขายังไม่ได้ควบคุมสุสานจอมเทพอสูรโดยสมบูรณ์
“ระวัง ตาแก่นั่นพร้อมที่จะทุ่มสุดตัวแล้ว!”
“หลินหมิง กินโอสถนี้!”
โม่และเช่อพูดเกือบจะพร้อมกัน ทันใดนั้น โอสถกลมก็ปรากฏขึ้นใน
มือของหลินหมิง
หลินหมิงมองลงมา โอสถนี้เป็นสีเขียวเข้มและไม่ทราบว่ามันถูกกลั่น
มาอย่างไร มันดูค่อนข้างนุ่ม แต่มันก็แข็งดั่งหยก พื้นผิวของมันถูกปกคลุม
ไปด้วยร่องรอยวงกลม ทำให้ดูพิเศษ
แม้ว่าเขาจะสงสัย แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะพูด เขากลืนโอสถทันที
และรู้สึกว่ามันละลายภายในตัวเขา กลายเป็นพลังอันอบอุ่นที่ทำให้
ร่างกายของเขาสดชื่น
หลินหมิงเผาผลาญปราณโลหิตของตัวเองจนทำให้เกิดความเสียหาย
ถาวรต่อร่างกายของเขา อย่างไรก็ตาม หลังจากกลืนกินโอสถนี้ หลินหมิง
ก็รู้สึกได้ว่าโลหิตชีวิตของเขาพลุ่งพล่านทั่วร่างกายอีกครั้ง แม้ว่ามันจะ
เป็นไปไม่ได้เลยที่จะรักษาผลข้างเคียงที่เกิดจากการผลาญพลังชีวิตมาก
เกินไป แต่มันจะเพิ่มความแข็งแกร่งในการต่อสู้และยืดระยะเวลาให้
ยาวนานขึ้น
โออสถชนิดนี้สามารถแสดงผลทันทีหลังจากกลืนกิน และไม่
จำเป็นต้องเข้าฌานเพื่อย่อย ยิ่งไปกว่านั้น มันสามารถช่วยคนที่มีความ
แข็งแกร่งถึงเทพแท้จริงสูงสุด จึงสามารถจินตนาการได้ว่ามันมีค่าเพียงใด
“เจ้าพักผ่อนก่อน เช่อ มาโจมตีร่วมกัน!”
เช่อและโม่มองซึ่งกันและกัน ทั้งคู่อาศัยอยู่มาเป็นเวลานานและได้
สร้างความเข้าใจกันโดยปริยาย หากพวกเขาเข้าร่วมมือกัน พลังในต่อสู้
ของพวกเขาจะเพิ่มขึ้นอีกระดับ
ทั้งสองยืนอยู่ในความว่างเปล่าและแผนภาพค่ายกลสีทองปรากฏใต้
ฝ่าเท้า โม่และเช่ออยู่ในสองดวงตาของแผนภาพค่ายกลนี้ แผนภาพค่าย
กลนี้เป็นแผ่นค่ายกลของเช่อ ในขณะเดียวกัน เตาหลอมยักษ์ก็ลอยอยู่
เหนือหัวของพวกเขา หมุนและเปล่งแสงอย่างต่อเนื่อง
โฮก!
ด้วยเสียงคำราม สองร่างเงาอาชูร่าคนปรากฏขึ้นด้านหลังของทั้งเช่อ
และโม่
อาชูร่าเหล่านี้เอ่อล้นไปด้วยจิตสังหารและค่อยๆหลอมรวมกับร่าง
ของเช่อและโม่
ร่างเงาอาชูร่าถูกดูดเข้าไปในร่างของพวกเขา!
เมื่อเห็นเช่นนี้ หลินหมิงก็ตกใจ เห็นได้ชัดว่าเช่อและโม่บ่มเพาะเต๋า
สวรรค์อาชูร่า แต่วิธีการต่อสู้ของพวกเขาต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงจากตัว
เขาเอง
หลังจากที่พวกเขาทั้งสองแสดงทักษะเร้นลับ พลังต่อสู้ของพวกเขา
เพิ่มขึ้นถึงจุดสูงสุดใหม่! ด้วยสิ่งนี้ รูปลักษณ์ที่ชราและเสื่อมโทรมของพวก
เขาเริ่มเปลี่ยนไป ร่างกายขยายขึ้นและสีหน้าเด็ดเดี่ยว ริ้วรอยของพวก
เขาหายไปและเส้นผมเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท พวกเขามีชีวิตชีวา ฟื้นฟู
ภาพลักษณ์ของชายหนุ่ม
กล้ามเนื้อของพวกเขาโตขึ้นและโลหิตชีวิตพลุ่งพล่านในร่างกาย
พวกเขากำเนิดใหม่!
