Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 502 ดูดซับรากมังกรนิพพาน
ซ่วนหวู๋จี๋กลายเป็นบ้าคลั่งขึ้นเรื่อยๆขณะที่คิดเกี่ยวกับการเดินทาง
มายังตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจครั้งนี้ ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้
ของพวกเขาได้สูญเสียไปอย่างมาก!
“เราต่างถูกพวกเจ้าตามล่าไปถึง 10 ลี้ แล้วจะสามารถเอารากมังกร
นิพพานและเตาหลอมจักรวาลไปได้อย่างไรเล่า?”
เจ้าโจรเฒ่าซ่วน เจ้าคิดว่าข้ออ้างที่อ่อนด้อยเพียงนั้นมันเพียงพอแล้ว
หรือ? เมื่อพวกเราได้ทะลวงรูปแบบค่ายกลของตำหนักจักรพรรดิปีศาจ
เข้ามา ทางเข้านั้นก็ได้เปิดอยู่อีกนาน มันจะยากเพียงใดกันในการแอบสั่ง
ให้ศิษย์ของพวกเจ้าแอบลอบเข้ามาและหลบเลี่ยงการตรวจจับของพวก
เรา? อย่างแรกเจ้าทำเป็นว่าตนไม่สามารถเปิดรูปแบบค่ายกลของราก
มังกรนิพพานได้ และจากนั้นก็ใช้เตาหลอมจักรวาลล่อข้าและนักบวชคิ้ว
ขาวเข้าไปยังถ้ำ เจ้าใช้โอกาสนั้น เปิดรูปแบบค่ายกลและเอารากมังกร
นิพพานไป จากนั้นก็ใช้วิธีการล่อเสือออกจากถ้ำทำให้พวกเราจากไปไล่
ล่าเจ้ากันหมด และให้ศิษย์ของเจ้ามาเอารากมังกรนิพพานต้นที่ 2 และ
เตาหลอมจักรวาลไป ขณะเดียวกันเจ้าก็ใช้รูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้าย
หลบหนีไปเช่นกัน นี่เป็นแผนที่สมบูรณ์แบบอย่างยิ่ง! รากมังกรนิพพาน 2
ต้นและเตาหลอมจักรวาลจะตกอยู่ในมือของเจ้า! และเจ้าจะหลบหนีไปได้
โดยไร้รอยขีดข่วน แต่ช่างน่าเสียดาย ชีวิตเต็มไปด้วยเรื่องไม่คาดฝัน
รูปแบบค่ายกลเคลื่อนย้ายเกิดล้มเหลวและเจ้าต้องติดอยู่ภายในนี้กับพวก
เรา เจ้าเดินหมากพลาดในช่วงสุดท้ายและต้องทนรับความเจ็บปวดจาก
ผลที่ตามมา!”
ขณะที่หนานอวิ๋นหวังกล่าวด้วยความั่นใจ สีหน้าของซ่วนหวู๋จี๋
กลายเป็นเขียวคล้ำ
ซ่วนหวู๋จี๋ช่วยไม่ได้ที่จะคิดว่าสิ่งที่หนานอวิ๋นหวังกล่าวมานั้นฟังดูมี
เหตุผลอย่างยิ่ง!
หากเขาและหนานอวิ๋นหวังสลับสถานะกัน เขาเองก็อาจจะคิด
เช่นเดียวกับหนานอวิ๋นหวังเป็นแน่!
ซ่วนหวู๋จี๋สิ้นหวังจนอยากที่จะอัดกำแพงให้พังทลายหมด ผ่านมากว่า
พันปี เขามักจะเป็นฝ่ายที่ควบคุมแผนการณ์เสมอ – ตั้งแต่เมื่อไรกันที่เขา
ต้องกลายเป็นฝ่ายตกอยู่ในแผนการณ์ของผู้อื่นเช่นนี้?
ความจริงแล้ว เขาเองก็คิดเช่นกันว่าหลินหมิงคงไม่มีความสามารถ
พอที่จะทำเรื่องเหล่านี้ได้ แต่มันเป็นผู้ใดเล่า? จึงสามารถทำให้เขาตกอยู่
ในสภาพเช่นนี้ได้? หรือจะมีกองกำลังอื่น หรือแม้กระทั่งผู้ทรงพลังขั้น
ทำลายชีวิตระดับ 5 แอบเข้ามาและฉวยโอกาสอย่างเงียบๆจากทุกคน
หรือ?
เมื่อเป็นเช่นนี้ จู่ๆนักบวชคิ้วขาวก็กล่าวขึ้นมา “มันมีกองเถ้าถ่านบน
พื้นมากกว่าเดิม”
“หืม?”
