Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 180 เผชิญหน้าขั้นปราณต้นฟ้า
สำหรับผลึกสีแดง เขามีลางสังหรณ์บางอย่างว่าหากไม่เลือกมัน
ในตอนนี้ เขาจะไม่มีโอกาสอีกเลย
ดังนั้นหลินหมิงจึงตัดสินใจที่จะเลือกผลึกสีแดง แม้ว่าขวดหยกที่มี
ลวดลายงดงามจะดูเหมาะสมกับเขามากกว่าก็ตาม
“ได้ตามที่เจ้าต้องการ”
“สมบัติที่เจ้าเลือกเป็นสมบัติที่มีค่าที่สุดและหายากที่สุด เมื่อเจ้า
เลือกสมบัติไปแล้วจะก็จะไม่ได้รับสิ่งใดเพิ่มเติมในด่านทดสอบที่ 6-7”
มันเป็นการเดิมพันที่เสี่ยงอย่างยิ่ง หากเขาไม่สามารถผ่านด่าน
ทดสอบที่ 7 ไปได้ เขาก็จะไม่ได้สิ่งใดเลย!
หลินหมิงหวังที่จะได้รับพลังบางอย่างในด่านที่ 6 แม้ว่ามันจะไม่ใช่
พลังที่ช่วยยกระดับการบ่มเพาะของเขา แต่มันก็คงเป็นพลังที่ช่วยให้เขา
แข็งแกร่งขึ้น แต่ในเวลานี้ความหวังของเขาก็ต้องมลาย
เมื่อเหยียนโม่กล่าวจบ เหยียนโม่ก็ได้หายไปอีกครั้ง หลินหมิงรีบหยิบ
หินลมปราณแท้ขึ้นมาและโคจรพลัง ‘เคล็ดบ่มเพาะบรรพกาลแห่งกลียุค
ที่แท้จริง’
ก่อนที่จะเข้าไปต่อสู้ในด่านทดสอบที่ 6 เขาต้องพร้อมให้มากที่สุด
ตั้งแต่อดีตกาลยังไม่เคยมีนักสู้ผู้ใดผ่านด่านทดสอบที่ 6 ไปได้มาก่อน
………………
ด้านนอกของเจดีย์ผู้วิเศษ น่าอีรอหลินหมิงอยู่นานมากแล้ว น่าสุ้ย
กำลังนอนหลับข้างพี่สาว
น่าอีคาดกว่าตอนนี้คงจะเกือบถึงรุ่งเช้าแล้ว แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่า
หลินหมิงจะกลับออกมาเลย เรื่องนี้ทำให้นางพอเดาได้ว่าหลินหมิงคงเข้า
ไปในอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ แต่เหตุใดจึงได้อยู่นานถึงเพียงนี้? มีอุบัติเหตุเกิด
ขึ้นกับเขาหรือไม่?
ในบันทึกของน่าเหยียนต้า เขาเขียนเอาไว้ว่าเขาใช้เวลาเข้าไปใน
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เพียงแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น
แต่จนถึงตอนนี้ หลินหมิงเข้าไปในเจดีย์ผู้วิเศษและไม่ได้กลับออกมา
เป็นนานกว่า 5 ชั่วโมงแล้ว!
สิ่งที่น่าอีเป็นกังวลมากที่สุดก็คือ ในบันทึกของน่าเหยียนต้าได้เขียน
ไว้ว่า ในอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ ผู้ที่เข้าไปทดสอบจะตายได้จริง หากพวกเขา
ต่อสู้ไม่ไหวและไม่กล่าวยอมแพ้เ พวกเขาก็จะถูกฆ่าตายที่นั่น!
น่าอีกำมือของนางไว้ที่หน้าอก นางอยากจะเข้าไปในเจดีย์ผู้วิเศษ
เพื่อตามหาหลินหมิง แต่มนุษย์สามารถเข้าไปในเจดีย์ผู้วิเศษได้เพียงครั้ง
เดียวเท่านั้น และอายุของนางในตอนนี้ก็ไม่ใช่อายุที่เหมาะสมที่สุดด้วย ยิ่ง
ไปกว่านั้นก็นางก็คงไม่มีคุณสมบัติพอที่จะได้ทดสอบในอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย
“ท่านพี่… ” น่าสุ้ยลืมตาตื่นและเรียกหาพี่สาวของนาง
“ฮืม? เจ้าตื่นแล้วหรือ?”
