Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 211 เด็กหนุ่มผู้ลึกลับ
“เจ้าชื่ออะไร? บอกข้าได้หรือไม่ว่าเจ้าฝึกฝนอยู่ที่สำนักไหน?” หญิง
สาวชุดแดงมองไปที่หลินหมิง นางรู้สึกตื่นเต้นกับความสามารถของเขา
เป็นอย่างมาก
นอกจากเขาจะไม่ได้รับผลกระทบจากแรงกดดันแห่งเลือดของฟินิกซ์
แล้ว เขายังสามารถข่มขวัญมังกรวารีสายฟ้าได้อีก เขาเป็นเด็กหนุ่มที่น่า
เหลือเชื่อจริงๆ เขาจะต้องมาจากตระกูลที่ยิ่งใหญ่และได้ครอบครอง
สายเลือดอันแข็งแกร่งย่างแน่นอน
เมื่อได้ยินคำถามของหญิงสาวชุดแดง หลินหมิงก็ลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อน
จะกล่าว “ข้าชื่อโม่หลิน”
ทันใดนั้นหญิงสาวชุดแดงก็รีบกล่าว “เจ้าไม่จำเป็นต้องบอกข้าหาก
มันทำให้เจ้าลำบากใจ”
นางสังเกตเห็นความลังเลและความอึดอัดใจของหลินหมิง เด็กหนุ่ม
คนนี้คงจะไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนของตนเองให้ใครรู้
“เจ้าตัดสินใจที่จะขึ้นมาบนหุบเขาแห่งนี้ด้วยตัวเองอย่างนั้นหรือ?”
“ใช่แล้ว ข้ามีพลังปราณธาตุสายฟ้า ข้าสามารถทนต่อสายฟ้าในหุบ
เขาแห่งนี้ได้ในระดับหนึ่ง” หลินหมิงกล่าวและเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผาก
“โอ้” หญิงสาวชุดแดงอุทานออกมาด้วยความตกใจ นอกจากกิ้งก่า
สายฟ้าจะมีพลังสายฟ้าที่รุนแรงแล้ว พวกมันยังมีการโจมตีทางกายภาพที่
แข็งแกร่งอีกด้วย นางไม่อยากจะเชื่อเลยว่า เขาจะเป็นคนตัดสินใจขึ้นมา
ผจญภัยบนหุบเขาที่อันตรายเช่นนี้ด้วยตัวเอง
แม้ว่าเขาจะต้านทานพลังสายฟ้าของพวกมันได้ แต่เขาก็มีการฝึกฝน
แค่ขั้นที่5 เขาสามารถขึ้นไปถึงช่วงที่เป็นหิมะที่มีแต่กิ้งก่าสายฟ้าสีฟ้าได้
อย่างไร
การที่จะมีการฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้นที่ 5 ก่อนที่จะอายุครบ 16 ปี
เป็นเรื่องที่มีแต่ตระกูลขุนนางระดับสูงหรือศิษย์จากนิกายหลักแห่งหุบเขา
เจ็ดแก่นแท้เท่านั้นที่จะทำได้
แม้แต่ในเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ก็มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่ฝึกฝนได้รวดเร็ว
เช่นนี้
ทั้งสองนั่งขัดสมาธิด้วยความสงบ หลินหมิงโคจรพลังปราณเพื่อ
ดูดกลืนพลังสายฟ้าที่เขาดึงออกมาจากร่างของหญิงสาวชุดแดง พลัง
สายฟ้านี่แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง และยิ่งไปกว่านั้นนี้ยังเป็นแค่สายฟ้าส่วน
หนึ่งเท่านั้น จิตวิญญาณสายฟ้าและจิตวิญญาณแห่งมังกรวารีสายฟ้า
ยังคงอยู่ในร่างกายของนาง
เขาเข้าสู่สภาวะเจตจำนงนักสู้ สมาธิของเขาเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากมาย
มหาศาล เขาควบคุมการโคจรพลังของร่างกายได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขา
ค่อยๆใช้เมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราชคลั่งดูดกลืนสายฟ้าที่ดึงออกมาจากร่าง
ของหญิงสาวชุดแดง
หญิงสาวชุดแดงเองก็นั่งสมาธิเพื่อฟื้นพลังปราณและใช้ปราณอัคคี
กักขังจิตวิญญาณสายฟ้าเอาไว้ ทันใดนั้นนางก็สัมผัสได้ถึงพลังบางอย่าง
และเปิดตามองไปที่หลินหมิง
เจตนาตำนงแห่งการต่อสู้?!
