Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 451 โลกที่ราวกับจะล่มสลายลงได้ทุกเมื่อ
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 451 โลกที่ราวกับจะล่มสลายลงได้ทุกเมื่อ
หลินหมิงมองไปยังวังวนขนาดยักษ์ด้านล่าง ดวงตาของเขาเต็มไป
ด้วยความสับสน ขณะที่เขาได้ส่งจิตสัมผัสลงไปในวังวน มันก็ได้ถูกตัดการ
เชื่อมต่อทันที มันราวกับว่ามีอีกโลกที่อยู่ภายในวังวนนี้
พลังดึงดูดมหาศาลจู่ๆก็ได้ประทุออกมาจากวังวน เกิดผลกระทบกับ
ทุกคนในตอนนี้ พื้นที่โดยรอยกลายเป็นมิติที่แยกออกมา – ไม่อาจที่จะ
หนีออกไปได้!
แม้แต่ผู้ที่หยิ่งยโสอย่างยิ่งเช่นชายหนุ่มผมแดงก็ยังสีหน้าสลด
มันเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่!?
เหล่าลำแสงขนาดยักษ์เมื่อครู่ดูเหมือนจะมาจากทิศทางที่ผู้อาวุโสไป
รวมตัวกัน ที่ตรงนั้นเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่?
ครึนน ครึนน ครึนน!
ทั่วทั้งเกาะแสงอุษาพังทลายลงเรื่อง ท้องทะเลโดยรอบเกิดความ
ปั่นป่วน เกิดเป็นคลื่นที่สูงตระหง่านถึงท้องฟ้า คลื่นเหล่านี้ถูกดูดกลืนเข้า
ไปในวังวนขนาดยักษ์ หายไปอย่างไร้ร่องลอย
ขณะที่พลังดึงดูดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ นักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าที่บินอยู่
บนท้องฟ้าเริ่มที่จะถูกดึงลงมาเรื่อยๆ ถูกตรึงตึงเอาไว้ด้วยแรงดึงดูดที่ทรง
พลัง กลืนพวกเขาลงไปในวังวนอย่างช้าๆ!
“ไม่!”
นักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าช่วงปลายที่ขี่นาวาจิตวิญญาณอยู่นั้น นาวา
จิตวิญญาณของเขาได้ถูกฉีกกระชากโดยพลังของวังวน หลังจากนั้นเขาก็
ราวกับใบไม้ในพายุ เขาถูกดูดกลื่นเข้าไปภายในวังวนขนาดยักษ์และร่าง
ถูกฉีกเป็นชิ้นๆ
“นี่…!”
เมื่อทุกคนมองเห็นฉากนี้ หัวใจขอพวกเขาก็กลายเป็นเย็นเฉียบ ทุก
คนที่ตกลงไปจะต้องตาย!
แต่การจะหนีออกไปก็ทำมิได้เช่นกัน!
“อ๊ากกกก!”
นักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าหลายคนที่ถูกสหายพาขึ้นมากลับถูกโยนลงไป
ในวังวน ถูกฉีกกระชากออกจนไม่เหลือซาก! ในตอนนี้ ตัวตนที่แท้จริงของ
มนุษย์ได้เผยออกมา ความสหายมาถึงขีดจำกัด สำหรับเหล่าพี่น้องที่เคย
ร่วมเป็นร่วมตายมากอดกันแน่นไม่ยอมปลอยกันและกัน แต่ผู้ที่เป็นเพียง
สหายกันได้ไม่นาน โยนกันทิ้งลงวังวนในทันที คิดเพียงเพื่อในตนเองมี
ชีวิตรอด
มีสองคนที่ตกลงไปอีกถูกบดขยี้อย่างรวดเร็วจนไม่เหลือซาก มีอีก
ผู้นึงที่ตกลงมาตามพยายามโคจรปราณแท้ปกป้องร่างจนถึงขีดสุด มัน
เป็นความหวังเดียวสำหรับเขา
แครกก แครกก แคกรก แครกก!
พลังของวังวนนี้ราวกับใบมีดที่กรีดโล่ป้องกันปราณแท้ มันฉีกปราณ
แท้ออกอย่างช้าๆ จนในที่สุดปราณก็เกิดรูที่ฉีกขาดขึ้น แขนของนักสู้ผู้นั้น
ถูกฉีกขาดในทันที!
