Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 203 ใกล้ถึงยอดเขา
แผ่นหยกตำราเคล็ดบ่มเพาะระดับมนุษย์ชั้นกลางมีราคาสูงกว่า
20000 เหรียญทองอย่างแน่นอน แผ่นหยกเคล็ดบ่มเพาะเล่มนี้จะสร้าง
คุณประโยชน์ให้กับเขาอย่างมากมายมหาศาล เขาคิดถูกแล้วที่เลือกตำรา
เคล็ดบ่มเพาะ
ชายชุดดำไม่รู้สึกเสียใจเลยที่บอกเรื่องของต้นไผ่ดวงจิตสายฟ้าสีม่วง
ให้กับหลินหมิง เขารู้สึกมีความสุขอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน หากเขามาที่นี่
ด้วยตนเอง ต่อให้ไม่มีกิ้งก่าสายฟ้าเฝ้าอยู่และเขาสามารถตัดต้นไผ่ดวงจิต
สายฟ้าสีม่วงได้ เขาก็ไม่สามารถนำมันไปขายได้อยู่ดี คงไม่มีใครที่จะซื้อ
มันจากเขา การปล้นมันไปจากเขาง่ายกว่าเป็นไหนๆ การไปเสนอขายมัน
จะทำให้เขาตกอยู่ในอันตรายเสียเปล่าๆ
“ข้ายกศพของกิ้งก่าสายฟ้าตัวนั้นให้พวกเจ้า เลือดของมันมีประโยชน์
ต่อการฝึกฝน” หลินหมิงกล่าว กิ้งก่าสายฟ้ามีสายเลือดของมังกรวารีซึ่ง
เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ การแช่ตัวในเลือดของมันจะช่วยให้ร่างกายแข็งแกร่ง
ขึ้น
ชายชุดดำและคนอื่นๆยิ้มอย่างมีความสุข เลือดของกิ้งก่าสายฟ้าสี
แดงที่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่านักสู้ที่มีการฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้น
ผสานชีพจร สามารถขายได้ในราคาสูงถึง 2000 เหรียญทอง
“เราจะแยกกันที่นี่ ข้าไม่ต้องการให้ใครรู้เรื่องของข้า ห้ามพวกเจ้าพูด
ถึงข้าเด็ดขาด มิฉะนั้นข้าจะ…”
หลินหมิงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอันน่าหวาดกลัว เขาพูดออกมาแค่
นั้นและปล่อยให้คนพวกนั้นไปจินตนาการถึงคำพูดต่อจากนั้นกันเอาเอง
พวกเขาคงรู้ดีว่าหลินหมิงจะทำอะไร และคงไม่กล้าพูดเรื่องของเขาให้ใคร
ฟัง
ชายชุดดำและคนอื่นๆรีบพยักหน้า คนที่พวกเขาปิดบังได้ยากที่สุดก็
คืออาจารย์ของพวกเขาเอง แต่ชายชุดดำก็ตัดสินใจที่จะออกจากสำนัก
แห่งนั้นและเริ่มฝึกฝนการต่อสู้ด้วยตนเอง เขามีตำราเคล็ดบ่มเพาะระดับ
มนุษย์ชั้นกลางอยู่ในมือ สำนักเล็กๆแห่งนั้นไม่มีประโยชน์อะไรกับเขาอีก
แล้ว
ไม่ใช่แค่ชายชุดดำเท่านั้นที่คิดจะออกจากสำนัก หญิงสาวทั้งสองและ
เด็กหนุ่มคนนั้นก็เช่นกัน หากพวกนางยังอยู่ในสำนักต่อไป อาจารย์
จะต้องเอาดาบระดับมนุษย์ชั้นต่ำของพวกนางไปอย่างแน่นอน
พวกเขาอยู่ในสำนักแห่งนั้นมาเป็นเวลานานมากแล้ว แต่พวกเขาก็
แทบจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย
หลังจากที่หลินหมิงจากไป พวกเขาทั้ง4ก็ตั้งใจว่าจะออกจากสำนัก
และสร้างกลุ่มของตัวเองขั้นมา โดยอาศัยตำราเคล็ดบ่มเพาะระดับมนุษย์
