Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 19 ความสงสัยของมู่อี้
ชาวอาณาจักรลิขิตฟ้าให้ความเคารพศิลปะการต่อสู้มากเป็นอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะเหล่าทหาร การแข่งขันนี้จะจัดขึ้นทุกสามปีเพื่อแสดง
ความสามารถและเลื่อนยศไปสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นเพื่อยกระดับจิตวิญญาณ
การต่อสู้ของนักรบ
ข้อกำหนดที่เป็นเงื่อนไขของการแข่งขันครั้งคือจะต้องมีอายุน้อยกว่า
สามสิบปีและประสบความสำเร็จอย่างน้อยการฝึกฝนกายภาพขั้นที่สาม
คู่ต่อสู้กว่าคนที่เข้าร่วมในการแข่งนี้และหลังจากการทดสอบหลายต่อ
หลายรอบ จะเหลือเพียงห้าสิบคนเท่านั้นที่ยังคงอยู่
ตอนนี้เป็นการแข่งขั้นรอบที่สามและเป็นรอบสุดท้ายที่กำลังจะเริ่ม
ขึ้น เหล่าคู่แข่งที่ได้ผ่านเข้ามาพวกเขาจะเหลือเพียงห้าสิบคนในเร็วๆนี้
นี่เป็นการแข่งขันรอบสุดท้าย ผู้เข้าแข่งขันจะแสดงความสามารถ
ทั้งหมดที่ซ่อนไว้ออกมา และต่อสู้อย่างสุดความสามารถ! เป็นรอบที่จะ
เต็มไปด้วยกลิ่นอายของไฟโทสะเพื่อแย่งชิงจุดยืนสุดท้ายของกันและกัน!
การแข่งขันในรอบแรกๆไม่ได้ทำให้เกิดความสนใจจากผู้ชมมากนัก
คู่แข่งที่อยู่ในสนามส่วนใหญ่มักจะมีความแข็งแก่รงต่ำหรือสูงเกินไป มี
ความแตกต่างมากเกินไประหว่างผู้เข้าแข่งขัน จึงไม่ค่อยมีการต่อสู้ที่สูสี
เร้าใจใดๆ ทั้งหมดนี่ฉินเสี่ยวคือผู้ดูแลการดำเนินงานและผลการแข่งขันที่
ได้
การแข่งขันในขณะนี้แบ่งเป็นมีสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเป็นบุตรชายของ
นายพล เขาหล่อมากอายุ 29 ปีฝึกฝนถึงจุดสูงสุดของขั้นดัดกระดูก ไม่กี่ปี
ที่ผ่านมาชายคนนี้ฝ่าฟันภารกิจต่างๆมามากมาย ได้รับเหรียญยกย่อง
จำนวนมากและได้รับรางวัลสำหรับความสามารถของเขา ความแข็งแก่รง
ของเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากเหตุการณ์เหล่านี้และมีสมบัติในครอบครอง
มากถึงสองชิ้น กระบี่และชุดเกราะ กระบี่ของเขามีจารึกที่วาดโดย
ผู้เชี่ยวชาญผนึกไว้ ความแข็งแก่รงของมันมิอาจมองข้ามได้เลย!
และอีกด้านหนึ่ง เขาเป็นทหารที่เกิดของจากครอบครับธรรมดาๆ
ชื่อของเขาคือ ไทฟิง ความสามารถของเขาก็ไม่ได้โดดเด่นมากนัก แต่เขา
มีความมุมานะฝึกฝนอย่างขยันขันแข็งทุกลมหายใจของเขา เขาเป็นคนที่
กล้าหาญในการต่อสู้ ไม่ลังเลที่จะเสี่ยงชีวิตในการต่อสู้ เขาได้ฆ่าศัตรู
จำนวนมากและมีประสบการณ์มากยิ่งกว่านายทหารทั่วๆไป! ตอนนี้ ไท
เฟิงเองก็อยู่บนจุดสูงสุดของขั้นดัดกระดูก
มันเป็นเรื่องที่ยากสำหรับทหารสองคนนี้ ด้วยระดับการฝึกฝนที่แทบ
จะเท่ากันของพวกเขา หลังจากฆ่าฟันศัตรูของพวกเขามานับไม่ถ้วน ใน
อนาคตมันเป็นไปได้ว่าพวกเขาจะก้าวไปสู่ขั้นผสานชีพจรและกลายเป็น
เสาหลักของอาณาจักร!