เขากรีดร้องออกมา เขาตัดสินใจกัดลิ้นตนเองพ่นปราณโลหิตออกมา!
ปังงง!
ปราณแท้ภายในร่างของเขาปะทุขึ้นมามากมายหลายเท่า ในที่สุด
เขาก็สามารถที่จะทนต่อแรงกดดันของวันได้ และผ่านเข้าไปในวังวนนั้น
เมื่อเห็นเช่นนี้ เหล่านักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าต่างตกตะลึง และจากนั้น
ก็กลายเป็นมีความสุขอย่างยิ่ง เพราะหากนักสู้ที่อยู่ในจุดสูงสุดของขั้น
ปราณต้นฟ้ายังสามารถผ่านเข้าไปในวังวนได้อย่างปลอดภัย เช่นนั้น
สำหรับพวกเขาก็ย่อมไม่มีปัญหา ถึงแม้พวกเขาจะมิรู้ว่ามีสิ่งใดอยู่
เบื้องหลังวังวนที่น่าหวาดกลัวนี้ แต่เมื่อได้รู้ว่าตนสามารถที่จะรอดไปได้ก็
เป็นเรื่องดีมากแล้ว
พลังแรงดึงดูดยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าบาง
คนรู้ว่ามิอาจที่จะต้านทานมันต่อไปได้อีก และเลือกที่จะเก็บพลังเอาไว้
และพุ่งลงไปในวังวน พวกเขาได้โคจรปราณแท้ขึ้นปกป้องร่างกายจนถึง
ขีดสุดเพื่อให้ตัวอย่างผ่านเข้าไปได้อย่างปลอดภัย
สำหรับนักสู้ที่อยู่ในจุดสูงสุดของขั้นปราณต้นฟ้า ผู้ที่แข็งแกร่งพอจะ
สามารถผ่านไปได้ สำหรับผู้ที่อ่อนแอเช่นชายคนแรกจะต้องใช้ปราณ
โลหิตเขาช่วยเสริมความแข็งแกร่งเพื่อให้ผ่านเข้าไปได้
เหลือเพียงไม่กี่คนที่ยังลอยอยู่ในอากาศ หลินหมิงสามารถที่จะรู้สึก
ได้ถึงพื้นที่รอบตัวถูกบีบอัดราวกับว่ากำลังมัดเขาเอาไว้ ต่อให้เขาจะ
สามารถต้านทานแรงดึงดูดมหาศาลได้ แต่ก็เกรงว่าตนจะไม่สามารถหนี
ออกไปได้เช่นกัน ไม่เพียงแค่นั้น มีการเปลี่ยนแปลงของพลังงานเกิดขึ้น
ภายในวังวน มันมิสามารถรู้ได้ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นต่อไป เมื่อคิดได้เช่นนี้
หลินหมิงจึงขบฟัน โคจรปราณแท้จนถึงขีดสุดและพุ่งเข้าไปในวังวน…
………………
ห่างไปหลายร้อยลี้ เส้นทางระหว่างเกาะจันทราทมิฬและเกาะปีศาจ
โลหิต มีชายชรา 10 คน ลอยอยู่กลางอากาศ สีหน้าเต็มไปด้วยความ
อยากรู้ขณะที่มองดูวังวนขนาดยักษ์ด้านล่างของพวกเขา
มันใหญ่ยิ่งกว่าที่เกาะแสงอุษาเป็น 10 เท่า!
วังวนพลังงานที่ปรากฏขึ้นบนเกาะแสงอุษา เป็นสีเทาที่หมุนวนราว
กับเมฆสายฟ้า
แต่วังวนนี้ทั้งใหญ่กว่าและเป็นสีดำสนิท เมื่อมองเข้าไป ก็จะสามารถ
มองเห็นภาพมายาราวกับกำลังจ้องมองไปยังความวุ่นวายที่ไร้สิ้นสุด
วังวนสีดำสนิทนี้สงบยิ่งกว่า แม้จะมีคลื่นน้ำแต่มันก็ถูกดูดกลืนลงไป
ไร้ซึ่งเสียงใดๆ แต่ความแปลกประหลาดนี้น่าหวาดกลัวยิ่งกว่า และเหตุผล
ก็คือมันดูดกลืนได้ทุกสิ่ง แม้แต่เสียงของทะเล…
โดยมิต้องสงสัย ความแข็งแกร่งของพลังดึงดูดของวังวนนี้มากมายยิ่ง
กว่าที่เกาะแสงอุษาอย่างมหาศาล!