ชั้นกลางเล่มนั้น พวกเขาสามารถกลายเป็นกลุ่มนักสู้ที่แข็งแกร่งและมี
ชื่อเสียงได้ในอนาคต
…
หลังจากที่หลินหมิงแยกตัวออกมา เขาก็มองหาสถานที่ที่ปลอดภัย
และเพื่อจะดูดกลืนพลังสายฟ้าจากต้นไผ่ดวงจิตสายฟ้าสีม่วง
เขานั่งลงทำสมาธิและเข้าสู่สภาวะของเจตจำนงนักสู้ ‘จิตบริสุทธ์’
เขาหยิบต้นไผ่ดวงจิตสายฟ้าสีม่วงออกมาจากแหวนมิติ สายฟ้าสีแดง
จากต้นไผ่ต้นนี้ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา
เขาค่อยๆดูดพลังสายฟ้าจากต้นไผ่ดวงจิตสายฟ้าสีม่วงเข้าไปใน
ร่างกาย พลังสายฟ้าไหลผ่านเส้นเลือดและตรงไปที่หัวใจของเขา
ต่อให้เป็นนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้า หากมีสายฟ้าที่ทรงพลังเช่นไหลอยู่ใน
ร่างกาย อวัยวะภายในของพวกเขาจะถูกทำลายและอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
แต่หลินหมิงมีจิตวิญญาณสายฟ้าอยู่ เขาจึงไม่ได้รับผลกระทบ
ร้ายแรงซักเท่าไร เขาค่อยๆดูดกลืนพลังสายฟ้าจากต้นไผ่ดวงจิตสายฟ้าสี
ม่วงเข้าไปในร่างกายทีละนิดๆ
เมื่อจิตวิญญาณสายฟ้าได้กลืนกินสายฟ้าจากต้นไผ่ดวงจิตสายฟ้าสี
ม่วง มันก็ค่อยๆเติบโตขึ้นอย่างช้าๆ ในเวลานี้หลินหมิงรู้สึกปวดแสบปวด
ร้อนตามร่างกาย แม้ว่าจิตวิญญาณสายฟ้าจะช่วยให้ร่างกายของเขาทน
ต่อสายฟ้า แต่ก็ใช่ว่าเขาจะไม่ได้รับความเสียหายจากสายฟ้าเลย หากเป็น
สายฟ้าธรรมดาเขาก็คงไม่รู้สึกเจ็บปวด แต่สำหรับสายฟ้าที่ทรงพลังจาก
ต้นไผ่ดวงจิตสายฟ้าสีม่วงต้นนี้ เขารู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากใช้เวลาดูดกลืนพลังสายฟ้าอยู่ครึ่งชั่วโมง เขาก็สามารถ
ดูดกลืนพลังสายฟ้าทั้งหมดจากต้นไผ่ดวงจิตสายฟ้าสีม่วงเข้ามาในร่างกาย
ได้สำเร็จ จิตวิญญาณสายฟ้าของเขาเติบโตขึ้นกว่า 50 %
ถ้าต้นไผ่ดวงจิตสายฟ้าสีม่วงที่มีอายุเพียง 900 ปีสามารถทำให้จิต
วิญญาณสายฟ้าเติบโตขึ้นได้ถึง 50% แล้วต้นไผ่ดวงจิตสายฟ้าสีม่วงที่มี
อายุ 9900 ปีจะสามารถทำให้จิตวิญญาณสายฟ้าเติบโตขึ้นได้ขนาดไหน?
จิตใจของหลินหมิงเต็มไปด้วยความหวัง แต่โอกาสที่เขาจะได้ต้นไผ่
ดวงจิตสายฟ้าสีม่วงอายุ 9900 ปีมาก็น้อยแสนน้อยเหลือเกิน
หลังจากดูดกลืนพลังสายฟ้าจากต้นไผ่ดวงจิตสายฟ้าสีม่วงเสร็จแล้ว
หลินหมิงก็เดินทางขึ้นไปบนภูเขาต่อ ระหว่างทางเขาก็สังหารกิ้งก่า
สายฟ้าสีแดงและดูดกลืนพลังสายฟ้าจากไข่มุกสายฟ้าของพวกมัน
ยิ่งเขาขึ้นมาสูงขึ้น เขาก็ยิ่งพบกับกิ้งก่าสายฟ้าจำนวนมากขึ้นและ
แข็งแกร่งขึ้น พวกมันมีสายเลือดของมังกรวารีที่เด่นชัดขึ้น การจะต่อสู้กับ
พวกมันเป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง
ฉัวะ!
