Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 177 ตำนานอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์
“อะไรกัน! เป็นไปได้อย่างไร!?” หลินหมิงตกตะลึงอย่างมาก ปราณ
แท้สั่นสะเทือนลื่นไหลดุจแพรไหมที่ผสานกับปราณประจักษ์กลับถูกสัตว์
ประหลาดตัวนี้ดูดซับไปอย่าง่ายดาย นี่เป็นข้อพิสูจน์ถึงอวัยวะและผิวหนัง
ของมันที่มีพลังป้องกันของมันอยู่ในระดับที่น่าหวาดกลัว!
“นี่มันสัตว์ประหลาดอย่างแท้จริง!”
เมื่อหลินหมิงปล่อยลื่นไหลดุแพรไหมไปมั่วครู่ ธาตุแม้มดก็ดูเหมือน
จะกลายเป็นโกรธเกรี้ยว มันได้ดึงโซ่ขนาดใหญ่ที่พันอยู่รอบตัวของมัน
ออกมาฟาดลงมายังหลินหมิง!
โซสีดำนี้ราวกับมังกรวารี มันฟาดลงไปที่พื้นอย่างรุนแรง
เศษหินขนาดใหญ่นับไม่ถ้วนกระเด็นไปเต็มอากาศ บนพื้นดินกลาย
เกิดหลุมลึกขนาดใหญ่ พละกำลังของสัตว์ประหลาดตัวนี้มหาศาลอย่าง
ยิ่ง!
หลินหมิงหลบการโจมตีจากโซ่เหล็กขนาดยักษ์นั่นด้วยก้าวย่างวิหค
ทองคำถลาลม เขาเคลื่อนไหวด้วยความเร็วเกินกว่าโซ่ของสัตว์ประหลาด
ยักษ์จะตามทัน
“พลังแห่งสายฟ้า!”
หอกอ่อนปราณคลั่งยิงสายฟ้าออกไป พลังสายฟ้าถูกยิงออกไปราว
กับสายฟ้าฟาด!
เปรี้ยง!!
ทาสแห่งแม่มดถูกสายฟ้าสีม่วงผ่าเข้าเต็มๆ!
แต่ผิวของมันกลับเกิดรอยไหม้ขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และเพียงไม่กี่
ลมหายใจรอยไหม้เล็กๆนั้นก็จากหายไป สัตว์ประหลาดยักษ์กลายโกรธ
เกรี้ยวและกวัดแกว่งโซ่มาโจมตีใส่เขาอีกครั้ง
หลินหมิงตกตะลึงกับพลังป้องกันอันมหาศาลของมัน นอกจากมันจะ
ป้องกันปราณแท้สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงได้แล้ว มันยังสามารถป้องกัน
พลังสายฟ้าของเขาได้อีก
ด้วยพลังป้องกันเช่นนี้ ต่อให้เขาใช้ปราณเทพทรราชคลั่งก็คงไร้
ประโยชน์
เขาคงจะต้องใช้เพลิงสายฟ้าแห่งการทำลายล้าง!
ในเวลานี้เอง จิตใจของหลินหมิงเกิดสิ่งต่างๆขึ้นมากมาย “หากข้าใช้
เพลิงสายฟ้าแห่งการทำลายล้างที่นี่ ก็จะเหลือปราณแท้อีกไม่มาก หากข้า
ไม่ใช้เพลิงสายฟ้าแห่งการทำลายล้างแล้ว ยังจะมีวิธีอื่นในการจัดการสัตว์
ประหลาดตัวนี้หรือไม่?”
“โชคดีที่สัตว์ประหลาดตัวนี้มีจุดเด่นในด้านพลังป้องกันเท่านั้น แม้
พละกำลังจะของมันจะมหาศาลแต่การเคลื่อนไหวของมันก็ค่อนข้างช้า”
“ข้าไม่มีวิธีอื่นอีกแล้ว ข้าคงต้องใช้ ‘เพลิงสายฟ้าแห่งการทำลายล้าง’
เพื่อกำจัดมัน” หลินหมิงกัดฟันแน่น หอกอ่อนปราณคลั่งมีประกายเพลิง
และสายฟ้าขึ้น
หลินหมิงชี้หอกไปยังสัตว์ประหลาดยักษ์!
