Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 189 ทหารจากเผ่าหนอนไฟ
หลินหมิงสามารถสัมผัสถึงระดับการฝึกฝนของทหารม้าเหล่านั้นได้
ในกลุ่มชาย5คนนั้น มี4คนที่มีการฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้นที่ 4 และอีกคน
หนึ่งมีการฝึกฝนขั้นที่ 5 ช่วงกลาง
“บริกรเอาอาหารม้าอย่างดีมาให้ม้าของพวกข้า และดูแลพวกมันให้ดี
หากขนของพวกมันหายไปแม้แต่เส้นเดียว พวกข้าจะทำลายโรงเตี้ยมของ
พวกเจ้า!” ชายคนหนึ่งกล่าว เขามีกลิ่นอายแห่งการฆ่าฟันแฝงอยู่
เมื่อบริกรได้เห็นพู่บนหมวกของทหารม้าพวกนั้น เขาก็รีบปฏิบัติตาม
คำสั่งในทันที เขารู้ดีว่าทหารม้าทั้ง5คนนั้นเป็นทหารจากเผ่าหนอนไฟ!
เผ่าผาหมอกถูกครอบครองโดยเผ่าหนอนไฟ พวกเขาเป็นทาสของ
เผ่าหนอนไฟ เมื่อทหารจากเผ่าหนอนไฟมาเยื่อนที่นี่ เหล่าบริกรจะ
ให้บริการพวกเขาเป็นอย่างดี
“ไปเอาไวน์ไม้หมอกและอาหารที่ดีที่สุดมา!”
“ขอรับนายท่าน” บริกรรีบวิ่งออกไปทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว
โรงเตี้ยมนี้ไม่ได้มีขนาดใหญ่เท่าไหรนัก ทหารม้าทั้ง5นั่งอยู่ไม่ไกล
จากหลินหมิงและหญิงสาวทั้งสอง
“ฮ่าฮ่า! ตอนนี้พวกก็ได้เป็นทหารม้าแนวหน้าให้ท่านแม่ทัพแล้ว เห็น
มั้ยพวกเรา พวกเราทำได้!” ทหารม้าที่มีหอกสะพายอยู่บนหลังกล่าว
เมื่อได้ยินคำว่าท่านแม่ทัพ มือของน่าอีก็เริ่มสั่น
“เจ้าเป็นอะไรหรือป่าว?” หลินหมิงสังเกตเห็นอาการสั่นของนาง และ
ถามน่าอีผ่านปราณเสียง
น่าอีตอบ “คนพวกนั้นเป็นทหารของเผ่าหนอนไฟ ท่านแม่ทัพที่พวก
มันพูดถึงคือซือกู่ต้า!”
“โอ้?” หลินหมิงยิ้มออกมา เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่า เขาอาจจะได้
ข้อมูลของซือกู่ต้าในวันนี้ หากเขานั่งฟังทหารพวกนั้นพูดคุยกัน เขาคงจะ
ได้ข้อมูลของซือกู่ต้ามาบ้าง
ในเวลานี้เอง บริกรก็นำไวน์ไม้หมอกมาและลินใส่แก้วให้ทหารม้าทั้ง
ห้า เมื่อไวน์ถูกลินใส่แก้วของพวกเขาแล้ว พวกเขาก็ยกแก้วขึ้นมาดื่ม
ในทันที “ดื่มให้กับท่านหัวหน้า พวกเราทั้งห้าจะต้องประสบความสำเร็จ”
“ข้าก็หวังว่าพวกเราจะประสบความสำเร็จ แต่บึงทมิฬนั่นมีสัตว์ดุร้าย
ระดับ3และระดับ4อยู่เต็มไปหมด พวกเราทั้ง5ต้องเป็นทัพหน้าและเปิด
ให้ท่านหัวหน้า งานนี้อันตรายมากทีเดียว พวกเราต้องระวังตัวให้ดี”
“พวกเราจะพักที่นี่กัน1คืนก่อน และจะออกเดินทางในตอนเช้าของ
วันพรุ่งนี้ ก่อนที่พระอาทิตย์จะตก พวกเราต้องเปิดเส้นทางผ่านบึงทมิฬ
ไปให้ได้” ชายที่สะพายหอกไว้บนหลังกล่าว
“ขอรับท่านหัวหน้า”
“คืนนี้พวกเจ้ากินให้เต็มที่แล้วจะไปเสพสุขกับเหล่าสาวงามซักหน่อย
ก็ได้ แต่อย่าให้ดึกนักล่ะ พรุ่งนี้พวกเราจะต้องออกเดินทางกันแต่เช้า”
“ข้าได้ยินมาว่าหญิงจากชนเผ่าผาหมอกจะมีริมฝีปากสีแดงอ่อน
รูปร่างเรียวเล็ก คืนนี้ข้าคงต้องไปเล่นสนุกกับพวกนางเสียหน่อย!”
พวกเขาพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน พวกเขาคงจะทำงานอย่าง
ยากลำบากในกองทัพเป็นเวลานาน นานๆถึงจะได้มีโอกาสออกมาเที่ยว
เช่นนี้ซักครั้ง
หลินหมิงจิบไวน์อย่างเงียบๆ แม้ว่าเขาจะไม่ได้หันหน้าไปมองทหาร
พวกนั้น แต่เขาก็มุ่งความสนใจไปที่คนพวกนั้น เขาได้ยินสิ่งที่คนพวกนั้น
พูดคุยกันอย่างชัดเจน เขาถามน่าอีผ่านปราณเสียง “น่าอีคนพวกนั้นมียศ
ทางทหารสูงแค่ไหน?”
น่าอีตอบ “สังเกตที่พู่หมาป่าบนหมวกของพวกเขา พู่หมาป่า1ชิ้น
เป็นหัวหน้าของทหาร 100 คน พู่หมาป่า2ชิ้นเป็นหัวหน้าของทหาร1000
คน พู่หมาป่า3ชิ้นเป็นหัวหน้าของทหาร10000คน หากไม่มีพู่หมาป่าก็คง
จะเป็นทหารองครักษ์”
โดยทั่วไปทหารมักจะใช้หอกหรือง้าวเป็นอาวุธ มีไม่กี่คนที่จะใช้ดาบ
แม้ว่าจะมีดาบอยู่มากมายหลายประเภท แต่ก็ไม่มีประเภทให้เลยที่มีพลัง
อำนาจเทียบหอกได้ แต่ทหารองค์รักษ์จะใช้ดาบเป็นอาวุธ เพราะดาบใช้
ปกป้องผู้อื่นได้ดีกว่าหอก
“มี2คนเป็นหัวหน้าของทหาร10000คน และอีก3คนเป็นองครักษ์
ของพวกเขางั้นสินะ” หลินหมิงสังเกตที่พู่หมาป่าบนหมวกของทหาร
เหล่านั้น
สำหรับกองทัพในอาณาจักรลิขิตฟ้า ผู้ที่เป็นหัวหน้าของทหาร10000
คนจะต้องเป็นผู้ที่มีการฝึกฝนขั้นที่5เป็นอย่างน้อย!
สำหรับไท้เฟิง แม้ว่าเขาจะมีการฝึกฝนขั้นที่5แล้ว แต่เขาก็ยังไม่ได้รับ
ตำแหน่งให้เป็นหัวหน้าคุมทหาร 10000 คน เขาคงต้องพยายามสร้าง
ผลงานเพิ่มเพื่อที่จะได้เลื่อนยศ
แม้เผ่าหนอนไฟจะมีประชากรเพียงแค่1ล้านคน แต่กำลังทหารของ
พวกเขาไม่ได้เป็นรองอาณาจักรลิขิตฟ้าเลยแม้แต่น้อย ทหารแต่ละคน
ของพวกเขาแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอยู่เป็นเป็นประจำ
พวกเขากล้าหาญและแข็งแกร่งกว่าทหารจากอาณาจักรลิขิตฟ้าที่ไม่ค่อย
ได้ต่อสู้ในสถานการณ์ที่เสียงเป็นเสียงตายบ่อยๆ!
หลังจากผ่านการต่อสู้ที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมานับครั้งไปทั่ว
สัญชาตญาณของพวกเขาจะเฉียบคม หากเป็นนักสู้ที่มีระดับการฝึกฝนสูง
กว่าไม่มากจากอาณาจักรลิขิตฟ้า พวกเขาก็สามารถเอาชนะได้โดยอาศัย
สัญชาตญาณแห่งการต่อสู้และประสบการณ์ของพวกเขา!
จู่ๆทหารพวกนั้นก็เริ่มหันหน้ามามองน่าอีและน่าสุ่ย แววตาของพวก
เขาเต็มไปด้วยตัณหา
หลินหมิงขมวดคิ้ว หากพวกนั้นแค่มองอยู่เฉยๆ เขาก็จะไม่ทำอะไร
หากเป็นไปได้เขาก็ไม่อยากจะปะทะกับทหารของเผ่าหนอนไฟก่อนที่จะ
สังหารซือกู่ต้าได้สำเร็จ
แต่คนพวกนั้นจ้องมองน่าอีและน่าสุ่ยด้วยสายตาลามก และพูดถึง
พวกนางทั้งสอง ทำให้หลินหมิงเริ่มจะหมดความอดทน
“ท่านหัวหน้า ท่านกำลังต้องการหญิงสาวใช่หรือไม่ ผู้หญิงในซ่องไม่
ค่อยน่าสนใจเท่าไรหรอก คนอย่างท่านต้องสนุกกับหญิงที่มาจากตระกูลดี
ดี”
“ดูหญิงทั้งสองคนนั้นสิ ใบหน้าของพวกนางอ่อนหวาน ผิวพรรณของ
พวกนางเนียนนุ่มน่าสัมผัส ยิ่งไปกว่านั้นพวกนางก็ยังอายุน้อยอยู่ คงจะ
ยังไม่เคยผ่านชายใดมาก่อน ท่านไม่อยากลิ้มรสความบริสุทธิ์อันหอม
หวานของพวกนางหรือ?”