ทุกคนต่างหันไปมองและเห็น 3 กองเถ้าถ่านอยู่รอบตรงที่เตาหลอม
จักรวาลเคยอยู่ บางคนที่สงสัยยิ่งกว่าก็จำได้ว่ามีผู้อาวุโส 4 คน ได้ตกตาย
รอบเตาหลอมจักรวาล แต่ 2 คนได้มีการเก็บเถ้าถ่านของพวกเขาไปแล้ว
มันจึงน่าจะมีเถ้าถ่านเพียง 2 กองมิใช่หรือ แต่ในตอนนี้กลับมี 3 กอง
หรือว่าจะเป็น…
มู่เฟิงเซียนสีหน้าซีดในทันที มู่อวี้หวงรู้สึกว่าหัวใจหยุดเต้นราวกับว่า
มีบางคนมาบีบมันไว้ นางหายใจติดขัด และมีเหงื่อไหลออกมาที่หน้าผาก
หลินหมิง… เขา… เขาตายที่นี่หรือ?
นักบวชคิ้วขาวลังเลชั่วครู่ก่อนที่จะเดินไปยังกองเถ้าถ่าน เขาย่อตัว
ลง เอื้อมมือไปจับและกล่าวอย่างราบเรียบว่า “เถ้าถ่านนี้ยังร้อนอยู่เลย
เขาคงเพิ่งตายไปเพียงไม่นานนี้เอง และคงเป็นการตายเพราะรูปแบบค่าย
กลแสงแปดมังกรหยกแน่นอน…”
ขณะที่นักบวชคิ้วขาวกล่าว เขาก็เห็นแสงสะท้อนจากแหวนมิติที่อยู่
บนกองเถ้าถ่านและมิติภายในของมันได้พังทลายลง แตกเป็นเสี่ยงๆ มี
หลายสิ่งที่ไม่สามารถนำออกมาได้อีก แต่ก็ยังสามารถที่จะมองเห็นด้านใน
ได้
“เทพธิดามู่ ท่านมาดูหน่อย”
นักบวชคิ้วขาวส่งแหวนมิติไปให้มู่อวี้หวง
นิ้วของมู่อวี้หวงสั่นเครือขณะที่รับแหวนมา นางส่งสัมผัสศักดิ์สิทธิ์
ของตนเข้าไป มู่อวี้หวงพบแค่อาคมที่เลือนราง และเห็นแผ่นหยก มันคือ
แผ่นหยก ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ 3 ขั้นแรก
นางกุมแหวนมิติอย่างแน่นขนัด นางรู้สึกหัวใจหนักอึ้ง
นางได้วาดความฝันและความหวังไว้กับหลินหมิงตั้งมากมาย นาง
วางแผนที่จะยกมู่เชียนหยี่ให้กับหลินหมิง แต่ตอนนี้…
“อวี้หวงใจเย็นก่อน หลินหมิงอาจจะยังไม่ตาย” มู่เฟิงเซียนกล่าว
กับมู่อวี้หวงด้วยกระแสเสียงปราณแท้ ถึงแม้นางเองก็กังวลเช่นกัน แต่
นางเองก็ไม่เชื่อว่าหลินหมิงจะตกตายไปเช่นนี้ “หอกแห่งดาวหางม่วงและ
ง้าวโลหิตล้างผลาญมิได้อยู่ในแหวนมิติ…”
“ข้ารู้ แต่…” มู่อวี้หวงยังไม่สามารถที่จะสงบลงได้ มันน่าจะเป็นหนึ่ง
ในแหวนมิติของหลินหมิงอย่างแน่นอน หอกแห่งดาวหางม่วงและง้าว
โลหิตล้างผลาญน่าจะอยู่ในแหวนมิติหลักของหลินหมิง มันก็อาจเป็นไป
ได้เช่นกันว่าแหวนมิติหลักของหลินหมิงได้ถูกขโมยไปหรือไม่ก็รูปแบบ
ค่ายกลเผามันจนสิ้นซากไปแล้ว แต่มันก็ไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าหลินหมิงยังคง
มีชีวิตอยู่
“ซ่วนหวู๋จี๋ เจ้ามีสิ่งใดจะกล่าวอีกหรือไม่?” หนานอวิ๋นหวังกล่าว
ออกมาอย่างน่ากลัวขณะที่จ้องไปยังซ่วนหวู๋จี๋
“หืม เจ้าคิดว่ามันคือเถ้าของหลินหมิงจริงหรือ? หากหลินหมิงตก
ตายโดยน้ำมือของศิษย์ข้าอย่างที่เจ้าว่าจริง เช่นนั้นเหตุใดจึงไม่เพียงแค่
ทำลายศพจนไม่เหลือซาก แต่กลับมาปล่อยให้พวกเจ้าค้นพบเช่นนี้เล่า?”