ปราณแท้อันมหาศาลแผ่ทะลักออกมาทั่วร่างกายของหลินหมิง เปลว
เพลิงและสายฟ้าผสานตัวกันเป็นทรงกลมสีม่วงแดงที่เต็มไปด้วยพลัง
ทำลายล้างมหาศาล ทรงกลมสีม่วงแดงพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว!
บึมมมมม!
เกิดการระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง แสงสว่างจากการระเบิดเจิดจ้าราว
ร่างของสัตว์ประหลาดยักษ์มีเศษหินนับไม่ถ้วนปลิวไปทั่วทุกทิศทุกทาง!
บริเวณที่สัตว์ประหลาดยืนอยู่กลายเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ แขนของ
สัตว์ประหลาดยักษ์ถูกทำลายหายไปข้างหนึ่ง ที่หน้าอกเผยให้เห็นอวัยวะ
ภายใน โลหิตไหลเป็นทาง!
สัตว์ประหลาดยักษ์ร้องเสียงดังโหยหวน!
“มันยังไม่ตายอีกเช่นนั้นหรือ?!” หลินหมิงตกตะลึงอย่างมาก
“ตาย!”
เท้าของหลินหมิงกดลง ร่างกายของเขาพุ่งตรงไปที่หน้าอกที่มีแผล
ใหญ่ไปเปิดอยู่!
ฉึก!
หอกอ่อนปราณคลั่งแทงลงไปบนอวัยวะภายในของสัตว์ประหลาด
ยักษ์ อวัยวะภายในของสัตว์ประหลาดยักษ์ ปราณแท้สั่นสะเทือนลื่นไหล
ดุจแพรไหมจึงไหลเข้าไปทำลายอวัยวะภายในของสัตว์ประหลาดยักษ์ มัน
ส่งเสียงร้องครั้งสุดท้ายของมันออกมาก่อนที่จะสิ้นใจในที่สุด
ศพของมันระเบิดออกกลายเป็นพลังงานสีเขียวพุ่งเข้ามาในร่างกาย
ของเขา
“พลังงานนี่มัน…”
หลินหมิงรู้สึกว่าพลังงานสีเขียวที่พุ่งเข้ามาในร่างกายของเขานั้น
แตกต่างจากพลังสามชนิดแรกที่เขาได้รับมา พลังที่ได้รับในด่านนี้ดูดซับ
ได้ยากกว่า
และในขณะที่เขาค่อยๆดูดซับพลังนี้เข้าไป ทั่วร่างกายราวกับมีเข็ม
นับหมื่นทิ่มแทง หน้าผากเริ่มมีเหงื่อไหลออกมา
ทันใดนั้นพื้นที่ด้านหน้าของเขาก็ได้เกิดการบิดเบื้อนของมิติขึ้น เห
ยียนโม่ก็ปรากฏตัวออกมา
เหยียนโม่มองมาที่หลินหมิงและกล่าว “ข้าขอแสดงความยินดีด้วย
เจ้าเป็นคนแรกที่ผ่านด่านทาสแห่งแม่มดในรอบ 6000 ปีที่ผ่านมา”
“เจ้าไม่ต้องกลัว พลังนี่ได้ถูกกักเก็บไว้นานเกินไป จึงดูดซับได้ยาก
มันจะดัดแปลงและพัฒนาร่างกายของเจ้าให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และ
พลังนี้ก็ไม่มีอันตรายใดๆ”
“6000ปี…?” หลินหมิงตกตะลึง
“ใช่แล้ว 6,000 ปีก่อนมีชายคนหนึ่งผ่านการทดสอบในด่านนี้ได้
เหมือนกับเจ้า เขาชื่อว่าฉินอวี่ แต่เขาก็ไปถึงเพียงด่านที่ 5 น่าเสียดาย
จริงๆที่เขาไม่สามารถผ่านด่านทดสอบที่ 5 ไปได้ หลังจากเขากลับออกไป
ก็ได้ก่อตั้งชนเผ่าอันยิ่งใหญ่ขึ้นในป่าไพศาลทางใต้ และได้ถูกขนานนามว่า
จักรพรรดิขนวิหคสวรรค์”
ไม่แปลกใจเลยที่6000ปีที่ผ่านมาไม่มีนักสู้คนใดที่ผ่านด่านทดสอบที่
4 ไปได้ สัตว์ประหลาดยักษ์ตัวนี้มีพลังป้องกันสูงอย่างเกินไป เพลิงสายฟ้า
แห่งการทำลายล้างก็ยังฆ่ามันไม่ได้ในทันที
หลินหมิงสัมผัสได้ว่าพลังงานได้หลอมรวมเข้ากับโครงกระดูกของเขา
มันมีความหนาแน่นและทนทานขึ้นอย่างมาก
การป้องกันทางกายภาพของเขาเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากจนน่าตกตะลึง!