ไม่มีใครในพวกเขาจำได้ว่าเมื่อใดที่ใช้ที่ใช้ทักษะเร้นลับนี้ไปครั้งล่าสุด
มีขีดจำกัดมากมายเกินไป และสำหรับพวกเขา มันจะผลาญพลังงาน
จำนวนมหาศาล และแม้แต่ทำให้อายุขัยของพวกเขาลดลง อย่างไรก็ตาม
เมื่อเผชิญหน้ากับจักรพรรดิวิญญาณ พวกเขาไม่กังวลเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้
อีกต่อไป
“โจมตี!”
โม่และเช่อตะโกนออกมาพร้อมกัน แผ่นค่ายกลสีทองและเตาหลอม
ห้วงดาราจักรหมุนวนขึ้นไปด้านบนและตกลงมาสู่จักรพรรดิวิญญาณ
เช่อและโม่ทุ่มพลังทั้งหมด เมื่อเห็นเช่นนี้ จักรพรรดิวิญญาณก็
หัวเราะเบาๆ จากระหว่างคิ้วของเขา ความว่างเปล่าภายในดวงตาที่สาม
ขยายตัวอย่างรวดเร็ว โลกแห่งสุสานจอมเทพอสูรกลายเป็นคลื่นที่
มองเห็นที่ได้พุ่งออกมาและกลืนกินทุกสิ่ง!
ชั่วครู่หนึ่ง จักรพรรดิวิญญาณดูเหมือนจะยืนอยู่ในมิติเวลาแยก
สำหรับโม่และเช่อ การโจมตีทั้งหมดของพวกเขาถูกดูดเข้าไปในมิติเวลา
แยกนี้
บึ้มมมม! บึ้มมมม!
พลังงานระเบิด การระเบิดนี้มีพลังงานเพียงพอที่จะเปรียบเทียบกับ
มหานวดารา พายุพลังงานกวาดออกมา อย่างไรก็ตาม มิติเวลาแยกนั้น
ยังคงมีความเสถียรจนถึงระดับที่ไม่น่าเชื่อ ทุกสิ่งทุกอย่างถูกบดขยี้จาก
พายุพลังงาน แต่มิติเวลาส่วนนั้นไม่เสียหาย
เช่นนี้ การโจมตีทุ่มสุดตัวของโม่และเช่อก็หายไปอย่างลึกลับ สิ่งที่
เหลืออยู่คือแผ่นค่ายกลทองคำและเตาหลอมขนาดยักษ์ที่ค่อยๆลอยกลับ
เข้ามาในมือของพวกเขา อย่างไรก็ตาม แผ่นค่ายกลและเตาหลอมได้
สูญเสียพลงัจิตวิญญาณไปอย่างมากเมื่อครู่
เมื่อทั้งสองเห็นอาวุธของตนเองกลับมา ร่างกายของพวกเขาจะแข็ง
ค้าง ตั้งแต่เริ่มต้น ศัตรูของพวกเขาที่เป็นจักรพรรดิวิญญาณได้ยืนอยู่ไม่
ไกล แม้กระทั่งก้าวไปข้างหน้าเพียงก้าวเดียวก็ถึง
“มันเป็นไปได้อย่างไร!?”
โม่และเช่อประหลาดใจ การโจมตีผสานของพวกเขาเพียงพอที่จะฆ่า
เทพแท้จริงส่วนใหญ่ได้ในทันที่ แม้ว่ามันจะเป็นไปไม่ได้ที่จะฆ่าจักรพรรดิ
วิญญาณ แต่การโจมตีของพวกเขายังไม่ควรอ่อนแอและน่าสมเพชจนไม่
สามารถแตะต้องเสื้อคลุมของเขาได้!
“เขาเบี่ยงการโจมตีของผู้อาวุโสไป!”
