Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 340 เศษผลึกหัวใจปีศาจกระจายสู่โลหิต
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 340 เศษผลึกหัวใจปีศาจกระจายสู่โลหิต
หลินหมิงไม่ได้ตระหนักถึงโจวซินอวี่ ที่กำลังมีความคิดเฉกเช่นหญิง
สาวทั่วไป เขาคิดเพียงแค่หาวิธีที่จะออกจากสถานการณ์เช่นนี้
เมื่อยามใดที่หวงจื่อเซียนไล่ตามมาทัน โจวซินอวี่จะต้องตาย สำหรับ
เขา ต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีของนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าช่วงปลายและ
นักสู้ที่อยู่ในจุดสูงสุดของขั้นปราณต้นฟ้าพร้อมกัน ไม่ว่าจะดูอย่างไรก็มี
โอกาสชนะไม่มากเลย
สำหรับการโจมตีไปยังพาหนะของหวงจื่อเซวียน หากหลินหมิง
สามารถโจมตีไปยังอินทรีย์วายุสวรรค์ปีก เช่นนั่นศัตรูก็จะโจมตีมายัง
มังกรปีกวารีของเขาเช่นกัน หากหลินหมิงต้องการที่จะเทียบความรุนแรง
กับนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้า 3 คนด้วยการโจมตีไปยังพาหนะ เขาจะต้องเป็น
ฝ่ายพ่ายแพ้อย่างแน่นอน
ไม่ว่าหลินหมิงจะมองหาหนทางเช่นไร เขาก็ยังพบแต่หนทางที่นำไป
ยังจุดจบเท่านั้น
ใจเย็น ต้องใจเย็นเข้าไว้ มันย่อมมีทางออกเสมอ… หลินหมิงผ่อน
คลายจิตใจอย่างสมบูรณ์และจังหวะการหายใจของเขาเชื่องช้าลง เขา
ค่อยๆคิดหาความเป็นไปได้ต่างๆมารวมกันและค้นหามันในคราวเดียว
ดูเหมือน… ราวกับว่ามันมีเพียงทางเดียวที่สามารถใช้ได้…
แต่เส้นทางนี้นั้นอันตรายเป็นอย่างยิ่ง หากเกิดความผิดพลาดเพียง
เล็กน้อย เขาจะไม่อาจหวนคืนได้!
หลินหมิงสูดหายใจลึกและตัดสินใจในที่สุด ในเส้นทางแห่งนักสู้ มัน
เต็มไปด้วยความเสี่ยงนับไม่ถ้วนในบรรดา 3000 จักรวาลที่ไร้สิ้นสุด มันมี
ดินแดนนับไม่ถ้วนเช่นทวีปนภารินไหล และมีอัจฉริยะมากมาย แต่
จำนวนของผู้ที่จะไปถึงยังจุดสูงสุดของเส้นทางแห่งนักสู้นั้นมีเพียงไม่กี่คน
แม้แต่หากมีผู้ที่คล้ายหลินหมิงที่ได้รับโชคมหาศาล หากพวกเขาไม่ได้พบ
เจอความเสี่ยงและอันตรายมากมาย กลับต้องการที่จะก้าวขึ้นไปยัง
จุดสูงสุดของเส้นทางแห่งนักสู้ มันก็คงเป็นแค่เรื่องน่าขันเท่านั้น
หลินหมิงยืนยันวิธีแก้ปัญหาของเขา เขากัดฟันแน่นและกล่าวออกมา
“แม่นางโจว ข้าจำสิ่งที่ท่านเคยพูดก่อนหน้านี้ได้ว่าสำนักคว้าจันทร์
ครอบครอง 72 เศษผนึกหัวใจปีศาจและพวกมันเหลือเพียงแค่ 12 ชิ้น
ท่านมีมันอยู่ในแหวนมิติใช่หรือไม่?”
