Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,255 บทส่งท้าย (2)
วันนี้ มันเป็นวันที่จักรพรรดิมนุษย์แห่งทั้ง 33 สวรรค์จะบรรยายเต๋า
มันไร้กำหนดเวลาตายตัวสำหรับช่วงเวลาแห่งการบรรยายเหล่านี้
มันจะเกิดขึ้นสองหรือสามครั้งในร้อยปี หรืออาจจะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว
ในหลายร้อยปี
ทุกครั้งที่มีการบรรยายเหล่านี้ มันจะเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่สำหรับ
33 สวรรค์!
เมื่อวันเวลานี้มาถึง จากทั่วทั้ง 33 สวรรค์นั้น ผู้เชี่ยวชาญที่ยิ่งใหญ่จะ
มาจากหลายขุมกำลังราชันสวรรค์และเทพแท้จริง ตัวตนเหล่านั้นจะมา
รวมตัวกันที่โลกจักรพรรดิมนุษย์
โดยทั่วไปแล้ว เฉพาะในระหว่างงานเลี้ยงฉลองชันษาเทพแท้จริงและ
พิธีขนาดใหญ่ของขุมกำลังเทพแท้จริง เหตุการณ์เช่นนี้จะดึงดูดขุมกำลัง
เทพแท้จริงจำนวนมากให้มาเข้าร่วมและเฉลิมฉลองได้
แต่ในช่วงเหตุการณ์เหล่านั้น แม้ว่าจะมีขุมกำลังมากมายที่มาให้
แสดงความเคารพ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะให้เพียงผู้ส่งสารมาร่วมงาน
แต่เมื่อหลินหมิงกำลังจะบรรยายเต๋า ผู้ที่มาจะเป็นผู้ปกครองที่
แท้จริงของขุมกำลังใหญ่เหล่านี้! นี่เองก็เป็นวันที่ผู้เชี่ยวชาญมากมายตั้ง
ตารอด้วยความคาดหวังอย่างลึกซึ้ง!
ใน 33 สวรรค์ มันไม่มีราชันสวรรค์หรือเทพแท้จริงคนใดที่จะพลาด
โอกาสนี้
แม้แต่ผู้ทรงพลังที่ปิดด่านลึกก็จะออกจากการปิดด่านอย่างรวดเร็ว
เมื่อพวกเขาได้ยินว่าจักรพรรดิมนุษย์กำลังจะมาบรรยายเต๋า และพวกเขา
จะรีบไปยังโลกจักรพรรดิมนุษย์โดยพลัน
ในสายตาของนักสู้สามัญ มหาราชันพิภพนั้นเป็นผู้ทรงพลังที่ยิ่งใหญ่
มากแล้ว แม้กระทั่งคนเหล่านี้ และแม้แต่กึ่งราชันสวรรค์ พวกเขาก็อาจไม่
มีคุณสมบัติในการฟังจักรพรรดิมนุษย์บรรยายเต๋า
ในทุกครั้งที่การบรรยายเต๋าเหล่านี้เกิดขึ้น จักรพรรดิมนุษย์หลินหมิง
จะพูดตรงไปตรงมาและมิได้ปิดบังอันใดไว้ และพูดจนกว่าเขาจะเสร็จสิ้น
อย่างไรก็ตาม เต๋าสวรรค์นั้นเลือนรางและไร้ตัวตน กฎที่หลินหมิงบ่มเพาะ
ก็มิอาจแสดงออกผ่านคำพูดอย่างเดียวได้ ผู้หนึ่งจะมีความเข้าใจเพียงใด
นั้นขึ้นอยู่กับพรสวรรค์และโชคของพวกเขา
นอกจากเหล่าผู้ปกครองของขุมกำลังราชันสวรรค์และเทพแท้จริง
แล้ว มันยังมีอัจฉริยะพิเศษในหมู่คนรุ่นใหม่ที่ได้รับคุณสมบัติผ่านเจดีย์
จักรพรรดิมนุษย์และสามารถเข้าร่วมฟังการบรรยายเหล่านี้
ในเวลานี้ที่ขุนเขาจักรพรรดิมนุษย์ มันมีค่ายกลมหึมาที่ถูกจัดวางซึ่ง
มีความยาวอย่างยิ่ง เฉพาะผู้ที่มีการบ่มเพาะราชันสวรรค์ขึ้นไปหรือเป็นผู้
ที่ครอบครองเหรียญตราจักรพรรดิมนุษย์ซึ่งบันทึกอัตราความสำเร็จ
70% หรือสูงกว่าเท่านั้นจึงจะสามารถเข้าสู่ค่ายกลและร่วมฟังการ
บรรยายเต๋าของจักรพรรดิมนุษย์
แม้ว่าการที่จะเข้าร่วมนั้นยากเย็น แต่ 33 สวรรค์ก็ยังใหญ่มาก มันจึง
ไม่มีการขาดผู้ที่บรรลุข้อกำหนดเหล่านั้นได้ ดังนั้นภายในค่ายกล ตัวตน
จำนวนได้มากจึงได้ขึ้นและลงในท้องฟ้าเสมอ คนเหล่านี้คนใดคนหนึ่งนั้น
พวกเขาจะเป็นหนึ่งในตัวตนสูงสุดของ 33 สวรรค์
แต่บนขุนเขาจักรพรรดิมนุษย์ ผู้คนเหล่านี้ยังคงต้องรักษามารยาท
และความยำเกรงอย่างยิ่ง เมื่อพวกเขามาถึงหน้าค่ายกล ทุกคนจะชะลอ
ลง เหินลงจากพาหนะของตน และเป็นเช่นนี้ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นยอด
อัจฉริยะ ราชันสวรรค์ หรือแม้แต่เทพแท้จริง ทั้งหมดนี้เป็นสัญญาณถึง
การแสดงความเคารพต่อจักรพรรดิมนุษย์หลินหมิง
“มันเป็นเวลากว่า 200 ปีมาแล้ว ในที่สุดฝ่าบาทจักรพรรดิมนุษย์ก็ได้
ออกจากการปิดด่านเพื่อมาบรรยายเต๋าอีกครั้ง”
“ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีผู้คนที่ได้รับคุณสมบัติเพิ่มยิ่งขึ้นในการเข้าฟัง
ฝ่าบาทบรรยายเต๋า; นี่คือสาเหตุว่าทำไมมันจึงมีชีวิตชีวากว่าครั้งที่ผ่านๆ
มา แต่น่าเสียดายที่เราไม่มีคุณสมบัติเข้าร่วม”
ศิษย์ทั้งสามจากก่อนหน้านี้ที่เพิ่งจะได้รับเหรียญตราจักรพรรดิมนุษย์
คุยกันกันเอง พวกเขามาถึงด้านนอกค่ายกลและมองไปข้างหน้าด้วยความ
เคารพและอิจฉาในสายตา มองไปยังผู้โดดเด่นของ 33 สวรรค์ที่เหินผ่าน
ท้องฟ้าเหนือพวกเขา
แม้ว่าพวกเขาจะไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้าสู่ค่ายกล แต่การได้เป็นสักขี
พยานต่อหนึ่งในโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่สุดของ 33 สวรรค์ก็ยังคงจะเป็นภาพ
ที่พวกเขาจะไม่มีวันลืมเลือน
“ช่างเป็นฉากที่งดงามยิ่งนัก ถ้าเป็นไปได้ข้าก็อยากฟังฝ่าบาท
จักรพรรดิมนุษย์บรรยายเต๋าสักครั้ง ข้าได้ยินว่าผู้ที่สามารถฟังฝ่าบาท
บรรยายเต๋ามักจะได้รับโชคที่น่าเหลือเชื่อ มีแม้กระทั่งบางคนที่ได้รู้แจ้ง
ฉับพลันและก้าวหน้าในการบ่มเพาะของพวกเขา ข้าสงสัยว่านี่เป็นเรื่อง
จริงหรือเพียงการกล่าวเกินจริง”
“มันเป็นความจริง เมื่อฝ่าบาทจักรพรรดิมนุษย์บรรยายเต๋า เขาไม่
เพียงแต่พูดถึงความจริงของเต๋าเท่านั้น ในความเป็นจริง เพียงนั่งอยู่ที่นั่น
สนามพลังเต๋าก็จะก่อตัวขึ้นรอบฝ่าบาทแล้ว ขอบเขตของฝ่าบาทนั้นสูง
เกินไป และหากนักสู้ที่โดดเด่นได้นั่งอยู่ในสนามพลังเต๋านี้ พวกเขาจะ
สามารถรับการสันดาปจากกฎเต๋าสวรรค์ผ่านเส้นชีพจรของพวกเขา
สำหรับพวกเขาแล้ว นี่เป็นผลประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด! แม้ว่าจะไม่เข้าใจที่
ฝ่าบาทบรรยายเต๋า แต่การนั่งในสนามพลังเต๋านี้ก็เป็นโชคอันยิ่งใหญ่
แล้ว!”
ศิษย์พี่อาวุโสของทั้งสามอธิบาย เขาเป็นคนที่รู้เกี่ยวกับการบรรยาย
เต๋าของหลินหมิงมากที่สุดในหมู่พวกเขา และคำพูดของเขาทำให้เหล่า
ศิษย์น้องเดือดพลานไปด้วยความตื่นเต้น เรื่องราวดังกล่าว โอกาส
ดังกล่าว มันทำให้พวกเขาหลงไหลสุดขั้ว!