“ช่างเป็นพายุห้วงมิติที่น่าหวาดกลัวยิ่งนัก! หากพวกเราลงไปย่อมตก
ตายอย่างแน่นอน!” ผู้อาวุโสชุดดำกล่าวออกมาพร้อมทั้งคิ้วขมวด
เมื่อครู่ก่อนนักสู้ร่างใหญ่ขั้นปราณปลายฟ้าช่วงปลาย 10 คนได้เปิด
ผนึกออก เป็นเพราะพวกเขาอยู่ใกล้ทางเข้าที่สุด เมื่อมันเปิดออก พวก
เขาถูกฉีกกระชากโดยพลังมหาศาลของวังวน และถูกดึงลงไปฉีกร่างทุก
ส่วนจนกลายเป็นเพียงแค่หมอกโลหิตและไม่เหลือสิ่งใดของพวกเขา
เหลืออยู่อีกเลย
“พวกเราได้ตัดสินใจผิดพลาด! ระดับของสนามรบบรรพกาลนี้ได้เกิน
กว่าที่พวกเราได้จินตนาการเอาไว้! ทุกทางเข้าจะมีพายุมิติทั้งหมด ด้านใน
ก็คงจะมิต่างกันเท่าใด!”
“ข้าคิดว่าโลกที่พังทลายนี้คงจะอยู่ได้อีกเพียงไม่กี่พันปี แต่ดู
เหมือนว่ามันกำลังจะพังทลายลงเรื่อยๆแล้ว หากพวกเราเข้าไป จะต้อง
พบเจอกับอันตรายอีกมากมาย มันสามารถพังทลายอย่างแท้จริงได้ทุก
เมื่อ เมื่อพวกเขาอยู่ข้างในและเกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้น พวกเราจะถูกกำจัดไป
พร้อมกับโลกนั้น!”
และหลังจากที่โลกนั้นได้ล่มสลายลง พายุมิติก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้น
แม้แต่ผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิก็ยังมิอาจต่อต้านมันได้
ยิ่งกว่านั้น ขณะที่พวกเขามองดูสถานการณ์ของทางเข้านี้ พวกเขาก็
ตระหนักได้ว่าพวกตนไม่สามารถที่จะเข้าไปได้ พวกเขาไม่อาจที่จะ
ต้านทานพายุมิติที่รุนแรงระดับนี้ได้
“พวกเราทุ่มเทกำลังและเวลาไปมากเพื่อที่จะเปิดสมรภูมิบรรพกาล
แต่กลับพบว่าโลกนี้แทบจะพังทลายลงได้ทุกเมื่อ พวกเราไม่มีแม้กระทั่ง
ความสามารถในการเข้าไปข้างใน แผนของพวกเราดินแดนปีศาจแห่ง
ทะเลทางใต้กลายเป็นสูญเปล่า!”
จากบันทึกจดหมายของจักรพรรดิ โลกใบเล็กบรรจุไว้ด้วยสมรภูมิ
บรรพกาลซึ่งมีกฎต่างๆอยู่มากมาย หากนักสู้ได้ฝึกฝนอยู่ภายใน พวกเขา
ก็จะสามารถสัมผัสได้ถึงพลังงานชนิดต่างๆมากมาย หากผู้ได้มีศักยภาพ
ในการรับรู้ที่ดี พวกเขาอาจจะได้เข้าใจถึงต้นกำเนิดของกฎต่างๆ!
หากดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้สามารถที่จะเข้าไปในสมรภูมิ
บรรพกาลและปิดทางเข้าเอาไว้ด้วยเคล็ดวิชาลับในจดหมายของ
จักรพรรดิปีศาจ พวกเขาก็จะได้รับฐานที่มั่นที่ดีอย่างยิ่ง ไม่เพียงแค่นั้น
แต่พวกเขายังจะได้รับสมบัติที่จักรพรรดิปีศาจทิ้งเอาไว้อีกด้วย สมบัติ
เหล่านั้นที่พวกเขาได้รับ การจะหล่อเลี้ยงผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิขึ้นมา
นั้น ก็จะมิใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป
ดังนั้น ตราบใดที่พวกเขามีเวลาเพียง 100ปี ดินแดนปีศาจแห่งทะเล
ทางใต้ก็จะกลายเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์! เมื่อเวลานั้นมาถึง พวกเขาก็จะได้
ครอบครองทั่วทั้งภูมิภาคเขตแดนทางใต้ พวกเขาก็จะสามารถฟื้นฟูความ
รุ่งเรืองขึ้นมาเช่นเดียวกับเมืองจักรพรรดิปีศาจแห่งความเงียบงันเมื่อ
3000ปีก่อนได้อีกครั้ง!