หอกอ่อนปราณคลั่งที่เต็มไปด้วยพลังปราณสั่นสะเทือนพุ่งออกไป
กลางอากาศและแทงทะลุร่างของกิ้งก่าสายฟ้าสีแดงตัวหนึ่ง มันถูกฆ่าตาย
ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว
หลังจากที่หลินหมิงได้ดูดกลืนโลหิตเกล็ดย้อนเข้าไปในร่างกาย พลัง
ปราณสั่นสะเทือนจากวิชาปราณลื่นไหลดุจแพรไหมก็ทวีความรุนแรงมาก
ขึ้น แม้ว่าพลังปราณสั่นสะเทือนจะออกจากร่างกายของเขาไปเขาสู่
ร่างกายของศัตรูแล้ว แต่มันก็ไม่ได้อ่อนแอลงและถูกทำลายได้ง่ายๆ
เช่นเดียวกับเมื่อก่อน ด้วยพลังปราณสั่นสะเทือนของเขา เขาสามารถ
สังหารกิ้งก่าสายฟ้าสีแดงที่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่านักสู้ขั้นผสานชีพจร
ช่วงกลางได้ไม่ยาก
หลินหมิงเดินไปที่ศพของมันและผ่าเอาไข่มุกสายฟ้าออกมา นี่เป็น
ไข่มุขสายฟ้าจากกิ้งก่าสายฟ้าสีแดงลูกที่ 20 แล้ว หลังจากดูดกลืนพลัง
สายฟ้าจากกิ้งก่าสายฟ้าสีแดงเข้าไป 20 ลูก ในเวลาจิตวิญญาณสายฟ้าก็
เติบโตขึ้นประมาณ 60 %
เขาเงยหน้าขึ้นไปมองหุบเขาสายฟ้าคลั่ง ในตอนนี้เขาอยู่ห่างจาก
ยอดเขาประมาณ 50,000 ก้าว เขาสามารถมองเห็นสายฟ้าที่ผ่าลงมาบน
ยอดเขาอย่างต่อเนื่องได้อย่างชัดเจน สายฟ้านั่นเป็นสายฟ้าที่แท้จริง
แม้ว่าหลินหมิงจะมีจิตวิญญาณสายฟ้าอยู่ แต่เขาก็คงไม่สามารถต้านทาน
พลังของมันได้
ในระหว่างที่เขากำลังเดินทางขึ้นไปบนยอดเขา ทรงกลมสายฟ้าลูก
หนึ่งก็พุ่งเข้ามาหาเข้าอย่างรวดเร็ว
เปรี้ยง!
หลังจากโดนพลังสายฟ้าลูกนั้น เขาก็รู้สึกชา สายฟ้านั่นรุนแรงเป็น
อย่างยิ่ง หากเขาไม่ได้ดูดกลืนพลังสายฟ้าที่แข็งแกร่งจากต้นไผ่ดวงจิต
สายฟ้าสีม่วงและทำให้จิตวิญญาณสายฟ้าเจริญเจิบโตขึ้น เขาคงจะได้รับ
บาดเจ็บจากการโจมตีในครั้งนี้
“กิ้งก่าสายฟ้าสีฟ้า!”