“ใช่… ใช่แล้ว” โจวซินอวี่ตกตะลึงไปชั่วครู่ จากนั้นก็ผงกศีรษะ
“บอกข้าที เศษผนึกหัวใจปีศาจคือสิ่งใดกันแน่?” หลินหมิงกล่าวด้วย
น้ำเสียงเร่งรีบ ในตอนนี้หวงจื่อเซวียนและกลุ่มของพวกเขาอยู่ห่างออกไป
10 ลี้ เวลาเริ่มจะหมดลงอย่างช้าๆ
โจวซินอวี่ไม่รู้ว่าเหตุใดหลินหมิงถึงต้องสนใจเรื่องนั้นในเวลาเช่นนี้
แต่นางก็ได้รีบอธิบาย “1,000 ปีก่อนในสงครามศักดิ์สิทธิ์เพื่อลงทัณฑ์
นิกายปีศาจ…. กองกำลังพันมิตรแห่งเขตแดนใต้ได้รวมพลังกันเข้ากวาด
ล้างเมืองจักรพรรดิแห่งความเงียบงัน” และมหาจักรพรรดิอเวจีได้ถูก
สังหารโดยเหล่ามหาจักรพรรดิคนอื่นๆ มหาจักรพรรดิอเวจีเป็นผู้ที่ได้
ฝึกฝนเคล็ดบ่มเพาะปีศาจที่หาได้ยาก และเมื่อตอนที่เขาได้ตายในสนาม
รบ หัวใจของเขาได้ถูกทำลายแตกเป็นเสี่ยงๆโดยมหาจักรพรรดิผู้นึง ใน
ตอนนั้น เศษชิ้นส่วนหัวใจปีศาจก็ได้ถูกเก็บไว้โดยท่านผู้นำสำนักคว้า
จันทร์ หลังจากนั้น ท่านผู้นำก็ได้กลับมายังสำนักและกลั่นสกัดเศษ
ชิ้นส่วนหัวใจปีศาจจนกลายเป็น 72 เศษผลึกหัวใจปีศาจ ผลึกทุกชิ้นส่วน
เต็มไปด้วยพลังงานอันมหาศาล ทำให้มันกลายเป็นโอสถปาฏิหารย์
ระดับสูง อย่างแรก จะต้องละลายมันพร้อมกับโอสถเข้ากับร่างกายและ
ผสานมันเข้าไปในเส้นชีพจรในจุดสำคัญของร่างกาย เมื่อเป็นเช่นนี้ มันก็
จะสามารถช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณปลายฟ้าทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวม
แก่นแท้ได้”
“ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณปลายฟ้าทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่น
แท้ได้… หากเป็นตามที่เจ้ากล่าวมาจริง เช่นนั้นเหตุสำนักคว้าจันทร์จึงได้
ตกต่ำลงในช่วง 1000ปีที่ผ่านมาได้กัน?” หลินหมิงกล่าวถามอย่างมีเหตุมี
ผล
โจวซินอวี่กล่าว “เมื่อตอนที่สำนักคว้าจันทร์ได้เข้าร่วมสงคราม
ศักดิ์สิทธิ์เมื่อ 1,000 ปีก่อน” ถึงแม้พวกเราจะได้ครอบครองเศษผลึก
หัวใจปีศาจ แต่พวกเราก็ได้สูญเสียผู้เชี่ยวชาญไปจำนวนมาก แม้แต่ท่าน
ผู้นำยังก็บาดเจ็ดสาหัสเช่นกัน หลังจากกลับมายังสำนัก ท่านผู้นำก็อยู่
ระหว่างความเป็นความตายเลือกที่จะปิดด่านฝึกตน อย่างไรตาม ท่านได้
เสียชีวิตไปก่อนที่จะสำเร็จ… มรดกเคล็ดบ่มเพาะของสำนักคว้าจันทร์ก็
ไม่ได้ดีมากนัก ในหลายปีที่ผ่านมา ความจริงแล้ว ที่พวกเราสามารถสร้าง
ปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ขึ้นมาปกป้องสำนักของตนเองได้ก็เพราะ
เศษผลึกหัวใจปีศาจ”
“เป็นเช่นนี้เอง ข้าเข้าใจแล้ว ข้ายังมีอีกคำถาม เจ้ากล่าวเอาไว้ว่า
เศษผลึกหัวใจปีศาจต้องใช้บางอย่างในการละลายมันเข้ากับร่างกาย มัน
คือสิ่งอันใดกัน?”