ในฐานะที่เป็นผู้ตัดสินการแข่งขันของทั้งสอง ชายอาวุโสชุดเกราะ
เงินยิ้มอย่างมีความสุขและพึงพอใจ เรื่องนี่น่าภาคภูมิใจกำลังจะเกิดขึ้น
บุตรชายของเขาบนเวที!
“ฮ่า ๆ อาวุโสหลี่ ลูกชายของเจ้าช่างน่าภาคภูมิใจยิ่งนัก ” ฉินเสี่ยว
ยิ้มในขณะที่เขากล่าว ชายชุดเกราะเงินนี้เคยอยู่ภายใต้คำสั่งของเขาและ
พวกเขาเป็นเพื่อนเก่ากัน
“ท่านผู้บัญชาการสุภาพเกินไปแล้ว บุตรชายที่น่าสงสารของข้าได้
เติบโตขึ้นมาพร้อมกับยาโอสถที่หายากจำนวนมากและยังไม่ได้แสดงให้
เห็นถึงความทุ่มเทอย่างสุดหัวใจ จริงๆแล้วเขาไม่ได้มีความมุ่งมันขนาด
นั้น ข้าหละเสียใจ “แม้ว่าชายอาวุโสชุดเกราะเงินกล่าวอย่างถ่อมตัว
เช่นนั้นออกมา แต่เขาก็ไม่อาจปกปิดรอยยิ้มของเขาไว้ได้ เขาพอใจใน
บุตรชายของเขาอย่างมากและความภาคภูมิใจที่มีลูกชายเช่นนี้
“ฮืมมม ไท้เฟิงเองทำที่ผ่านมาได้ดี แต่มันก็เป็นเรื่องยากที่จะชนะใน
วันนี้”
ฉินเสี่ยวกล่าวเพราะความแตกต่างในทักษะการต่อสู้และความ
เหลื่อมล้ำในอุปกรณ์หายากของพวกเขาทั้งสอง
ลูกชายของชายชุดเกราะเงินมีสองสมบัติล้ำค่า ทั้งยังมีการจารึกที่สูง
ส่งเสริมพลังของมันอีก งานนี้ไท้เฟิงผู้มาจากตระกูลที่ต่ำต้อยไม่อาจเทียบ
ได้ เป็นธรรมชาติที่เขาจำต้องยอมรับ
สงครามครั้งนี้อาจดูเหมือนจะไม่ยุติธรรม แต่การแข่งขันอาณาจักร
ลิขิตฟ้าก็เป็นเช่นนี้เสมอ ดังนั้นสมบัติและอุปกรณ์ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของ
ความแข็งแรงโดยธรรมชาติของเหล่าทหาร! ในท่ามกลางสนามรบความ
เหลื่อมล้ำในอุปกรณ์ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ใช้ตัดสินกับศัตรู ดังนั้นใครจะมาบ่น
ว่ามันไม่เป็นธรรมไม่ได้!!
มันเป็นไปไม่ได้ที่ทางกองทัพจะจัดหาอุปกรณ์หายากให้กับเหล่า
ทหารทุกคน ถ้าทหารต้องการที่จะโดดเด่นแล้วภูมิหลังของตระกูลของ
พวกเขาก็คือส่วนหนึ่งของความแข็งแก่รงของพวกเขา มันเป็นส่วนที่
สำคัญอย่างยิ่ง
เมื่อไท้เฟิงขึ้นมาบนเวที เขาดึงดาบยาวสี่ก้าวของเขสออกมา ฉิน
เสี่ยวหันไปหามู่อี้ซึ่งนั่งอยู่ข้างเขา “ท่านมู่อี้ ท่านคิดเห็นอย่างไรกับดาบ
ของไท้เฟิง?”