นี่เป็นครั้งแรกที่หลินหมิงได้พบกับกิ้งก่าสายฟ้าสีฟ้าที่มีความ
แข็งแกร่งเทียบเท่ากับนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้า
เขารีบใช้วิชาก้าวย่างวิหคทองคำถลาลมเพื่อหลบหนีออกมา แม้ว่า
เขาจะสามารถทนพลังสายฟ้าของมันได้ แต่เขาไม่มีทางเอาชนะมันได้ ต่อ
ให้เขาให้วิชาเพลิงสายฟ้าพิโรธก็คงสังหารมันไม่สำเร็จ
การหนีจากมันไม่ใช่เรื่องยากซักเท่าไร หลินหมิงมีความเร็วสูงกว่า
พวกมันอย่างชัดเจน เพียงไม่กี่ย่างก้าวเขาก็ทิ้งห่างออกมาจนมันหายลับ
ไปจากสายตาของเขา
บริเวณช่วงกลางของหุบเขาแห่งนี้ กิ้งก่าสายฟ้าส่วนใหญ่จะเป็น
กิ้งก่าสายฟ้าสีแดง แต่ก็มีกิ้งก่าสายฟ้าสีฟ้าอยู่บ้างเล็กน้อย หลินหมิงไล่ฆ่า
กิ้งก่าสายฟ้าสีแดงที่อยู่ในบริเวณนี้เพื่อดูดซับพลังสายฟ้าจากไข่มุกสายฟ้า
ของพวกมันอย่างเพลิดเพลินตลอดระยะเวลา1วัน1คืน!
ในเวลานี้จิตวิญญาณสายฟ้าของเขาเติบโตขึ้นถึง70%แล้ว พลัง
สายฟ้าจากไข่มุกสายฟ้าของกิ้งก่าสายฟ้าสีแดงแทบจะไม่สามารถทำให้
จิตวิญญาณสายฟ้าเจริญเติบโตขึ้นได้อีกแล้ว
หลินหมิงสร้างหลุมเล็กๆขึ้นมา เขาเทเลือดของกิ้งก่าสายฟ้าสีแดงลง
ไปในหลุมและลงไปแช่ แม้ว่าสำหรับเขาที่มีร่างกายที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว
เลือดของกิ้งก่าสายฟ้าสีแดงจะไม่ได้มีประโยชน์ซักเท่าไร แต่มันก็ดีกว่าแช่
ในบ่อน้ำธรรมดาและทิ้งเลือดของพวกมันไปเฉยๆ
หลังจากนั้นเขาก็เปลี่ยนชุดใหม่และรับประทานอาหารเข้าไปให้พอ
อิ่มท้อง เขาก็กระโดดขึ้นไปบนต้นใหญ่เพื่อนอนพัก แม้ว่านักสู้ที่มีการ
ฝึกฝนขั้นที่จุดสูงสุดของขั้นที่ 5 อย่างเขาจะสามารถผจญภัยได้หลายวัน
โดยไม่ต้องพักผ่อน แต่ยิ่งขึ้นไปสูง ก็ยิ่งอันตรายมากขึ้น เขาต้องการให้
ร่างกายของเขาอยู่ในสภาพที่พร้อมต่อการต่อสู้มากที่สุด เขาจึงต้อง
พักผ่อนบ้างซัก 2-3 ชั่วโมง
ยิ่งเขาขึ้นมาสูงขึ้น ความเร็วในการขึ้นไปต่อก็ลดน้อยลงเรื่อยๆ ก่อน
หน้านี้หลินหมิงใช้เวลาจากตีนเขาขึ้นมาช่วงกลางเขาซึ่งมีระยะทางกว่า
50000 ก้าวด้วยเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมง แต่สภาพแวดล้อมต่อจากนี้เป็น
น้ำแข็งและมีหิมะตก กว่าเขาจะขึ้นไปได้อีก 1000 ก้าวยังต้องใช้เวลาถึง
2 ชั่วโมง
เขาใช้พลังวิญญาณตรวจสอบสภาพแวดล้อมอย่างต่อเนื่องเพื่อ
หลีกเลี่ยงการพบกับศัตรูให้มากที่สุด
พื้นของหุบเขาเป็นน้ำแข็งสวยงามราวกับหยกสีฟ้า มีหิมะโปรงปราย
ลงมาไม่ขาดสาย เมฆหมอกสีขาวสะอาดตาลอยอยู่เต็มไปหมด สถานที่
แห่งนี้ดูเป็นธรรมชาติและน่าอยู่ราวกับสรวงสวรรค์
