Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,253 จบ
ท้องฟ้าเหนืออเวจีทมิฬมืดมิดไปแล้ว ดวงดาวและดวงจันทร์ถูกกลืน
หายไปโดยความมืดสนิท และหากมีใครยื่นมือออกไป พวกเขาจะไม่
สามารถมองเห็นห้านิ้วได้ พลังงานต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีกลายเป็น
รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าทั้งอเวจีทมิฬจะพังทลายลงในตัวมันเอง!
สุสานจอมเทพอสูรเป็นรากฐานของอเวจีทมิฬ ด้วยสุสานจอมเทพ
อสูรที่ถูกทะลวงโดยหลินหมิง รากฐานของออเวจีทมิฬจึงสั่นคลอน!
หลินหมิงถือหอกอยู่ในมือและเริ่มรวบรวมพลัง ที่ด้านหน้า จอมเทพ
อสูรที่ชราและเหี่ยวเฉายิ้มกว้างอย่างชั่วร้าย ทันใดนั้น ร่างกายที่โค้งงอ
ของเขาก็เริ่มหดตัวลง เนื้อแห้งเริ่มเน่าเปื่อยอย่างรวดเร็ว กลายเป็นแอ่ง
เนื้อหนังและโลหิตที่ไหลลื่น
บึ้มมมม!
พลังของโลกจำนวนมหาศาลตกลงมาจากเบื้องบน ทั้งหมดนี้ถูก
ถ่ายเทลงไปในเนื้อหนังและโลหิตที่เสื่อมสลายนี้!
สุสานจอมเทพอสูรถูกทำลายและพลังที่สะสมมานานกว่าแสนล้านปี
ได้สลายไปเรื่อยๆ แต่จอมเทพอสูรยังสามารถใช้พลังนี้ได้
วูป วูป วูป –
ในพายุพลังงานที่บ้าคลั่งนี้ เสียงครวญจากดวงวิญญาณอสูรโลกันต์
นับไม่ถ้วนดังขึ้น มีอสูรโลกันต์ที่ถูกดูดเข้าไปในพายุนี้ ทั้งหมดระเบิด
ภายใน กลายเป็นหมอกโลหิตที่ถูกดูดซับโดยจอมเทพอสูร
อสูรโลกันต์ทั้งหมดนี้มาจากอเวจีทมิฬ พวกเขาถูกดูดจากพายุแห่ง
พลังของโลกและกลายเป็นสิ่งหล่อเลี้ยง
แสงเย็นยะเยือกสาดประกายในดวงตาของหลินหมิง เขาจะจ้องมอง
อย่างเฉยเมยได้อย่างไรเมื่อจอมเทพอสูรเพิ่มความแข็งแกร่งขึ้น
“หากเจ้าหลอมรวมกับสุสานจอมเทพอสูรได้แล้ว ข้าก็อาจกลัวเจ้า
แต่เมื่อการหลอมรวมของเจ้าล้มเหลว เจ้าย่อมจะมิใช่คู่มือของข้าอีก
ต่อไป!”
ด้วยเสียงกู่ร้องกระหึ่ม หอกโลกาพินาศกลายเป็นหอกแสงยาวหมื่น
ฟุต นี่เป็นหอกศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถทำลายล้างโลกได้ ในมือของหลินหมิง
โดยไม่ต้องใช้ทักษะพิเศษใดๆ โดยไม่ต้องใช้เคล็ดบ่มเพาะใดๆ มันสามารถ
แสดงพลังของสูงสุดได้!
วูปป!
หอกแสงสาดประกาย มวลเนื้อและโลหิตที่จอมเทพอสูรกลายเป็น
ถูกพัดขึ้นทุกทิศทาง!
การโจมตีครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะสลายจอมเทพอสูรเท่านั้น แต่ยังสลาย
ห้วงมิติทิ้ง
รอยแยกอวกาศขนาดใหญ่ยาวออกไปสู่จักรวาลนับล้านไมล์ หมอกสี
เทาเข้มทะลักออกมาจากรอยแยกอวกาศนี้
แต่หลินหมิงไม่สนใจเรื่องนี้เลย ในขณะที่เขากำลังจะทำลายทุกสิ่งที่
อยู่เบื้องหน้า ร่างที่คลุมเครือก็ปรากฏขึ้นจากหมอกสีเทา…
ร่างนี้สวมชุดสีดำ เพรียวบางและสง่า ราวกับว่าพวกมันเป็น
แหล่งกำเนิดของความมืดทั้งมวลในจักรวาล
หลินหมิงแข็งค้างไป หอกโลกาพินาศในมือของเขาแข็งที่อ ความรู้สึก
ที่คุ้นเคยเกิดขึ้นในใจ ทำให้หัวใจสั่นไหว
สิ่งนี้… เป็นไปได้อย่างไร…?