มู่อี้ลูบเคราของเขาเล็กน้อยและพยักหน้า “แน่นอนมันเป็นสมบัติล้ำ
ค่า แต่ทว่ามันได้รับความเสียหายมาก่อน”
“โอ้ความเสียหายรึ?” หลังจากมู่อี้กล่าว ฉินเสี่ยวพึ่งสังเกตเห็นว่า
ปลายดาบหักออกไปเล็กน้อย มันเป็นดาบที่เสียหายจริงๆ
มู่อี้กล่าวขึ้นต่อ “อุปกรณ์ที่เสียหาย แน่นอนว่ามิอาจเทียบอุปกรณ์ที่
สมบูรณ์ได้ ไม่เพียงเท่านั้น หลี่ฉี คู่ต่อสู่ของไท้เฉิงยังมีถึงสองสมบัติล้ำค่า
แม้ทั้งสองจะมีระดับพลังในการฝึกฝนคล้ายกัน แต่ในหลายๆเรื่องไท้เฟิง
ด้อยกว่าหลี่ฉี การแข่งขันครั้งนี้ ไท้เฟิงจะเป็นฝ่ายแพ้
ฉินเสี่ยวกล่าว “ถึงแม้ว่าเขาจะพ่ายแพ้ แต่ไท้เฟิงก็เก่งมาที่มาถึงรอบ
นี้ได้ด้วยดาบสมบัติล้ำค่าที่เสียหายเล่มนั้น นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องที่น่าตื่น
ตาตื่นใจ หากในการต่อสู้ต่อไปนี้เขาสามารถรับมือคู่ต่อสู้ได้ถึงยี่สิบ
กระบวนท่า ข้าอาจจะส่งเสริมให้เขาเข้ามาในฝ่ายกองทัพฉิน…. ซิงเซวียน
ลูกข้า เจ้าจงดูการต่อสู้ครั้งนี้ให้ดี เจ้าเองก็จะก้าวเข้าสู่ขั้นที่ห้าแล้ว แม้ว่า
เจ้าฝึกทักษะการต่อสู้เฉพาะสำหรับผู้หญิง แต่ทุกสิ่งมันก็ไม่ต่างกันมากนัก
ดังนั้นถ้าเจ้าตั้งใจดูและศึกษามัน มันจะช่วยเจ้าได้ ”
ฉินเสี่ยวกล่าวคำไม่กี่คำนั้นกับฉินซิงเซวียน นางพยักหน้าอย่างสุภาพ
และกล่าวตอบรับ “เพค่ะ ท่านปู่”
ทันทีที่ผู้ตัดสินให้สัญญาณเริ่มการต่อสู้ ผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อหลี่ฉีพุ่งไป
ข้างหน้าอย่างรวดเร็วด้วยการจู่โจมที่รุนแรง เขาหวังที่จะยุติการสู้รบ
โดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เขานั้นมีความได้เปรียบในทุกด้าน! แน่นอนว่า
มันจะจบอย่างรวดเร็ว!
เขาเริ่มใช้ทักษะแห่งตระกูลหลี่ ‘กระบี่ห้าเทือกเขาศักดิ์สิทธ์’! กระบี่
เหมือนถูกครอบงำด้วยพลังรุนแรงเช่นภูเขาถูกที่ถล่มลงมา แต่ละครั้งที่จู่
โจมจะมีแรงผลักดันที่มาพร้อมกับความรู้สึกอันสง่างามและพลังงานอัน
ล้นหลาม มันก็สามารถที่จะเอาชนะทุกคนที่มีการฝึกฝนระดับต่ำกว่าได้ใน
กระบวนท่าเดียว แม้กับผู้ที่มีการฝึกฝนเท่ากันมันก็ยังเป็นเรื่องยากที่จะ
รับการจู่โจมที่เป็นดังภูเขาถล่มของมัน นักรบส่วนใหญ่จะต้องยอมจำนน
ต่อการโจมตีอันหนักหน่วงนี้
เร็วที่สุดเท่าเขาจะทำได้ หลี่ฉีกำดาบฟาดผ่านอากาศเกิดเป็นลมตัด
อากาศเป็นเสียงท่วงทำนองอันไพเราะ ดาบในมือของเขาเป็นมีพละกำลัง
500 จิน มันเป็นกระบวนท่าที่สมบูรณ์แบบที่จะแสดงอำนาจของ ‘กระบี่
ห้าเทือกเขาศักดิ์สิทธ์!’ออกมา หากปะทะกับอาวุธที่มีระดับต่ำกว่าแล้ว
อาวุธเหล่านั้นคงแหลกสลายเป็นแน่!
