Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,228 เวลาที่้เร่งขึ้น
เวลาผ่านไป ที่ทางเข้าของอเวจีทมิฬนั้น เซิ่งเหม่ยและเสี่ยวหยูอยู่
ด้วยกันในมิติภายในของผลึกอัญมณีม่วงก่อเกิดเป็นเวลา 30 ปีแล้ว
ทุกๆครั้งในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา เซิ่งเหม่ยจะรู้สึกถึงพลังงานที่ผ่าน
จากกำแพงนิรันดร์
หลังจากที่จักรพรรดิวิญญาณทิ้งพลังงานไว้ในโครงสร้างกำแพงนิ
รันดร์ มันหยั่งรากและเริ่มงอกเงย
เซิ่งเหม่ยไม่รู้ถึงวิธีการที่จักรพรรดิวิญญาณใช้ แต่ตราประทับ
พลังงานที่เขาปลูกฝังกลับไม่สามารถรับรู้ได้โดยกำแพงนิรันดร์ มันเติบโต
เหมือนมะเร็งร้าย แพร่กระจายออกไปด้านนอก หากสิ่งนี้ยังคงดำเนิน
ต่อไป ส่วนหนึ่งของโครงสร้างพลังงานกำแพงนิรันดร์จะตกอยู่ภายใต้การ
ควบคุมของจักรพรรดิวิญญาณ ในเวลานั้น เมื่อเข้าร่วมพลังทั้งภายในและ
ภายนอก กำแพงนิรันดร์จะพังทลายลงในไม่ช้า
หลังจาก 5 ปีผ่านไป ตราประทับพลังงานของจักรพรรดิวิญญาณ
ระเบิดขึ้นเป็นครั้งแรก
เรื่องนี้เกิดขึ้นโดยฉับพลันและไม่มีคำใบ้ใดๆเลย ในเวลานั้น เซิ่งเหม่ย
นั้นปิดด่านบ่มเพาะและเสี่ยวหยูก็ตั้งใจกินผลึกพลังงานควบแน่นในมิติอัญ
มณีม่วงด้วย แต่หลังจากนั้นการสั่นสะเทือนอย่างฉับพลันภายในมิติอัญ
มณีม่วง มันก็ทำให้เซิ่งเหม่ยตื่นจากการเข้าฌานของนาง การสั่นสะเทือน
เหล่านี้รุนแรงยิ่งกว่าตอนที่จักรพรรดิวิญญาณพยายามฉีกช่องทางอวกาศ
เป็นครั้งแรก
เซิ่งเหม่ยหน้าถอดสี นางส่งสัมผัสรับรู้ออกไปเพื่อสำรวจสถานการณ์
ของกำแพงนิรันดร์ และสีหน้าก็ซับซ้อนยิ่งขึ้น
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เซิ่งเหม่ยพยายามที่จะชะล้างผนึกต่างๆที่
จักรพรรดิวิญญาณวางไว้ในตัวนางอย่างช้าๆ ท้ายที่สุด ผนึกเหล่านี้ส่วน
ใหญ่ก็มีผลในระยะสั้นและด้วยความแข็งแกร่งของนาง นางสามารถ
ผลักดันมันออกจากร่างกายได้ตราบใดที่นางค่อยๆลบมันด้วยพลังงาน
ของนาง
ตอนนี้ ความแข็งแกร่งของนางกลับคืนสู่สภาวะสูงสุดและนาง
สามารถรู้สึกได้ถึงสภาพภายในมหาค่ายกลของกำแพงนิรันดร์
จักรพรรดิวิญญาณปล่อยให้ตราประทับพลังงานของเขาเติบโตขึ้น
เป็นเวลา 30 ปี สิ่งที่จักรพรรดิวิญญาณควรจะกำลังทำในตอนนี้คือวาง
มหาค่ายกลด้านนอก และรวมกับพลังงานนี้เพื่อระเบิด ระเบิดส่วนหนึ่ง
ของโครงสร้างพลังงานกำแพงนิรันดร์
หลังจากการระเบิด ยังมีพลังงานส่วนหนึ่งของจักรพรรดิวิญญาณ