“อย่าพยายามคิดให้ไร้ประโยชน์ พวกเราควรพยายามอย่างดีที่สุด
เพื่อให้ได้รับคุณสมบัติในการเข้าร่วม มิเช่นนั้น แม้ว่าเราจะสามารถเข้า
ร่วมได้ในตอนนี้ แต่เราก็ยังคงไม่สามารถได้รับประโยชน์มาก หากด้วย
ความแข็งแกร่งในปัจจุบัน เราก็จะไม่สามารถเข้าใจความจริงของเต๋าที่ฝ่า
บาทจักรพรรดิมนุษย์กล่าวถึง และเราอาจไม่สามารถยืนหยัดในสนาม
พลังเต๋าได้ หากเราเป็นลมไปเพราะเราไม่สามารถต้านทานสนามพลังเต๋า
และต้องออกไปกลางคัน นั่นจะเป็นเรื่องที่น่าละอายมากเกินไป”
การบรรยายเต๋าของหลินหมิงเป็นโชค แต่ก็เป็นการทดสอบเช่นกัน
เมื่อหลินหมิงพูดถึงเต๋า กฎรอบตัวเขาจะเปิดเผยตัวเองโดยธรรมชาติ
และหลอมรวมเข้ากับพื้นที่โดยรอบ
กฎที่หลินหมิงบ่มเพาะมาแต่เดิมเป็นการหลอมรวมระหว่างสวรรค์
และบุคคล เมื่อร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับจักรวาล ความเข้าใจเต๋าของเขา
จะกระจายไปโดยรอบเขาและก่อตัวเป็นจักรวาลอิสระในฟื้นที่โดยรอบ
และแรงกดดันของจักรวาลอิสระนี้หาใช่สิ่งที่ทุกคนสามารถต้านทานได้
ดังนั้น สำหรับนักสู้ของ 33 สวรรค์ที่ขาดพรสวรรค์หรือความ
แข็งแกร่ง แม้ว่าพวกเขาจะสามารถได้ฟังการบรรยายของหลินหมิง แต่
พวกเขายังคงจะไม่สามารถทนอยู่จนจบได้
“ศิษย์พี่อาวุโส ท่านกล่าวว่าฝ่าบาทจักรพรรดิมนุษย์ได้ปิดด่านเมื่อ
มิได้ทำการบรรยายเต๋าและไม่เคยหยุดในการบ่มเพาะ และทั้งหมดนี้ก็
เพื่อจะบรรลุความปรารถนาสองประการที่ยังคงอยู่มี แล้วความปรารถนา
ทั้งสองนี้คือสิ่งใดบ้าง?”
ศิษย์น้องสองคนนี้ถามอย่างถ่อมตน ศิษย์พี่อาวุโสมองไปในระยะไกล
และพูดอย่างช้าๆ “มีการกล่าวว่าฝ่าบาทมีความปรารถนาสองประการ
หนึ่งคือ การควบคุมวัฏสงสารแห่งชีวิตและความตาย ทำให้ตนเองหลุด
พ้นจากวังวนแห่งการดำรงอยู่และความว่างเปล่า เมื่อ 200,000 ปีที่แล้ว
มหาภัยพิบัติของ 33 สวรรค์ครั้งนั้นโหดร้ายและน่าสลดใจมากเกินไป ทุก
คนต้องทนทุกข์ทรมาน ชาวมนุษย์, ชาวภูติเทพ, ชาววิญญาณ, เผ่าพันธุ์
โบราณ, ผู้ทรงพลังนับไม่ถ้วนเสียสละและรวมถึงตัวตนและวีรบุรุษไร้
เปรียบมากมายเช่น จักรพรรดิอมตะ, จุนไป่เยว่, ราชันสวรรค์เอกภพ
อนันต์, ราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์…
“ในบรรดาตัวตนเหล่านี้ หลายคนเป็นสหายและแม้แต่อาจารย์ของ
ฝ่าบาท ถึงกระนั้น พวกเขาก็ยังตกตายในสนามรบเพื่อปกป้องฝ่าบาท
จักรพรรดิมนุษย์
“นอกจากคนเหล่านี้แล้ว ยังมีอาจารย์ที่สำคัญที่สุดของฝ่าบาท –
จ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า เนื่องจากสงครามครั้งที่แล้ว จ้าวแห่งเส้นทางอาชู
ร่าผลาญพลังชีวิตจนหลับลึกอย่างยาวนาน แม้กระทั่งถึงตอนนี้ก็ยังไม่ตื่น
ขึ้นมา
“ฝ่าบาทจักรพรรดิมนุษย์ได้สร้างทะเลกระดูกจักรพรรดิแห่งที่สอง
ขึ้นในโลกจักรพรรดิมนุษย์ และได้ผนึกวิญญาณของผู้คนที่เสียสละตัวเอง
ในหอคอย หวังว่าสักวันหนึ่งตนจะสามารถครอบงำเต๋าสวรรค์และหวน
กลับวงจรชีวิตและฟื้นคืนผู้คนจากความตายได้!”
คำพูดของศิษย์พี่อาวุโสทำให้ศิษย์น้องทั้งสองคนตกตะลึง “คนที่ตาย
แล้วยังสามารถฟื้นคืนได้? เป็นไปได้ด้วยหรือ?”
“มันมีความเป็นไปได้อยู่เสมอ ฝ่าบาทอาจยังไม่ก้าวถึงสู่จุดสูงสุดของ
นักสู้ แต่เขาน่าจะเอื้อมถึงจุดสูงสุดนั้นแล้ว เนื่องจากฝ่าบาทพยายาม
อย่างหนักเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายนี้ เขาจึงควรมีความเชื่อมั่นบางอย่างให้ยึดถือ
ได้…”
“ข้าเข้าใจแล้ว…” ศิษย์น้องทั้งสองจ้องมองกัน ไม่แน่ใจว่าจะพูดหรือ
รู้สึกอย่างไร สิ่งนี้ได้เกินขอบเขตแห่งความเข้าใจของพวกเขาไปแล้ว
“และยังมีความปรารถนาอีกอย่างหนึ่ง มันคือสิ่งใด?
“ความปรารถนาที่สองเกี่ยวข้องกับภรรยาอันเป็นที่รักของฝ่าบาท
จักรพรรดิมนุษย์ จักรพรรดินีวิญญาณเซิ่งเหม่ย เช่นเดียวกับคนที่เคย
ติดตามฝ่าบาท เด็กสาวนามเสี่ยวหยู มีการกล่าวกันว่าเพราะเหตุผลที่ไม่
ทราบสาเหตุบางประการ พวกนางเข้าสู่โลกที่แปลกประหลาดและยังหา
ทางเข้าไม่เจอ!
“ส่วนที่ว่าโลกนั้นเป็นเช่นใด มันก็ยังไม่มีใครรู้ ความปรารถนาที่สอง
ของฝ่าบาทคือ เข้าใจความลับของจักรวาลและเปิดเผยทุกแง่มุมเพื่อ
ค้นหาอีกโลกที่จักรพรรดินีวิญญาณเซิ่งเหม่ยและ เสี่ยวหยูหายเข้าไป!”
“นอกจาก 33 สวรรค์แล้ว, มันยังมี.. อีกโลกด้วยเช่นนั้นหรือ?” ทั้ง
สองถาม ตกตะลึงอย่างที่สุด
“ใช่แล้ว มันอาจฟังดูไม่น่าเชื่อ, แต่มีบางคนกล่าวว่า… โลกนี้อาจจะ
กว้างใหญ่เท่ากับ 33 สวรรค์ของเรา…”
(-อวสาน-)
Martial World-เนื้อหาเพิ่มเติมให้จบบริบูรณ์ยิ่งขึ้น (1)
“ผู้อาวุโส ข้าขออภัยที่ล่วงล้ำท่านจากการพักฟื้น” อี้หวินป้องมือ
คารวะ
ราชาเทวะแม่น้ำแห่งการลืมเลือนกล่าวว่า “เจ้าหาได้รบกวนข้า ข้า
ต่างหากเป็นคนที่เรียกหาเจ้า…”
“เช่นนั้น ท่านเรียกหาข้าด้วยเรื่องอันใด?”
ราชาเทวะแม่น้ำแห่งการลืมเลือนไม่ได้ให้คำตอบในทันที่ เขาเงียบ
อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า “โลกนี้เป็นดินแดนที่ถูกผนึก แต่ตอนนี้ มัน
กำลังจะล่มสลาย…”
“หืม?” อี้หวินตกตะลึง” ผู้อาวุโส ข้าไม่เข้าใจ โลกนี้กำลังจะถูกทำลาย
โดยสมรภูมิบรรพกาลและจักรวาลปฐมกาลที่เต็มไปด้วยกลุ่มก๊าซอวกาศ
กลียุคเช่นนั้นหรือ?”
