Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 269 หลินหมิง ปะทะ เจียง หลานเจี้ยน
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 269 หลินหมิง ปะทะ เจียง หลานเจี้ยน
เจียงหลานเจี้ยนเองก็ไม่คิดว่าเขาจะได้ประลองกับ หลินหมิงเร็ว
เช่นนี้ มันคือการต่อสู้ที่เขาเฝ้ารอคอย ในบรรดาคู่ต่อสู้ทั้งหมด หลินหมิ
งคือผู้ที่เขาอยากจะประมือด้วยมากที่สุด!
มันไม่ใช่เพราะว่า หลินหมิงแข็งแกร่ง เพียงอย่างเดียว ในความคิด
ของเจียงหลานเจี้ยนความแข็งแกร่งของ หลินหมิงได้ติด 5 อันดับแรกไป
เรียบร้อยแล้ว และอาจจะ 3 อันดับแรกก็เป็นไปได้ ผู้ใช้หอกเช่น หลินห
มิงทำให้จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของเจียงหลานเจี้ยนเดือดพล่านและ
ตื่นเต้น ความรู้แจ้งแห่งในเส้นทางแห่งหอกของ หลินหมิงไม่ได้ด้อยไป
กว่าความรู้แจ้งในเส้นทางแห่งกระบี่ของเจียงหลานเจี้ยนเลย!
สิ่งที่เจียงหลานเจี้ยนคาดหวังเอาไว้มากที่สุดคือแลกเปลี่ยนกระบวน
ท่ากับ หลินหมิงที่ทำเช่นนี้เพราะเขาหวังว่ามันจะช่วยเพิ่มความรู้แจ้งใน
เส้นทางแห่งกระบี่ให้กับเขา!
“ขึ้นไปบนเวทีกันเถอะ การต่อสู้ในครั้งนี้เป็นสิ่งที่ข้าเฝ้ารอมานาน
ข้าจะทุ่มเมทุกอย่างที่มี”
เจียงหลานเจี้ยนจับจ้องไปยังหลินหมิงดวงตาลุกโชนด้วยจิตวิญญาณ
ของการต่อสู้ เขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและไปปรากฏตัวบนเวที
ประลองในทันที
หลินหมิงเองก็เปิดใช้งาน ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม กลายเป็นเงา
เลือนราง ทันใดก็ไปปรากฎตัวอยู่ห่างเจียงหลานเจี้ยนออกไป 100 ก้าว
บนเวที
เหล่าผู้ชมต่างสูดหายใจเข้าลึกๆ และตั้งใจที่จะรับชมการประลอง
ระหว่างอัจฉริยะแห่งกระบี่และอัจฉริยะแห่งหอก
นี่คือคู่ประลองที่ผู้ชมหวังเอาไว้ว่าจะได้ชมเป็นอย่างมาก ยิ่งกว่าที่
หวังว่า หลินหมิงจะได้ประลองเจียงเป่าอวิ้นซะอีก นั่นเพราะว่า หลินหมิง
และเจียงหลานเจี้ยนความแข็งแกร่งของพวกเขาไม่น่าจะด้อยไปกว่ากัน
ถึงแม้ หลินหมิงที่กำลังเป็นที่สนใจของเหล่าผู้ชมจะดูดีกว่า แต่เจียงหลาน
เจี้ยนก็ยังไม่ได้แสดงไพ่ตายของเขาออกมา
ฉินซิงเซวียนกุมมือตนเองไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ในบรรดาผู้เข้าร่วม
ประลองทั้งหมดเจียงหลานเจี้ยนคือคนที่นางคุ้นเคยมากที่สุด นางจึงรู้สึก
ได้ว่าเจียงหลานเจี้ยนแข็งแกร่งอย่างแท้จริง พลังของเขานั้นดูเหมือนว่า
จะเหนือยิ่งกว่าอาจารย์ของนางมู่อี้ซะอีก
ถ้าหากนำเจียงหลานเจี้ยนไปเทียบกับอาณาจักรลิขิตฟ้า ความ
แข็งแกร่งของเขาคงเทียบได้กับผู้มีระดับพลังปราณต้นฟ้าขั้นกลาง
เจียงหลานเจี้ยนอายุราวๆ 19-20 ปี สำหรับอาจารย์ของนางมีอายุ
ร่วม 100 ปีเข้าไปแล้ว แค่เพียงความแตกต่างนี้ ก็แสดงให้เห็นถึงความ
ห่างชั้นระหว่างพวกเขาแล้ว
ฉินซิงเซวียน คิดย้อนกลับไปเมื่อครึ่งปีก่อน เมื่อนางไปพร้อมกับ
อาจารย์ของนางเพื่อที่จะได้เจอกับ หลินหมิงที่ห้องครัวภัตคารจันทร์
กระจ่าง นางเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลายและไม่เคยคิดเลยว่าเด็ก
หนุ่มเมื่อตอนนั้นจะเติบโตขึ้นและแข็งแกร่งยิ่งกว่าอาจารย์ของนางใน
เวลาน้อยกว่าหนึ่งปี!