หลงเหลือภายในซึ่งจะอยู่รอดในค่ายกลของกำแพงนิรันดร์ นี่เป็นความ
พยายามของจักรพรรดิวิญญาณที่จะศึกษาพลังงานที่เขาทิ้งไว้เบื้องหลัง
และวิธีที่เขาจะใช้เพื่อแยกเปิดกำแพงนิรันดร์ออกอย่างสมบูรณ์
“เสี่ยวหยู กำแพงนิรันดร์มิอาจหยุดจักรพรรดิวิญญาณได้ เขาศึกษา
กำแพงนิรันดร์มาหลายปี และตอนนี้เพราะข้า มันจึงมีข้อบกพร่องปรากฏ
ในกำแพงนี้ อย่างน้อยที่สุด เราจะมีหนึ่งพันปีและอย่างมากที่สุดที่เรามี
ไม่กี่พันปี แต่กำแพงนิรันดร์จะถูกทำลายอย่างแน่นอนโดยจักรพรรดิ
วิญญาณ…”
เซิ่งเหม่ยถอนหายใจ แม้ว่าจะด้วยการปรากฎตัวฉับพลันของเสี่ยว
หยู แต่นางก็ยังจะไม่สามารถเปลี่ยนชะตากรรมของนางได้
เสี่ยวหยูเอียงหัว ไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไร ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา
พวกเขาสองคนใช้เวลาภายในผลึกอัญมณีม่วงก่อเกิดด้วยกันและมี
ความรู้สึกที่ดีต่อกัน เนื่องจากเสี่ยวหยูไม่สามารถคิดได้ว่าจะต้องทำ
อย่างไร นางจึงเพียงจับมือของเซิ่งเหม่ยเพื่อปลอบโยนนาง
เมื่อถูกจับมือโดยเสี่ยวหยู เซิ่งเหม่ยก็ไม่แน่ใจถึงสิ่งที่นางรู้สึกในหัวใจ
นางสัมผัสแก้มของเสี่ยวหยูเบาๆและพูดด้วยความโศกเศร้า “เสี่ยวหยู
เจ้าพยายามช่วยชีวิตพี่สาว แต่พี่สาวกลับลากเจ้าเข้ามาสู่ความวุ่นวายนี้”
เสี่ยวหยูจับมือของเซิ่งเหม่ยแล้วพูดว่า “ไม่เป็นไร พี่สาวไม่ได้บอกว่า
เรายังมีเวลาอีกหลายพันปีเหลืออยู่หรอกหรือ? บางทีอาจยังมีบางสิ่งที่เรา
สามารถทำได้ ถ้าพี่สาวสามารถทะลวงขอบเขตได้อีกครั้งแล้ว เราก็อาจ
หนีรอดไปได้ และแม้ว่าความพยายามทั้งหมดของเราจะไม่เกิดผลอะไร
เลยก็ตาม แต่นั่นก็ไม่สำคัญ”
เสี่ยวหยูพูดอย่างจริงจัง
“ทะลวงขอบเขต…” เซิ่งเหม่ยส่ายหัว ในดินแดนต้องห้ามอาชูร่า
นางได้หลอมรวมกับวิญญาณหลงเหลือในอดีตและปลุกความทรงจำส่วน
ใหญ่ในอดีตของนางให้ตื่นขึ้น นางจึงได้รับประสบการณ์อันมีค่า กฎและ
เคล็ดบ่มเพาะมากมาย
ความเข้าใจและประสบการณ์เหล่านี้ต้องใช้เวลาในการย่อย หากนาง
ได้ปิดด่านหลายพันปีแล้ว ความแข็งแกร่งของนางจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับใหม่
อย่างแน่นอน
หากไม่มีอุบัติเหตุ นางจะสามารถไปถึงจุดสูงสุดของเทพแท้จริงกลาง
และแม้กระทั่งเทพแท้จริงปลาย
ถึงกระนั้น นางก็ยังมิอาจเป็นคู่มือของจักรพรรดิวิญญาณ จักรพรรดิ
วิญญาณนั้นน่าเกรงขามเกินไป เขาไร้เทียมทานท่ามกลางเทพแท้จริง!