“มันมิต่างกัน… เพราะการคงอยู่ของสมรภูมิบรรพกาลนั้นขึ้นอยู่กับ
จักรวาลปฐมกาล ในการต่อสู้กับบรรพชนเทพเมื่อหลายร้อยล้านปีก่อน
มันเป็นสาเหตุของความขัดแย้งในจักรวาลปฐมกาลนี้ และสมรภูมิบรรพ
กาลเป็นโลกทางเชื่อมต่อจักรวาลปฐมกาลสู่อเวจีทมิฬ…”
“เป็นเช่นนี้เอง…” อี้หวินไม่เคยรู้ความลับเช่นนี้มาก่อน “แล้วจักรวาล
ปฐมกาลมีความลับอันใด? ผู้อาวุโส เมื่อท่านรู้ถึงการมีอยู่ของจักรวาล
ปฐมกาลนี้ เหตุใดท่านจึงไม่สกัดสายแร่อัญมณีกลียุคแต่กลับมาสร้างโถง
ศิลาที่นี่แทน”
“โถงศิลานี้… ข้ามิได้สร้างขึ้นเอง…” เสียงของราชาเทวะแม่น้ำแห่ง
การลืมเลือนแหบแห้ง คำพูดของอี้หวินดูเหมือนจะกระตุ้นให้เขาระลึกถึง
ความเศร้าที่ไม่รู้จบ
“ผู้สร้างโถงศิลานี้เป็นคนอื่น ความแข็งแกร่งของเขาเหนือจินตนาการ
เหนือกว่าเต๋าแห่งการต่อสู้เอง…”
“เหนือกว่าเต๋าแห่งการต่อสู้เอง?” อี้หวินกลั้นหายใจ นี่คือการ
ประเมินที่ได้รับจากราชาเทวะแม่น้ำแห่งการลืมเลือน สำหรับราชาเทวะที่
จะให้การประเมินเช่นนี้ อี้หวินก็มิอาจเข้าใจได้ว่าบุคคลนั้นทรงพลัง
เพียงใด “มีผู้เชี่ยวชาญอยู่เหนือราชาเทวะทั้ง 8 ด้วยหรือ? เขายังเป็น
มนุษย์หรือไม่?”
“ใช่แล้ว… เขามาจากอีกโลกหนึ่ง และเขาก็ค้นหาหญิงคนหนึ่ง เจ้า
เกี่ยวข้องกับเขาในทางหนึ่งเช่นกัน หลายปีก่อน เขาปลูกต้นไม้เล็กๆ และ
ในที่สุดก็กลายเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์พฤกษาครามในที่สุด…”
ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์พฤกษาคราม!
อี้หวินสูดลมหายใจเข้าลึก ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์พฤกษาครามกลับถูกปลูก
โดยบุคคลนั้น
นอกจากนี้ จากสิ่งที่ราชาเทวะแม่น้ำแห่งการลืมเลือนกล่าวมา
บุคคลนั้นมาจากโลกอื่น สำหรับราชาเทวะแม่น้ำแห่งการลืมเลือนที่เรียก
มันว่าโลกอื่น แน่นอนว่ามันมิได้เป็นเช่นความแตกต่างระหว่าง 12 สวรรค์
สูงสุดและอเวจีทมิฬ มันน่าจะหมายถึงจักรวาลอื่นโดยสิ้นเชิง ซึ่งแยกจาก
จักรวาลที่ซึ่งอเวจีทมิฬอยู่…
ผู้เชี่ยวชาญไร้เปรียบที่ไม่รู้จักซึ่งมายังจักรวาลนี้เพื่อตามหาหญิง
ลึกลับ!
ผู้ที่เขาตามหาเป็นตัวตนเช่นใดกัน?
ราชาเทวะแม่น้ำแห่งการลืมเลือนกล่าวอีกว่า “หญิงคนนั้นมีความ
แข็งแกร่งเป็นพิเศษ นางเองก็มีความสัมพันธ์ในทางหนึ่งกับเจ้าเช่นกัน
นางเป็นอาจารย์ของฮัวเฉินเฉื่อ—จักรพรรดินีเซิงเหม่ย!
นางสูงและมีเอวเรียว สวมชุดสีดำและที่กลางหน้าผากนั้น มันมีบัว
สดใสที่มีเก้ากลีบประทับอยู่
นางเป็นผู้สร้างโลกอันยิ่งใหญ่พฤกษาครามและประตูสู่ 33 สวรรค์
และนางก็เป็นผู้ที่ปลูกต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์พฤกษาครามด้วย
เซิ่งเหม่ยก้าวเข้าสู่ขอบเขตราชันเทพเจ้าแล้ว นี่สิ่งถูกยืนยันแล้ว
“ในตอนนั้นจักรพรรดินีเหม่ยเหม่ยด้อยกว่าผู้อาวุโสอย่างหลิน แต่
พวกเขาก็ยังสามารถจับมือกันเพื่อไล่ตามจุดสูงสุดแห่งเต๋านักสู้ไปด้วยกัน
ได้”
คำพูดของราชาเทวะแม่น้ำแห่งการลืมเลือนทำให้อี้หวินอึ้งไป
อาจารย์ของฮัวเฉินเฉื่อ …
ด้วยเหตุผลบางอย่างที่ทำให้งุนงง เขาจำได้ว่ามีคนสองคน ย้อนกลับ
ไปเมื่ออี้หวินฝึกฝนหมื่นปีศาจวงล้อแห่งสรรพสิ่ง เขาได้เห็นสองร่างใน
ผลึกม่วง
คนหนึ่งเป็นชายผมยาว และอีกคนเป็นหญิงในชุดยาวสีดำ!
ชายคนนั้นถือหอกที่สามารถประจักษ์สู่โลกภายนอกได้
สำหรับหญิงชุดสีดำ นางมีรูปร่างงดงามและกลิ่นอายของนางนั้นไร้
ตัวตน นางดูราวกับเทพธิดาที่มาจากกาลก่อน ในภาพสะท้อนของผลึก
ม่วง อี้หวินเห็นหญิงชุดสีดำแตะนิ้วของนางเก้าครั้ง ก่อเกิดเป็นเก้าระลอก
ที่รวมตัวกันเป็นเก้ากลีบ พวกมันเป็นบัวโลหิตเก้าวัฎจักร
3,000 เต๋าอันยิ่งใหญ่มีกฎมากมาย และกฎเองก็มีระดับ ย้อนกลับไป
เมื่ออี้หวินสัมผัสบัวโลหิตที่บรรจุไว้ซึ่งกฎต้นกำเนิด
แต่เนื่องจากขอบเขตและความเข้าใจของอี้หวินนั้นมีจำกัด เขาจึง
สามารถเพียงรู้สึกได้ว่าชายผมยาวและหญิงชุดสีดำนั้นทรงพลังราวกับว่า
มีชีวิตเหนือกฎเกณฑ์ธรรมชาติ
อี้หวินเดาว่าชายและหญิงคู่นี้อาจเคยเป็นผู้ครองผลึกม่วงคนก่อน
สำหรับต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์พฤกษาคราม มันเองก็บังเอิญเป็นสัญลักษณ์
ของวังพฤกษาคราม
ความบังเอิญนี้มีความเชื่อมโยงกันอยู่บ้าง ตัวอย่างเช่น ตอนนี้ต้นไม้
ศักดิ์สิทธิ์พฤกษาครามถูกปลูกโดยชายลึกลับคนนั้น สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนจะ
สมเหตุสมผลแล้ว
เยว่อิงฉ่ายังได้กล่าวถึงต้นกำเนิดของมรดกบัวโลหิตเก้าวัฎจักรว่ามัน
มาจากประตูสู่ 33 สวรรค์
ประตูสู่ 33 สวรรค์
มันเป็นโลกที่มืดครึ้ม พื้นดินเกลื่อนไปด้วยหินสีเทาและมีเมฆสีดำ
ลอยอยู่บนท้องฟ้า เห็นได้ชัดว่าเมฆเหล่านี้เคยถูกเจาะทะลุมาก่อนหน้านี้
เมื่อผู้หนึ่งเข้าประตูสู่ 33 สวรรค์แล้ว มันก็แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะ
กลับออกมา ก่อนหน้า เคยมีผู้คนมากมายที่เข้าประตูสู่ 33 สวรรค์ หนึ่ง
ในนั้นคือพระเจ้าศักดิ์สิทธิ์ บรรพบุรุษพระเจ้าศักดิ์สิทธิ์นั้นเสียชีวิตใน
ประตูสู่ 33 สวรรค์ และมีเพียง 3 คนเท่านั้นที่สามารถกลับออกมาจาก
ประตูสู่ 33 สวรรค์
อาจเป็นได้ว่านี่คือทางเข้าสู่ สวรรค์ของชาวเฟย์จากอีกโลกที่ต่าง
ออกไปอย่างสิ้นเชิง และบังเอิญที่ทางเข้านี้เปิดขึ้นในโลกอันยิ่งใหญ่
พฤกษาคราม
ในเมื่อโลกอันยิ่งใหญ่พฤกษาครามเป็นที่รู้จักกันในนามประตูสู่ 33
สวรรค์ เป็นไปได้หรือไม่ที่ชายผมยาวหรือจักรพรรดินีเซิงเหม่ยมาจากโลก
ที่ถูกเรียกว่า 33 สวรรค์?
ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์พฤกษาครามได้หลับใหลไปหลังจากสงครามโบราณ
มันเลือกโลกอันยิ่งใหญ่พฤกษาครามบ้านเกิดให้เป็นที่พำนักสุดท้าย และ
ยังเป็นการระลึกถึงบุคคลที่ปลูกมัน…
อี้หวินเข้าใจหลายสิ่งหลายอย่างในทันที่
เมื่อหลายร้อยล้านปีก่อน ชายลึกลับได้ฝ่าม่านพลังจักรวาลและผ่าน
ประตูสู่ 33 สวรรค์ในโลกอันยิ่งใหญ่พฤกษาครามและเข้ามาใน 12
สวรรค์สูงสุด เขาปลูกต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์พฤกษาครามเพื่อค้นหาจักรพรรดินี
เซิงเหม่ย!
ราชาเทวะแม่น้ำแห่งการลืมเลือนกล่าวอย่างเศร้าใจว่า “เมื่อ
จักรพรรดินีเซิงเหม่ย เช่นเดียวผู้ที่มาจากจักรวาลอื่นเข้าสู่จักรวาลนี้
จักรวาลนี้ก็ยังรกร้างในหลายแห่งหน ทักษะวิชาแห่งนักสู้เพิ่งเริ่มขึ้น
บุคคลนั้นได้เลือกศิษย์ไม่กี่คนและทิ้งมรดกไว้เบื้องหลัง ศิษย์เพียงหยิบมือ
เหล่านั้นได้กลายเป็นราชาเทวะในเวลาต่อมา พวกเขาก่อตั้งนิกายและ
สอนศิษย์ บุคคลนั้นถือได้ว่าเป็นบรรพชนเต๋าของชาวมนุษย์ ต่อมา เราได้
ให้เกียรติโดยเรียกขานท่านผู้นั้นว่า จักรพรรดิสวรรค์เต๋าก่อเกิด”
“ที่ติดตามจักรพรรดิสวรรค์เต๋าก่อเกิดและจักรพรรดินีเซิงเหม่ย
ด้านหลังมาตลอดก็เป็นเด็กสาวในชุดสีแดงและมังกรสีดำตัวเล็ก อย่างไรก็
ตาม เนื่องจากมันเป็นประวัติศาสตร์อันยาวนาน เช่นเดียวกับที่ท่านผู้นั้น
ไม่ต้องการทิ้งร่องรอยการดำรงอยู่ของเขาไว้ในโลกนี้ จึงแทบจะไม่มี
ประวัติของเขาในหน้าตำราประวัติศาสตร์”
“แต่ในยุคสมัยกาลก่อน ชาวมนุษย์มิได้ปราศจากศัตรู นั่นคือบรรพ
ชนเทพ พวกเขามาจากจักรวาลอื่นและมีช้ารับใช้นับไม่ถ้วน… จักรพรรดิ
สวรรค์เต๋าก่อเกิดเอาชนะบรรพชนเทพและผนึกจักรวาลของบรรพชน
เทพไว้ เช่นเดียวกับทางผ่านไปโลกนั้น”
ผนึก?
เมื่อกล่าวถึงจุดนี้ หัวใจของอี้หวินก็สั่นไหว หรือมันอาจจะเป็น…
“ใช่แล้ว! จักรวาลปฐมกาลที่เจ้ายืนอยู่ในตอนนี้คือที่ซึ่งผนึกอยู่!”
Martial World-เนื้อหาเพิ่มเติมให้จบบริบูรณ์ยิ่งขึ้น (2)
ยังไงก็ตาม, ในขณะนั้น อี้หวินได้เป็นประจักษ์พยานถึงสิ่งที่น่าตก
ตะลึง
เขาเห็นหญิงชุดขาวยืนอย่างสงบต่อหน้าสุสานสีเทามากมาย
นางดูราวกับอายุ 20 ปีและมิได้แผ่ออร่าของผู้เชี่ยวชาญเลย ในด้าน
นั้น นางจึงดูราวกับหญิงปุถุชน แต่บรรยากาศประหนึ่งเทพธิดาจากเก้า
สวรรค์ นางเป็นดั่งกล้วยไม้ที่เบ่งบานบนแผ่นน้ำแข็งยักษ์ สูงส่งและ
ภาคภูมิ มันปกป้องมิให้ใครมีความคิดชั่วร้ายกับนาง
นางคือใคร!?
อี้หวินรู้สึกเต็มไปด้วยอารมณ์ เขาเคยได้เฝ้ามองตลอดทั้งสุสานเพื่อ
ป้องกันไม่ให้สิ่งชั่วร้ายจะแอบมาโจมตีเขา และเขากลับไม่เห็นผู้หญิงคนนี้
มาก่อนหน้าเลย
ผู้หญิงคนนี้ดูราวกับโผล่ออกมาจากอากาศธาตุ และสงบจนราวกัยว่า
นางยืนอยู่ที่นี่มาตั้งแต่ต้น ผ่านช่วงเวลาอันเนิ่นนาน
นางเป็นผีหรือไม่?
อี้หวินหยุดลงและมองดูผู้หญิงคนนี้อย่างตั้งใจ เขาโคจรปราณชี
ทั้งหมด สำหรับผู้หญิงชุดขาวที่จู่ๆก็ปรากฏขึ้นกลางสุสานที่เต็มไปด้วยสิ่ง
ชั่วร้าย มันยากที่จะทำให้ผู้ใดสามารถสงบได้เมื่อเห็นเช่นนี้
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศของนางขัดแย้งกับโลกนี้ ดั่งเทพธิดาจาก
สรวงสวรรค์ ทำให้นางดูราวกับว่ามิได้เกี่ยวข้องอันใดกับดินแดนที่ผิดปกติ
นี้
“เจ้าสามารถทำใจให้สบายได้ สิ่งชั่วร้ายเหล่านั้นจะมิทำร้ายเจ้า ข้า
เองก็จะมิทำร้ายเจ้าเช่นกัน”
หญิงคนนั้นกล่าวอย่างนุ่มนวล เสียงของนางน่ารื่นรมย์ ราวกับ
ท่วงทำนองอมตะจากสวรรค์ แต่นางใช้ภาษาโบราณที่อี้หวินไม่เคยได้ยิน
และที่น่าแปลกใจยิ่งกว่าคือ เขาสามารถเข้าใจทุกอย่างที่นางพูดได้ ราว
กับความหมายถูกแปลทันทีทันใดเมื่อเสียงเข้าสู่จิตใจของเขา
อี้หวินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เพราะเผชิญกับสถานการณ์ที่แปลกประหลาด
เช่นนี้ เป็นใครก็จะมิอาจเชื่อคำพูดของนางได้โดยง่าย อย่างไรก็ตาม
สัญชาตญาณของเขาบอกว่าผู้หญิงคนนี้มิใช่สิ่งชั่วร้าย ระบุได้โดยออร่า
ของนาง และภาพที่มองเห็นผ่านวิสัยทัศน์ของพลังงานผลึกม่วง
อี้หวินสูดลมหายใจเข้าลึกและเก็บกระบี่ไป เข้าไปใกล้นางโดยห่าง
เพียงครึ่งลี้
ผู้หญิงคนนั้นมีแสงสว่างเลือนรางจากร่างของนาง ดูราวกับว่านาง
ควบรวมขึ้นจากแก่นแท้ของแสงดาวและแสงจันทร์ แม้ว่านางจะยืนอยู่
กลางสุสานที่ถูกทิ้งร้าง แต่อี้หวินก็รู้สึกราวกับว่านางยืนอย่างเป็นอิสระ
จากโลก อยู่ในมิติเวลาอื่น
นางชำเลืองมองอี้หวินด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ น้ำเสียง
ที่แจ่มชัดและเยือกเย็นดังขึ้นในหูของอี้หวิน “ออร่าของเจ้า… ดูค่อนข้าง
คุ้นเคย”
คุ้นเคย?
อี้หวินแน่ใจตัวเองว่าไม่รู้จักนาง
นางกลับมาสงบอีกครั้งและพูดเสียงเบาว่า “มันแค่เบาะแสของยาง
สิ่งที่คุ้นเคย แต่เจ้าก็ไม่ควรจะรู้จักนาง ดังนั้นจึงมิต้องกังวลไป”
ผู้หญิงคนนี้ทำให้อี้หวินสับสนตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม, เขาเชื่อว่าระดับการบ่มเพาะของผู้หญิงที่
อยู่ตรงหน้าของเขานั้นมิอาจหยั่ง มันจึงไม่มีทางที่นางจะสัมผัสถึง
ความคุ้นเคยจากเขาได้ผิดพลาดไป แล้วความรู้สึกที่คุ้นเคยนั้นมาจากที่
ใด?