“ฮ่าฮ่า บางทีเจ้าอาจจะคิดถึงจุดนี้เอาไว้แล้วและตั้งใจทิ้งมันไว้ที่นี่
เพื่อปกปิดความผิดของเจ้าเอง!”
ปากของซ่วนหวู๋จี๋บิดเบี้ยวและใบหน้ามืดมนขณะที่จ้องไปยังหนา
นอวิ๋นหวังอย่างไม่ยอมรับ
“หนานอวิ๋นหวัง มันดูเหมือนว่าไม่ว่าจะอย่างไรเจ้าก็จะไม่เชื่อที่ข้า
กล่าว บางทีเจ้าอาจจะต้องการที่จะต่อสู้เป็นตายกับข้าหรือ? ในการต่อสู้
เป็นตายของจริง ข้าอาจจะไม่มีโชคพอที่จะรอดไปได้ แต่เจ้าก็คงไม่ดีไป
กว่ากัน และข้าก็สงสัยยิ่งนักว่าเจ้าจะหนีไปจากตำหนักจักรพรรดิเทพ
ปีศาจนี้ได้อย่างไร!”
หนานอวิ๋นหวังเค้นเสียงเย็นชา “หึ เมื่อข้าสังหารเจ้าและได้
ครอบครองแผ่นหยกของจักรพรรดิปีศาจ ข้าก็จะได้รู้ทักษะลับทั้งหมดเอง
มันจะยากเพียงใดกันในการเรียนรู้มัน?
“ฮ่าฮ่า ก่อนที่ข้าจะตกตายไป ข้าย่อมต้องทำลายแผ่นหยกทิ้งไป
ก่อนแน่ และมันจะยากสักเพียงใดกัน!” ซ่วนหวู๋จี๋ถอยหลังไป 1 ก้าวและ
ไม่อยากบ่นถึงสถานการณ์ของตนเองอีกแล้ว ชายชราทั้งสองเดิมทีก็สงสัย
กันและกันอยู่แล้ว ย่อมไม่มีผู้ใดอยากฟังคำแก้ตัวของใคร!
แน่นอนว่า เมื่อซ่วนหวู๋จี๋กล่าวว่าจะทำลายแผ่นหยกก่อนที่ตนเองจะ
ตกตายไป สีหน้าของหนานอวิ๋นหวังก็กลายเป็นซีดขาว
……………..
ห่างออกไป 100 ลี้จากตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจบนรูปแบบค่าย
กลเคลื่อนย้าย แสงสีขาวสาดสว่าง ปรากฏร่างของชายหนุ่มขึ้นในเงาแสง
สลัวตรงกลางแท่น
ชายหนุ่มนั้นรูปงามและมีดวงตาสดใส ออร่าของเขาหนักแน่นและ
อาจหาญ แต่มันยังแฝงไปด้วยความเหนื่อยล้า
ซึ่งก็คือหลินหมิงนั่นเอง ผู้ที่ออกมาจากตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจ
ด้วยรูปแบบค่ายกลที่อยู่ภายใน
“ในที่สุดข้าก็ออกมาจนได้…” หลินหมิงถอนหายใจยาวและเช็ดเหงื่อ
ที่ฝ่ามือออก
ในการเดินทางเข้าไปในตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจ เขาไม่ได้ต่อสู้
เลยสักครั้ง อย่างไรก็ตาม มันน่าตื่นเต้นมากและอันตรายกว่าการต่อสู้กับ
ผู้อาวุโสดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ก่อนหน้านี้ ด้วยการที่มีผู้ทรงพลัง
ขั้นทำลายชีวิตต่อสู้กัน จึงน่ากลัวอย่างมากสำหรับเขา ไม่มีเวลาได้หายใจ
หายคอเลย ในท้ายที่สุด เขาก็ได้ใช้เล่เหลี่ยมของตนเองหลอกและปล้น
พวกเขา มันเป็นการเดิมพันที่เสี่ยงเป็นอย่างยิ่ง!