แม้ว่าเขาจะเป็นนักสู่ที่แข็งแกร่งและมีพละกำลังสูงส่ง แต่ร่างกาย
ของเขามิได้ทนทานมากนัก
หากเขาจะรับกระบี่ด้วยมือเปล่า เขาจำต้องโคจรปราณแท้ปกป้อง
เอาไว้ด้วย หากเป็นมือเปล่ามันย่อมขาดเป็นสองท่อนแน่ หรือต่อให้เขา
โคจรปราณแท้ปกป้องมือเอาไว้ ถ้าปราณแท้ในกระบี่ทรงพลังกว่า มือของ
เขาก็อาจจะขาดได้เช่นกัน
แต่หลังจากได้ดูดซับพลังงานสีเขียวนั่นเข้าไปแล้ว หากเป็นกระบี่ที่
อัดแน่ด้วยปราณแท้ เขาสามารถใช้มือเปล่ารับได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้อง
โคจรปราณแท้ปกป้องเอาไว้เลย
พลังงานสีเขียวที่อยู่ภายนอกค่อยๆลดลง มันถูกร่างกายของหลินหมิ
งดูดซับเข้าไปอย่างต่อเนื่อง ร่างกายของเขามีของเหลวสีดำไหลออกมา
มันยังช่วยขจัดสิ่งสกปรกในร่างกายของเขาออกมาด้วย
การใช้ปราณแท้จำนวนมากในการสังหารสัตว์ประหลาดยักษ์และ
การดูดซับพลังงานสีเขียวนั่นเข้าไปในร่างกาย ทำให้เขารู้สึกอ่อนเพลีย
และจึงทรุดลงกับพื้น
เหยียนโม่กล่าว “ตั้งแต่ด่านทดสอบที่ 4 เป็นต้นไป หากเจ้าสามารถ
ผ่านการทดสอบได้ เจ้าจะมีเวลาพักฟื้น 3 ชั่วโมงก่อนจะเริ่มการทดสอบ
ในด่านต่อไป ในระยะเวลา 3 ชั่วโมงต่อจากนี้จงฟื้นฟูสภาพร่างกายและ
ปราณแท้ของตนเอง ให้กลับมามากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”
“ข้าขอให้โชคดี”
เมื่อเหยียนโม่กล่าวจบ มิติก็บิดเบื้อน เหยียนโม่ค่อยๆจางหายไป
หลินหมิงถอนหายใจอย่างโล่งอก นอนลงไปบนพื้นดิน โชคดีที่มีเวลา
ถึง 3 ชั่วโมงให้ได้พัก การดูดซับพลังงานสีเขียวทำให้เขาเหนื่อยล้า
3 ชั่วโมงก็มากพอที่จะทำให้เขากลับมาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์จน
สามารถต่อสู้ได้อีกครั้ง!