“ผู้อาวุโส, ข้าสงสัยว่าใคร…” อี้หวินป้องมือคารวะแล้วถาม. ผู้หญิง
คนนี้ดูเหมือนจะจากไปในที่นางจากมาได้ทุกเมื่อ นางมิได้ดูเหมือนจะมา
จากโลกนี้ อี้หวินมิรู้ด้วยซ้ำว่านางเป็นมนุษย์หรือไม่
“มันมิเจ้าเป็นที่เจ้าจะต้องรู้ชื่อของข้า…” หญิงชุดขาวผงกหัว “เจ้า
อายุราว 60 ปีเท่านั้น, แต่กลับสามารถสัมผัสถึงความลับภายใต้สุสานนี้
ได้. ข้าสงสัยว่าเจ้าทำได้อย่างไร”
ช่วงเวลาที่หญิงชุดขาวกล่าว หัวใจของอี้หวิ้นสะท้าน นางสามารถ
ประมาณอายุของเขาได้ด้วยเพียงการชำเลืองครั้งเดียวและถามสิ่งที่เขา
เก็บเป็นความลับ อี้หวินรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้สามารถมองผ่านเข้าได้
“มันมิจำเป็นที่เจ้าจะต้องกังวล ข้ามิได้มีความคิดปองร้ายต่อเจ้า มัน
เพียงแค่ว่าเจ้ามิประสบการณ์สิ่งที่ไม่เหมือนใคร. ในฐานะผลผลิตจากพวก
มัน, และการฝึกหนักของเจ้า, ความแข็งแกร่งของเจ้าดูเหมือนจะเกิน
ขอบเขตของผู้ที่อยู่ระดับเดียวกันไปมาก เจ้าทำให้ข้านึกถึงบางคน…”
“ผู้อาวุโส, ผู้ใดหรือที่ท่านกล่าวถึง?” อี้หวินหายใจถี่ สัญชาตญาณที่
เฉียบคมของผู้หญิงคนนี้ทำให้เขาร้อนใจ, ราวกับว่านางสามารถเห็นผ่าน
ทุกอย่างได้
บุคคลผู้นั้นแข็งแกร่งเพียงใด?
อี้หวินตระหนักได้ทันทีว่ามีผู้เชี่ยวชาญมากมายที่เขาไม่รู้จักในโลกนี้
ดินแดนที่เกินจินตนาการของเขา
เมื่อได้ยินอี้หวินสอบถาม, หญิงชุดขาวถอนหายใจเล็กน้อย. ดวงตา
ของนางมองออกไปในที่ห่างไกลขณะที่จมอยู่ในความคิด “ใครบางคนที่ข้า
รู้จัก. เจ้าคล้ายคลึงกับเขามาก…”
ใครกัน?
อี้หวินคิ้วขมวดเล็กน้อย คำพูดของหญิงชุดขาวเต็มไปด้วยความ
ลึกลับ
“นามของข้าคือ นิมิตฝันเทวะ”
ทันใดนั้น หญิงชุดขาวก็บอกชื่อของนางก่อนที่จะหันไปอย่างเฉยเมย
อี้หวินผงะไปครู่หนึ่ง ตอนแรกเข้าคิดว่านางจะไม่บอกชื่อ แต่นาง
กลับบอกเขาอย่างฉับพลัน
นิมิตฝันเทวะ?
ในตำราต่างๆที่เขาเคยอ่านมา, เขาก็ไม่เคยนึกถึงชื่อเช่นนี้ได้
ผู้อาวุโส, ช้าก่อน อี้หวินเดินตามหญิงชุดขาวไป”ผู้อาวุโส, ช่วยบอก
ข้าได้หรือไม่ว่านี่คือสถานที่เช่นใด? และสิ่งใดถูกฝังอยู่ที่นี่? กล่าวตามตรง
สหายของข้าคนหนึ่งถูกครอบงำโดยใบหน้าปีศาจร้ายเหล่านั้น ตอนนี้ ไม่
ว่านางจะทำอย่างไร นางก็ไม่สามารถก้าวหน้าในการบ่มเพาะได้
ยิ่งกว่านั้น ผีร้ายก็ยังกลืนกินพลังชีวิตของนางอยู่ ข้าอยากรู้ว่าจะสามารถ
คลายคำสาปเหล่านั้นได้อย่างไร?”
อี้หวินรู้สึกว่าหญิงชุดขาวกำลังจะจากไป เขาถามคำถามทั้งหมดในใจ
ทันทีเพราะเขารู้สึกว่าถ้าไม่ทำเช่นนั้นแล้ว เขาจะสูญเสียโอกาส
“โอ้? เจ้ามาที่นี่เพื่อช่วยสหาย?” หญิงชุดขาวชะงักไปเล็กน้อยขณะที่
นางถาม
“นั่นคือเหตุผลหนึ่ง นอกจากนี้แล้วข้ายังมีความอยากรู้อยากเห็นว่า
เกิดอะไรขึ้นที่นี่” อี้หวินตอบตามตรง
หญิงชุดขาวเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูด”ประวัติศาสตร์เปลี่ยนแปลง
ไปอย่างผิดปกติ เวลาก็เพียงพอที่จะกวาดสิ่งต่างๆออกไป ดินแดนที่เจ้า
อยู่ในขณะนี้ มันเคยเป็นเมืองที่สร้างขึ้นโดยทาสของเผ่าพันธุ์โบราณ คน
ของเจ้าเรียกเผ่าพันธุ์โบราณนี้ว่า บรรพชนเทพ”
“บรรพชนเทพ?” หัวใจของอี้หวินสะท้าน”พวกเขามีลักษณะอย่างไร?”
“ร่างกายของพวกเขาราวกับหล่อจากทองแดง ความสูงของพวกเขามี
ตั้งแต่ร้อยลี้หรือกระทั่งหมื่นลี้ พวกเขาสามารถบดขยี้ดินแดนและดวงดาว
ต่างๆได้
จริงหรือ!?
อี้หวินตระหนักว่ายักษ์สีทองแดงที่เขาเคยเห็นมาก่อนเป็นบรรพชน
เทพ
ย้อนกลับไปในโลกอันยิ่งใหญ่พฤกษาคราม หนึ่งในพวกเขานั้นถูกปิด
ผนึกเป็นเวลาหลายร้อยล้านปี ฉากนั้นยังคงฝังอยู่ในความทรงจำของอี้ห
วิน
“ข้ารับใช้ของยักษ์ทองแดง… เช่นนั้น, ใบหน้ามนุษย์ที่หลับใหล
เหล่านั้นก็คือข้ารับใช้ของยักษ์ทองแดง?” เหตุใดพวกเขาจึงสามารถมีชีวิต
อยู่ได้นานเช่นนี้? หากพวกเขาตื่นขึ้นมาแล้ว มันจะก่อให้เกิดภัยพิบัติ
หรือไม่?”
ภายในใจ อี้หวินรู้สึกเคว้ง
หญิงชุดขาวส่ายหัวแล้วพูดว่า “คนรับใช้เหล่านี้ไม่ได้ทรงพลังอย่างที่
เจ้าคิด พวกเขาเป็นเพียงข้ารับใช้ระดับต่ำที่สร้างเมืองและสุสานสำหรับ
บรรพชนเทพ เหตุผลที่พวกเขาสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานก็เพราะ พวกเขา
ละทิ้งร่างกาย อาศัยอยู่ในสถานะจิตวิญญาณ จากนั้น พวกเขาผนึกร่างจิต
วิญญาณของตนในน้ำแข็ง แช่แข็งตัวเองอยู่ในสถานะนั้น”
“เหตุผลที่สหายของเจ้ามิอาจก้าวหน้าในการบ่มเพาะได้นั้นก็เพราะ
ข้ารับใช้ที่ชั่วร้ายที่ครองงำได้กลืนกินพลังชีวิตเพื่อจะยึดร่างกายของนาง”
“ข้ารับใช้ที่ชั่วร้ายนั้นมิได้น่าหวาดกลัวนัก เจ้าสามารถจัดการกับพวก
มันได้ตามลำพัง แม้ว่าข้ารับใช้นับหมื่นจะหลุดออกมาได้ แต่พวกเขาจะไม่
ก่อความโกลาหลมากเกินไป บางคนจะปรากฏตัวออกมาและจัดการกับ
พวกเขาอย่างแน่นอน”
“หากเจ้าต้องการจะช่วยสหาย เช่นนั้นก็ทำด้วยตัวเอง ถือซะว่าเป็น
รูปแบบหนึ่งของการฝึกฝนประสบการณ์…”
เมื่อหญิงชุดขาวกล่าว ร่างกายของนางค่อยๆเปลี่ยนเป็นมวลแสงที่
เลือนหายไป
“ผู้อาวุโส!” อี้หวินกำลังตกตะลึงในขณะที่เขามองดูมวลแสงจาง
หายไป เขาค่อนข้างจะรู้สึกหดหู่
ความแข็งแกร่งของผู้หญิงคนนั้นเกินกว่าจินตนาการของเขา นางดู
เหมือนจะเข้าใจความลับมากมายในโลกนี้ แต่โชคไม่ดีที่นางจากไปแล้ว
เนื้อหาเพิ่มเติมให้จบบริบูรณ์ยิ่งขึ้น (1)
“ผู้อาวุโส ข้าขออภัยที่ล่วงล้ำท่านจากการพักฟื้น” อี้หวินป้องมือ
คารวะ
ราชาเทวะแม่น้ำแห่งการลืมเลือนกล่าวว่า “เจ้าหาได้รบกวนข้า ข้า
ต่างหากเป็นคนที่เรียกหาเจ้า…”
“เช่นนั้น ท่านเรียกหาข้าด้วยเรื่องอันใด?”
