Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 187 เปลวเพลิงนิรันดร์
หลังจากหญิงสาวสองพี่น้องทานอาหารกันจนอิ่มท้องแล้ว หลินหมิง
ก็เอายาสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งออกมาจากแหวนมิติ เขาโรยผงยาลงไปบน
บาดแผลของน่าอี ทำให้บาดแผลของน่าอีสมานตัวอย่างรวดเร็ว
จากนั้นหลินหมิงก็เอาชุดผ้าเก่าๆชุดหนึ่งออกมาจากแหวนมิติและ
ยื่นให้น่าอี ชุดที่นางใส่อยู่ในตอนนี้ขาดไปบางส่วน หากให้นางใส่ชุดขาดๆ
เช่นนั้นต่อไปคงที่ไม่เหมาะสมซักเท่าไร
หลินหมิงกล่าวถามน่าอี “ในป่าแดนใต้อันกว้างให้แห่งนี้ พอจะมีพลัง
แห่งเปลวเพลิงหรือสายฟ้าที่ยิ่งใหญ่อยู่หรือไม่? พลังธาตุที่ทรงพลังอำนาจ
เช่นนี้…”
หลินหมิงแบมือออกมา ทันใดนั้นเปลวเพลิงรูปดอกบัวเพลิงอันร้อน
ระอุก็ปรากฏขึ้นมากลางฝ่ามือของเขา
น่าอีตกใจอย่างมาก นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้เห็นเปลวเพลิงที่เป็นรูป
ดอกบัวเช่นนี้!
แม้ว่าดอกบัวเพลิงจะมีขนาดเล็กเท่าไข่ไก่ แต่ความร้อนที่แผ่ออกมา
ก็ยังร้อนแรงจนน่าตกใจ
ยิ่งไปกว่านั้น ในตอนที่หลินหมิงต่อสู้กับชายหน้าลิงและชายหัวล้าน
เขาสามารถจัดการชายสองคนนั้นได้อย่างง่ายดายโดยไม่จำเป็นต้องใช้
เปลวเพลิงอันร้อนแรงนี้!
นักสู้ที่มีการฝึกฝนขั้นที่4สามารถเอาชนะนักสู้ที่มีการฝึกฝนขั้นที่ 5
ถึง2คนพร้อมกันได้อย่างง่ายดาย โดยไม่จำเป็นต้องใช้พลังที่แท้จริงของ
ตัวเอง
หลินหมิงแข็งแกร่งขนาดไหนกันแน่…
จู่ๆน่าอีก็ตกตะลึง ในเวลานี้นางไม่สามารถสัมผัสถึงระดับการฝึกฝน
ของหลินหมิงได้เลย น่าอีสัมผัสได้ว่าพลังปราณของหลินหมิงอ่อนแอและ
ผันผวนราวกับเป็นพลังปราณของคนธรรมดาทั่วไป ที่ยังไม่บรรลุการ
ฝึกฝนขั้นที่1 โดยทั่วไปแล้วมีเพียงนักสู้ที่มีการฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้น
ปราณปลายฟ้าอย่าง ฉินจื่อหยา เท่านั้นที่จะสามารถทำเช่นนี้เพื่อซ่อน
ระดับการฝึกฝนของตัวเองได้
“โม่หลิน ระดับการฝึกฝนของเจ้า… ”
หลินหมิงหยุดชะงักเล็ดน้อย เขาเข้าใจสิ่งที่น่าอีสงสัย การที่เขาดูด
ซับโลหิตเกล็ดย้อนเข้าไปในร่างกายทำให้พลังของเขาผันผวนและยากที่
จะสัมผัสถึงการฝึกฝนที่แท้จริงของเขาได้
โลหิตเกล็ดย้อนแห่งมังกรที่แท้จริงค่อยๆปรับเปลี่ยนพลังปราณใน
ร่างกายของเขาให้เป็นไปตามวิธีแห่งมังกรหยางฉี เป็นธรรมดาที่นักสู้ที่มี
การฝึกฝนขั้นที่3อย่างน่าอีจะไม่สามารถสัมผัสถึงการมีอยู่ของระดับการ
ฝึกฝนของเขาได้ เว้นแต่ว่าเขาจะต้องการแสดงระดับการฝึกฝนของเขา
ออกมา
หลินหมิงยิ้มและแผ่พลังปราณออกมา ในเวลานี้เขาไม่ได้ใช้พลังของ
โลหิตเกล็ดย้อนเพื่อปกปิดระดับการฝึกฝนของตัวเอง พลังปราณของนักสู้
ที่มีการฝึกฝนขั้นที่5แผ่ออกไปทั่วทุกทิศทาง
น่าอีตาโตและอ้าปากค้าง ตอนที่หลินหมิงเข้าไปในเจดีย์ผู้วิเศษ เขา
มีการฝึกฝนขั้นที่4ช่วงต้น แต่ในเวลานี้เขามีการฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้นที่
5 ระดับการฝึกฝนของหลินหมิงเพิ่มขึ้นเกือบ2ขั้นใน7วันที่ผ่านมา!