“ละลายด้วย ‘โลหิต’ ตราบเท่าที่เศษผลึกหัวใจปีศาจละลายเข้ากับ
ปราณโลหิต พวกเขาก็จะกลืนกลินเศษผลึกหัวใจปีศาจลงไปได้โดยตรง
ทันที” โจวซินอวี่กล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนา
กันอยู่นี้ หวงจื่อเซวียนก็ใกล้เข้ามาเหลืออีกไม่กี่ลี้แล้ว หากพวกเขาเข้ามา
ประชิดได้อีกครั้ง คงจะต้องอยู่ในระยะกระบี่เป็นแน่
“ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าเอาเศษผลึกหัวใจปีศาจในแหวนมิติออกมาให้ข้าดู
ได้หรือไม่?” หลินหมิงยื่นมือและแบออก ความตั้งใจของเขานั้นชัดเจน
โจวซินอวี่กิดริมฝีปากของนาง ถึงแม้มันจะเป็นสมบัติล้ำค่าของนิกาย
นาง แต่ก็ไม่มีเวลาที่จะลังเลแล้วตอนนี้
นางรีบหยิบเอาขวดผลึกใสออกมาจากแหวนมิติ ตรงกลางของขวดมี
ผลึกทรงกลมสีแดงขนาดเท่าหยดน้ำอยู่ นี่ก็คือเศษผลึกหัวใจปีศาจ
ในทันทีที่หลินหมิงได้รับขวดมา เขาหรี่ตาลง ผลึกสีแดงขนาดเล็กนี่
เปล่งรัศมีออกมาเล็กน้อย แต่พลังงานเก่าแก่นี้ทำให้หัวใจของผู้สัมผัสมัน
เต้นรัวได้
เพียงแค่พลังที่แผ่ออกมาอย่างเดียว หลินหมิงสามารถบอกได้ว่าคำ
กล่าวของโจวซินอวี่ไม่ได้หลอกลวงอย่างแน่นอน
ในตอนนี้เอง โจวซินอวี่จู่ๆก็สามารถตระหนักได้ถึงบางสิ่งและรีบ
กล่าวออกมาโดยพลัน “ท่านหลิน อย่าบอกนะว่า ท่านวางแผนที่จะกลืน
กินเศษผลึกหัวใจปีศาจลงไปและจากนั้นก็ต่อสู้กับครั้งสุดท้ายกับ
หวงจื่อเซวียน! นี่… ท่านทำเช่นนี้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด!”
“เพราะเหตุใดหรือ?” หลินหมิงเงยหน้าและจ้องมองไปยังโจวซินอวี่
โจวซินอวี่กล่าวออกมาอย่างเร่งรีบ “ท่านหลิน โอสถนี้สามารถใช้ได้
กับผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณปลายฟ้าเท่านั้น แต่ท่านหลินยังอยู่เพียงขั้นผสาน
ชีพจร ร่างกายของท่านจะระเบิดออก มันจะทำให้ท่านตาย! ไม่เพียงแค่
นั้น ต่อให้ผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณปลายฟ้ากลืนกินมันลงไป พวกเขาก็ยัง
จะต้องพบกับความเจ็บปวดอย่างแท้จริงระหว่างกระบวนการและความ
เจ็บปวดก็จะทำให้ร่างกายอ่อนแอลง ในช่วงเวลานั้น ไม่เพียงความ
แข็งแกร่งจะไม่เพิ่มขึ้นสักนิด แต่ปราณแท้ในร่างยังปั่นป่วน ความสามารถ
ในการต่อสู้จะลดลงอย่างมากด้วย!”
