Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 514 ตบหน้าตัวเอง 50 ครั้ง
หลินหมิงจำเป็นต้องทำความเข้าใจโลกปีศาจยักษ์ที่แปลกประหลาด
นี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้และเรียนรู้จากสถานการณ์ทั่วไป เขา
จำเป็นต้องรู้ถึงการกระจายตัวของอำนาจ มีผู้เชี่ยวชาญจำนวนเท่าไร ทุก
อย่างนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองเจอปัญหาร้ายแรง ยิ่งทำให้สับสนมากขึ้น
เท่าใด เขาก็ยิ่งอันตรายมากเท่านั้น
“คนนอกมักไม่ค่อยมา เพียงแค่เสื้อผ้าของเจ้าก็ไม่เหมือนกับของใคร
จากทุ่งหญ้าเมฆาเคลิ้มเลย ในทุ่งหญ้านี้มนุษย์ไม่ได้รับอนุญาตให้สวม
เสื้อผ้าสีนี้ พวกเขาสามารถสวมใส่เสื้อผ้าสีเทาเท่านั้น มิฉะนั้นจะถูก
ลงโทษ นี่เป็นเหตุผลเดียวที่ข้าบอกได้ว่าเจ้าเป็นคนนอก เจ้าหลงทาง
ภายในทุ่งหญ้าเมฆาเคลิ้มหรือ?”
หลินหมิงใช้โอกาสนี้และพยักหน้า “ใช่ข้ามาจากข้างนอก ท่านลุง ทุ่ง
หญ้าเมฆาเคลิ้มมีขนาดใหญ่เพียงใดหรือ? แล้วกองกำลังนี้คืออะไร? ”
“ทุ่งหญ้าเมฆาเคลิ้ม…” ชายชราเคาะไปป์เอาขี้เถ้าออกและกล่าวว่า
“ทุ่งหญ้าเมฆาเคลิ้ม เป็นดินแดนกว้างใหญ่ไพศาล มีเผ่าปีศาจยักษ์ทั้งเล็ก
และใหญ่นับร้อยนับพันอยู่ที่นี่และยังมีชนเผ่ามนุษย์จำนวนน้อยอยู่ด้วย…
”
ชนเผ่ามนุษย์? หลินหมิงตกตะลึง “มนุษย์สามารถสร้างชนเผ่าได้ที่นี่
ด้วย?”
“อืม … ใช่แล้วก็มีมนุษย์ที่แข็งแกร่งอยู่เช่นกัน ในทุ่งหญ้าเมฆาเคลิ้ม
นี้พลังคือพลังและความแข็งแกร่งคือสิ่งที่ทุกคนให้ความเคารพ ตราบใดที่
มีใครแข็งแรงและมีมรดกบางอย่าง พวกเขาสามารถรวบรวมกลุ่มนักสู้ได้
พวกเขาสามารถบ่มเพาะ พัฒนา เติบโต แข็งแกร่งขึ้นและนำพามนุษย์ให้
พัฒนาไปมากยิ่งขึ้น… เช่นนี้ เผ่าจึงเกิดขึ้น”
หลินหมิงพยักหน้า ดูเหมือนว่าโลกปีศาจยักษ์นี้ มีความวุ่นวาย
มากกว่าทวีปนภารินไหลเสียอีก เขาไม่จำเป็นต้องจินตนาการให้ยาก เผ่า
เหล่านี้จะต้องแข่งขันกันเพื่อแสวงหาทรัพยากร มีดินแดนที่เป็นเหมือง
แร่หิมลมปราณแท้และสิ่งอื่นๆ สงครามใหญ่ย่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ขณะที่หลินหมิงครุ่นคิดเรื่องนี้ เขาก็กล่าวถามออกไป “ท่านลุงเคยได้
ยินเกี่ยวกับทวีปนภารินไหลหรือไม่”
“ทวีปนภารินไหล?” ชายชรารู้สึกประหลาดใจ “ข้าไม่รู้จักทวีปนภาริน
ไหลเจ้ากำลังพูดถึงอยู่ แต่แผ่นดินนี้เรียกว่า ทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ ทุ่งหญ้า
เมฆาเคลิ้มเป็นเพียงส่วนเล็กๆของทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์”
มันเป็นเช่นนี้เอง …
ถึงแม้เขาจะคาดเดาเช่นนี้ไว้แล้ว แต่หลินหมิงก็ยังคงตะลึงเมื่อได้ยิน
เช่นนั้นอยู่ดี ทวีปนภารินไหลก็กว้างใหญ่อย่างมากและภูมิภาคเขตแดน
ทางใต้เป็นเพียงมุมเล็กๆของแผ่นดินใหญ่เท่านั้น จนถึงตอนนี้หลินหมิงไม่
เคยออกจากภูมิภาคเขตแดนทางใต้เลย
และในปัจจุบัน ดูเหมือนว่าทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์นี้จะไม่ได้มีขนาดเล็ก
กว่าทวีปที่ทวีปนภารินไหลเลย
“ท่านลุงข้ามีเรื่องสงสัย ในทุ่งหญ้าเมฆาเคลิ้มใครเป็นผู้นำปีศาจยักษ์
ที่แข็งแกร่งที่สุด?”
“ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด… ชายชราผู้นี้ก็ไม่แน่ใจนัก แต่ ข้ารู้ว่ามีชนเผ่า
ใหญ่อยู่ในทุ่งหญ้าเมฆาเคลิ้มที่อาจจะมีผู้ทรงพลังราชาปีศาจ เผ่าที่ใหญ่
ที่สุดอาจมีราชาปีศาจสองดาวหรือแม้แต่ ราชาปีศาจสามดาว”
หลินหมิงรู้สึกสับสนเล็กน้อย “ในอาณาจักรมนุษย์ ราชาปีศาจสาม
ดาวเทียบได้กับขั้นใด? ขั้นปราณปลายฟ้า? ขั้นหลอมรวมแก่นแท้?”
ชายชรามองไปยังหลินหมิงด้วยความประหลาดใจ เห็นได้ชัดว่าเขา
คิดว่ามันแปลกที่หลินหมิงดูเหมือนจะไม่ได้รู้อะไรเลย แต่เขาก็ยังคงให้
คำอธิบายอย่างละเอียดต่อไปว่า “เผ่าปีศาจยักษ์มีวิธีการบ่มเพาะที่
แตกต่างจากมนุษย์เรา พวกเราบ่มเพาะตันเถียน และพวกเขาบ่มเพาะ
ร่างกายและผลึกปีศาจ คนที่เริ่มต้นการบ่มเพาะกายผันแปรถูกเรียกว่า
ทหารปีศาจ ผู้ที่สามารถหลอมรวมผลึกปีศาจได้ เรียกว่า “แม่ทัพปีศาจ”
เมื่อพวกเขาประสบความสำเร็จใหญ่ของผลึกปีศาจของพวกเขาพวกเขา
จะเรียกว่า “ราชาปีศาจ” และเหนือราชาปีศาจก็ยังมี “จักรพรรดิปีศาจ”
แต่พวกเขาเหล่านี้เป็นตัวตนในตำนาน”
“ทหารปีศาจ แม่ทัพปีศาจและราชาปีศาจแบ่งออกเป็น 6 ขั้น ถ้าเจ้า
ต้องการทราบว่าในอาณาจักรมนุษย์ แม่ทัพปีศาจหรือราชาปีศาจ เทียบ
ได้กับขั้น มันก็เป็นเรื่องค่อนข้างยากที่จะอธิบาย นั่นเป็นเพราะว่าภายใน
เผ่าปีศาจยักษ์ ทั้งพรสวรรค์ ร่างกายและความแข็งแกร่งในการต่อสู้
โดยรวมสูงกว่ามนุษย์ ผู้ทรงพลังระดับราชาปีศาจ อาจจะเท่ากับผู้ทรง
พลังขั้นหลอมรวมแก่นแท้ของมนุษย์ ในแง่ของสถานะภายในเผ่าของพวก
เขา ผู้ทรงพลังระดับราชาปีศาจยังค่อนข้างจะดูถูกผู้ทรงพลังขั้นหลอม
รวมแก่นแท้ของเผ่ามนุษย์เราเสมอ”
ชายชราได้ให้ข้อมูลมากมาย หลินหมิงสามารถประเมินได้อย่าง
รวดเร็วถึงการบ่มเพาะของเผ่าปีศาจยักษ์เป็นเช่นไร
หนึ่งถึงหกดาวของทหารปีศาจมีแนวโน้มว่าจะเท่ากับหกขั้นของกาย
ผันแปรในเผ่ามนุษย์
หนึ่งถึงหกดาวของแม่ทัพปีศาจคงจะเท่ากับมนุษย์ ขั้นปราณต้นฟ้า
ถึงขั้นปราณปลายฟ้า
และหนึ่งในหกดาวของราชาปีศาจคงจะเท่ากับนักสู้ขั้นหลอมรวม
แก่นแท้ของมนุษย์
สำหรับจักรพรรดิปีศาจคงจะเท่ากับขั้นเทพสมุทร
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงการประมาณคร่าวๆเท่านั้น วิธีการบ่มเพาะ
ของเผ่าปีศาจปีศาจยักษ์ ยักษ์แตกต่างจากของมนุษย์อย่างสิ้นเชิง ปีศาจ
ยักษ์มีร่างกายแข็งแรงกว่ามนุษย์ หลินหมิงได้ทำการประเมินเพื่อให้เข้าใจ
สถานการณ์ได้ดีขึ้นเท่านั้น
“ดูเหมือนว่าวิธีการบ่มเพาะของเผ่าปีศาจยักษ์ ไม่เหมือนกับระบบ
การบ่มเพาะกายผันแปรจากแดนเทวะ ความจริงแล้วมันมีเส้นนับไม่ถ้วน
ในเส้นทางของนักสู้ ข้าสงสัยเพียงว่า ข้าจะแข็งแกร่งเพียงใดเมื่ออยู่ใน
สภาวะที่สมบูรณ์แบบที่สุดของข้า?