“เจ้ามีการฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้นที่5 น่าเหลือเชื่อ… ”
“ข้าได้เข้าไปทดสอบในดินแดนวิเศษโดยบังเอิญ ทำระดับการฝึกฝน
ของข้าเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก ข้าอยากจะรู้ว่าในป่าแดนใต้แห่งนี้พอจะมี
พลังแห่งเปลวเพลิงที่แข็งแกร่งอยู่หรือไม่?” หลินหมิงยังคงถามคำถามเดิม
น่าอีไม่อยากจะเชื่อเลยว่านักสู้ที่มีการฝึกฝนขั้นที่5อย่างหลินหมิงจะ
สามารถซ่อนระดับการฝึกฝนของตนเองได้ โดยปกติแล้วต้องเป็นนักสู้ที่มี
การฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้นปราณต้นฟ้าเป็นอย่างน้อย ถึงจะสามารถทำ
เช่นนั้นได้ “ข้าคิดว่ามี ชนเผ่าหนอนไฟใช้เปลวเพลิงเป็นสัญลักษณ์ของ
พวกเขา พวกเขามีเปลวเพลิงที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นซึ่งถูกเก็บไว้โดย
หัวหน้าเผ่าคนปัจจุบัน มันคือเปลวเพลิงนิรันดร์”
“เปลวเพลิงนิรันดร์!”
เมื่อถูกเรียกว่าเปลวเพลิงนิรันดร์ ก็คงจะเป็นเปลวเพลิงที่แท้จริง
อย่างแน่นอน!
‘นี่เป็นมรดกแห่งเผ่าหนอนไฟ และถูกเก็บโดยหัวหน้าเผ่าหนอนไฟ
การจะไปแย่งชิงมันมาเป็นเรื่องที่ยากอย่างยิ่ง!’
“พวกนั้นแข็งแกร่งขนาดไหน?” หลินหมิงถาม
“ข้าเองก็ไม่แน่ใจ” น่าอีกัดฟัน หมอผีที่เป็นหัวหน้าของเผ่าหนอไฟ
ต่อสู้กับราชินิแม่มดอยู่นาน ในที่สุดหมอผีหัวหน้าเผ่าหนอนไฟก็สามารถ
เอาชนะราชินีแม่มดซึ่งเป็นหัวหน้าเผ่าของเผ่าแม่มดได้!
“เจ้าโกรธแค้นชนเผ่านี้มากอย่างนั้นสินะ?” เมื่อหลินหมิงเห็นว่าน่าอีมี
สีหน้าเปลี่ยนไปเขาจึงกล่าวถามนาง
“เผ่าหนอนไฟฉวยโอกาสตอนที่เผ่าของข้าถูกฝูงสัตว์ดุร้ายบุกโจมตี
พวกมันเข้ามาสังหารราชินีแม่มดหัวหน้าเผ่าของข้า ทั้งครอบครัวของข้า
ญาติพี่น้องของข้าต่างก็ถูกพวกมันสังหาร”
“เจ้าคิดจะแก้นแค้นหรือไม่?”