“ข้ารู้” หลินหมิงตอบกลับด้วยเสียงเบาๆ ทุกอย่างที่โจวซินอวี่กล่าว
มาอยู่ในการคาดการณ์ของเขาหมดแล้ว ความจริง โอสถส่วนใหญ่ที่
สามารถเพิ่มระดับการบ่มเพาะได้ล้วนส่งผลที่รุนแรงต่อร่างกาย
เช่นเดียวกับเศษผลึกหัวใจปีศาจ ตัวอย่างเช่น โอสถเปิดทางสวรรค์
ในบรรดาโอสถระดับสูง พลังงานที่บรรจุอยู่ภายในมหาศาลและ
บริสุทธิ์ ในการที่จะควบคุมและปราบพลังนี้ จะต้องฝืนทนสู้กับมัน เมื่อ
นักสู้ได้ใช้ปราณแท้ของตนเผชิญหน้ากับพลังของโอสถ ความแกร่งแข็ง
ของพวกเขาจะลดลงไปพักนึง เพราะฉะนั้น ยามใดที่นักสู้ตัดสินใจจะกลิน
กินโอสถ พวกเขาจะต้องหาที่ปลอดภัยก่อนเป็นอันดับแรก
สำหรับนักสู้ของสำนักพวกเขาจะเลือกการปิดด่านในห้องที่ไร้ผู้
รบกวน สำหรับนักสู้คนอื่นๆพวกเขาอาจขอให้ผู้ที่ตนไว้ในใจคอยเฝ้าระวัง
ให้
หลินหมิงในตอนนี้ไม่มีตัวเลือก แต่เขาจะสร้างมันขึ้นมาเอง
…………………………..
“ท่านลุงสอง นั้นคือเศษผลึกหัวใจปีศาจ! นังร่านนั่นเอามันออกมาให้
คนนอก!” ไกลออกไป 4-5 ลี้ ด้วยสายตาที่เฉียบคมของหวงซานผิง เขา
สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีสิ่งใดอยู่ในขวด
หวงซานผิงคิ้วขมวด “อย่ากังวลไป เขาไม่กล้ากลืนมันลงไปหรอก
นอกจากจะอยากฆ่าตัวตาย”
หวงซานผิงไม่ได้กังวลว่าเศษผลึกหัวใจปีศาจจะถูกกลืนลงไป เขา
กังวลเพียงแค่มันจะเสียของหรือถูกทำลาย “เร็ว เร็วขึ้นอีก หวงซานผิง
กล่าวออกมาอย่างเย็นชา”
“เจ้าเด็กนี่!”
ดวงตาของหวงซานผิงสาดประกายเย็นชา เขาทำเพียงแค่มองดูอย่าง
ช่วยไม่ได้จากที่ไกลๆในขณะที่หลินหมิงกำลังเฉือนข้อมือของตน และ
หยดโลหิตลงในขวดผลึก
“ท่านลุงสอง เจ้าเด็กนี่รู้ว่าตนไม่อาจเก็บเศษผลึกหัวใจปีศาจเอาไว้
ได้ มันจึงต้องการที่จะทำลายทิ้ง!” หวงซานผิงดวงตาแดงก่ำด้วยความ
เดือดดาล เศษผลึกหัวใจปีศาจจะกระจายเข้าไปในโลหิตจึงจะสามารถ
ไหลไปตามส่วนต่างๆของร่างกายได้ หากโดนเข้ากับปราณโลหิตของผู้ใด
ครึ่งนึงของเศษผลึกหัวใจปีศาจจะถูกทำลาย
มันกล้าที่จะทำลายเศษผลึกหัวใจปีศาจแห่งสำนักคว้าจันทร์ของข้า!