แต่ในตอนนี้ แผนนี้มิต่างฝันที่แตกออกราวกับฟองสบู่
“พวกเราไม่สามารถใช้โลกนี้เป็นฐานที่มั่นแห่งใหม่ได้ แต่มันยังมี
สมบัติของจักรพรรดิปีศาจที่เหลือทิ้งไว้อยู่ หากพวกเราได้มันมาสักอย่าง
สิ่งที่พวกเราทั่มเทไปก็จะมิเสียเปล่าซะทีเดียว!” ผู้ที่กล่าวออกมานี้คือ
ผู้หญิงที่มีผ้าคลุมหน้าและใสชุดยาวสีดำ ถึงแม้นางจะคลุมหน้าเอาไว้ ก็ไม่
สามารถปิดบังรูปร่างที่ยั่วยวนของนางได้ นางก็คือผู้นำแผนกตะวันตก
ของแดนปีศาจ
“พวกเราไม่สามารถที่จะเข้าไปได้ แม้แต่ชายชราผู้นี้ที่อยู่ขั้นทำลาย
ชีวิตระดับ 3 ก็ยังไม่สามารถผ่านเข้าไปในพายุมิติที่น่าหวาดกลัวนี้ได้ หาก
พวกเราต้องการที่จะเข้าไป… พวกเราต้องเข้าผ่านทางอื่น” ขณะที่ชาย
ชรากล่าว เขาก็มองไปรอบๆ รอบๆวังวนหลักนี้ ยังมีอีก 36 วังวน และวัง
วนที่เกาะแสงอุษาก็เป็นหนึ่งในนั้น
“มันไร้ประโยชน์ ที่อื่นเป็นเพียงแค่มิติที่แยกไปจากโลกหลัก หาก
พวกเราเข้าไป พวกเราก็ยังไม่อาจสามารถเข้าไปสู่โลกหลักได้นอกจากจะ
ทำลายกำลังระหว่างมิติ!” ผู้นำแผนกแห่งแดนปีศาจกล่าวออกมาอย่าง
อ้างว้าง เมื่อโลกนี้จะล่มสลาย มันจะแยกเป็นส่วนๆก่อน 36 วังวนขนาด
เล็กเป็นส่วนหนึ่งของโลกหลักที่ถูกแยกออกไป
หากพวกเขาเข้าไปยังโลกเล็กอื่นๆ พวกเขาคงจะได้รับเพียงสมบัติ
ส่วนน้อย ถึงแม้มันจะมีระดับที่สูง แต่ก็ยังไม่พอต่อความต้องการของผู้
อาวุโสเช่นพวกเขา สิ่งที่พวกเขาต้องการคือสมบัติที่อยู่ภายในตำหนักของ
จักรพรรดิปีศาจ!
ในตอนนี้ การจะใช้เวลาไปล่าสมบัติในโลกใบเล็กนั้นเป็นเพียงเรื่องไร้
สาระ
“นี่เป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายอย่างยิ่ง พวกเราจะถูกค้นพบในอีกไม่
ช้า แม้แต่พวกผู้อาวุโสสูงสุดของภูมิภาคเขตแดนทางใต้และภูมิภาคเขต
แดนห้าธาตุก็อาจจะมาปรากฏตัว หากผู้เชี่ยวชาญขั้นทำลายชีวิตหรือ
แม้กระทั่งผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิโผล่มา จะมิเหลือสิ่งใดหรับพวกเรา”
หลังจากได้ยินเช่นนี้ เหล่าผู้อาวุโสที่เหลือต่างกลายเป็นเงียบงัน พวก
เขาได้คิดว่าเมื่อสามารถเปิดผนึกและเข้าไปในโลกภายใน
และทำการผนึกทางเข้าตามที่เขียนไว้ในจดหมายของจักรพรรดิ
ปีศาจ และครอบครองสมบัติทั้งหมด
ผู้ใดจะรู้บ้างเล่าว่าสถานการณ์จะกลายเป็นเช่นนี้?