หลังจากหลินหมิงได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นปราณปลายฟ้าและได้สำเร็จการ
ผสานไขกระดูก 100% เขาก็มีความเข้าใจที่คลุมเครือเกี่ยวกับความ
แข็งแกร่งที่แท้จริงของตนเอง เขาสามารถที่จะสังหารเหล่ยจิงเทียน
ภายใต้กฎการยับยั้งของโลกที่ล่มสลาย ถ้าเป็นเช่นนั้น ความแข็งแกร่ง
ของเขาอย่างมากอาจจะอยู่ที่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงต้น เขาอาจจะ
แข็งแรงกว่ามู่เชียนหยี่ แต่คงไม่มากกว่านัก
หลินหมิงถามต่อว่า “ท่านลุงปีศาจผู้นั้นอยู่ในขั้นใดหรือ?”
ชายชราสีหน้าซีดเมื่อเจอกับคำถามนี้ เขากระซิบอย่างรวดเร็ว “เจ้า
หนุ่ม อย่ากล่าวถึงมัน พวกมันมีหูตาคอยสอดส่องมากมาย ในทุ่งหญ้า
เมฆาเคลิ้มนี้ ทาสไม่สามารถเรียกนายได้โดยชื่อตรงๆได้ ต้องเรียกพวก
เขาว่า นายท่านหรือเจ้านาย มิฉะนั้น พวกเขาจะจะตัดลิ้นเรา!”
ลิ้นจะถูกตัด… หลินหมิงถึงกับคิ้วขมวด ดูเหมือนว่าในทุ่งหญ้าเมฆา
เคลิ้ม มีกฎที่เข้มงวดมากอยู่
ชายชราผู้นี้ดูเหมือนจะไม่รู้ถึงการใช้ปราณแท้ในการส่ง
สัญญาณเสียง เขาเก็บไปป์และกล่าวกระซิบกับหลินหมิง “น่ายท่านผู้
เคารพนั้นคือแม่ทัพปีศาจห้าดาว นักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าของมนุษย์ก็ยัง
มิใช่คู่มือของเขา”
แม่ทัพปีศาจห้าดาวจนถึงราชาปีศาจ คงจะเท่ากับขั้นปราณปลายฟ้า
ช่วงกลางถึงช่วงปลาย แต่ชายชราผู้นี้กลว่าว่านักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าของ
มนุษย์ ก็ยังมิใช่คู่มือ…
หลินหมิงยิ้มอย่างราบเรียบ เผ่าปีศาจยักษ์นี้โดยธรรมชาติแล้ว
แข็งแกร่งยิ่งมากเผ่ามนุษย์มาก แต่ก็อาจเป็นเพราะมนุษย์ในทุ่งหญ้าเมฆา
เคลิ้มนั้นอ่อนแอเกินไปก็เป็นได้
ถ้าเป็นนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าเช่น มู่เชียนหยี่หรือมู่ปิงอวิ๋นแล้ว ต่อ
ให้คนผู้นั้นมี 10 คนก็ล้วนไม่มีอันใด
หลินหมิงสนทนากับชายชราจนมีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับทุ่งหญ้า
เมฆาเคลิ้ม ในฐานะที่ชายชรามีเพียงการบ่มเพาะขั้นกล้ามเนื้อผันแปร
เขาจึงไม่ได้รู้มากนักเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นนอกทุ่งหญ้าเมฆาเคลิ้ม เป็นเช่นนี้
อยู่นาน พวกเขาสมทนากันจนกว่าดวงอาทิตย์ตก และในที่สุดก็มาถึง
ปลายทางของพวกเขา เผ่าทุ่งหญ้าขจีเงียบสงัดนี้ พวกเขาเป็นเพียงชนเผ่า
ขนาดกลางภายในทุ่งหญ้าเมฆาเคลิ้ม
ภายในเผ่าทุ่งหญ้าขจีเงียบสงัด ไม่มีอาคารหินเพียงแม้แต่แห่งเดียว
กลับกัน มันเต็มไปด้วยกระโจม กระโจมเหล่านี้มีขนาดใหญ่กว่าที่หลินห
มิงเคยเห็นมาก่อน มีกระโจมที่สูงประมาณ 200 ก้าวและดูคล้าย
พระราชวัง
ทั้งเผ่ามีสีเป็นสีเทาเข้ม จับคู่กับพระอาทิตย์ตกของทุ่งหญ้ากว้าง