ข้าจะทำให้เจ้าเด็กนี่ไม่อาจเป็นนักสู้ได้อีก! ข้าจะสับมันเป็นหมื่นๆชิ้น
และให้มันได้ทรมานและตายอย่างช้าๆด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว!”
หวงซานผิงกล่าวออกมาพร้อมทั้งกัดฟันแน่น
……………
หลินหมิงมองดูโลหิตของเขาหยดลงในขวดผลึก ในขณะที่โลหิต
สัมผัสกับเศษผลึกหัวใจปีศาจ มันก็ได้เริ่มเดือดราวกับตื่นเต้น
ฟู ฟู ฟู!
โลหิตเดือด เศษผลึกหัวใจปีศาจเริ่มละลาย หลินหมิงจ้องด้วยความ
หลงไหลในขณะที่โลหิตผสานเข้ากันกับเศษผลึกหัวใจปีศาจ ในที่สุดก็
กลายเป็นของเหลวหนืดอยู่ภายในขวด
“เตรียมตัว พวกเราจะลงไปข้างล่าง”
ในขณะที่หลินหมิงกล่าวจบ มังกรปีกวารีส่งเสียงคำรามและพุ่งตรง
ไปยังอาณาเขตหุบเขารกร้าง
อินทรีวายุสวรรค์ปีกทองเองก็ตามมาเช่นกัน!
ในด้านขนาดร่างกาย อินทรีวายุสวรรค์ปีกทองมีขนาดใหญ่กว่ามังกร
ปีกวารีหลายเท่า หากมองจากระยะไกล มันดูราวกับว่าอินทรีย์ขนาดใหญ่
กำลังไล่จับงูขนาดเล็ก
ในตอนนี้หลินหมิงนิ่งสงบดั่งน้ำผิวหน้าของทะเลสาบ เขาค่อยๆหยิบ
เขาอาคมดินแดนแห่งฝันออกมาจากแหวนมิติ นี่คือความหวังสุดท้ายของ
เขา
ในพริบตาที่มังกรปีกวารีสัมผัสถึงพื้นดิน หลินหมิงก็ได้จับมือของโจว
ซินอวี่และกระโดดงจากหลังของมัน ในขณะเดียวกันก็โยนอาคมดินแดน
แห่งฝันออกไปเช่นกัน…
เปิดใช้งานอาคมดินแดนแห่งฝัน!
วูบ!
หลินหมิงและโจวซินอวี่ถูกตัดขาดออกจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง
โจวซินอวี่รู้สึกราวกับเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกลับรอบตัวนาง “นี่มัน
…”
“นี่เป็นโลกแห่งมายา มันสามารถทำให้พวกเราปลอดภัยได้ซัก
ระยะ” หลินหมิงกล่าวอย่างราบเรียบ
พลังดินแดนแห่งฝันสร้างผนึกโลกอาคมดินแดนแห่งฝันขึ้นมา ผู้ที่มี
ระดับการบ่มเพาะอยู่ต่ำกว่าขั้นปราณปลายฟ้ามิอาจทำลายมันได้ โดย
ปกติแล้ว มันสามารถที่จะป้องกันการโจมตีใดๆจากหวงซานผิงได้
อย่างไรก็ตาม ไม่มีทางที่อาคมดินแดนแห่งนี้จะอยู่ไปชั่วนิรันดิ์ ตราบ
ใดที่เปิดใช้งานมัน อาคมก็ต้องใช้พลังงาน เต็มที่ มันสามารถที่จะคงอยู่ได้
นานถึงครึ่งวัน แต่หากตกอยู่ภายใต้การโจมตีอย่างต่อเนื่อง มันอาจจะอยู่
ได้เพียงแค่ 3-4 ชั่วโมง
3-4 ชั่วโมงนี้เป็นเวลาที่เหลืออยู่ของหลินหมิง
หวงซานผิงตกตะลึงในขณะที่จ้องมองไปเห็นหลินหมิงและโจวซินอวี่
หายไป “เกิด… เกิดอันใดขึ้นกันแน่? พวกมันหายไปไหน?”