ทันใดนั้น หลินหมิงกล่าวออกมา สีหน้าของเขาเคร่งขรึม เขารู้อย่าง
ชัดเจนถึงเคล็ดบ่มเพาะที่จักรพรรดิวิญญาณฝึกฝนและคือทักษะนั้นใน
เมื่อครู่
ปัญหาอยู่ในดวงตาที่สามซึ่งปรากฏระหว่างคิ้วของจักรพรรดิ
วิญญาณ เมื่อครู่ก่อน มิติของสุสานจอมเทพอสูรได้ขยายออกไปจนไร้
สิ้นสุดจากระหว่างคิ้วของเขาและกลืนการโจมตีของโม่และเช่อ
“เบี่ยงเบน…”
หลังจากฟังคำพูดของหลินหมิงแล้ว โม่และเช่อก็ค่อยๆตระหนักถึง
ความเป็นไปได้ และความเป็นไปได้นี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสีหน้า
“สิ่งที่ทนต่อการโจมตีของท่านไม่ได้เป็นจักรพรรดิวิญญาณ แต่เป็น
โลกแห่งสุสานจอมเทพอสูร!”
หลินหมิงกล่าว คำพูดของเขายืนยันการคาดเดาของโม่และเช่อ เมื่อ
พวกเขารู้สิ่งนี้ หัวใจของพวกเขาก็ทรุดและเกิดความสิ้นหวัง
เพื่อใช้โลกเพื่อต้านทานการโจมตีของพวกเขา?
พวกเขาสามารถสร้างการบาดเจ็บต่อร่างจักรพรรดิวิญญาณได้ แต่
จะทำลายโลกก่อนได้อย่างไร?
แม้ว่าจะกล่าวกันว่าเทพแท้จริงมีความสามารถในการทำลายโลก แต่
มันก็เป็นจริงสำหรับโลกระดับต่ำ เมื่อมันมาถึงโลกอย่าง 33 สวรรค์หรือ
อเวจีทมิฬ จักรวาลที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้เป็นโลกที่เทพแท้จริงนั้นไม่มี
ความสามารถในการทำลาย
และสุสานจอมเทพอสูรนั้นเทียบเท่ากับมหาจักรวาลที่บีบอัดอยู่ มัน
สามารถทนต่อมหาการทำลายล้างของยุคจักรวาลก่อนหน้านี้ได้!
พลังของบุคคลจะทำลายโลกเช่นนี้ได้อย่างไร?
หากจักรพรรดิวิญญาณสามารถเบี่ยงการโจมตีของพวกเขาสู่โลกแห่ง
สุสานจอมเทพอสูรได้อย่างอิสระ พวกเขาจะต่อสู้กับเขาต่อไปได้อย่างไร?
ศัตรูยืนอยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัยอย่างสิ้นเชิง!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามิติของสุสานจอมเทพอสูรเป็นการป้องกันที่
สมบูรณ์แบบที่สุดและยากจะทำลายได้มากที่สุด!
“การใช้มันขีดจำกัดหรือไม่?” โม่ถาม ไม่เต็มใจยอมรับความพ่ายแพ้
เช่นนี้
ยิ่งมีทักษะทรงพลังมากเพียงใด มันก็จะยิ่งมีขีดจำกัดมากเท่านั้น นี่
เป็นเรื่องจริงสำหรับความสามารถใดๆ แต่นี่อาจไม่เป็นความจริงสำหรับ
จักรพรรดิวิญญาณ เพราะสุสานจอมเทพอสูรเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย
ของเขา และสิ่งที่เขาทำเมื่อครู่เท่ากับการใช้ส่วนหนึ่งของร่างกายเพื่อ
ต่อต้านการโจมตี
หลินหมิงพูดผ่านกระแสเสียง “ผู้อาวุโส จักรพรรดิวิญญาณหลอม
รวมกับโลกแห่งสุสานจอมเทพอสูรแล้ว การใช้พลังนั้นไม่ควรมีขีดจำกัด
ในสิ่งที่มันสามารถเบี่ยงเบนได้ แต่บางทีอาจมีขีดจำกัดของระยะเวลาที่จะ
คงสภาพมันไว้
หลินหมิงสันนิษฐาน พื้นฐานของการคาดคะเนนี้คือ จักรพรรดิ
วิญญาณยังไม่เสร็จสิ้นการปิดด่าน และยังไม่ได้หลอมรวมกับสุสานจอม