เมื่อหลินหมิงเร่งรีบออกมา เขาไม่ได้หยุดพักหายใจเลย เขารีบมุ่ง
หน้าไปยังแท่นรูปแบบค่ายกลและเปิดใช้งานอักขระทันที เขาเกรงว่าซ่
วนหวู๋จี๋อาจจะรู้ตำแหน่งของมันด้วยเช่นกัน และใช้รูปแบบค่ายกลอื่น
ตามออกมา เขาคงจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากอย่างแท้จริง!
“มารเจิดจรัส รูปแบบค่ายกลของตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจจะรั้ง
พวกเขาไว้ได้นานเพียงใด?” “น่าจะรั้งไว้ได้ 4-5 วัน กว่าจะออกมาถึงที่นี่
ก็อาจ 5-6วัน”
“5-6วัน…” หลินหมิงลังเลชั่วครู่ แต่ก็คิดว่าน่าจะมีเวลาเพียงพอ
“นี่ หรือว่าเจ้าคิดที่จะอัญเชิญสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ที่หลับลึกอยู่ในโลก
แห่งนี้ออกมา? เจ้าควรที่จะลืมเรื่องนั้นไปซะ หากเจ้าต้องการที่จะควบคุม
สัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ มันก็ยังห่างไกลเกินกว่าที่เจ้าทำได้ ถึงแม้จะมีทักษะลับ
ก็ตาม เจ้าจะต้องมีพลังจิตวิญญาณและความแข็งแกร่งที่มากอย่างยิ่งใน
การสนับสนุนมัน มิเช่นนั้น ก็จะไม่สามารถอัญเชิญมันออกมาได้ มันช่าง
น่าเสียดายที่ข้าต้องอยู่ในสภาพเช่นนี้ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะอัญเชิญมันมา
เช่นกัน”
หลินหมิงส่ายศีรษะและกล่าว “สัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ตนนั้นมันไร้
ประโยชน์สำหรับข้าในตอนนี้ ข้าจำต้องออกไปผจญภัย ข้าจะเอามันที่มี
ขนาดเท่าเกาะนึงเดินทางไปด้วยได้อย่างไรเล่า? หากข้ามอบสัตว์อสูร
ศักดิ์สิทธิ์ตนนี้ให้กับเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ เช่นนั้นมันก็จะใช้ปกป้องนิกาย
ได้ แต่ในเมื่อมีบางคนได้สงสัยข้าแล้ว หากข้ายังขโมยสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์
ตนนี้ไปเก็บไว้ที่เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ เช่นนั้นย่อมทำให้เกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์เจอกับมรสุมครั้งใหญ่”
หลินหมิงไม่ได้สนใจในสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ตนนี้มากนัก หากเขาทำได้
เขาจะใช้วิธีการบางอย่างขัดขวางซ่วนหวู๋จี๋จากการเอามันไปอย่างไรก็ตาม
ระดับการบ่มเพาะของเขานั้นต่ำเกินไป และเขาไม่มีความสามารถทำดังที่
ต้องการได้
“จากนี้ไปอีก 4-5 วัน เจ้าวางแผนจะทำอันใดต่อ?”
หลินหมิงดวงตาสาดประกายเจิดจ้าและกล่าว “ในอีก 4-5 วันต่อ
จากนี้ ข้าจะดูดซับรากมังกรนิพพาน!”
“เจ้า…” หมาปั๊กตกตะลึงด้วยคำพูดของหลินหมิง “เจ้านั้นอยู่เพียง
แค่ขั้นปราณต้นฟ้าช่วงปลายกลับต้องการที่จะดูดซับรากมังกรนิพพาน
หรือ? เจ้ามันบ้าบิ่นยิ่งนัก!” หลินหมิงคิ้วขมวด “มีอันใดกัน? มิใช่ว่าผู้ที่มี
พรสวรรค์ด้านกายผันแปรคนใดในแดนเทวะก็สามารถดูดซับรากมังกร
นิพพานได้หรอกหรือเมื่อพวกเขาอยู่ขั้นปราณต้นฟ้า?”
“ฮ่าฮ่า เจ้าหนู ให้ข้าได้บอกแก่เจ้า ภายในแดนเทวะมีเพียงไม่กี่คน
เท่านั้นที่มีร่างกายบ่มเพาะคู่ทั้งพลังปราณและกายผันแปรได้ พวกเขาจะ
เลือกเดินเส้นทางบ่มเพาะพลังปราณ เข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้และไปยัง
ขั้นเทพสมุทร หรือไม่ก็กายผันแปร เข้าสู่ขั้นผสานไขกระดูกและเข้าสู่ 8
ประตูเร้นลับภายในมีเพียงเหล่าผู้ที่มีพรสวรรค์สูงสุดและเชื่อมั่นในตนเอง
อย่างยิ่งเท่านั้นที่จะกล้าเดินไปเส้นทางทั้งสองของการบ่มเพาะพลังปราณ
และกายผันแปร ถึงแม้หากเดินบนการบ่มเพาะพลังปราณและกายผัน
แปรจะทำให้ระดับการบ่มเพาะของพวกเขาจะสูงกว่าผู้ที่อยู่ระดับเดียวกัน
ก็ตาม แต่พวกเขาก็ต้องจ่ายด้วยราคาและเวลาที่มากกว่าเป็นสิบๆเท่าๆ
หากต้องลงทุนมากเกินไป กำไรที่ได้มักจะไม่คุ้มเสีย!”