ไท้เฟิงเห็นหลี่ฉีฟาดกระบี่ลงมา ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังมี
สมาธิขึ้นมาทันที เขารู้ความลับของกระบวนท้านั้น เขาย่อเอวลงและวาง
ขาของเขาอย่างมั่นคง มือทั้งสองจับดาบไว้มั่น เขาพุ่งร่างของเขาออกไป
ราวกับระเบิดออกมาด้วยพลังทั้งหมดของเขา!
สำหรับการจู่โจมของหลี่ฉี เขาเองก็ใส่พลังทั้งหมดของเขาลงไป
เช่นกัน!
ไทเฟิงถ่ายเทพลังปราณของเขาเข้าไปในดาบ หัวใจของถูกดึง
พลังงานออกไปจนเกินขีดจำกัดไปบ้างเล็กน้อย พลังมันไหลออกไปราว
กับว่า … ราวกับว่ามันจะดูดกลืนพลังปราณทั้งหมดของเขา!
ไท้เฟิง เคยใช้ดาบเล่มนี้มาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว ก่อนหน้านี้เมื่อ
เขาถ่ายเทพลังปราณลงไป มันเป็นเหมือนเทน้ำเข้าไปในคลองระบายน้ำ
ดาบไม่สามารถดูดซับพลังปราณเหล่านั้นได้สักเท่าไร แต่ในขณะนี้เขา
กลับถูกดูดพลังปราณโดยดาบเสียเอง ดาบนั้นดูดพลังปราณของเขา
เหมือนลมบ้าหมู แต่ก็มิได้รู้สึกว่าพลังปราณที่ถูกดูดเข้าไปเหล่านั้นจะเสีย
เปล่าเลยแม้แต่น้อย!
มันเกิดเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร?
ไม่ได้มีเวลาให้ไท้เฟิงได้คิดแม้แต่น้อย กระบี่ของหลี่ฉีกำลังฟาดลงมา
ที่เขาดังนั้นเขาก็ตะโกนออกมาและฟาดดาบของเขาสวนกลับไป!
ด้วยทักษะระดับต่ำจากกองทัพของเขาท่า‘ผสานการทำลายล้าง’
เขาได้รู้ความลับทักษะระดับสูงของหลี่ฉีที่สืบทอดในตระกูล’กระบี่ห้า
เทือกเขาศักดิ์สิทธ์!’ดาบของพวกเขาจะระเบิดอย่างรุนแรง การปะทะกัน
ของพลังปราณ เกิดการปะทุขึ้นในอากาศและพื้นเวทีการประลองถูกทุบ
แยกออกจากกันเป็นสองฝั่ง หลี่ฉีพลังปราณผลักดันบังคับให้ต้องก้าวถอย
หลังไปหลายก้าว แต่ไท้เฟิง ถอยกลับมาเพียงก้าวเดียวเท่านั้น!
มันคือเหตุการณ์ที่เป็นความจริงอย่างนั้นรึ?
ไท้เฟิงอ้าปากค้างและมองไปที่ดาบในมือของเขาใบหน้าของเขาเต็ม
ไปด้วยความไม่อยากจะศรัทธา เขาไม่เคยต่อสู้กับหลี่ฉีมาก่อน แต่ก็เคยได้
ยินว่าเขาน่าจะเป็นอันดับหนึ่ง หลังจากการปะทะกัน ในที่สุดเขาก็
ตระหนักได้ว่ากลัวผู้ชายคนนี้น่าเกรงขามอย่างแท้จริง!