เจียงหลานเจี้ยนกระชับกระบี่ในมือของเขา พลังที่เฉียบคมกระจาย
ออกมา ในขณะที่เขายืนอยู่ตรงนั้นดั่งกับอยู่บนยอดเขาที่สูงตระหง่าน เขา
กระจายกระบี่สายลมออกไปรอบทิศทาง กวาดผ่านโลกหล้า
ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง!
หลินหมิงได้ยินเสียงกระบี่สายลมของเจียงหลานเจี้ยนปะทะกับออร่า
ของเขาอย่างชัดเจน เมื่อเปรียบเทียบกับออร่าของ หลินหมิงที่สงบดั่ง
ขุนเขาที่ไม่ไหวติง กระบี่สายลมของเจียงหลานเจี้ยนแน่นอนว่ามีพลังการ
โจมตีที่รุนแรงกว่า
“เพลงกระบี่แห่งความปราณี!”
ในขณะที่เจียงหลานเจี้ยนกวาดกระบี่ออกไป มันมีความรวดเร็วอย่าง
น่าเหลือเชื่อ! และเขากลายเป็นเงาเลือนราง กระบี่เลือนที่ถูกกวาดออกไป
ในแนวที่เหมาะสมและถูกซ่อนเร้นอยู่ในอากาศแทบจะไม่สามารถ
มองเห็นได้
นี่คือการบีบอัดปราณแท้ขั้นสูง ความเร็วมันจึงอย่างหวาดกลัวเป็น
อย่างยิ่ง!
หลินหมิงจะสามารถรับมือได้อย่างไร?
วิสัยทัศน์ของ หลินหมิงแผ่กว้างขึ้นมาทันใด สามารถเห็นกระบี่ที่
ซ่อนอยู่ได้และเขาก็สามารถรับรู้ได้จากสายลมอีกด้วย สายลมรอบตัวเขา
ถูกกวาดผ่านที่ใด คู่ต่อสู้ย่อมอยู่ในทิศทางนั้น
ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม!
ทันใดนั้น หลินหมิงก็ใดหายไปจากจุดที่เขาอยู่ แม้แต่กระเบื้องใต้ฝ่า
เท้าของเขาก็ยังเกิดรอยแตก!
วิ้ง วิ้ง วิ้ง วิ้ง!
เจียงหลานเจี้ยนพลิกตัวกลับทันทีแล้วฟันออกไปถึง 36 กระบี่!
ทุกการฟันแทบจะไม่เห็นเลือนกระบี่มันรวดเร็วอย่างถึงที่สุด เพราะ
บีบอัดปราณแท้อย่างสูงจึงทำให้ตัวกระบี่เลือนและเฉียบคมอย่างยิ่ง
ไม่เพียงแค่นั้น แต่กระบี่ของเจียงหลานเจี้ยนยังถูกฟันออกไปในมุมที่
ยากจะเห็นอีกด้วย จึงยากที่จะรู้ขอบเขตของกระบี่ที่มองแทบไม่เห็น!
ในหมู่ผู้ชมฉางเอี่ยนจ้าวเมื่อได้เห็นทักษะกระบี่เช่นนี้ เขาก็ได้ถอน
หายใจยาว ปราณแท้ที่เจียงหลานเจี้ยนถ่ายเทลงไปในกระบี่เลือนไม่ได้
แข็งแกร่งและไม่ได้อ่อนแอเช่นกัน แต่หลังจากที่ได้บีบอัดมันอย่างสูง มัน
จึงกลายเป็นรวดเร็วและรุนแรงอย่างยิ่ง
ด้วยเคล็ดวิชาราชันโลหิตสังหาร 3 กระบวนท่า พลังการโจมตีจึง
รุนแรงจนน่าหวาดกลัว ด้วยการโจมตีนี้เขาสามารถทำลายเวทีประลอง
และเผชิญหน้ากับผู้มีพลังขั้นปราณต้นฟ้าช่วงปลายได้!