น่าเสียดายที่ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยจิตสังหารและอันตรายเป็นอย่างยิ่ง
แม้แต่นักสู้ขั้นผสานชีพจรก็ยังอาจถูกฆ่าตายได้ง่ายๆ
หลินหมิงมองเห็นกิ้งก่าสายฟ้าสีน้ำเงินเข้มอยู่ข้างบนเนินเขา หนทาง
ต่อจากนี้จะยิ่งอันตรายมากขึ้นไปอีก
กิ้งก่าสายฟ้าสีน้ำเงินเข้มมีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับนักสู้ที่มีการ
ฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้นปราณต้นฟ้า และสีของพวกมันก็กลมกลืนกับพื้น
น้ำแข็งและหิมะที่ตกลงมาเป็นอย่างมาก ทำให้ยากที่จะสังเกตเห็นพวก
มันได้
กิ้งก่าสายฟ้าสีน้ำเงินตัวนั้นดูงดงามเป็นอย่างยิ่ง มันดูราวกับรูปปั้น
ประติมากรรมน้ำแข็งอันล้ำค่า
แต่รูปปั้นน้ำแข็งที่งดงามนั่นสามารถสังหารเขาได้อย่างรวดเร็ว
ความแข็งแกร่งของมันเหนือกว่าเขาเป็นอย่างมาก
เมื่อหมิงหมิงได้พบกับกิ้งก่าสายฟ้าสีฟ้าที่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่า
กับนักสู้ระดับปราณฟ้า เขาสามารถบินขึ้นเล็กน้อยเพื่อหลบหนีออกมาได้
ไม่ยาก แต่เขาก็ต้องบินอย่างระมัดระวัง ที่ความสูงขนาดนี้การบินอยู่
กลางอากาศเป็นเรื่องที่อันตรายมากทีเดียว หากไม่จำเป็นเขาก็ไม่อยาก
บินขึ้นไป
หลินหมิงไม่กล้าที่จะเดินขึ้นไปยังบริเวณที่สูงกว่านี้ ไม่แน่ว่ากิ่งก้า
สายฟ้าสีม่วงที่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่านักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าอาจจะ
บินได้เหมือนนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าก็ได้ หากเป็นเช่นนั้นเขาก็ไม่มีโอกาส
หนีรอดได้เลย
หลินหมิงค่อยๆเดินถอยหลังออกไป แต่เมื่อเขามองไปที่กิ้งก่าสายฟ้า
สีน้ำเงินเข้มตัวนั้น เขาก็สัมผัสได้ว่ามันกำลังหวาดกลัวอยู่ และมันก็ไม่กล้า
ที่จะโจมตีเข้ามา
“มันเป็นอะไรของมัน?” หลินหมิงรู้สึกแปลกใจกับปฏิกริยาของกิ้งก่า
สายฟ้าสีน้ำเงินเข้มตัวนั้นเป็นอย่างมาก
หากเป็นกิ้งก่าสายฟ้าสีฟ้าทั่วๆไปมันก็คงจะโจมตีเข้ามาในทันที แต่
กิ้งก่าสายฟ้าสีน้ำเงินเข้มตัวนั้นกับอยู่ในสภาพที่หวาดระแวงและส่งเสียงขู่
ออกมา เหมือนว่ามันต้องการจะขับไล่หลินหมิงออกไปจากอาณาเขตของ
มัน แต่มันก็ไม่กล้าที่จะต่อสู้กับหลินหมิง
หลินหมิงรู้สึกสับสนเป็นอย่างมาก “มันกำลังกลัวข้าอย่างนั้นรึ? ข้ามี
อะไรให้มันต้องเกรงกลัว? พละกำลังและความแข็งแกร่งของข้ายังไม่ถึง
หนึ่งในสิบของมันด้วยซ้ำ”
“กิ้งก่าสายฟ้าสีฟ้าเข้มที่แข็งแกร่งเท่ากับนักสู้ที่มีการฝึกฝนที่จุดสูงสุด
ของขั้นปราณต้นฟ้ากำลังกลัวข้าอยู่ เพราะอะไรกันแน่….?”