เบื้องหลัง มันทำให้รู้สึกอึมครึม
เผ่าทุ่งหญ้าขจีเงียบสงัดไม่มีกำแพง ภายนอกของกระโจมใหญ่มีเพียง
รั้วของไม้ซุงที่ล้อมเป็นวงกลม รั้วนี้สูงกว่า 100 ก้าวและมีการตัดปลายให้
แหลมคม
เมื่อเดินเข้าไปในเผ่า สามารถมองเห็นปีศาจยักษ์สูง 10 ก้าวทุกที่
พวกเขาทั้งหมดเปลือยกายท่อนบนและผิวของพวกเขาเป็นสีของโลหะ
เข้ม หลินหมิงก็ไม่ได้คิดว่าตนเองเตี้ย แต่เมื่อเปรียบเทียบกับปีศาจยักษ์
เหล่านี้เขาสูงเพียงไหล่เท่านั้นเอง
เมื่อปีศาจยักษ์เหล่านี้เห็นหลินหมิงและมนุษย์คนอื่นๆ พวกเขาก็เมิน
เฉยหรือมองผ่านๆด้วยความเย้ยหยันเท่านั้น ปีศาจยักษ์หยิ่งและเชื่อมั่น
ในความเหนือกว่าของเผ่าพันธุ์ตนเอง สำหรับพวกเขาคำว่า “มนุษย์” เป็น
ความหมายเดียวกันกับ ทาสที่ตัวเล็กและอ่อนแอ
ภายในเผ่าทุ่งหญ้าขจีเงียบสงัด มีมนุษย์อย่างน้อยสองเท่าของมนุษย์
มากกว่าที่มีปีศาจยักษ์ ส่วนใหญ่ของมนุษย์ที่นี่มีสถานะเป็นทาส แต่มีส่วน
เล็กที่มีสถานะเป็น ‘สามัญชนชน’ อย่างไรก็ตามแม้ว่าพวกเขาจะถูก
เรียกว่า สามัญชนชน สถานะของพวกเขาไม่ได้สูงกว่าทาสมากนัก ทุกปี
พวกเขาจะต้องรับใช้อย่างหนักเพื่อแลกกับอาหารปันส่วนทั้งหมด
เพื่อที่จะรักษาชีวิตของพวกเขา
ไม่ว่าจะเป็นสามัญชนหรือทาสทุกคนมีแผ่นระบุตัวตน แผ่นระบุ
ตัวตนของพลเมืองจะมีชื่อเขียนลงไป สำหรับทาสพวกเขาจะมีหมายเลข
และชื่อเจ้านายของพวกเขาเขียนลงไป ปีศาจยักษ์ มักอ้างถึงทาสของพวก
เขาด้วยตัวเลขเหล่านี้
หลังจากเข้าเมืองมา พวกปีศาจยักษ์ก็ไม่ได้กังวลกับหลินหมิง เมื่อ
เทียบกับแม่ทัพปีศาจห้าดาวที่มนุษย์ขั้นปราณปลายฟ้าไม่สามารถ
เทียบเคียงได้ นักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าที่มีพื้นฐานไม่เสถียรเช่นหลินหมิงก็ล้วน
ไม่มีอันใด
คนรับใช้นำหลินหมิงไปที่ห้องลงทะเบียนทาสและจากนั้นก็เดินเข้า
ไปในเผ่าเพื่อหาความสนุก
หลินหมิงถูกนำตัวเข้าไปในห้องโถงสำหรับมนุษย์ของเผ่าปีศาจยักษ์
ที่นั่น เขาได้ลงชื่อ และรับแผ่นระบุตัวตนรวมทั้งการจัดสรรงานให้เขา
ปีศาจยักษ์ที่จัดการหอประชุมมนุษย์ ตัวเล็กกว่าปีศาจยักษ์คนอื่นๆ
เพียงเล็กน้อย คนที่อยู่ตรงหน้าเขามีความสูงเพียง 9 ก้าว บนหน้าปีศาจ
ยักษ์ นี้มีแผลเป็นที่ดูน่าหวาดกลัวมาก
หลินหมิงมองเขาอย่างไม่แยแส หลังจากผ่านไปนาน เขาก็ยังไม่
สามารถระบุได้อย่างถูกต้องว่าการบ่มเพาะปีศาจยักษ์นี้อยู่ระดับใด แต่
เขาสามารถคาดการณ์ได้ว่าด้วยออร่าของปีศาจยักษ์ที่มีแผลเป็นนี้น่าจะ
เป็นแม่ทัพปีศาจสามดาว นั่นหมายความว่าเขามีความแข็งแกร่งเทียบเท่า
นักสู้ขั้นปราณต้นฟ้า
ปีศาจยักษ์ที่แผลเป็นมองไปที่หลินหมิง เขากล่าวอย่างเฉยเมยว่า
“การบ่มเพาะขั้นใด? อายุเท่าใด?”