ราชาเทวะแม่น้ำแห่งการลืมเลือนไม่ได้ให้คำตอบในทันที่ เขาเงียบ
อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า “โลกนี้เป็นดินแดนที่ถูกผนึก แต่ตอนนี้ มัน
กำลังจะล่มสลาย…”
“หืม?” อี้หวินตกตะลึง” ผู้อาวุโส ข้าไม่เข้าใจ โลกนี้กำลังจะถูกทำลาย
โดยสมรภูมิบรรพกาลและจักรวาลปฐมกาลที่เต็มไปด้วยกลุ่มก๊าซอวกาศ
กลียุคเช่นนั้นหรือ?”
“มันมิต่างกัน… เพราะการคงอยู่ของสมรภูมิบรรพกาลนั้นขึ้นอยู่กับ
จักรวาลปฐมกาล ในการต่อสู้กับบรรพชนเทพเมื่อหลายร้อยล้านปีก่อน
มันเป็นสาเหตุของความขัดแย้งในจักรวาลปฐมกาลนี้ และสมรภูมิบรรพ
กาลเป็นโลกทางเชื่อมต่อจักรวาลปฐมกาลสู่อเวจีทมิฬ…”
“เป็นเช่นนี้เอง…” อี้หวินไม่เคยรู้ความลับเช่นนี้มาก่อน “แล้วจักรวาล
ปฐมกาลมีความลับอันใด? ผู้อาวุโส เมื่อท่านรู้ถึงการมีอยู่ของจักรวาล
ปฐมกาลนี้ เหตุใดท่านจึงไม่สกัดสายแร่อัญมณีกลียุคแต่กลับมาสร้างโถง
ศิลาที่นี่แทน”
“โถงศิลานี้… ข้ามิได้สร้างขึ้นเอง…” เสียงของราชาเทวะแม่น้ำแห่ง
การลืมเลือนแหบแห้ง คำพูดของอี้หวินดูเหมือนจะกระตุ้นให้เขาระลึกถึง
ความเศร้าที่ไม่รู้จบ
“ผู้สร้างโถงศิลานี้เป็นคนอื่น ความแข็งแกร่งของเขาเหนือจินตนาการ
เหนือกว่าเต๋าแห่งการต่อสู้เอง…”
“เหนือกว่าเต๋าแห่งการต่อสู้เอง?” อี้หวินกลั้นหายใจ นี่คือการ
ประเมินที่ได้รับจากราชาเทวะแม่น้ำแห่งการลืมเลือน สำหรับราชาเทวะที่
จะให้การประเมินเช่นนี้ อี้หวินก็มิอาจเข้าใจได้ว่าบุคคลนั้นทรงพลัง
เพียงใด “มีผู้เชี่ยวชาญอยู่เหนือราชาเทวะทั้ง 8 ด้วยหรือ? เขายังเป็น
มนุษย์หรือไม่?”
“ใช่แล้ว… เขามาจากอีกโลกหนึ่ง และเขาก็ค้นหาหญิงคนหนึ่ง เจ้า
เกี่ยวข้องกับเขาในทางหนึ่งเช่นกัน หลายปีก่อน เขาปลูกต้นไม้เล็กๆ และ
ในที่สุดก็กลายเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์พฤกษาครามในที่สุด…”
ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์พฤกษาคราม!
อี้หวินสูดลมหายใจเข้าลึก ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์พฤกษาครามกลับถูกปลูก
โดยบุคคลนั้น
นอกจากนี้ จากสิ่งที่ราชาเทวะแม่น้ำแห่งการลืมเลือนกล่าวมา
บุคคลนั้นมาจากโลกอื่น สำหรับราชาเทวะแม่น้ำแห่งการลืมเลือนที่เรียก
มันว่าโลกอื่น แน่นอนว่ามันมิได้เป็นเช่นความแตกต่างระหว่าง 12 สวรรค์
สูงสุดและอเวจีทมิฬ มันน่าจะหมายถึงจักรวาลอื่นโดยสิ้นเชิง ซึ่งแยกจาก
จักรวาลที่ซึ่งอเวจีทมิฬอยู่…
ผู้เชี่ยวชาญไร้เปรียบที่ไม่รู้จักซึ่งมายังจักรวาลนี้เพื่อตามหาหญิง
ลึกลับ!
ผู้ที่เขาตามหาเป็นตัวตนเช่นใดกัน?
ราชาเทวะแม่น้ำแห่งการลืมเลือนกล่าวอีกว่า “หญิงคนนั้นมีความ
แข็งแกร่งเป็นพิเศษ นางเองก็มีความสัมพันธ์ในทางหนึ่งกับเจ้าเช่นกัน
นางเป็นอาจารย์ของฮัวเฉินเฉื่อ—จักรพรรดินีเซิงเหม่ย!
นางสูงและมีเอวเรียว สวมชุดสีดำและที่กลางหน้าผากนั้น มันมีบัว
สดใสที่มีเก้ากลีบประทับอยู่
นางเป็นผู้สร้างโลกอันยิ่งใหญ่พฤกษาครามและประตูสู่ 33 สวรรค์
และนางก็เป็นผู้ที่ปลูกต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์พฤกษาครามด้วย
เซิ่งเหม่ยก้าวเข้าสู่ขอบเขตราชันเทพเจ้าแล้ว นี่สิ่งถูกยืนยันแล้ว
“ในตอนนั้นจักรพรรดินีเหม่ยเหม่ยด้อยกว่าผู้อาวุโสอย่างหลิน แต่
พวกเขาก็ยังสามารถจับมือกันเพื่อไล่ตามจุดสูงสุดแห่งเต๋านักสู้ไปด้วยกัน
ได้”
คำพูดของราชาเทวะแม่น้ำแห่งการลืมเลือนทำให้อี้หวินอึ้งไป
อาจารย์ของฮัวเฉินเฉื่อ …
ด้วยเหตุผลบางอย่างที่ทำให้งุนงง เขาจำได้ว่ามีคนสองคน ย้อนกลับ
ไปเมื่ออี้หวินฝึกฝนหมื่นปีศาจวงล้อแห่งสรรพสิ่ง เขาได้เห็นสองร่างใน
ผลึกม่วง
คนหนึ่งเป็นชายผมยาว และอีกคนเป็นหญิงในชุดยาวสีดำ!
ชายคนนั้นถือหอกที่สามารถประจักษ์สู่โลกภายนอกได้
สำหรับหญิงชุดสีดำ นางมีรูปร่างงดงามและกลิ่นอายของนางนั้นไร้
ตัวตน นางดูราวกับเทพธิดาที่มาจากกาลก่อน ในภาพสะท้อนของผลึก
ม่วง อี้หวินเห็นหญิงชุดสีดำแตะนิ้วของนางเก้าครั้ง ก่อเกิดเป็นเก้าระลอก
ที่รวมตัวกันเป็นเก้ากลีบ พวกมันเป็นบัวโลหิตเก้าวัฎจักร
3,000 เต๋าอันยิ่งใหญ่มีกฎมากมาย และกฎเองก็มีระดับ ย้อนกลับไป
เมื่ออี้หวินสัมผัสบัวโลหิตที่บรรจุไว้ซึ่งกฎต้นกำเนิด
แต่เนื่องจากขอบเขตและความเข้าใจของอี้หวินนั้นมีจำกัด เขาจึง
สามารถเพียงรู้สึกได้ว่าชายผมยาวและหญิงชุดสีดำนั้นทรงพลังราวกับว่า
มีชีวิตเหนือกฎเกณฑ์ธรรมชาติ
อี้หวินเดาว่าชายและหญิงคู่นี้อาจเคยเป็นผู้ครองผลึกม่วงคนก่อน
สำหรับต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์พฤกษาคราม มันเองก็บังเอิญเป็นสัญลักษณ์
ของวังพฤกษาคราม
ความบังเอิญนี้มีความเชื่อมโยงกันอยู่บ้าง ตัวอย่างเช่น ตอนนี้ต้นไม้
ศักดิ์สิทธิ์พฤกษาครามถูกปลูกโดยชายลึกลับคนนั้น สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนจะ
สมเหตุสมผลแล้ว
เยว่อิงฉ่ายังได้กล่าวถึงต้นกำเนิดของมรดกบัวโลหิตเก้าวัฎจักรว่ามัน
มาจากประตูสู่ 33 สวรรค์
ประตูสู่ 33 สวรรค์
มันเป็นโลกที่มืดครึ้ม พื้นดินเกลื่อนไปด้วยหินสีเทาและมีเมฆสีดำ
ลอยอยู่บนท้องฟ้า เห็นได้ชัดว่าเมฆเหล่านี้เคยถูกเจาะทะลุมาก่อนหน้านี้
เมื่อผู้หนึ่งเข้าประตูสู่ 33 สวรรค์แล้ว มันก็แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะ
กลับออกมา ก่อนหน้า เคยมีผู้คนมากมายที่เข้าประตูสู่ 33 สวรรค์ หนึ่ง
ในนั้นคือพระเจ้าศักดิ์สิทธิ์ บรรพบุรุษพระเจ้าศักดิ์สิทธิ์นั้นเสียชีวิตใน
ประตูสู่ 33 สวรรค์ และมีเพียง 3 คนเท่านั้นที่สามารถกลับออกมาจาก
ประตูสู่ 33 สวรรค์
อาจเป็นได้ว่านี่คือทางเข้าสู่ สวรรค์ของชาวเฟย์จากอีกโลกที่ต่าง
ออกไปอย่างสิ้นเชิง และบังเอิญที่ทางเข้านี้เปิดขึ้นในโลกอันยิ่งใหญ่
พฤกษาคราม
ในเมื่อโลกอันยิ่งใหญ่พฤกษาครามเป็นที่รู้จักกันในนามประตูสู่ 33
สวรรค์ เป็นไปได้หรือไม่ที่ชายผมยาวหรือจักรพรรดินีเซิงเหม่ยมาจากโลก
ที่ถูกเรียกว่า 33 สวรรค์?
ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์พฤกษาครามได้หลับใหลไปหลังจากสงครามโบราณ
มันเลือกโลกอันยิ่งใหญ่พฤกษาครามบ้านเกิดให้เป็นที่พำนักสุดท้าย และ
ยังเป็นการระลึกถึงบุคคลที่ปลูกมัน…
อี้หวินเข้าใจหลายสิ่งหลายอย่างในทันที่
เมื่อหลายร้อยล้านปีก่อน ชายลึกลับได้ฝ่าม่านพลังจักรวาลและผ่าน
ประตูสู่ 33 สวรรค์ในโลกอันยิ่งใหญ่พฤกษาครามและเข้ามาใน 12
สวรรค์สูงสุด เขาปลูกต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์พฤกษาครามเพื่อค้นหาจักรพรรดินี
เซิงเหม่ย!
ราชาเทวะแม่น้ำแห่งการลืมเลือนกล่าวอย่างเศร้าใจว่า “เมื่อ
จักรพรรดินีเซิงเหม่ย เช่นเดียวผู้ที่มาจากจักรวาลอื่นเข้าสู่จักรวาลนี้
จักรวาลนี้ก็ยังรกร้างในหลายแห่งหน ทักษะวิชาแห่งนักสู้เพิ่งเริ่มขึ้น
บุคคลนั้นได้เลือกศิษย์ไม่กี่คนและทิ้งมรดกไว้เบื้องหลัง ศิษย์เพียงหยิบมือ
เหล่านั้นได้กลายเป็นราชาเทวะในเวลาต่อมา พวกเขาก่อตั้งนิกายและ
สอนศิษย์ บุคคลนั้นถือได้ว่าเป็นบรรพชนเต๋าของชาวมนุษย์ ต่อมา เราได้
ให้เกียรติโดยเรียกขานท่านผู้นั้นว่า จักรพรรดิสวรรค์เต๋าก่อเกิด”
“ที่ติดตามจักรพรรดิสวรรค์เต๋าก่อเกิดและจักรพรรดินีเซิงเหม่ย
ด้านหลังมาตลอดก็เป็นเด็กสาวในชุดสีแดงและมังกรสีดำตัวเล็ก อย่างไรก็
ตาม เนื่องจากมันเป็นประวัติศาสตร์อันยาวนาน เช่นเดียวกับที่ท่านผู้นั้น
ไม่ต้องการทิ้งร่องรอยการดำรงอยู่ของเขาไว้ในโลกนี้ จึงแทบจะไม่มี
ประวัติของเขาในหน้าตำราประวัติศาสตร์”
“แต่ในยุคสมัยกาลก่อน ชาวมนุษย์มิได้ปราศจากศัตรู นั่นคือบรรพ
ชนเทพ พวกเขามาจากจักรวาลอื่นและมีช้ารับใช้นับไม่ถ้วน… จักรพรรดิ
สวรรค์เต๋าก่อเกิดเอาชนะบรรพชนเทพและผนึกจักรวาลของบรรพชน
เทพไว้ เช่นเดียวกับทางผ่านไปโลกนั้น”
ผนึก?
เมื่อกล่าวถึงจุดนี้ หัวใจของอี้หวินก็สั่นไหว หรือมันอาจจะเป็น…
“ใช่แล้ว! จักรวาลปฐมกาลที่เจ้ายืนอยู่ในตอนนี้คือที่ซึ่งผนึกอยู่!”
…………….
เนื้อหาส่วนที่เกี่ยวข้องและเกินจบของพิภพนักสู้ในอีกจักรวาล
เนื้อหาเพิ่มเติมให้จบบริบูรณ์ยิ่งขึ้น (2)
ยังไงก็ตาม, ในขณะนั้น อี้หวินได้เป็นประจักษ์พยานถึงสิ่งที่น่าตก
ตะลึง
เขาเห็นหญิงชุดขาวยืนอย่างสงบต่อหน้าสุสานสีเทามากมาย
นางดูราวกับอายุ 20 ปีและมิได้แผ่ออร่าของผู้เชี่ยวชาญเลย ในด้าน
นั้น นางจึงดูราวกับหญิงปุถุชน แต่บรรยากาศประหนึ่งเทพธิดาจากเก้า
สวรรค์ นางเป็นดั่งกล้วยไม้ที่เบ่งบานบนแผ่นน้ำแข็งยักษ์ สูงส่งและ
ภาคภูมิ มันปกป้องมิให้ใครมีความคิดชั่วร้ายกับนาง
นางคือใคร!?
อี้หวินรู้สึกเต็มไปด้วยอารมณ์ เขาเคยได้เฝ้ามองตลอดทั้งสุสานเพื่อ
ป้องกันไม่ให้สิ่งชั่วร้ายจะแอบมาโจมตีเขา และเขากลับไม่เห็นผู้หญิงคนนี้
มาก่อนหน้าเลย
ผู้หญิงคนนี้ดูราวกับโผล่ออกมาจากอากาศธาตุ และสงบจนราวกัยว่า
นางยืนอยู่ที่นี่มาตั้งแต่ต้น ผ่านช่วงเวลาอันเนิ่นนาน
นางเป็นผีหรือไม่?
อี้หวินหยุดลงและมองดูผู้หญิงคนนี้อย่างตั้งใจ เขาโคจรปราณชี
ทั้งหมด สำหรับผู้หญิงชุดขาวที่จู่ๆก็ปรากฏขึ้นกลางสุสานที่เต็มไปด้วยสิ่ง
ชั่วร้าย มันยากที่จะทำให้ผู้ใดสามารถสงบได้เมื่อเห็นเช่นนี้
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศของนางขัดแย้งกับโลกนี้ ดั่งเทพธิดาจาก
สรวงสวรรค์ ทำให้นางดูราวกับว่ามิได้เกี่ยวข้องอันใดกับดินแดนที่ผิดปกติ
นี้
“เจ้าสามารถทำใจให้สบายได้ สิ่งชั่วร้ายเหล่านั้นจะมิทำร้ายเจ้า ข้า
เองก็จะมิทำร้ายเจ้าเช่นกัน”
หญิงคนนั้นกล่าวอย่างนุ่มนวล เสียงของนางน่ารื่นรมย์ ราวกับ
ท่วงทำนองอมตะจากสวรรค์ แต่นางใช้ภาษาโบราณที่อี้หวินไม่เคยได้ยิน
และที่น่าแปลกใจยิ่งกว่าคือ เขาสามารถเข้าใจทุกอย่างที่นางพูดได้ ราว
กับความหมายถูกแปลทันทีทันใดเมื่อเสียงเข้าสู่จิตใจของเขา
อี้หวินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เพราะเผชิญกับสถานการณ์ที่แปลกประหลาด
เช่นนี้ เป็นใครก็จะมิอาจเชื่อคำพูดของนางได้โดยง่าย อย่างไรก็ตาม
สัญชาตญาณของเขาบอกว่าผู้หญิงคนนี้มิใช่สิ่งชั่วร้าย ระบุได้โดยออร่า
ของนาง และภาพที่มองเห็นผ่านวิสัยทัศน์ของพลังงานผลึกม่วง
อี้หวินสูดลมหายใจเข้าลึกและเก็บกระบี่ไป เข้าไปใกล้นางโดยห่าง
เพียงครึ่งลี้
ผู้หญิงคนนั้นมีแสงสว่างเลือนรางจากร่างของนาง ดูราวกับว่านาง
ควบรวมขึ้นจากแก่นแท้ของแสงดาวและแสงจันทร์ แม้ว่านางจะยืนอยู่
กลางสุสานที่ถูกทิ้งร้าง แต่อี้หวินก็รู้สึกราวกับว่านางยืนอย่างเป็นอิสระ
จากโลก อยู่ในมิติเวลาอื่น
นางชำเลืองมองอี้หวินด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ น้ำเสียง
ที่แจ่มชัดและเยือกเย็นดังขึ้นในหูของอี้หวิน “ออร่าของเจ้า… ดูค่อนข้าง
คุ้นเคย”
คุ้นเคย?
อี้หวินแน่ใจตัวเองว่าไม่รู้จักนาง
นางกลับมาสงบอีกครั้งและพูดเสียงเบาว่า “มันแค่เบาะแสของยาง
สิ่งที่คุ้นเคย แต่เจ้าก็ไม่ควรจะรู้จักนาง ดังนั้นจึงมิต้องกังวลไป”
ผู้หญิงคนนี้ทำให้อี้หวินสับสนตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม, เขาเชื่อว่าระดับการบ่มเพาะของผู้หญิงที่
อยู่ตรงหน้าของเขานั้นมิอาจหยั่ง มันจึงไม่มีทางที่นางจะสัมผัสถึง
ความคุ้นเคยจากเขาได้ผิดพลาดไป แล้วความรู้สึกที่คุ้นเคยนั้นมาจากที่
ใด?