เทพอสูรอย่างสมบูรณ์ ยิ่งกว่านั้นเมื่อเขาต่อสู้กับเขา จักรพรรดิวิญญาณ
ไม่ได้ใช้ทักษะนี้และเขาก็สามารถสร้างแผลให้กับจักรพรรดิวิญญาณได้
เพราะมัน
สิ่งนี้ไม่ควรเป็นเพราะจักรพรรดิวิญญาณประเมินเขาต่ำเกินไป แต่
เนื่องจากมีขีดจำกัดบางประการ จักรพรรดิวิญญาณไม่เต็มใจที่จะใช้มิติ
ของสุสานจอมเทพอสูรตั้งแต่เริ่มต้น ดังนั้นหลินหมิงเชื่อว่าจะต้องมีราคา
ที่เกี่ยวข้องเพื่อคงสภาพมิตินี้ไว้
“ตราบใดที่มีขีดจำกัด เราก็จะต้องรอจนกว่าจะถึงที่สุด” เช่อพูด กัด
ฟันของเขา เขายังมีไพ่บางส่วนที่ซ่อนอยู่ในมือ
หลินหมิงกล่าว “ข้าจำได้ว่าในสุสานจอมเทพอสูร ผู้อาวุโสอมตะ
ชี้แนะให้ข้าว่าอย่าต่อสู้กับจักรพรรดิวิญญาณในสุสานจอมเทพอสูร เว้น
แต่ข้าจะครอบครองความสามารถในการฉีกโลกของสุสานจอมเทพอสูร
เราย่อมไม่มีความสามารถนี้โดยธรรมชาติ และตอนนี้ จักรพรรดิวิญญาณ
ใช้มิติของสุสานจอมเทพอสูรเพื่อดูดซับการโจมตีของท่าน และข้าไม่รู้ว่า
เขาสามารถดูดเราเข้าสู่มิติของสุสานจอมเทพอสูรได้หรือไม่…
คำพูดของหลินหมิงเป็นดั่งพายุเย็นยะเยือกที่ลอยขึ้นมาจากเก้าขุม
นรก ทำให้เกิดความเย็นยะเยือกที่จะคืบคลานไปบนแผ่นหลังของโม่
และเช่อ
ดูดทุกคนเข้าไปในมิติของสุสานจอมเทพอสูร?
นี่เป็นดั่งเต่าในโถ่ ใครก็ตามที่ถูกดูดเข้าไปจะต้องตายอย่างแน่นอน!
พวกเขาควรจะทำอย่างไรดี?
โม่และเช่อหน้าซีด และสิ่งที่พวกเขาเผชิญคือร่างจำแลงของ
จักรพรรดิวิญญาณ
หากสิ่งนี้เป็นร่างสมบูรณ์ของจักรพรรดิวิญญาณแล้ว เขาก็จะมีระดับ
การควบคุมที่มากยิ่งขึ้นในโลกของสุสานจอมเทพอสูร ถ้าเป็นเช่นนั้น เขา
จะน่าสะพรึงกลัวเพียงใด?
“สร้างค่ายกล!”
โม่กล่าว สีหน้าขึงขัง เขาไม่รู้ว่าดวงตานั่นจะดูดตาพวกเขาได้หรือไม่
แต่ถ้าเขาใช้ความสามารถเช่นนั้น ผลที่ตามมาก็คงมิอาจคาดคิด!
“เจ้าคิดว่าสิ่งนี้จะหยุดข้าได้เช่นนั้นหรือ? เช่นนั้น มันควรจะเป็น
คราวของข้าที่จะโจมตี”
ในขณะที่จักรพรรดิวิญญาณพูด พลังของเขาก็เริ่มปีนขึ้นไปอย่างไร้
ขีดสุด ดวงตาระหว่างคิ้วของเขาขยายไปถึงระดับที่ไร้สิ้นสุด กระแสวังวน
สีดำปรากฏขึ้น กลืนกินพลังงานต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีโดยรอบเข้าไป
ในขณะเดียวกัน โม่, เช่อ, หลินหมิงและเซิ่งเหม่ยต่างก็รู้สึกถึงแรงดูด
ขนาดใหญ่ที่เกิดบนร่างของพวกเขา
สนามพลังอันน่าสะพรึงกลัวกดทับพวกเขา พลังดึงดูดนี้ทำให้พวก
เขารู้สึกราวกับว่าจะถูกดึงเข้าไปในมิติของสุสานจอมเทพอสูร
สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไป หากจักรพรรดิวิญญาณมีความสามารถ
ที่จะดึงพวกเขาทั้งหมดเข้าสู่มิติของสุสานจอมเทพอสูรได้ นั่นแสดงว่าไม่
จำเป็นต้องดำเนินการต่อสู้ต่อไป
พวกเขาทั้งหมดจะต้องตายอย่างแน่นอน นี่เป็นผลลัพธ์เดียว