นางยังคงจ้องมองหลินหมิงต่อไปเพื่อยืนยันความคิดของนาง เมื่อ
ผ่านไปครึ่งก้านธูปนางก็มั่นใจแล้วว่าเด็กหนุ่มคนนี้เข้าใจเจตจำนงนักสู้
จริงๆ!
ชายหนุ่มคนนี้มักจะทำให้นางประหลาดใจได้อยู่เสมอ ในตอนแรก
เขาก็สามารถข่มจิตวิญญาณของมังกรวารีสายฟ้าได้ และในตอนนี้เขาก็
กำลังเข้าสู่สภาวะแห่งเจตจำนงนักสู้อยู่ต่อหน้านาง!
นางมีการฝึกฝนที่จุดสูงสุดของระดับปราณฟ้าและสามารถทะลวงไป
ยังระดับแก่นแท้แห่งปราณได้ครึ่งก้าวแล้ว แม้แต่เหล่าผู้อาวุโสจากเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ก็ยังตกตะลึงในความเร็วในการฝึกฝนของนาง
ทว่านางก็ไม่สามารถเข้าใจเจตจำนงนักสู้ได้ นี่เป็นความสามารถอัน
ล้ำค่าที่ไม่เกี่ยวข้องกับระดับการฝึกฝน การจะเข้าถึงอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของ
เจตจำนงนักสู้ได้ จำเป็นต้องมีหัวใจแห่งการต่อสู้ที่เข้มแข็งและเรียนรู้ทำ
ความเข้าใจพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่นั่นด้วยประสบการณ์และความ
ยากลำบากในการฝึกฝน
การที่สามารถเข้าใจและเข้าถึงพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่นั่นได้ตั้งแต่อายุ
15 ปีถือเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก
หากเป็นนักสู้มีหัวใจที่เข้มแข็งและบริสุทธิ์ ก็จะยิ่งมีโอกาสเข้าถึง
เจตจำนงนักสู้ได้สำเร็จ แต่สำหรับนักสู้จากตระกูลขุนนางระดับสูง พวก
เขามักจะได้รับการช่วยเหลือจากครอบครัวอยู่เสมอ ทำให้หัวใจไม่
เข้มแข็งเหมือนนักสู้ที่มุ่งมั่นฝึกฝนด้วยตัวเองตามลำพัง จึงแทบเป็นไป
ไม่ได้เลยที่จะเข้าถึงเจตจำนงนักสู้ได้
สำหรับนักสู้ที่มาจากตระกูลธรรมดาๆ หากเขาฝึกฝนการต่อสู้ด้วย
ความมุ่งมั่นทุ่มเท พวกเขาจะพบกับความยากลำบากและได้รับความทุกข์
ทรมานจากการฝึกฝนอยู่เป็นประจำ แม้ว่าระดับการฝึกฝนของพวกเขา
จะพัฒนาไปได้ช้ากว่านักสู้จากตระกูลขุนนางชั้นสูงที่ได้รับการช่วยเหลือ
ดูแลจากครอบครัว แต่พวกเขาก็มีโอกาสที่จะเข้าถึงเจตจำนงนักสู้ได้
แต่การที่จะเข้าถึงเจตจำนงนักสู้ได้ตั้งแต่ยังอายุแค่ 15 ปีก็ถึงเป็น
เรื่องอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง เขาคงจะพบกับความยากลำบากและความ
ทรมานในการฝึกฝนมามากมาย!