หากเปรียบเทียบกันที่พลังโจมตีเจียงหลานเจี้ยนนั้นด้อยกว่าเขา แต่
จุดสำคัญคือ เขาคงมีเวลาใช้การโจมตีที่รุนแรงของเขาได้เมื่ออยู่ต่อหน้า
ความเร็วอันยิ่งยวดของ เจียงหลานเจี้ยน?
ถึงแม้ เคล็ดวิชากระบี่ราชันโลหิตสังหาร 3 กระบวนท่า จะใช้เวลา
เพียงเกือบหนึ่งลมหายใจ แต่สำหรับนักสู้เวลาเกือบหนึ่งลมหายใจก็มาก
เกินพอแล้วที่จะใช้เป็นโอกาสจัดการคู่ต่อสู้!
ในจุดนี้ เมื่อตอนสู้กับเขา หลินหมิงเพียงแค่ยืนอยู่กับที่และให้เขา
โจมตีตามที่ต้องการ แต่ถ้าเขาได้ต่อสู้กับเจียงหลานเจี้ยนที่เคลื่อนไหวมา
ปรากฎตรงหน้าเขาโดยทันที แล้วเขาจะทำเช่นไร?
ขณะที่ฉางเอี่ยนจ้าวกำลังจิตนาการภาพตนที่ได้ประลองกับเจียง
หลานเจี้ยนแล้วได้เผชิญหน้ากับกระบี่เลือนนั่นก็ถึงกับหลั่งเหงื่อเย็น
ออกมา เขาจินตนาการหาทางรับมือ จากนั้นก็ตระหนักได้ว่า เมื่อถูก
กระบี่เลือนนั่นล้อมรอบคงต้องพ่ายแพ้ไปอย่างแน่นอน!
“ดูเหมือนว่าข้าจะประเมินศิษย์หลักของสำนักหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ผิด
ไป ข้าคิดว่าครั้งนี้ข้าคงอาจติด 5 อันดับแรก แต่ดูเหมือนว่าแม้แต่เจียง
หลานเจี้ยนข้าก็ยังไม่อาจเอาชนะได้ คงยากที่จะติด 5 อันดับแรกซะแล้ว!
รูปแบบการต่อสู้ของ หลินหมิงคล้ายคลึงกับข้าคือกดดันคู่ต่อสู้ด้วยพลัง
และออร่า และอาวุธของเขาก็ก็หมายถึงการกวาดล้างกองทัพศัตรู แต่มัน
กลับไม่เด่นในด้านจากความเร็ว แล้วจะรับรับมือกระบี่ที่รวดเร็วเช่นนี้ได้
อย่างไรกัน?”
การโจมตีของเจียงหลานเจี้ยน ไม่ได้ให้ความรู้สึกเช่นปฐพีถลม
แผ่นดินทะลาย แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเฉียบคมและความรวดเร็ว
อย่างยิ่งยวด การโจมตีของเจียงหลานเจี้ยนและ ฉาง เยี่ยนจ้าว นั้น
แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงฉางเอี่ยนจ้าวจินตนาการไม่ออกเลยว่า หลินหมิง
จะป้องกันการโจมตีด้วยกระบี่ของเจียงหลานเจี้ยนได้อย่างไร หรือมันจะ
หมายความว่าสถิติไร้พ่ายของ หลินหมิงจะต้องจบลงเพียงเท่านี้?
ความคิดนี้ได้ปรากฎขึ้นมาในใจของฉางเอี่ยนจ้าวและผู้อาวุโสของ
หุบเขาเจ็ดแก่นแท้ส่วนใหญ่ก็คิดเช่นเดียวกัน แผนกกระบี่นั้นรู้จักกันดีว่า
มั่งคั่งที่สุดในหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ แน่นอนว่ามันไม่ใช่ข่าวโคมลอย พวกเขา
มุ่งเน้นไปในเส้นทางแห่งกระบี่ด้วยจิตวิญญาณทั้งหมด หลากรูปแบบ
เฉียบคมและรวดเร็ว สิ่งเหล่านั้นเจียงหลานเจี้ยนได้แสดงพวกมันออกมา
ทั้งหมดในระดับที่สูงด้วยมือของเขา!