“พวกนางมีการฝึกฝนขั้นที่3 ไม่ต่างอะไรกับลูกไก่ในกำมือของพวก
เรา ส่วนไอ้เด็กหนุ่มที่อยู่ข้างๆนั่นก็ไม่เคยฝึกฝนการต่อสู้มาก่อน” ทหาร
พวกนั้นไม่สามารถสัมผัสฝึกระดับการฝึกฝนของหลินหมิงได้
“เขาคงจะเป็นหนุ่มเจ้าสำราญจากตระกูลชั้นสูง ข้าละชอบรังแกเด็ก
จำสำราญพวกนี้จริงๆ ”
ทหารพวกนี้เกลียดคนที่มาจากตระกูลชั้นสูงเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะคนที่มาจากตระกูลชั้นสูงแล้วไม่เคยฝึกฝนการต่อสู้มาก่อน
“บริกรเตรียมห้องพักที่ดีที่สุดให้พวกข้า และไปที่หอหมื่นไม้ดอก
บอกให้พวกเขาส่งหญิงที่งามที่สุด 5 คนมาที่ห้องของพวกข้าด้วย!” ทหาร
ม้าที่สวมชุดหนังหมีกล่าว
บริกรมองไปที่พวกเขาด้วยความลังเลและกล่าวออกมา “นายท่าน
ห้องพักที่ดีที่สุดของทางเราเต็มหมดแล้ว แต่ยังมีห้องพักธรรมดา
เหลืออยู่…”
“เจ้าจะให้หัวหน้าทหารอย่างพวกข้าไปพักในเล้าหมู่นั่นงั้นรึ?!” ชายที่
สวมชุดหนังหมีทุบโต๊ะอย่างรุนแรง ทำให้บริกรคนนั้นตกใจและหวาดกลัว
เป็นอย่างมาก
ทหารจากเผ่าหนอนไฟสามารถฆ่าคนได้อย่างอย่างง่ายดายราวกับ
ตัดหญ้า หากบริกรคนนั้นทำตามที่พวกเขาต้องการไม่สำเร็จ โรงเตี้ยมจะ
ถูกทำลายหรือจะมีใครถูกฆ่าตาย ก็คงจะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
เผ่าหนอนไฟเป็นใหญ่ในเขตนี้ เผ่าอื่นๆที่อยู่ภายใต้การปกครองของ
พวกเขาก็ไม่ต่างอะไรกับทาสของพวกเขา
บริกรไม่กล้าปฏิเสธทหารทั้งห้าคนนั้นอีก เขารีบกล่าวอย่างรวดเร็ว
“ทางเรามีห้องพักที่ดีที่สุดอยู่2ห้อง แต่ถูกลูกค้าท่านอื่นเข้าพักไปแล้ว ข้า
ไม่รู้ว่าจะบอกพวกเขาอย่างไร…”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทหารจากเผ่าหนอนไฟก็หันหน้าไปทางหลินหมิง
ทหารเหล่านั้นรู้ได้ทันทีว่าคนที่มาเช่าห้องพักที่ดีที่สุดไป จะต้องเป็น
หลินหมิงกับหญิงงามทั้งสองอย่างแน่นอน
ชายสวมชุดหนังหมีกล่าว “ฮ่าๆ เจ้าควรจะบอกข้าให้เร็วกว่านี้ เฮ้…
แม่หญิงงามทั้งสอง พวกท่านไม่คิดจะไม่มาสนุกกับพวกเราหน่อยหรือ?
ข้าสัญญาณว่าคืนนี้จะเป็นคืนที่พวกท่านมีความสุขที่สุดในชีวิต”
เมื่อได้ยินคำพูดของพวกเขา น่าสุ่ยก็หน้าซีดไปในทันที แต่น่าอีกลับ
มีท่าทีที่สงบ
‘ดูเหมือนว่าทหารหน้าโง่พวกนี้ คงจะไม่อยากมีชีวิตรอดถึงเช้าวัน
พรุ่งนี้อย่างนั้นสินะ?’