เมื่อคิดเช่นนั้นนางก็อยากจะรู้จักกับเขาให้มากขึ้น เด็กหนุ่มคนนี้เป็น
ใครกันแน่?
หลังจากเวลาผ่านไป 15 นาที หลินหมิงก็สามารถดูดกลืนพลัง
สายฟ้าที่ดึงออกมาจากร่างของหญิงสาวชุดแดงได้สำเร็จ เขาลุกขึ้นและ
กล่าว “ห่างออกไปไม่ไกลจะมีถ้ำขนาดใหญ่อยู่ หากพวกเราไปที่นั่นพวก
เราก็จะปลอดภัย และมีเวลาเหลือเฟื้อสำหรับการรักษาอาการบาดเจ็บ
ของท่านและวิหคเพลิงของท่าน”
เมื่อได้ยินหลินหมิงกล่าวเช่นนั้น นางก็เรียกวิหคเพลิงกลับมาและเอา
ยาสมุนไพรระดับสูงให้วิหคเพลิงกิน จากนั่นก็เดินตามหลินหมิงออกไป
“จริงสิ ข้าลืมเรื่องนี้ไปได้อย่างไร มังกรวารีสายฟ้าตายแล้วหรือยัง?”
เมื่อหลินหมิงนึกขึ้นได้ เขาก็กล่าวถามออกไปในทันที
“มันยังไม่ตาย แต่อาการบาดเจ็บของมันสาหัสกว่าข้า และลูกหลาน
ของมันก็ถูกข้าฆ่าตายไปกว่าครึ่ง” หญิงสาวชุดแดงกล่าว
“โอ้….” หลินหมิงตกใจ แม้แต่กิ้งก่าสายฟ้าสีน้ำเงินเข้มและสีม่วงยัง
ตายไปกว่าครึ่ง เขาโชคดีอย่างยิ่งที่ยังสามารถหนีรอดกลับมาได้
“ถ้ามันยังไม่ตาย เราก็ควรจะต้องระวังตัวให้มากขึ้น” หลินหมิงกล่าว
เขาเดินย้อนกลับไปข้างหลัง และจัดการลบร่องรอยของวิหคเพลิงให้
หายไปได้อย่างน่าตกใจ
หญิงสาวชุดแดงมองหลินหมิงด้วยความตกตะลึง แม้ว่านางจะ
แข็งแกร่งกว่าหลินหมิงเป็นอย่างมาก แต่เรื่องการเดินทางในป่าและใช้
ชีวิตอยู่ในป่านางเทียบเขาไม่ได้เลย นางมักจะบินอยู่บนฟ้า ทำให้นางไม่มี
ความรู้ในการเดินทางบนพื้นดิน
ระหว่างทางหลินหมิงก็ออกไปล่ากวางตาสีฟ้ามาทำเป็นอาหาร เขา
รู้สึกเบื่อรสชาติของอาหารแห้งจากแหวนมิติที่กินติดต่อกันมาเป็น
เวลานาน
เมื่อทั้งสองมาถึงถ้ำ หลินหมิงก็รวบรวมหญ้าแห้งและเศษไม้ที่อยู่
รอบๆมาก่อไฟและกล่าว “ข้าต้องขอโทษด้วย ที่แห่งนี้อาจจะไม่
สะดวกสบายซักเท่าไร”
จากนั้นเขาก็เอากวางตาสีฟ้าออกมาจากแหวนมิติพร้อมกับมีดอีก
เล่มหนึ่ง มีดในมือของเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและพริ้วไหวราวกาย
สายลม เพียงชั่วครู่ เส้นเอ็นทั่วทั้งร่างของกวางตาสีฟ้าก็ถูกดึงออกมา
หญิงสาวชุดแดงอึ้งจนพูดไม่ออก เส้นเอ็นสีขาวเหล่านั้นหลุดออกมา
ราวกับตาข่าย การถอดเส้นเอ็นทั้งร่างของสัตว์ออกมาได้อย่างสวยงาม
และรวดเร็วเช่นนี้เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่ออย่างมาก
การจะทำเช่นนี้ได้จำเป็นต้องมีความรู้ด้านโครงสร้างร่างกายของสัตว์
ตัวนั้นเป็นอย่างดี และยังต้องมีประสบการณ์ด้านการแล่เนื้อมานานหลาย
ปี
หญิงสาวชุดแดงรู้สึกประทับใจในฝีมือของเขาเป็นอย่างยิ่ง นอกจาก
เขาจะเป็นนักสู้ที่มีพรสวรรค์แล้ว เขายังเป็นยอดพ่อครัวด้วยอย่างนั้น
หรือ?