หลินหมิงตกตะลึง ด้านหน้าของเขา หญิงที่สง่างามกำลังก้าวมาหา
อย่างช้าๆ โผล่ออกมาจากรอยแยกมิติ มือที่อ่อนนุ่มดุจหยกยกชุดยาวของ
นางขณะที่เดินมาข้างหน้าอย่างระมัดระวัง ประหนึ่งหญิงสาวในหมู่บ้านผู้
งดงามเดินลุยผ่านถนนที่เต็มไปด้วยแอ่งน้ำ
เมื่อหลินหมิงเห็นภาพลักษณ์ของหญิงคนนี้ เขาก็รู้สึกราวกับว่าตนได้
เห็นสิ่งต่างๆมาจากชีวิตก่อนหน้า
เซิ่งเหม่ย!?
เป็นไปได้อย่างไร?
เซิ่งเหม่ยเงยหน้าขึ้นมองหลินหมิง ดวงตาสีดำสนิทของนางดูเหมือน
จะมีคำพูดหลายพันล้านคำ แต่นางไม่ได้พูดอะไรเลยและเดินอย่างช้าๆมา
ทางหลินหมิง…
หลินหมิงรู้สึกงุนงงเป็นระยะเวลาหนึ่ง
ในที่สุดเขาก็ถอนหายใจลึก ความตกใจและความปวดร้าวในดวงตา
เริ่มจางหายไป แทนที่ด้วยจิตสังหารเย็นยะเยือก!
หลินหมิงโจมตีโดยไม่มีการเตือนใดๆ หอกพุ่งไปยังหัวของเซิ่งเหม่ย!
“อ๊ากก!”
ใบหน้าที่งดงามของเซิ่งเหม่ยซีดลงและดวงตาของนางดูเหมือนจะ
เต็มไปด้วยความคับแค้นและความเศร้าโศกไร้สิ้นสุด แต่หอกของหลินห
มิงไม่ได้ช้าลงเลย ไม่นานมันก็จะทะลุผ่านหัวของเซิ่งเหม่ย!
ในเวลานี้ ออร่าของเซิ่งเหม่ยได้เปลี่ยนไป ใบหน้าที่งดงามของนาง
บิดกลายเป็นน่าเกลียดและดุร้าย มือของนางกลายเป็นกรงเล็บที่คมกริบ
ซึ่งพุ่งเข้าหาหลินหมิง!
ฉึก!
หอกโลกาพินาศทะลวงสู่ร่างของเซิ่งเหม่ย นางร้องด้วยความ
เจ็บปวด กลายเป็นมวลแสงและจางหายไป
หลินหมิงรู้ว่าทุกสิ่งที่เขาเห็นเมื่อครู่เป็นภาพมายา มันเป็นการโจมตี
ทางวิญญาณที่ร้ายกาจ
ไม่ว่าจะเป็นร่างจำแลงของจ้าวสุสานจอมเทพอสูรหรือร่างหลักของ
เขาในฐานะจิตวิญญาณโลก แต่เขาเป็นผู้ที่ได้มาถึงความสมบูรณ์แบบใน
การโจมตีทางวิญญาณและจิตใจ
แม้แต่นักสู้เทพแท้จริงก็ไม่สามารถต้านทานการโจมตีนี้ได้เลย จิตใจ
ของพวกเขาจะตกอยู่ในภาพมายา และในที่สุดทะเลแห่งจิตวิญญาณก็จะ
เหือดแห้งจนนำไปสู่ความตาย!
ทุกคนมีหัวใจปีศาจ หลินหมิงเองก็เช่นเดียวกัน แต่วิญญาณของ
หลินหมิงแข็งแกร่งกว่ามาก หลินหมิงยังคงสามารถรักษาเหตุผลและ
สติปัญญาไว้ได้
ระหว่างเขากับเซิ่งเหม่ยมีการเชื่อมโยงทางจิตวิญญาณที่ลึกซึ้ง แต่
‘เซิ่งเหม่ย’ ที่ปรากฏต่อหน้าเขานั้น มันชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ
หลินหมิง แม้ว่าจะดูสมจริงซึ่งมีทั้งรูปร่างและออร่าของเซิ่งเหม่ย แต่นางก็
เป็นเพียงหุ่นเชิดต่อหน้าหลินหมิงเท่านั้น
การฆ่าภาพมายานี้ มันยังก่อให้เกิดความเจ็บปวดในหัวใจของหลินห
มิงด้วย แม้เขาจะรู้ว่านี่เป็นเพียงภาพมายาของเซิ่งเหม่ย แต่หลินหมิงยัง
รู้สึกอึดอัดใจ เพราะเซิ่งเหม่ยหายตัวไปอย่างแท้จริง และชะตากรรมของ
นางก็ไม่เป็นที่รู้จัก!