“ตอนนี้เวลาเท่าใดแล้ว?” น่าสุ้ยหาวในขณะที่กล่าวออกมา โชคดีที่
นางฝึกฝนการต่อสู้มาบ้าง มิเช่นนั้นการนอนบนพื้นหินที่ขรุขระเช่นนี้ คง
ทำให้ผิวพรรณของนางช้ำเป็นแน่
“ข้าเองก็ไม่แน่ใจนัก แต่ข้าว่าตอนนี้คงจะเกือบรุ่งเช้าแล้วกระมัง”
“โอ้… แล้วพี่ชายโม่หลินยังไม่กลับออกมาเลยหรือ?”
“ยัง…” น่าอีกล่าวพร้อมกับถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้
“พี่ชายโม่หลินคงจะได้เข้าไปในอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเขากลับ
ออกมา เขาจะแข็งแกร่ง มีชื่อเสียง และกลายเป็นบุคคลสำคัญแห่งป่า
ไพศาลทางใต้ เขาจะเป็นตำนานเช่นเดียวกับน่าเหยียนต้าและจักรพรรดิ
ขนวิหคสวรรค์”
“อืม ก็คงจะเป็นเช่นนั้น… ”
ถ้าเขามีชีวิตรอดกลับมาได้…
……………………………
ในที่สุดการทดสอบด่านที่ 6 ก็ได้เริ่มขึ้น หลินหมิงกำลังเข้าสู่ด่าน
ทดสอบที่ 6 ด่านทูตสวรรค์
สภาพแวดล้อมโดยรอบแปรเปลี่ยนไป เขามายืนอยู่กลางวิหารสีขาว
ขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่กลางอากาศ รอบๆวิหารแห่งนี้มีแท่นหินขนาดยักษ์
อยู่ 9 แท่น แท่นหินเหล่านี้ดูราวกับว่าเป็นมังกรที่ขดตัวอยู่และแต่ละแท่น
สูงกว่า 1000 ก้าว
ด้านหน้าของเขามีชายวัยกลางคนสวมชุดสีฟ้าและสะพายกระบี่ไว้
ผมของเขายาวกว่า 2 ก้าวและมัดเอาไว้
เมื่อหลินหมิงสัมผัสถึงระดับการบ่มเพาะของชายผู้นี้ เขาก็กลายเป็น
แข็งค้าง
ชายผู้นี้มีการบ่มเพาะขั้นปราณต้นฟ้า!
แต่ก็ยังโชคดีที่เขาเป็นนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าช่วงต้น
หลินหมิงรู้สึกปวดใจเป็นอย่างมาก เขายังอายุไม่ถึง 16 ปีแต่กับต้อง
มาเผชิญหน้านักสู้ขั้นปราณต้นฟ้า ในด่านทดสอบที่ 6 เสียแล้ว!
จะมีเด็กอายุ 15 ปีคนใดในโลกที่สามารถเอาชนะนักสู้ขั้นปราณต้น
ฟ้าได้บ้างเล่า?