“ผู้อาวุโส, ข้าสงสัยว่าใคร…” อี้หวินป้องมือคารวะแล้วถาม. ผู้หญิง
คนนี้ดูเหมือนจะจากไปในที่นางจากมาได้ทุกเมื่อ นางมิได้ดูเหมือนจะมา
จากโลกนี้ อี้หวินมิรู้ด้วยซ้ำว่านางเป็นมนุษย์หรือไม่
“มันมิเจ้าเป็นที่เจ้าจะต้องรู้ชื่อของข้า…” หญิงชุดขาวผงกหัว “เจ้า
อายุราว 60 ปีเท่านั้น, แต่กลับสามารถสัมผัสถึงความลับภายใต้สุสานนี้
ได้. ข้าสงสัยว่าเจ้าทำได้อย่างไร”
ช่วงเวลาที่หญิงชุดขาวกล่าว หัวใจของอี้หวิ้นสะท้าน นางสามารถ
ประมาณอายุของเขาได้ด้วยเพียงการชำเลืองครั้งเดียวและถามสิ่งที่เขา
เก็บเป็นความลับ อี้หวินรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้สามารถมองผ่านเข้าได้
“มันมิจำเป็นที่เจ้าจะต้องกังวล ข้ามิได้มีความคิดปองร้ายต่อเจ้า มัน
เพียงแค่ว่าเจ้ามิประสบการณ์สิ่งที่ไม่เหมือนใคร. ในฐานะผลผลิตจากพวก
มัน, และการฝึกหนักของเจ้า, ความแข็งแกร่งของเจ้าดูเหมือนจะเกิน
ขอบเขตของผู้ที่อยู่ระดับเดียวกันไปมาก เจ้าทำให้ข้านึกถึงบางคน…”
“ผู้อาวุโส, ผู้ใดหรือที่ท่านกล่าวถึง?” อี้หวินหายใจถี่ สัญชาตญาณที่
เฉียบคมของผู้หญิงคนนี้ทำให้เขาร้อนใจ, ราวกับว่านางสามารถเห็นผ่าน
ทุกอย่างได้
บุคคลผู้นั้นแข็งแกร่งเพียงใด?
อี้หวินตระหนักได้ทันทีว่ามีผู้เชี่ยวชาญมากมายที่เขาไม่รู้จักในโลกนี้
ดินแดนที่เกินจินตนาการของเขา
เมื่อได้ยินอี้หวินสอบถาม, หญิงชุดขาวถอนหายใจเล็กน้อย. ดวงตา
ของนางมองออกไปในที่ห่างไกลขณะที่จมอยู่ในความคิด “ใครบางคนที่ข้า
รู้จัก. เจ้าคล้ายคลึงกับเขามาก…”
ใครกัน?
อี้หวินคิ้วขมวดเล็กน้อย คำพูดของหญิงชุดขาวเต็มไปด้วยความ
ลึกลับ
“นามของข้าคือ นิมิตฝันเทวะ”
ทันใดนั้น หญิงชุดขาวก็บอกชื่อของนางก่อนที่จะหันไปอย่างเฉยเมย
อี้หวินผงะไปครู่หนึ่ง ตอนแรกเข้าคิดว่านางจะไม่บอกชื่อ แต่นาง
กลับบอกเขาอย่างฉับพลัน
นิมิตฝันเทวะ?
ในตำราต่างๆที่เขาเคยอ่านมา, เขาก็ไม่เคยนึกถึงชื่อเช่นนี้ได้
ผู้อาวุโส, ช้าก่อน อี้หวินเดินตามหญิงชุดขาวไป”ผู้อาวุโส, ช่วยบอก
ข้าได้หรือไม่ว่านี่คือสถานที่เช่นใด? และสิ่งใดถูกฝังอยู่ที่นี่? กล่าวตามตรง
สหายของข้าคนหนึ่งถูกครอบงำโดยใบหน้าปีศาจร้ายเหล่านั้น ตอนนี้ ไม่
ว่านางจะทำอย่างไร นางก็ไม่สามารถก้าวหน้าในการบ่มเพาะได้
ยิ่งกว่านั้น ผีร้ายก็ยังกลืนกินพลังชีวิตของนางอยู่ ข้าอยากรู้ว่าจะสามารถ
คลายคำสาปเหล่านั้นได้อย่างไร?”
อี้หวินรู้สึกว่าหญิงชุดขาวกำลังจะจากไป เขาถามคำถามทั้งหมดในใจ
ทันทีเพราะเขารู้สึกว่าถ้าไม่ทำเช่นนั้นแล้ว เขาจะสูญเสียโอกาส
“โอ้? เจ้ามาที่นี่เพื่อช่วยสหาย?” หญิงชุดขาวชะงักไปเล็กน้อยขณะที่
นางถาม
“นั่นคือเหตุผลหนึ่ง นอกจากนี้แล้วข้ายังมีความอยากรู้อยากเห็นว่า
เกิดอะไรขึ้นที่นี่” อี้หวินตอบตามตรง
หญิงชุดขาวเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูด”ประวัติศาสตร์เปลี่ยนแปลง
ไปอย่างผิดปกติ เวลาก็เพียงพอที่จะกวาดสิ่งต่างๆออกไป ดินแดนที่เจ้า
อยู่ในขณะนี้ มันเคยเป็นเมืองที่สร้างขึ้นโดยทาสของเผ่าพันธุ์โบราณ คน
ของเจ้าเรียกเผ่าพันธุ์โบราณนี้ว่า บรรพชนเทพ”
“บรรพชนเทพ?” หัวใจของอี้หวินสะท้าน”พวกเขามีลักษณะอย่างไร?”
“ร่างกายของพวกเขาราวกับหล่อจากทองแดง ความสูงของพวกเขามี
ตั้งแต่ร้อยลี้หรือกระทั่งหมื่นลี้ พวกเขาสามารถบดขยี้ดินแดนและดวงดาว
ต่างๆได้
จริงหรือ!?
อี้หวินตระหนักว่ายักษ์สีทองแดงที่เขาเคยเห็นมาก่อนเป็นบรรพชน
เทพ
ย้อนกลับไปในโลกอันยิ่งใหญ่พฤกษาคราม หนึ่งในพวกเขานั้นถูกปิด
ผนึกเป็นเวลาหลายร้อยล้านปี ฉากนั้นยังคงฝังอยู่ในความทรงจำของอี้ห
วิน
“ข้ารับใช้ของยักษ์ทองแดง… เช่นนั้น, ใบหน้ามนุษย์ที่หลับใหล
เหล่านั้นก็คือข้ารับใช้ของยักษ์ทองแดง?” เหตุใดพวกเขาจึงสามารถมีชีวิต
อยู่ได้นานเช่นนี้? หากพวกเขาตื่นขึ้นมาแล้ว มันจะก่อให้เกิดภัยพิบัติ
หรือไม่?”
ภายในใจ อี้หวินรู้สึกเคว้ง
หญิงชุดขาวส่ายหัวแล้วพูดว่า “คนรับใช้เหล่านี้ไม่ได้ทรงพลังอย่างที่
เจ้าคิด พวกเขาเป็นเพียงข้ารับใช้ระดับต่ำที่สร้างเมืองและสุสานสำหรับ
บรรพชนเทพ เหตุผลที่พวกเขาสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานก็เพราะ พวกเขา
ละทิ้งร่างกาย อาศัยอยู่ในสถานะจิตวิญญาณ จากนั้น พวกเขาผนึกร่างจิต
วิญญาณของตนในน้ำแข็ง แช่แข็งตัวเองอยู่ในสถานะนั้น”
“เหตุผลที่สหายของเจ้ามิอาจก้าวหน้าในการบ่มเพาะได้นั้นก็เพราะ
ข้ารับใช้ที่ชั่วร้ายที่ครองงำได้กลืนกินพลังชีวิตเพื่อจะยึดร่างกายของนาง”
“ข้ารับใช้ที่ชั่วร้ายนั้นมิได้น่าหวาดกลัวนัก เจ้าสามารถจัดการกับพวก
มันได้ตามลำพัง แม้ว่าข้ารับใช้นับหมื่นจะหลุดออกมาได้ แต่พวกเขาจะไม่
ก่อความโกลาหลมากเกินไป บางคนจะปรากฏตัวออกมาและจัดการกับ
พวกเขาอย่างแน่นอน”
“หากเจ้าต้องการจะช่วยสหาย เช่นนั้นก็ทำด้วยตัวเอง ถือซะว่าเป็น
รูปแบบหนึ่งของการฝึกฝนประสบการณ์…”
เมื่อหญิงชุดขาวกล่าว ร่างกายของนางค่อยๆเปลี่ยนเป็นมวลแสงที่
เลือนหายไป
“ผู้อาวุโส!” อี้หวินกำลังตกตะลึงในขณะที่เขามองดูมวลแสงจาง
หายไป เขาค่อนข้างจะรู้สึกหดหู่
ความแข็งแกร่งของผู้หญิงคนนั้นเกินกว่าจินตนาการของเขา นางดู
เหมือนจะเข้าใจความลับมากมายในโลกนี้ แต่โชคไม่ดีที่นางจากไปแล้ว