หมาปั๊กกล่าวออกมาราวกับนักบวชเทศนา
“มันเป็นเช่นนี้นี่เอง?” หลินหมิงประหลาดใจและหัวเราะตนเอง
ในทันที เพราะเขาดันทึกทักเอาว่านักสู้ของแดนเทวะต้องเข้าสู่กายผัน
แปรขั้นผสานไขกระดูกอยู่แล้ว แต่ในตอนนี้ มันดูเหมือนว่าเป็นเส้นทางที่
มีเพียงอัจฉริยะของแดนเทวะของพวกเขาเท่านั้นที่จะกล้าทำเช่นนั้น…
อัจฉริยะของแดนเทวะ…
ขณะที่หลินหมิงครุ่นคิดเรื่องนี้ เขาก็มีสีหน้าประหลาดแวบขึ้น แล้ว
อัจฉริยะของแดนเทวะต้องอยู่ในระดับพลังใดกัน?
หมาปั๊กที่ดูเหมือนจะเสพติดการชี้ชวนก็ได้เริ่มอธิบายต่อไปว่า “ข้า
แนะนำให้เจ้าเลือกเดินในเส้นทางการบ่มเพาะหลัก ไม่ต้องกังวลเรื่องขั้น
ผสานไขกระดูกไปด้วย แม้แต่ผู้ที่มีร่างการบ่มเพาะคู่ทั้งพลังปราณและ
กายผันแปรยังต้องรอจนกว่าพวกเขาจะทะลวงเข้าสู่ขั้นปราณปลายฟ้า
ช่วงปลายหรือปลายขอบขั้นปราณปลายฟ้าก่อนที่จะเข้าสู่การบ่มเพาะ
ร่างกายขั้นผสานไขกระดูกให้สมบูรณ์ มันจึงยังเร็วไปสำหรับเจ้า ถึงแม้
นักบุญผู้นี้จะแนะนำให้เจ้าเลือกเส้นทางการบ่มเพาะหลักอย่างใดอย่าง
หนึ่ง เลือกระบบการบ่มเพาะกายผันแปรหรือไม่ก็ระบบการบ่มเพาะพลัง
ปราณไปเลย แต่นักบุญผู้นี้เชื่อว่า ระบบการบ่มเพาะพลังปราณจะเหมาะ
กับเจ้ามากกว่าระบบการบ่มเพาะกายผันแปร เพราะระบบการบ่มเพาะ
กายผันแปรนั้นจำต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก แม้แต่ในดินแห่งทวยเทพ
เองก็ยังมีเพียงนิกายใหญ่เท่านั้นที่จะมีทรัพยากรมาสนับสนุนได้!”
หลินหมิงไม่สนใจคำแนะนำของหมาปั๊กและกล่าว “เจ้าไม่จำเป็นที่
จะต้องกังวลหรือยุ่งเรื่องของข้า ข้าจำต้องดูดซับรากมังกรนิพพาน และไม่
มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว” ขณะที่หลินหมิงคิดเรื่องของมู่เชียนหยี่ เขารู้ว่าตน
นั้นยังมีควาามแข็งแกร่งไม่เพียงพอ
หลินหมิงไม่สนใจหมาปั๊กอีกแล้ว เขาสูดหายใจลึก และเอากล่อง
หยกออกมา
ภายในกล่องหยกนี้ มีรากมังกรนิพพานวางอยู่พร้อมรากย่อยทั้ง 9
มันจับกันและกันจนดูเหมือนเขามังกร และยากที่จะแยกพวกมันจากกัน
ได้
รากมังกรนิพพานห่อหุ้มไปด้วยดินที่มีพลังงานหนาแน่น ดินนี้เป็น
บรรจุภัณฑ์ที่ดีที่สุดในการเก็บรักษาจิตวิญญาณของรากมังกรนิพพานให้
ยังคงความแข็งแกร่ง