“เจ้ากลับเห็นจริงผ่านข้าได้!”
เสียงที่ลึกและกลวงเปล่งออกมาในหูของหลินหมิง ทันใดนั้น หลินห
มิงรู้สึกว่าทะเลแห่งจิตวิญญาณของเขาถูกบุกรุก ช่วงเวลาที่หลินหมิงฆ่า
ภาพมายาของเซิ่งเหม่ย จ้าวสุสานจอมเทพอสูรก็ได้ดิ่งลงสู่ทะเลแห่งจิต
วิญญาณของเขาแล้ว!
จ้าวสุสานจอมเทพอสูรรู้ว่าเพราะโลกแห่งสุสานจอมเทพอสูรนั้นแตก
สลายไป เขาจึงมิอาจเป็นคู่มือของหลินหมิงได้อีกต่อไป จอมเทพอสูร
สูญเสียการสนับสนุนของโลก และในทางกลับกัน หลินหมิงสามารถหลอม
รวมสองโลกอันยิ่งใหญ่เข้าด้วยกันและยังเข้าใจกฎสูงสุดด้วย มีความห่าง
ระหว่างทั้งสองมากมายในขณะนี้
ทางเลือกเดียวของจอมเทพอสูรคือกลืนกินทะเลแห่งจิตวิญญาณของ
หลินหมิงและยึดร่างของเขา
เป้าหมายแรกของเขาคือกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า เขาวางแผนที่จะ
ใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาสั้นๆเมื่อทะเลแห่งจิตวิญญาณของหลินหมิงตกสู่
ภาพมายาและแย่งชิงการควบคุมกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า
อย่างไรก็ตาม จอมเทพอสูรไม่เคยคิดว่าหลินหมิงจะเห็นผ่านการ
โจมตีของเขาในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจและกำจัดได้หมด
สิ่งนี้ทำให้จอมเทพอสูรตื่นตระหนก
ภายในทะเลแห่งจิตวิญญาณของหลินหมิง จอมเทพอสูรได้เปลี่ยน
กลับมาเป็นร่างที่แท้จริงของเขาแล้ว มันเป็นร่างที่มืดสนิท ซึ่งมีขนาดใหญ่
มากและก่อตัวขึ้นจากความโกลาหล มันไม่มีรูปแบบตายตัว ยกเว้นปาก
ยักษ์
เมื่อเห็นร่างที่แท้จริงของจอมเทพอสูร หลินหมิงก็เข้าใจในท้ายที่สุด
ว่าเหตุใดอสูรโลกันต์ที่ประสบความสำเร็จในการผ่านพิธีกรรมในสุสาน
จอมเทพอสูรจึงมีลักษณะที่แตกต่างอย่างมากจากอสูรโลกันต์ทั่วไป
กล่าวอีกนัยหนึ่ง จอมอสูรโลกันต์เหล่านี้ได้รับส่วนหนึ่งของจอมเทพ
อสูร จึงได้รับลักษณะของสัตว์ประหลาดยักษ์ตัวนี้มาด้วย
หลินหมิงสามารถสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณของจอมเทพอสูรที่เอื้อม
มายังกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าแล้ว ต้องการลบตราประทับวิญญาณของ
เขาภายในนั้น
หลินหมิงเปิดเผยรอยยิ้มอันเย็นชา “เมื่อเจ้ามาที่นี่แล้ว เจ้าก็ควรอยู่
ที่นี่ต่อไป ร่างกายของเจ้าจะกลายเป็นพลังงานวิญญาณบริสุทธิ์และถูก
เอาไปโดยข้า!”
นับตั้งแต่การพังทลายของสุสานจอมเทพอสูร จอมเทพอสูรก็ได้
สูญเสียความแข็งแกร่งและรากฐานที่สำคัญไป ความแตกต่างของความ
แข็งแกร่งระหว่างเขากับหลินหมิงมีมากล้น และที่เดียวที่จอมเทพอสูรจะ
มีโอกาสสู้กับหลินหมิงได้คือในทะเลแห่งจิตวิญญาณ!