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้เผชิญหน้ากับนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าช่วง
ต้น
ระดับการบ่มเพาะระหว่างการนักสู้ขั้นดัดกระดูกกับนักสู้ขั้นปราณ
ต้นฟ้านั้นแตกต่างกันอย่างมหาศาล
สำหรับนักสู้ขั้นผสานชีพจร จุดชีพจรทั่วร่างกายฃจะเชื่อมต่อถึงกัน
ทำให้ปราณแท้ไหลเวียนไปทั่วร่างกายได้อย่างอิสระ ทำให้ความแข็งแกร่ง
ของพวกเขาเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
สำหรับนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้า ปราณแท้จะโคจรมารวมกันที่จุด
ตันเถียน เส้นชีพจรของพวกเขาจะเพิ่มจำนวนขึ้น การโคจรปราณแท้จะ
เป็นไปอย่างรวดเร็วและทรงพลัง ทำให้ความแข็งแกร่งของพวกเขาเพิ่ม
สูงขึ้นอย่างมหาศาล
นักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าเหนือกว่าเขามากอย่างยิ่ง นักสู้ขั้นปราณต้นฟ้า
มีจุดชีพจรที่เชื่อมต่อถึงกันและมีเส้นชีพจรจำนวนมาก ทั้งสองข้อนี้เป็น
ช่องว่างที่กว้างใหญ่วึ่งเขาไม่มีวันเอาชนะนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าได้
“เอาหอกของเจ้าออกมา”
หลินหมิงรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง เขาไม่คิดว่าชายผู้นี้จะพูด
ออกมา ชายผู้นี้พูดออกมาด้วยภาษาจากแดนเทวะ
หลินหมิงนำหอกอ่อนปราณคลั่งออกมาและตั้งท่าพร้อมที่จะต่อสู้
หอกสีเงินยาวเกือบ 10 ก้าวชี้ไปข้างหน้า
ในตอนนี้เอง ชาววัยกลางคนก็ดึงกระบี่บนหลังของเขาออกมาและ
กล่าวว่า “พ่ายแพ้ไปซะ…”
กระบี่ถูกชักออกมาจากฝัก และฟันเข้ามาใส่หลินหมิงอย่างรวดเร็ว
กระบี่ของชายวัยกลางคนมีพลังและความเร็วสูงจนน่าเหลือเชื่อ
นอกจากนั้น กระบี่ของเขายังฟันเข้ามาจากมุมอับ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะ
รับมือได้
“ปราณแท้สั่นสะเทือน ลื่นไหลดุจแพรไหม!”
หอกของหลินหมิงถูกยกขึ้นมารับกระบี่ของชายวัยกลางคนเอาไว้
เคล้งงง!
แม้ว่าเขาจะรับกระบี่ของชายวัยกลางคนเอาไว้ได้ แต่ปราณกระบี่ที่
ทะลวงเข้ามาก็ทำให้เขาต้องใช้ปราณแท้จำนวนมากในการป้องกัน เขากด
เท้าลงบนพื้นและพุ่งออกไปข้างหลังเพื่อทิ้งระยะห่าง
ในการรับมือการโจมตีจากชายผู้นี้ ทำให้เขาเสียปราณแท้ไปมาก
ทีเดียว เขาโคจรพลัง ‘เคล็ดบ่มเพาะบรรพกาลแห่งกลียุคที่แท้จริง’ เพื่อ
ฟื้นปราณแท้ของตัวเองไปด้วย ในเวลานี้เขามีการบ่มเพาะที่จุดสูงสุขั้นดัด
กระดูกแล้ว แต่มันก็ยังห่างไกลกับขั้นปราณต้นฟ้าอยู่อีกมาก
“หืม?” ชายวัยกลางคนประหลาดใจที่หลินหมิงรับการโจมตีของเขา
ได้
ชายวัยกลางคนใช้กระบี่โจมตีเข้ามาอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้กระบี่ของเขา
ถูกปกคลุมด้วยพลังแสงสีแดงฉาน นี่เป็นการโจมตีที่ทรงพลังเป็นอย่าง
มาก!
การโจมตีของนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้า!
หลินหมิงกัดฟันแน่น ระเบิดปราณแท้ออกมาอย่างมากมายมหาศาล
เส้นใยปราณแท้สั่นสะเทือนทั้ง 5000 เส้นถ่ายเทปราณแท้ลงไปในหอก
อ่อนปราณคลั่งเพื่อตั้งรับการโจมตีของนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าที่กำลังพุ่งเข้า
ปังงงงง!!
หอกและกระบี่ปะทะกันอย่างรุนแรง คลื่นปราณแท้ระเบิดออกไปทั่ว
ทุกทิศทาง แม้ว่าเขาจะรับกระบี่ไว้ได้ แต่คลื่นปราณแท้จากกระบี่ก็ยัง
กระแทกเข้ามาใส่ร่างกายของเขา!