เขามั่นใจแน่นอนว่ามันไม่ใช่ความแข็งแก่รงของเขาเองที่เพิ่มขึ้น แต่
เป็นเพราะดาบเล่นนี้ของเขามีการเปลี่ยนแปลง … บางทีมันเป็นเพราะ
การจารึกเมื่อวานนี้?
ไท้เฟิงไม่เข้าใจว่าการจารึกทำงานอย่างไร แต่รู้ว่ามันสามารถเสริม
พลังให้อาวุธได้ ไท้เฟิงคิดว่ามันอาจเพิ่มความคมของตัวดาบแต่หลังจาก
การทดสอบมันเมื่อวานนี้กับต้นไม้หลายต่อหลายต้น เขาไม่ได้รู้สึกถึงอะไร
ที่แตกต่างกันเลย เขาผิดหวังอย่างมาก เขาไม่เคยตระหนักว่าผลของจารึก
จะแสดงออกเมื่อถ่ายเทพลังปราณลงไปภายในอาวุธ!
มันเป็นจารึกฝึกที่วาดโดยเด็กฝึกหัดจริงๆรึ? เหตุใดมันถึงได้รุนแรง
เช่นนี้? แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจการตั้งราคาของแผ่นจารึก แต่ในหัวใจของ
เขารู้ว่ามันมีความแข็งแก่รงและประสิทธิภาพเพิ่มสูงขึ้นมากนัก มันจะ
สามารถหาซื้อได้ด้วยเงิน 100 เหรียญทองได้อย่างไรกัน!
จากการปะทะกัน หลี่ฉีพึ่งได้สติกลับมาสู่ความเป็นจริง ผู้ชายคนนั้น
ตอบโต้เขาด้วยดาบที่หัก ทั้งผลที่ออกมายังแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นฝ่าย
เสียเปรียบ… บางทีมันอาจซ่อนพลังบางอย่างเอาไว้! ผู้ชายคนนี้ … น่า
กลัว!
“เยี่ยม!” ฉินเสี่ยวยกย่อง “นายทหารสามัญสามารถต่อกรกับหลี่ฉีที่ใช้
‘กระบี่ห้าเทือกเขาศักดิ์สิทธ์’ ได้อย่างสูสี ด้วยดาบที่หักไท้เฟิงทำได้เยี่ยม
ยอด! น่าประทับใจ! ท่านมู่อี้ท่านคิดเช่นเดียวกับข้ารึไม่? ”
มู่อี้ย่นคิ้วของเขาและไม่รู้จะตอบอย่างไรดี แม้ว่าเขากับฉินเสี่ยวจะ
ระดับการฝึกฝนไม่ต่างกันมาก แต่เขาก็เป็นนักจารึกผู้เชี่ยวชาญดังนั้น
ความเข้าใจเรื่องคุณสมบัติต่างๆย่อมมากกว่าฉินเสี่ยว หลังจากการปะทะ
กันในช่วงสั้นๆ เขาเห็นได้อย่างชัดเจนว่าดาบที่หักของไท้เฟิงไม่ได้มีความ
รุนแรงน้อยไปกว่าดาบของหลี่ฉี! และนั่นก็เพราะพลังปราณที่ถ่ายเทไปสู่
ดาบ ดาบสามารถซึมซับแล้วใช้มันได้เต็มประสิทธิภาพจนน่าตกใจ!
มันจะเป็นเช่นนั้นอย่างนั้นรึ เมื่อพิจารณาดาบที่เสียหายของเขา ถึง
มันจะเป็นสมบัติล้ำค้าแต่มันก็เป็นสมบัติล้ำค่าระดับต่ำ
ทั้งหมดนี่อาจเป็นเพราะการจารึกของดาบเล่มนั้นอย่างนั้นรึ?