หลินหมิงพูดด้วยรอยยิ้ม “เนื้อของกวางตาสีฟ้ามีรสชาติที่ยอดเยี่ยม
เป็นอย่างมาก แต่เส้นเอ็นที่หยาบกร้านเหล่านี้จะทำให้เนื้อของมันเสีย
รสชาติ ทางที่ดีที่สุดคือดึงเส้นเอ็นทั้งหมดของมันออก”
ขณะที่หลินหมิงพูด มือของเขาก็ยังทำอาหารไปด้วย เขาดึงกระดูก
ทั้งหมดของกวางตาสีฟ้าออกมา และเอาเนื้อของมันไปย่างบนกองไฟ
เมื่อเห็นความสามารถในการทำอาหารของเขา นางก็ยิ่งอยากรู้จักกับ
เขาให้มากขึ้น ชายหนุ่มคนนี้เป็นใครกันแน่ ถ้าก่อนหน้านี้นางไม่ได้เห็น
ความสามารถและพรสวรรค์ในการต่อสู้ของเขา นางคงจะคิดว่าเขาเป็น
ยอดพ่อครัวที่มาจากตระกูลพ่อครัวที่มีชื่อเสียง
หลังจากผ่านไป 15 นาที เนื้อกวางก็กลายเป็นสีเหลืองทอง สำหรับ
เส้นเอ็นและกระดูกของมันหลินหมิงก็นำไปทำน้ำซุป ทุกส่วนของกวาดตา
สีฟ้าถูกนำมาทำเป็นอาหาร ไม่มีส่วนใดถูกทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์
ซุปกระดูกอันหอมกรุ่นและบาร์บีคิวเนื้อกวางสีเหลืองทอง!
ในไม่ช้าถ้ำแห่งนั้นเต็มไปด้วยกลิ่มหอมของอาหารเลิศรส ถึงแม้หญิง
สาวชุดแดงจะกินผักเป็นอาหารหลัก และพยายามหลีกเลี่ยงการกิน
อาหารประเภทเนื้อสัตว์ แต่นางก็ไม่สามารถทนต่อกินหอมอันยั่วยวนของ
เนื้อกวางสีเหลืองทองได้
สำหรับวิหคเพลิง มันมองไปที่เนื้อกวางสีเหลืองทองด้วยแววตาเป็น
ประกาย ในเวลานี้มันลืมความเจ็บปวดของปีกที่หักไปแล้ว สิ่งที่มันกำลัง
จดจ่ออยู่คือบาร์บีคิวเนื้อกวางสีเหลืองทองตรงหน้าของมัน
แม้ว่าหญิงสาวชุดแดงจะแทบอดใจต่ออาหารอันโอชะที่อยู่ตรงหน้า
ไม่ไหวแล้ว แต่นางก็ยังรักษามารยาทของหญิงผู้สูงศักดิ์เอาไว้ นางนั่งอยู่
อย่างสงบนิ่งและรอให้หลินหมิงนำอาหารมาเสริฟอย่างใจจดใจจ่อ
หลินหมิงหยิบขวดหยกขนาดเล็ก 2-3 ขวดออกมาจากแหวนมิติของ
เขา ในขวดหยกขนาดเล็กเหล่านั้นคือพริกไทย เกลือ และเครื่องเทศที่เขา
ซื้อมาจากชนเผ่าแห่งหนึ่ง