ในโลกภายในของหลินหมิง กล่องปัญญาแห่งพระเจ้าก่อกระแสวังวน
วิญญาณขนาดมหึมา ในเวลาเดียวกัน หอกโลกาพินาศที่หลอมรวมเข้ากับ
ร่างกายของหลินหมิงก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าเหนือทะเลแห่งจิตวิญญาณ
ของเขา!
“ข้ากลืนกินผู้อื่นมาตลอด แต่เจ้ากลับต้องการจะกลืนกินข้า?”
จอมเทพอสูรเดือดดาล อย่างไรก็ตาม เสียงของเขาขาดพลังงาน
อย่างชัดเจน และมันก็ย้อมด้วยสีของความกลัวเล็กน้อย
“ผู้ที่เดินไปตามเส้นทางแห่งความตายควรคาดหวังว่าจะมีวันหนึ่งที่
พวกเขาอาจถูกฆ่าเช่นกัน เจ้าต้องการกลืนสิ่งมีชีวิตทั้งหมดเพื่อให้ได้ชีวิต
นิรันดร์ แต่ในท้ายที่สุด เจ้าคือผู้ที่จะถูกกลืนกินแทน!”
หลินหมิงถือหอกโลกาพินาศในมือขวาและศิลาแห่งชีวิตนิรันดร์ในมือ
ซ้าย รังสีแสงทองหลายล้านสาดออกมาจากร่างของเขาด้วยความเจิดจ้า
อันวิจิตร ภายในทะเลแห่งจิตวิญญาณของหลินหมิง สายฟ้าและเปลว
เพลิงพลุ่งพล่าน พลังของโลกไร้สิ้นสุดถูกดึงมาจากทุกทิศทุกทาง
แม้กระทั่งจากชั้นของจักรวาลห่างไกล ทุกอย่างรวบรวมมาอยู่ในร่างของ
หลินหมิง!
“ตายไปซะ!”
จอมเทพอสูรคำรามจากหัวใจ ตอนนี้ ร่างกายของเขาถูกทำลายไป
แล้ว ความเสียหายต่อสุสานจอมเทพอสูรทำให้พลังของเขาหายไปอย่าง
รวดเร็ว เขาสูญเสียเหตุผลทั้งหมด และความคิดเดียวที่เหลืออยู่ในใจคือ
การฆ่าหลินหมิง!
เขาเปิดปากใหญ่ อยากจะกลืนกินหลินหมิงทั้งหมด!
จากปากของเขา วิญญาณที่ทรมานนับไม่ถ้วนกรูออกมา พวกมัน
กวาดไปทางหลินหมิงดุจพายุใหญ่
ในเวลานี้ หลินหมิงเองก็โจมตี ร่างของเขากลายเป็นแสงที่หลอม
รวมเข้ากับหอกโลกาพินาศเป็นหนึ่งเดียว หอกศักดิ์สิทธิ์พร้อมด้วยกล่อง
ปัญญาแห่งพระเจ้า ทั้งคู่ก็พุ่งไปข้างหน้า!
พายุพลังงานรอบตัวเข้าหากันในรวมเข้ากับพวกมันในทันใด
กลายเป็นแสงศักดิ์สิทธิ์ที่ยิงเข้าสู่ปากจอมเทพอสูร!
เวลาราวกับหยุดนิ่งลง จอมเทพอสูรแข็งค้างไป ดวงตาเริ่มมืดมนลง
พลังชีวิตจางหายไปอย่างรวดเร็วจากร่าง ราวกับว่าเขากลายเป็นหิน
จากนั้น รอยแตกเริ่มปรากฏตามร่างกาย ลำแสงสีทองพุ่งออกมาจากรอย
แตก ฉายแสงสู่สวรรค์สูงสุดเฉกเช่นดาบแห่งเทพศักดิ์สิทธิ์
รอยแตกเหล่านี้กระจายไปอย่างช้าๆจนกระทั่งจะครอบคลุมจอม
เทพอสูรทั้งหมด เช่นนี้ จอมเทพอสูรที่สูญเสียพลังทั้งหมดจึงค่อยๆจมลง
ในทะเลแห่งจิตวิญญาณของหลินหมิง…
วูซ!
กล่องปัญญาแห่งพระเจ้ากระแทกสู่หัวของจอมเทพอสูร หัวขนาด
ใหญ่สลายตัวทันที่ และในขณะเดียวกัน กระแสวังวนสีดำก็หมุนวนไป
รอบๆกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าเพื่อดูดซับความทรงจำของจอมเทพอสูร
ทั้งหมดอย่างสมบูรณ์!