“หืม มันเป็นเพียงภาพลวงตา เป็นวิชาที่เจ้าเล่ห์ยิ่งนัก” หวงจื่อเซ
วียนหลับตาลงและปลดปล่อยสัมผัสการรับรู้ของตนออกไป เขาสามารถที่
จะรับรู้ได้ถึงปราณแท้ที่ผันผวนอย่างแปลกประหลาดอยู่ใกล้ๆ ด้วยความ
แข็งแกร่งของเขา จึงทำให้สามารถค้นพบว่าอาคมดินแดนแห่งฝันอยู่ที่ใด
“อยู่ตรงนั้น”
หวงจื่อเซวียนชี้นิ้วออกไปยังที่โล่ง เขาสามารสัมผัสได้ถึงอาคมทรง
กลมบางอย่าง ที่สร้างมิติอิสระของตนเองขึ้นมา
“ฮ่าฮ่า เป็นเช่นนี้เอง” หวงซานผิงเผยรอยยิ้มชั่วร้าย เขาเองก็
สามารถสัมผัสได้ถึงตัวตนของอาคมเล็กน้อย
“เพียงแค่อาคมมายา ราวเหมือนกับนกกระจอกเทศที่มุดหัวอยู่ใน
ทรายเพื่อหลบซ่อนมิใช่หรือ?”
“น้องสาม ทำลายค่ายกลนี่ทิ้งเลย!” หวงจื่อเหยียนไม่ได้โจมตี แต่
กลับให้น้องสามลงมือในขณะที่ตนยืนดู เผื่อในกรณีที่หลินหมิงโจมตี
ออกมาอย่างฉับพลันหรือหลบหนีไป
หนีมาอยู่ในอาคมนี้เท่ากับหาที่ตาย แต่ก็อีกเช่นกัน แม้หากพวกเขา
ไม่สามารถทำลายอาคมนี้เข้าไปได้ พวกที่อยู่ข้างในก็จะไม่ตาย
ชายที่ถูกเรียกว่าน้องสาม อายุราวๆ 30-40 ปี ขนคิ้วชี้โด่ง ที่มุมนึ
งบนใบหน้าของเขามีรอยแผลเป็น เขากระชับกระบี่เล่มใหญ่และใช้เคล็ด
วิชาที่รุนแรงออกไป “เพลงกระบี่ – ใบมีดวายุ!”
กระบี่นี้ใช้พลังของน้องสามถึง 70-80% ปราณกระบี่สีครามรูป
จันทร์ครึ่งเสี้ยวพุ่งออกไป เข้าปะทะโดยตรงกับอาคม
บึม!
ปราณกระบี่แตกสลาย อาคมสั่นสะเทือนเล็กน้อย โดยไม่มีแม้แต่รอย
ขีดข่วน
“หืม?”
ชายที่เรียกว่าน้องสามเกิดความกระวนกระวาย แม้แต่หวงจื่อเซวียน
ก็ยังคิ้วขมวด ความแข็งแกร่งของอาคมนี้เหนือกว่าที่พวกเขาได้
จินตนาการเอาไว้
…………..
ขณะเดียวกัน ภายในของอาคม หลินหมิงนั่งไขว้ขาบนแผ่นหิน ไม่ได้
ตื่นตระหนกไปกับการโจมตีจากภายนอก เขานำขวดผลึกของเศษผลึก
หัวใจปีศาจที่ได้ละลายเข้ากับโลหิตของเขาออกมา และมองไปยังโจวซิ
นอวี่ ผู้ที่ใบหน้าซีดขาวและกล่าวว่า “ป้องกันข้า ข้าจะเริ่มกลืนกินเศษ
ผลึกหัวใจปีศาจลงไปแล้ว!”