“เสี่ยวหยู เจ้ากลัวตายหรือไม่?” เซิ่งเหม่ยถามเบาๆ มองตาของ
เสี่ยวหยู
เสี่ยวหยูส่ายหัวของนาง ในความเป็นจริง นางมีชีวิตอยู่มานานแล้ว
และมีหลายเรื่องที่นางจำไม่ได้ในอดีตอันรุ่งโรจน์ของตน นางไม่กลัวความ
ตาย สิ่งที่นางกลัวคือ ความเหงาและหลงลืมอดีตไปอย่างช้าๆ
“อืม… เช่นนั้นจงฟังพี่สาว จากจุดนี้เป็นต้นไป พี่สาวจะปิดด่านเพื่อ
พยายามทะลวงขอบเขตถัดไป สำหรับเจ้า เจ้าสามารถเริ่มต้นประหยัด
พลังงานเพื่อให้ผลึกอัญมณีม่วงก่อเกิดอยู่ในสถานะที่ทรงพลังที่สุด
“จักรพรรดิวิญญาณยังคงต้องการเวลานานก่อนที่เขาจะเปิดกำแพง
นิรันดร์ได้ เราจะมีเวลาเพียงพอในการเตรียมการ และเมื่อจักรพรรดิ
วิญญาณเปิดกำแพงนิรันดร์ ความจริงก็คือ นี่จะเป็นช่วงเวลาที่อ่อนแอ
ที่สุดของเขา
เซิ่งเหม่ยรู้ว่าร่างจำแลงของจ้าวสุสานจอมเทพอสูรอีกสองคนคือ เร้น
และนที่ ซึ่งควรจะอยู่ในทะเลกระดูกจักรพรรดิเพื่อยับยั้งการเปลี่ยนแปลง
ที่เกิดขึ้นที่นั่น ดังนั้น พวกเขาก็ไม่ควรมาที่นี่
ตราบใดที่นางเผชิญหน้ากับจักรพรรดิวิญญาณคนเดียว นางก็จะไม่
เป็นไร
ถ้าจักรพรรดิวิญญาณอยู่ในสถานะสูงสุดของเขา เซิ่งเหม่ยคงมิอาจ
เทียบได้ แต่ทันทีที่กำแพงนิรันดร์แตกออก จักรพรรดิวิญญาณจะต้อง
ผลาญพลังงานจำนวนมหาศาลอย่างแน่นอน
เมื่อจักรพรรดิวิญญาณพยายามที่จะเปิดกำแพงนิรันดร์ในอดีต เขา
ได้จับนางมาสังเวยโลหิต และเมื่อเขาทำพิธีกรรมขั้นสุดท้ายโดยขุดซี่โครง
อันหนึ่งออกมา ผสานปราณโลหิตของกระดูกเข้ากับค่ายกลที่เขาวางลง
เพื่อทำตามขั้นตอนสุดท้าย
ตอนนี้จักรพรรดิวิญญาณไม่ได้มีเซิ่งเหม่ยที่จะใช้เป็นเครื่องสังเวย
โลหิตและอาศัยเพียงตราประทับพลังงานที่เขาได้ปลูกฝังไว้ในผลึกอัญมณี
ม่วงก่อเกิด หากเขาต้องการเปิดกำแพงนิรันดร์โดยใช้สิ่งนั้นอย่างเดียว
เขาจะต้องจ่ายในราคาที่สูงยิ่งกว่า
ถ้าเป็นเช่นนั้น นี่จะเป็นโอกาสเดียวของนาง!
นางจะสะสมความแข็งแกร่งเพื่อเวลานั้น เมื่อนางไปถึงจุดสูงสุดเทพ
แท้จริงกลาง นางจะต้องเผชิญหน้ากับจักรพรรดิวิญญาณที่อ่อนแอลง
นางยังมีเสี่ยวหยูและผลึกอัญมณีม่วงก่อเกิดที่คอยสนับสนุนนาง
ด้วยผลึกอัญมณีม่วงก่อเกิด นางจะสามารถทำให้จักรพรรดิวิญญาณ
เสียหายหนักได้!
นี่คือแผนของเซิ่งเหม่ย แต่นางก็รู้ว่าโอกาสที่แผนของนางจะประสบ
ความสำเร็จนั้นก็ใกล้เคียงศูนย์
แต่ไม่ว่าโอกาสของนางจะเป็นไปได้ยากเพียงใด แต่นางยังคงต้อง
พยายามและเต็มที่ในการทำเช่นนั้น!
เพราะนี่เป็นโอกาสสุดท้ายของนาง!
แม้ว่านางจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงการตายได้ในตอนท้าย แต่ก่อนที่
นางจะตาย นางก็จะฉีกเนื้อชิ้นใหญ่จากจักรพรรดิวิญญาณและทำให้เขา
บาดเจ็บหนักอีกครั้ง นางอาจสามารถชะลอการหลอมรวมของเขากับ
สุสานจอมเทพอสูร ให้เวลาหลินหมิงและจิ่วเอ๋อร์เพื่อให้แข็งแกร่งขึ้น
………..