“แน่นอน แต่มันก็เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้สำหรับข้า หากข้ามี
การฝึกฝนระดับปราณฟ้าละก็ ข้าจะบุกไปทำลายเผ่าหนอนไฟในทันที”
“อย่างนั้นรึ…” หลินหมิงยิ้ม ความแข็งแกร่งของพวกหมอผีคงจะไม่
เกินขั้นปราณต้นฟ้าช่วงกลาง คนที่แข็งแกร่งที่สุดในเผ่าคงจะมีระดับการ
ฝึกฝนเท่ากับมู่อี้!
น่าเหลือเชื่อจริงๆ… อาณาจักรลิขิตฟ้าที่มีประชากรหลายสิบล้านคน
กลับมีนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าอยู่แค่ไม่กี่คนเท่านั้น แต่เผ่าหนอนไฟที่มี
ประชากรอยู่แค่หนึ่งล้านคน กลับมีนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าขั้นกลางอยู่ด้วย!
‘เป็นไปไม่ได้เลยที่ข้าจะสามารถเอาชนะนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าได้
ในตอนนี้ ยิ่งไปกว่านั้นหมอผีหัวหน้าเผ่าคนนั้นยังต้องมีนักสู้ยอดฝีมือคอย
คุ้มกันอีกจำนวนมาก ข้าไม่สามารถเอาชนะพวกมันได้อย่างแน่นอน’
ในด่านทดสอบที่6 เขาได้ต่อสู้กับนักสู้ระดับปราณฟ้าช่วงต้นแบบตัว
ต่อตัว เขายังเกือบจะผ่านมาไม่ได้ หากต่อสู้กันจนถึงที่สุดเขาก็คงเป็นฝ่าย
แพ้ แม้ว่านักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าคนนั้นจะบาดเจ็บสาหัสแต่ก็ยังมีพลังปราณ
เหลืออยู่ แต่เขาไม่เหลือพลังปราณเลยแม้แต่น้อย หากเหยียนโม่ไม่เข้ามา
ตัดสินผลการต่อสู้ เขาก็คงพ่ายแพ้และถูกฆ่าในเวลาต่อมา
ความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้เทียบได้กับนักสู้ที่มีการฝึกฝนที่
จุดสูงสุดของขั้นผสานชีพจร เขายังไม่สามารถเอาชนะนักสู้ระดับปราณ
ฟ้าได้
สำหรับนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าช่วงต้น แม้หลินหมิงจะไม่สามารถตอบ
โต้อะไรได้ แต่เขาก็พอจะสามารถตั้งรับและรักษาชีวิตของตัวเองต่อไปได้
แต่สำหรับนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าช่วงกลางอย่างหมอผีหัวหน้าเผ่า
หนอนไฟ เขาคงจะรับมือไม่ไหว หากต้องเผชิญหน้ากันก็เป็นไปได้สูงที่เขา
จะถูกฆ่า
หลังจากที่หลินหมิงได้ดูดซึมเปลวเพลิงดอกบัวเพลิงของฮัวกงเข้ามา
ปราณอัคคีค่อยๆเจริญเติบโตและทรงพลังมากขึ้น แต่จิตวิญญาณสายฟ้า
กลับไม่แข็งแกร่งขึ้นเลย ในเวลานี้สิ่งที่เขาควรจะค้นหาคือพลังแห่ง
สายฟ้า มิใช่พลังแห่งเปลวเพลิง
หลินหมิงกล่าวถาม “น่าอี ในป่าแดนใต้แห่งนี้พอจะมีพลังสายฟ้าที่มี
ลักษณะพิเศษเช่นนี้อยู่หรือไม่?”