บนเวทีประลอง หลินหมิงถูกกดดันให้ล่าถอยออกไปหลายก้าวจนติด
ขอบเวที ไม่มีที่ให้ถอยอีกแล้ว หอกของเขายังคงเต็มไปด้วยพลังแห่ง
ขุนเขาและแม่น้ำเช่นเดิม แต่เมื่อเผชิญหน้ากับกระบี่ของเจียงหลานเจี้ยน
เขาใช้เพียงแค่ ‘ท่าบุปผากลางพายุ’ ในการต้านรับ แต่มันไม่เพียงพอที่จะ
ต้านรับการโจมตีดั่งพายุหิมะของกระบี่เลือน
เมื่อเป็นเช่นนี้ หลินหมิงก็ไม่มีทางเลือกอื่น
ย้อนไปเมื่อตอนที่ หลินหมิงได้ต่อสู้กับ ชูเยี่ยน ทักษะกระบี่ของ ชู
เยี่ยน นั้นไปถึงขั้นผู้เชี่ยวชาญระดับสูงแล้ว แต่ หลินหมิงก็ยัง
เอาชนะเขาได้ ทุก 3-4 กระบี่ที่โจมตีมา หลินหมิงใช้เพียงแค่หอก
เดียวโดยการอาศัยเคล็ดวิชาลื่นไหลดุจแพรไหม แต่เขาต้องใช้ปราณ
สั่นสะเทือนจนถึงระดับอันตรายตัวต่อเองเพื่อที่จะเปลี่ยนวิถีกระบี่
เลือนของ ชูเยี่ยน
แต่ความแข็งแกร่งของเจียงหลานเจี้ยนนั้นห่างไกลจาก ชูเยี่ยน ยิ่ง
นัก! กระบี่เลือนของเขาถูกบีบอัดยิ่งกว่ามาก จนมันสามารถที่จะตัดผ่าน
ปราณแท้สั่นสะเทือนเขามาได้
แต่ถ้าเกิดว่าข้าใช้ปราณแท้สั่นสะเทือนร่วมกับพลังของมังกรที่
แท้จริงล่ะ?
ในชั่วพริบตา ปราณแท้ของหลินหมิงกลายเป็นสีครามบริสุทธ์ที่งาม
เด่น!
ปราณแท้สีครามอันไร้ที่สิ้นสุดหลั่งไหลออกมา!
ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง!
กระบี่เลือนของเจียงหลานเจี้ยนเข้าปะทะกับหอกของหลินหมิงนับ
ครั้งไม่ถ้วน ในตอนนี้เจียงหลานเจี้ยนรู้สึกดั่งกับว่ากระบี่ของเขาได้ปะทะ
เข้ากับขุนเขา หอกของ หลินหมิงได้ผสานเข้ากับปราณแท้สั่นสะเทือนอัน
บ้าคลั่งที่ไร้สิ้นสุด ไม่ว่ากระบี่เลือนจะเต็มไปด้วยความหนาแน่นซัก
เพียงใด มันก็ไม่สามารถที่จะตัดผ่านเข้ามาได้อีกแล้ว!
เปล้ง เปล้ง เปล้ง!
กระบี่เลือนของเจียงหลานเจี้ยนกระดอนออกมาโดยแรงสั่นสะเทือน!
ปราณแท้สีครามที่ดั่งน้ำหลากยังคงต้านไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่า
กระบี่เลือนของเจียงหลานเจี้ยน จะรวดเร็วซักเพียงใดหรือฟาดฟันออกมา
ซักกี่ที พวกมันก็ถูกป้องกันได้ทั้งหมดด้วยปราณแท้สีครามอันมหาศาลนี้
ถ้าหากนักสู้ธรรมดาใช้ปราณแท้ของพวกเขาต้านรับการโจมตีแล้วล่ะก็ คง
ถูกเจียงหลานเจี้ยนทำลายการป้องกันไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับ หลินหมิง
ปราณแท้สีครามยังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ!
เผชิญหน้ากับการต้านรับที่แข็งแกร่งเพียงนี้เจียงหลานเจี้ยนรู้สึกดั่ง
กับว่ากระบี่ของเขาเป็นดั่งปลาที่ติดอยู่ในโคลนตม ความเร็วของมันตกลง
ไปอย่างมาก!
“หืม? จังหวะการเต้นของหัวใจของข้า!?”