เวลาผ่านไปปีแล้วปีเล่า บางครั้งมันก็เร็ว บางครั้งมันก็ช้า แต่มันจะ
ไม่หวนกลับ
ภายในตำหนักสวรรค์อัญมณีม่วงของทะเลอาชูร่า เวลาเร่งขึ้นอย่าง
มาก
1 ปีข้างนอกนั้นเท่ากับ 10 ปีภายในตำหนักสวรรค์อัญมณีม่วง
เมื่อมาถึงขอบเขตของจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าแล้ว คนผู้นั้นก็จะ
สามารถสร้างข่ายพลังกระแสเวลาที่สมบูรณ์แบบได้ ซึ่งกฎภายในจะไม่ได้
ถูกบิดเบือนและยังเหมาะสำหรับการบ่มเพาะ หุบเขามรณะเป็นตัวอย่าง
หนึ่ง
อย่างไรก็ตาม เวลาที่เร่งขึ้นนี้ไม่ได้ผลสำหรับทุกสิ่ง
การทะลวงขอบเขตของหลินหมิงในการจุติ การทะลวงเก้าดวงดารา
แห่งวิหารเต๋า สิ่งเหล่านี้สามารถทำได้ภายในข่ายพลังกระแสเวลา
แต่หากจะกลั่นเส้นทางแห่งอาชูร่าและจักรวาลผืนนภานิมิตฝันพร้อม
กัน สิ่งนี้ก็ไม่สามารถทำได้
นี่เป็นเพราะการหลอมรวมกันของเส้นทางแห่งอาชูร่าและจักรวาล
ผืนนภานิมิตฝันนั้นเป็นกฎระดับที่สูงยิ่งกว่าความเข้าใจของจ้าวแห่ง
เส้นทางอาชูร่า ในสถานการณ์เช่นนี้ หากจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า
ปรารถนาที่จะสร้างข่ายพลังกระแสเวลาและให้กฎดำเนินต่อไปในสภาพที่
สมบูรณ์ นั่นเป็นไปไม่ได้เลย
ดังนั้นเมื่อเวลาที่หลินหมิงจะกลั่นเส้นทางแห่งอาชูร่าและจักรวาลผืน
นภานิมิตฝันมาถึง เวลาจะผ่านไปเท่ากับโลกภายนอกเท่านั้น
เขาจะต้องแข่งในด้านเวลากับจักรพรรดิวิญญาณ!
ในเวลานี้ที่ตำหนักสวรรค์อัญมณีม่วง หลินหมิงมีประสบการณ์มา
5,000 ปีแล้ว แต่เพียง 500 ปีผ่านไปในโลกภายนอก
ในช่วง 500 ปีที่ผ่านมา เหล่าราชันสวรรค์ชาวมนุษย์และเทพแท้จริง
ไม่เสียเวลาไปเปล่าๆ
พวกเขาสร้างฐานใหม่บนท้องฟ้าเหนือทะเลอาชูร่า
บุคคลสำคัญทั้งหมดของชาวมนุษย์ได้ย้ายไปยังทะเลอาชูร่า บุคคลที่
โดดเด่นในหมู่พวกเขาสามารถเข้าสู่ด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้าย
เวลาใกล้จะหมดลงเรื่อยๆแล้ว โม่และเช่อเปิดแหล่งทรัพยากร
ทั้งหมดภายในด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายของเส้นทางแห่งอาชูร่าและ
จำนวนที่จะได้รับจะขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคน
ต่อจากนั้น แม้แต่ผู้โด่ดเด่นของชาวภูติเทพก็ยังมาที่ทะเลอาชูร่า
ภายใต้การชี้นำทางของผู้นำชาวภูติเทพในปัจจุบัน ราชาเทพขนวิหค
เหินหาว หลายขุมกำลังจึงเริ่มสร้างฐานในทะเลอาชูร่า พวกเขาสร้างค่าย
กลขนาดใหญ่ เปิดโลกใบเล็กและนำมาตำหนักสวรรค์เข้าไป
อัจฉริยะของชาวภูติเทพ – ชิงเหลียน, อ้าวรื่อ, เสียเยว่ ทั้งหมดเข้าสู่
ด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายเพื่อค้นหาโชคของตนเอง
ทุกคนที่เข้าร่วมด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายสามารถได้อัตรา
ความสำเร็จที่สอดคล้องกัน อัจฉริยะเหล่านี้ล้วนเป็นบุคคลที่มีความ
ภาคภูมิใจและเย่อหยิ่งของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีเผ่าพันธุ์สอง
เผ่าอาศัยอยู่ด้วยกันแล้ว พวกเขาไล่ล่าไปสู่ระดับความสำเร็จสูงสุด โดย
ผลักดันซึ่งกันและกันให้มากขึ้นผ่านการแข่งขัน
อย่างช้าๆ ทะเลอาชูร่ากลายเป็นจุดสนใจหลักของผู้เยาว์ทั้ง 33
สวรรค์ อย่างไรก็ตาม ชาวมนุษย์และชาวภูติเทพรู้ดีว่าช่วงเวลาที่รุ่งเรือง
เหล่านี้ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ตลอดกาล อาจเป็นใน 10,000 ปีหรือ
น้อยกว่านั้นที่มหาภัยพิบัติจะมาเยือน
ไม่ว่าพวกเขาจะสามารถดำเนินการต่อไปหรือถูกทำลายที่นี่ ทุกอย่าง
จะขึ้นอยู่กับผู้ที่ปิดด่านภายในตำหนักสวรรค์อัญมณีม่วง
เขาเป็นเดิมพันสุดท้ายของทั้ง 33 สวรรค์ และสิ่งที่เขาเผชิญคือการ
เดิมพันที่เขาไม่สามารถที่จะพ่ายแพ้ได้