หลินหมิงยื่นฝ่ามือออกไปและแบมือออก งูสายฟ้าที่ทรงพลังปรากฏ
ขึ้นบนฝ่ามือของเขา
เมื่อน่าอีเห็น นางก็ยิ่งตกใจ นอกจากชายผู้นี้จะมีพลังแห่งเปลวเพลิง
แล้ว เขายังมีพลังแห่งสายฟ้าอีกด้วย!
“ข้าไม่เคยเห็นสายฟ้าที่มีลักษณะพิเศษเช่นนั้นมาก่อน”
“อืม…” หลินหมิงพึมพำด้วยความผิดหวัง แต่นี่ก็เป็นเรื่องธรรมดา
พลังแห่งสายฟ้านั้นหาได้ยากกว่าพลังแห่งเปลวเพลิง
น่าอีกล่าว “แต่ข้าเคยได้ยินมาว่า ลึกลงไปในป่าแดนใต้มีภูเขาสายฟ้า
คลั่งอยู่ บนภูเขาสายฟ้าคลั่งมีจิ้งจกสายฟ้าที่สามารถปล่อยสายฟ้าอัน
รุนแรงออกมาได้ พวกมันเป็นสัตว์ดุร้ายที่น่ากลัวมา และยังมีหญ้าสายฟ้า
ที่มีอายุกว่าร้อยปี แม้แต่นักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าก็ยังต้องระมัดระวังเป็น
อย่างมาก”
“โอ้? หญ้าสายฟ้า?!”
หลินหมิงรู้สึกสนใจหุบเขาสายฟ้าคลั่งเป็นอย่างมาก แม้แต่นักสู้ขั้น
ปราณต้นฟ้ายังต้องระมัดระวัง ก็แสดงว่าสายฟ้าในที่แห่งนั้นทรงพลังเป็น
อย่างยิ่ง
หลินหมิงกล่าว “ข้าจะไปที่นั่น”
“โอ้…” น่าอีลังเลอยู่ครู่หนึ่งและกล่าวถามหลินหมิง “โม่หลิน… เจ้าได้
เข้าไปในแดนเทวะมาแล้วใช่หรือไม่?”
น่าอีกล่าวถามด้วยความตื่นเต้น
หลินหมิงยิ้ม “ใช่ ที่แห่งนั้นเป็นด่านทดสอบที่แบ่งเป็นระดับต่างๆ”
“ในตำราโบราณบันทึกเอาไว้ว่า ด่านทดสอบแห่งนั้นมีทั้งหมด 7
ระดับ สถานที่แห่งนั้นถูกปกป้องและดูแลโดยดวงตาขนาดยักษ์ เจ้าเข้าไป
ทดสอบอยู่หลายวัน อย่างน้อยเจ้าก็คงไปได้ถึงด่านทดสอบที่5สินะ…”
หลินหมิงเข้าไปทดสอบในแดนเทวะนานถึง 7 วัน 7 คืน เขาต้องไป
ได้ใกล้ว่านายันด้าที่เข้าไปทดสอบได้ไม่กี่ชั่วโมงอย่างแน่นอน และไม่แน่ว่า
เขาอาจจะไปได้ไกลกว่าจักรพรรดิแห่งป่าแดนใต้ที่เข้าไปทดสอบในแดน
เทวะเมื่อ6000ปีก่อนด้วย…
น่าอีไม่อยากจะคิดอะไรอีก จักรพรรดิแห่งป่าแดนใต้กลายเป็บบุคคล
ในตำนาน เขามีการฝึกฝนขั้นปราณปลายฟ้าและเป็นผู้ก่อตั้งเผ่าแม่มด ซึ่ง
ถือเป็นนิกายระดับ3 เทียบเท่ากับนิกายหลักของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้
หากหลินหมิงสามารถผ่านการทดสอบมาถึงชั้นที่ 5 ได้เช่นเดียวกับ
จักรพรรดิแห่งป่าแดนใต้ ในอนาคตของก็คงกลายเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่และ
ทรงอำนาจไม่แพ้กัน เขาจะต้องไปถึงขั้นปราณปลายฟ้าได้อย่างแน่นอน!