ขั้นปราณต้นฟ้าช่วง และอายุ 23 ปี” หลินหมิงตอบอย่างสงบ
ขณะนี้ ตันเถียนของหลินหมิงยังไม่เป็นระเบียบและยังปั่นป่วนอยู่
เส้นชีพจรของเขายังถูกปิดกั้นอยู่หลายเส้น เขาจึงดูไปม่ต่างจากนักสู้ขั้น
ปราณต้นฟ้าทั่วไป ไม่ต้องกล่าวถึงปีศาจยักษ์ที่มีรอยแผล แม้จะมีเหล่ยจิง
เทียนยืนอยู่ตรงหน้า ก็ยังไม่สามารถรู้ถึงระดับบ่มเพาะที่แท้จริงของ
หลินหมิงได้
สำหรับการโกหกเกี่ยวกับอายุ ก็เพื่อไม่ให้กระตุ้นให้เกิดข้อสงสัยใดๆ
มันจะน่าตกใจเกินไปที่นักสู้ของมนุษย์ทะลวงเข้าสู่ขั้นปราณต้นฟ้าได้
ก่อนที่จะอายุ 18 ปี
ปีศาจยักษ์ที่แผลเป็นมีขนาดใหญ่มองหลินหมิงจากหัวจรดเท้า เขา
สังเกตเห็นเส้นชีพจรที่ปิดกั้นทั้งหมดของหลินหมิงและจึงมีท่าทางที่ดูถูก
นักสู้ปที่มีพื้นฐานไม่มั่นคงจะไม่ได้มีอนาคตที่โดดเด่น ทั้งชีวิตคงติดอยู่ที่
ขั้นปราณต้นฟ้าช่วงปลาย
ปีศาจยักษ์ผู้นี้เป็นแม่ทัพระดับสองดาว เนื่องจากเผ่าปีศาจยักษ์มี
ความได้เปรียบเหนือมนุษย์ในด้านพรสวรรค์ ปีศาจยักษ์ที่ีมีแผลเป็นนี้จึง
ไม่วางตัวกับนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าให้อยู่ในสายตา
“ผู้ใดเป็นเจ้านายของเจ้า?” ปีศาจยักษ์ที่แผลเป็นกล่าวถามช้าๆ
ขณะที่เขียนบางอย่างบนกระดาษของเขา
ได้ยินคำว่า ‘เจ้านาย’ หลินหมิงขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่เขาก็ต้องอดกั้น
มันเอาไว้และตอบว่ากลับไป
ในตอนนี้สถานการณ์ของเขาแย่มาก มันจะสิ้นหวังกว่าเดิมถ้าเขา
พยายามจะขัดขืนเผ่าทุ่งหญ้าขจีเงียบสงัดในตอนนี้
“บัดสบ!” ปีศาจยักษ์ที่มีแผลเป็นทุบโต๊ะ “มิรู้กฎรึ! ชื่อเจ้านายไม่ใช่
สิ่งที่ขยะไร้ค่าเช่นเจ้าสามารถเรียกได้ตรงๆ! ทาสทุกคนที่กล่าวเรียก
เจ้านายของตนโดยใช้ชื่อต้องถูกตัดลิ้น เพราะเห็นว่าเจ้าเพิ่งได้เข้าสู่เผ่าทุ่ง
หญ้าขจีเงียบสงัด ข้าจะปล่อยเจ้าไปแค่ครั้งนี้ แต่ต้องตบหน้าตัวเอง 50
ครั้ง! “