นี่เป็นความทรงจำจำนวนมหาศาลที่ครอบคลุมระยะเวลาแสนล้านปี
เมื่อรวมกับอสูรโลกันต์โบราณที่จอมเทพอสูรกลืนกินลงไปตลอดชีวิตแล้ว
จำนวนความทรงจำก็มาถึงระดับที่มิอาจหยั่ง แม้แต่สำหรับหลินหมิง หาก
ต้องการย่อยความทรงจำเหล่านี้ทั้งหมด มันก็เป็นไปไม่ได้
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงต้องการค้นหาส่วนที่เล็กและเฉพาะเจาะจง
ในความทรงจำเหล่านี้ ในไม่ช้า เขาก็พบสิ่งที่กำลังมองหา…
เขาเห็นว่าจักรพรรดิวิญญาณต้องการที่จะเปลี่ยนเซิ่งเหม่ยให้
กลายเป็นเครื่องสังเวยโลหิต เขาเห็นว่าเซิ่งเหม่ยถูกดูดเข้าไปในกำแพงนิ
รันดร์ เห็นห้วงอวกาศไร้ขอบเขตแยกออก เห็นผลึกม่วงบุกฝ่าพายุ
พลังงานที่เป็นการโจมตีของจักรพรรดิวิญญาณและทะยานเข้าไปในห้วง
อวกาศนั้น…
“นี่…”
หลินหมิงตกตะลึง เซิ่งเหม่ย, เสี่ยวหยูและผลึกอัญมณีม่วงก่อเกิดได้
เข้าสู่ห้วงอวกาศที่ปรากฏขึ้นอย่างกระทันหันนั้น?
รอยแยกมิตินั่นเป็นเช่นใดกันแน่?
หลินหมิงกระจายสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ออกไปค้นหาทั้งสุสานจอมเทพอสูร
ด้วยระดับความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขา สัมผัสศักดิ์สิทธิ์นี้จะสามารถ
ครอบคลุมเกือบทั้ง 33 สวรรค์ได้ ไม่มีม่านพลังใดที่สามารถขัดขวางมัน
แต่ในเวลานี้ เขากลับยังไม่สามารถหาสิ่งใดพบ…
ราวกับว่า รอยแยกมิตินั้นไม่เคยมีอยู่
หลินหมิงกระทั่งไปยังที่ซึ่งกำแพงนิรันดร์เคยอยู่ หลังจากใช้เวลา
ค้นหาอย่างถี่ถ้วน เขาก็ยังไม่พบอะไรเลย
เขาคิ้วขมวด สถานการณ์เช่นนี้เหนือความเข้าใจของเขา เป็นไปได้
หรือไม่ว่านอกเหนือจาก 33 สวรรค์แล้วนั้น มันยังมีโลกที่คล้ายกับมัน
ด้วย?
หลินหมิงไม่รู้ว่าจะไปยังโลกนั้นได้อย่างไร อย่างน้อย… เขาก็ยังไม่พบ
วิธีการในตอนนี้…
เขาส่ายหัว ไม่ได้คิดเรื่องนี้ในตอนนี้ เขารู้ว่าการบ่มเพาะของตนยังไม่
ถึงจุดสูงสุด
เวลาที่เขาบ่มเพาะนั้นสั้นเกินไป แม้ว่าเขาจะใช้ข่ายพลังกระแสเวลา
อยู่ตลอดเวลา แต่เขาก็บ่มเพาะมาได้เพียง 40,000-50,000 ปีเท่านั้น เมื่อ
เปรียบเทียบกับจอมเทพอสูรผู้ซึ่งมีชีวิตอยู่ถึงแสนล้านปีหรือจ้าวแห่ง
เส้นทางอาชูร่าผู้มีชีวิตอยู่มาหมื่นล้านปีแล้ว มันก็ไม่คู่ควรกับการกล่าวถึง
เลย
บางทีอาจจะมีสักวันหนึ่งที่เขาจะค้นพบความลับทั้งหมดในจักรวาล
และควบคุมวัฏสงสารได้อย่างแท้จริง!
ในเวลานั้น เขาควรจะสามารถไปได้ทุกที่ในจักรวาลอย่างแน่นอน
เขาอาจจะสามารถย้อนวงจรของชีวิต, ฟื้นคืนผู้คนจากความตาย…
เส้นทางแห่งนักสู้นั้นไร้สิ้นสุด หลินหมิงไม่รู้ว่าตนจะไปสิ้นสุดที่ใด แต่
เขาจะเดินหน้าต่อไปไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
และในตอนนี้ หลินหมิงต้องกลับไปสู่ 33 สวรรค์
เขารู้ว่าภรรยา บุตรและวีรบุรุษนับไม่ถ้วนจาก 33 สวรรค์กำลังรอ
คอยเขาอยู่…