………………
ด้านนอกเจดีย์ผู้วิเศษ น่าอีกำลังยื่นอยู่ในห้องสมุดแห่งหนึ่งนางกำลัง
เปิดตำราเล่มหนึ่ง
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เป็นสุสานขนาดใหญ่และมีห้องสมุดลับอยู่ น่า
อีใช้เวลาอยู่นาน แต่ในที่สุดนางก็หาห้องสมุดลับแห่งนี้เจอ นางกำลัง
ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อยู่ นางได้ค้นพบตำราหนังแกะที่
บันทึกเรื่องราวของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เอาไว้
ตำราเล่มนี้มีอายุกว่า 1500 ปีแล้ว มันถูกเขียนขึ้นโดยนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่
ที่มีนามว่าน่าเหยียนต้า
น่าเหยียนต้า เป็นบุคคลที่มีอำนาจชื่อเสียงและได้รับการจารึกให้เป็น
บุคคลสำคัญคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของป่าแดนใต้แห่งนี้
เขาได้ก่อตั้งเผ่าน่ากู่ ซึ่งเป็น 1 ใน 10 ชนเผ่าที่แข็งแกร่งที่สุดในป่า
ไพศาลทางใต้ขึ้นมา
น่าเหยียนต้าบุกดินแดนทางเหนือและก่อตั้งอาณาจักรขึ้นมาหลาย
อาณาจักร ยุคของพวกเขานั้นรุ่งเรื่องอย่างยิ่ง เขาคงจะมีการบ่มเพาะขั้น
ปราณปลายฟ้าหรือสูงกว่านั้น!
เขาได้รับการยอมรับว่าเป็นวีรบุรุษแห่งป่าไพศาลทางใต้ เรื่องราว
ของเขาเป็นตำนานที่ใครหลายคนเคยได้ยิน แม้แต่น่าอีก็เคยได้ฟังนิทาน
เรื่องของเขา
น่าเหยียนต้าได้เขียนในตำราหนังแกะว่า เมื่อเขาเข้าไปในเจดีย์
ผู้วิเศษ เขาก็ถูกประเมินความสามารถและถูกส่งไปยังอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์มีทั้งหมด 7 ระดับ ระดับแรกเป็น ด่านนรก
ระดับที่ 2 เป็นผีหิวกระหาย ระดับที่ 3 เป็น ด่านสัตว์อสูร ระดับที่ 4 เป็น
ด่านทาสแม่มด ส่วนตั้งแต่ระดับที่ 5 เป็นต้นไป น่าเหยียนต้าไม่ได้บันทึก
ข้อมูลอะไรเอาไว้เลย
น่าเหยียนต้า สามารถผ่านการทดสอบด่านที่ 3 ของอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์และเขาก็พ่ายแพ้ในด่านที่ 4
ในตำราเขียวไว้ว่าการทดสอบในอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์นั้นยากลำบาก
กว่าการทดสอบในเจดีย์ผู้วิเศษเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะด่านทดสอบด่าน
ที่ 4 เป็นต้นไป แทบเป็นไม่ได้ที่จะมีผู้ใดสามารถเอาชนะได้
แม้แต่จักรพรรดิขนวิหคสวรรค์ก็เกือบจะเอาชนะศัตรูที่อยู่ในด่านที่
4 ไม่ได้ แต่ก็ต้องไปพ่ายแพ้ให้กับศัตรูในด่านทดสอบที่ 5 แทน
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ น่าอีก็กลายตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง
จักรพรรดิขนวิหคสวรรค์ได้ปกครองป่าไพศาลทางใต้มากว่า 6000 ปี
และก่อตั้งอาณาจักรใหญ่
จักรพรรดิขนวิหคสวรรค์มีความแข็งแกร่งที่ล้ำลึก อาจกล่าวได้ว่าเกิน
กว่าขั้นปราณปลายฟ้าไปแล้ว
จักรพรรดิขนวิหคสวรรค์ได้สร้างเผ่าแม่มดขึ้นมา เผ่าแม่มดนี้มิได้
ด้อยไปกว่าสำนักระดับ 3 เช่นหุบเขาเจ็ดแก่นแท้แห่งทางแดนเหนือเลย!
สามารถที่จินตนาการได้ถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของของป่าไพศาล
ทางใต้ในช่วงเวลานั้นได้เลย!
“แม้แต่จักรพรรดิขนวิหคสวรรค์ผู้ทรงพลังผู้นั้น ก็ยังไม่สามารถผ่าน
ด่านทดสอบด่านที่ 5 ไปได้เลยหรือ? อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ยากที่ะผ่านไปได้
อย่างแท้จริง แล้วยังมีด่านที่ 6 และ 7 ต่อไปอีกหรือ?”