เจียงหลานเจี้ยนรู้สึกตกตะลึง ในตอนนี้เขารู้สึกว่าจังหวะการเต้น
ของหัวใจได้รับผลกระทบจากปราณแท้สั่นสะเทือนที่มหาศาล เหมือนกับ
ว่าโลหิตทั้งหมดในร่างจะไหลย้อนกลับและปราณแท้ทั้งหมด ในตันเถียนข
องเขาปั่นป่วนอย่างรุนแรง
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!?!?
สีหน้าของเจียงหลานเจี้ยนเปลี่ยนไป “นี่คือพลังของการ
สั่นสะเทือน? นี่เจ้าเข้าใจถึงขอบเขตแห่งวิถีแล้วเช่นนั้นหรือ?”
“วิถี?” หลินหมิงประหลาดใจเล็กน้อย เขาได้เข้าใจถึงขอบเขตของ
วิถีแห่งลมเพราะฝึกฝนเคล็ดวิชาก้าวย่างวิหคเพลิงถลาลม แต่สำหรับวิถี
อื่นๆเขายังคงไม่เข้าใจและไม่มีเวลาที่จะทำความเข้าใจหรือพิจารณาพวก
มันเลย
เมื่อตอนที่เขาได้ผสานปราณแท้สีครามเข้ากับลื่นไหลดุจแพรไหมมัน
แข็งแกร่งยิ่งขึ้น แน่นอนว่านี่เป็นเพียงการผสานเพียงเบื้องต้นกับโลหิต
เกล็ดย้อนเท่านั้น ถ้าหากเขาสามารถที่จะแสดงความน่าเกรงขามของ
โลหิตเกล็ดย้อนขึ้นมาได้ละก็ มันก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นไปอีกหลายเท่า ไม่
สงสัยเลยว่าเหตุใดแม่มดผู้นั้นถึงได้ให้รายชื่อของโลหิตเกล็ดย้อนอยู่ใน
บรรดาสมบัติที่ลำค่าที่สุดของแดนแม่มดศักดิ์สิทธิ์
เหล่าผู้ชมต่างตั้งตัวไม่ทันกลับสถานะการณ์ที่พลิกกลับอย่างฉับพลัน
ในการต่อสู้ พวกเขาเห็นเพียงว่าเจียงหลานเจี้ยนปลดปล่อยกระบี่เลือนที่
แหลมคมและน่าหวาดกลัวออกมาและถูกหอกของ หลินหมิงต้านกลับคืน
มาได้ พวกเขาไม่รู้ชัดว่ามันเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่?
ฉางเอี่ยนจ้าวรู้สึกดั่งกลับว่าจิตใจถูกปกคลุมด้วยหมอก เขาคิดไว้ว่า
หลินหมิงคงต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอนในตอนนั้นและเขาไม่แน่ใจว่าเหตุใด
สถานะการณ์จึงพลิกกลับเช่นนี้
“ผู้อาวุโสเจียง ท่านคิดเห็นว่าอย่างไรในสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้?”
ไม่ใช่เพียงแค่เหล่าผู้ชมเพียงเท่านั้นที่สับสน แม้แต่ผู้อาวุโสส่วนใหญ่ก็จะ
ไม่อาจเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งในปราณที่แปลกประหลาดและยากแท้หยั่งถึง
ในหอกของ หลินหมิงพวกเขาไม่เคยมีประสบการณ์ที่ได้สัมผัสกับพลัง
สั่นสะเทือนด้วยตัวเอง จึงยากที่จะเข้าใจได้เพียงแค่มอง
ผู้อาวุโสเจียง เป็นผู้อาวุโสสูงสุดของแผนกกระบี่เจียงหลานเจี้ยนเป็น
เด็กที่เขาเลี้ยงดูมากับมือ
“นี่คือสิ่งที่เรียกว่า ‘วิถี’ ”
เมื่อผู้อาวุโสเจียงได้กล่าวถึงสิ่งที่เรียกว่า ‘วิถี’ มันคือการใช้ประโยชน์
จากกฎของธรรมชาติ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหตุใดหอกของ หลินหมิงถึงได้
เต็มไปด้วยกฎของธรรมชาติเมื่อตอนนั้น กฎของธรรมชาตินี้มันสามารถที่
ทำลายการโจมตีของเจียงหลานเจี้ยน
“วิถีเนี่ยนะ?” เด็กหนุ่มอายุ 16 ปี สามารถที่จะเข้าใจถึงขอบเขต
แห่งวิถีและใช้ประโยชน์จากกฎของธรรมชาติ!? การรับรู้และเข้าใจของ
เจ้าเด็กหนุ่มคนนี้ช่างเหลวไหลสิ้นดี! แล้วเจียงหลานเจี้ยน เข้าใจใน
ขอบเขตแห่งวิถีแล้วหรือไม่?”