แม้ว่าปราณกระบี่ของชายคนนั้นจะทะลวงเข้ามาใส่ร่างของหลินหมิง
ได้ แต่เขาก็ไม่ได้รับบาดเจ็บมากมายอะไร
“ร่างกายของข้าต้านทานไว้ได้เช่นนั้นหรือ?”
หลินหมิงยิ้มอย่างภูมิใจ เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าร่างกายของเตนเอง
จะแข็งแกร่งและทนทานถึงเพียงนี้ นอกจากจะสามารถต้านทานปราณ
กระบี่จากนักสู้ขั้นผสานชีพจรได้แล้ว ร่างกายของเขายังสามารถต้านทาน
ปราณกระบี่จากนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าได้อีกด้วย!
“เจ้าก็แข็งแกร่งไม่เลวเลยทีเดียว!”
ชายกลางวัยคนกล่าวชม ชายผู้นี้เป็นมนุษย์ เขาไม่ได้เกิดขึ้นจากพลัง
ของด่านทดสอบ เขามีความคิดและจิตใจเป็นของตนเอง เขาคงจะเป็นข้า
รับใช้ของผู้ที่สร้างด่านทดสอบแห่งนี้ขึ้นมาเช่นเดียวกับเหยียนโม่
“รับมือ!” ชายวัยกลางคนตวัดกระบี่เข้าใส่หลินหมิงอีกครั้ง
“ปราณแท้ประจักษ์!”
หลินหมิงยกหอกของเขาขึ้นมาเพื่อรับมือ พวกเขาทั้งสองปะทะกัน
หลายกระบวนท่า ทุกการโจมตีของชายวัยกลางคนทรงพลังและรุนแรง
เป็นอย่างยิ่ง
หลินหมิงทำได้เพียงแค่หลบหรือตั้งรับการโจมตีของชายวัยกลางคน
เท่านั้น ไม่มีโอกาสให้เขาได้โจมตีสวนกลับไปเลยแม้แต่น้อย
แม้ว่าเขาจะมีพลังของปราณอัคคีและวิญญาณสายฟ้าอยู่ แต่มันก็ไม่
มากพอที่ช่วยเปิดโอกาสให้เขาโจมตีตอบโต้กลับไปได้ ยังโชคดีที่เขามี
‘ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม’ หากเขาไม่มีเคล็ดวิชาที่ช่วยให้เคลื่อนไหวได้
อย่างรวดเร็วละก็ เขาคงพ่ายแพ้ไปนานแล้ว
เปล้ง! เปล้ง! เปล้ง! เปล้ง! เปล้ง! เปล้ง! เปล้ง!
หลินหมิงกับชายวัยกลายคนยังคงต่อสู้กันอย่างดุเดือด
ในการปะทะที่รุนแรง ไม่มีท่าทีว่าชายวัยกลางคนจะได้รับบาดเจ็บ
อย่างไรก็ตาม สำหรับหลินหมิงได้รับบาดเจ็บเพิ่มจากคลื่นช็อคปราณแท้
หากร่างกายของเขาไม่มีพลังป้องกันที่สูงเช่นนี้ อวัยวะภายในเขาก็คงจะ
ถูกฉีกเป็นชิ้นๆไปเรียบแล้ว
ปังงง!
ด้วยการระเบิดที่เกิดขึ้น หลินหมิงลอยกระเด็นไปหลายร้อยก้าว เขา
แทบจจะไม่สามารถพยุงร่างของตัวเองขึ้นมาได้ เขาได้เช็ดโลหิตที่มุมปาก
ออก แม้ว่าร่างกายของเขาจะได้รับบาดเจ็บ แต่โลหิตที่ได้รับการ
ประสิทธิภาพสูงของเขานั้นได้ช่วยรักษาบาดแผลภายในอย่างช้าๆ
แม้เขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก็ยังมีคำถามหนึ่งผุดขึ้นมาเสมอ
เขาจะเอาชนะได้อย่างไร?