………………
ห่างไปหลายร้อยลี้ ในวังวนสีเทาที่เกาะแสงอุษา
ปัง!
หลินหมิงตกลงไปบนพื้น เขารู้สึกมึนงง เขาเพิ่งผ่านวังวนนี้เข้ามาเมื่อ
ครู่ แม้ว่าทั่วร่างของเขาจะมีปราณแท้ป้องกันอยู่ เขาก็ยังรู้สึกเจ็บทั่วร่าง
ราวกับว่ามันได้ถูกฉีกขาด
นักสู้คนอื่นก็รู้สึกเจ็บปวดเช่นเดียวกัน
หลินหมิงไม่อาจที่จะยืนขึ้นได้ในทันที เขาปิดตาเอาไว้และปลดปล่อย
สัมผัสรับรู้ออกไปแทน สำรวจทุกอย่างที่อยู่รอบๆเขา เมื่อสำรวจรอบตัว
จนเสร็จ
เขาก็รู้ว่าตนได้อยู่ในดินแดนที่กว้างใหญ่และเปลี่ยวล้าง และมีเพียง
เหล่านักสู้ที่เขามาด้วยกัน
ไม่มีพืชเติบโตอยู่บนพื้นดิน มีเพียงฝุ่นสีแดง ราวกับว่ามันเปื้อนไป
ด้วยโลหิต มีหินที่แตกขนาดเล็กและใหญ่นับไม่ถ้วนลอยอยู่กลางอากาศ
ราวกับว่ามันมิได้มีแรงโน้มถ่วงอยู่ที่นี่เลย ทั่วทั้งโลกใบนี้ มันไม่มี
แม้กระทั่งสายลม – มีเพียงความเงียบสงบ
ที่นี่คือสถานที่ใดกันแน่?
หลินหมิงรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง ในตอนนี้ นักสู้หลายคนเริ่มลุก
ขึ้นยืนได้ มีทั้งนักสู้พันธมิตรร่วมสงครามและนักสู้แดนปีศาจ ผู้ที่รอดมา
ได้ส่วนใหญ่คือนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้า และมีส่วนน้อยที่เป็นนักสู้ที่อยู่
จุดสูงสุดของขั้นปราณต้นฟ้า ไม่เพียงแค่นั้น ทุกคนต่างมีสีหน้าซีดขาว
เห็นได้ชัดว่าแต่ละคนสูญเสียพลังไปมากเพื่อให้ตนเองรอด
หลินหมิงเองก็ค่อยๆลุกขึ้นช้าๆท่ามกลางนักสู้จำนวนมาก เขาดูไม่
เป็นที่โดดเด่น
เขาสำรวจร่างกายตนเอง เขายังคงมีแหวนมิติ เส้นชีพจรและอวัยวะ
ภายไม่ได้รับความเสียหาย ขณะที่เขามองไปยังนักสู้แดนปีศาจ ก็เหลือบ
ไปเห็นชายหนุ่มผมแดงและ 3 ผู้ยิ่งใหญ่แห่งแดนปีศาจ!
ทั้งสองฝ่ายต่างได้รับความเดือดร้อนในครั้งนี้ แต่ตอนนี้พวกเขาได้ยืน
ขึ้น เต็มไปด้วยความระมัดระวังตัว นักสู้ของพันธมิตรร่วมสงคราม รีบ
แยกตัวออกจากนักสู้แดนปีศาจและไม่ร่วมกับพวกของตน
อย่างไรก็ตาม ผลรับของความน่าหวาดกลัวที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เหลือนัก
สู้จากพันธมิตรร่วมสงครามอยู่เพียง 1 ใน 3 ส่วนของนักสู้แดนปีศาจ!
นี่ยังมิได้ร่วมถึงนักสู้ระดับสูงจากดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ – 3
ผู้ยิ่งใหญ่และชายผมแดง!
ตราบใดที่ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ต้องการที่จะสังหารพวกเขา
ก็ย่อมถูกกวาดล้างจนหมด!