“แน่นอน แต่เขาก็ยังคงด้อยกว่าคู่ต่อสู้!” เสียงผู้อาวุโสเจียงดูหดหู่
ในขณะที่กล่าวออกมา เจียงหลานเจี้ยนนั้นแน่นอนว่ามีพรสวรรค์ที่ยอด
เยี่ยม ถ้าหากว่าไม่มีเจียงเป่าอวิ้นที่มีพรสวรรค์เหนือยิ่งกว่าเขาละก็เจียง
หลานเจี้ยนก็คงไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะได้เป็นศิษย์สายตรง
เจียงหลานเจี้ยนนั้นอายุมากกว่า หลินหมิงแต่เขากับเข้าถึงประตูของ
ขอบเขตแห่งวิถีเพียงเท่านั้น ขอบเขตของการใช้ประโยชน์จากกฎของ
ธรรมชาติ พลังแห่งกฎของธรรมชาตินั้นเป็นรากฐานแห่งความแข็งแกร่ง
และต้นกำเนิดพลังของทุกสิ่งในจักรวาล เพื่อที่จะสามารถเข้าใจถึง
สามารถเข้าใจมันได้ผ่านการเข้าฌาน แน่นอนว่าพูดน่ะมันง่าย!
จากจุดนี้ หลินหมิงนั้นโดดเด่นและยอดเยี่ยมยิ่งกว่าเจียงหลานเจี้ยน!
บนเวทีประลอง หลินหมิงกำลังใช้ความคิด การจะบอกว่าพลังแห่ง
การสั่นสะเทือนนี้เป็น ‘วิถี’ ย่อมไม่ผิด
ลื่นไหลดุจแพรไหมอาจกล่าวได้ว่าเป็นกฎแห่งการสั่นสะเทือน ด้วย
การผสานกันของกฎขนาดเล็กที่นับไม่ถ้วนในร่างกายมนุษย์ มีเพียงนักสู้
ไม่กี่คนในทวีปนภารินไหลที่รู้ว่าร่างกายของมนุษย์ประกอบไปด้วย
อนุภาคเล็กๆเหล่านั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะสามารถเข้าใจถึงกฎ
แห่งการสั่นสะเทือนผ่านการเข้าฌานเฉยๆ
“หลินหมิงเจ้าทำให้ข้าประหลาดใจนับครั้งไม่ถ้วน!” เจียงหลาน
เจี้ยนสูดหายใจเข้าลึกและปราณแท้ภายในร่างก็เริ่มเบาบางและออร่าของ
เขายากที่จะจับต้องได้ดุจดั่งสายลม”
เจียงหลานเจี้ยนนั้นได้สัมผัสถึงประตูแห่งวิถีลมเรียบแล้วแล้ว ด้วย
การแนะนำของผู้อาวุโสสูงสุดของแผนกกระบี่ เข้าสามารถที่จะหลอมรวม
วิถีแห่งลมเข้ากับกระบี่สายลมของเขาได้แล้ว ความสามารถนี้คือไพ่ตาย
ของเจียงหลานเจี้ยนตอนนี้เขาทำได้เพียงแค่ต้องใช้มันเท่านั้น ถ้าจะให้พูด
ความจริงแล้ว แม้ว่าเขาจะเขาถึงส่วนลึกของวิถีแห่งลมแล้ว เขาก็ยังไม่
แน่ใจว่าจะชนะได้อย่างแน่นอน สำหรับเขา หลินหมิงเป็นดั่งมหาสมุทรที่
ยากแท้หยั่งถึงที่เขาไม่สามารถวัดได้ว่ามันลึกเพียงใด
“วิถีแห่งลม!”
กระบี่เลือนของเจียงหลานเจี้ยนกลายเป็นเบาบางลงและกวาด
ออกไป พลังกระบี่ของเขาเป็นดั่งสายลม ปราศจากเงาและร่องรอยใดๆ!
ดวงตาของ หลินหมิงสาดประกาย ‘วิถีแห่งลม’ !?
วิถีแห่งลมก็สามารถใช้ได้เช่นนี้ด้วยหรือ!?