Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 533 ปีศาจสวรรค์ระดับเจ็ดดาว
ขณะที่หลินหมิงออกจากสังเวียนร่วมกับสหาย เขาก็ได้เรียนรู้ชื่อของ คนเหล่านี้ คนที่เป็นผู้นำชื่อว่าสวี่เหยียน และอีกคนที่อายุเกือบ 20 ปีที่ เกือบจะถูกยั่วยุโดยจาน่าชื่อว่าหวังตง
หอคอยแยกนภานั้นกว้างอย่างน่าทึ่ง สังเวียนแห่งนี้สามารถจุคนได้ ถึงหมื่นที่นั่ง แต่กลับเป็นเพียงพื้นที่ส่วนน้อยของที่เท่านั้น มีอาคารหินนับ ไม่ถ้วนเรียงซ้อนกันและเป็นที่น่าแปลกใจมากทีเดียว
เส้นทางและถนนของหอคอยแยกนภา มักจะมีจตุรัสและแยกอยู่ เสมอ อาคารทั้งหมดทำด้วยหินสีเทาเข้ม มันดูหนักแน่นและเรียบง่าย
ขณะที่กลุ่มของหลินหมิงเดินไป เขาก็ได้เห็นมนุษย์ทั่วไปหลายคน มิได้มีเพียงแค่มนุษย์ แต่ยังมีเฟย์และปีศาจยักษ์ด้วย
ปุถุชนทั่วไปเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นหญิงที่อายุน้อยและงดงาม รวมถึง ชายที่แข็งแกร่งและมีชายหนุ่มรูปงามเช่นกัน
“มีปุถุชนจำนวนมากอย่างยิ่ง พวกเขามาถึงเมืองดาวเหนือได้ อย่างไร?” หลินหมิงช่วยไม่ได้ที่จะถามเช่นนี้ออกไป
เมืองดาวเหนือสร้างขึ้นบนหน้าผาสูงประมาณ 60,000-70,000 ก้าว ซึ่งสามารถเข้ามาได้โดยใช้โซ่หนาเท่านั้น แม้กระทั่งนักสู้ขั้นผสานชีพจรก็ ยังลำบากอย่างยิ่งในการขึ้นมา ปุถุชนสามารถขึ้นมาได้ หากว่าพวกเขาได้ ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงแบกขึ้นมาก็สามารถมาถึงได้ ขณะที่หลินหมิงเดิน ต่อไป เขาเห็นผู้ปุถุชนอีกนับร้อย คนเหล่านี้เป็นเพียงผู้ที่อยู่ในหอคอย แยกนภาชั้นแรก หากรวมทุกชั้น อาจจะมีปุถุชนเช่นนี้อยู่นับ 100,000 คน
สวี่เหยียนได้มองไปยังปุถุชนที่คึกครึนและกล่าวว่า “หอคอยแยกนภา มีมาตั้งแต่นมนามแล้ว คนส่วนใหญ่เหล่านี้เกิดในเมืองดาวเหนือ บรรพ บุรุษของพวกเขาเป็นทาสที่ถูกนำมาที่นี่ หลังจากนั้นพวกเขาก็พักอยู่ที่ เมืองดาวเหนือและมีลูกหลาน เป็นเวลาหลายชั่วอายุคน ก็ยังคงเป็นไป ไม่ได้ที่คนเหล่านี้จะออกจากเมืองดาวเหนือ โอกาสเดียวที่พวกเขามีก็คือ เมื่อตายแล้วเท่านั้น เถ้าของพวกเขาจะถูกนำไปโปรยกระจายลงมาจาก หน้าผา ในแง่หนึ่งคือพวกเขาสามารถกลับไปยังดินแดนของตนได้”
“เป็นเช่นนี้เอง…”
หลินหมิงเข้าใจในทันที เมืองดาวเหนือเป็นเมืองที่กว้างใหญ่และ จำเป็นต้องมีกลุ่มปุถุชนจำนวนมากที่จะคอยให้บริการและความจำเป็น พื้นฐานในการใช้ชีวิตของนักสู้ เพราะปุถุชนเหล่านี้ไม่เข้าใจทักษะการ ต่อสู้ด้วย ดังนั้นพวกเขาจะไม่มีวันสามารถออกไปจากเมืองดาวเหนือได้
เมืองดาวเหนือมีทรัพยากรที่ดินจำกัด โดยปกติ คนตายจะไม่ได้รับ หลุมฝังศพที่นี่ หลังจากความตาย พวกเขาจะถูกเผาและเถ้าของพวกเขา จะในไปโปรยกระจายลงหน้าผาหมื่นก้าว อาจจะกล่าวได้ว่า เถ้าคืนสู่เถ้า ธุลีคืนสู่ธุลี
นี่คือชีวิตของมนุษย์ และในเมืองดาวเหนือ หากนักสู้ตายที่นี่ ก็จะนำ เถ้าไปโปรยเช่นเดียวกัน…
หลินหมิงถามว่า “ข้าได้ยินมาว่าชายผิวสีฟ้ากล่าวถึงสิบปีศาจปีก สวรรค์ผู้ปกครอง มันเป็นเช่นใด?”
สวี่เหยียนกล่าว “มีอัจฉริยะจากนิกายจำนวนมากที่ผ่านเข้ามายัง เมืองดาวเหนือทุกปี ดังนั้นจึงมีสิ่งที่น่าสนใจอยู่ที่นี่ ที่ใดก็ตามที่มีสิ่งสนน่า ใจ ก็จะมีคนโลภที่ต้องการที่จะได้มัน ท่านน่าจะเคยได้ยินเรื่องนี้มา แต่
ตั้งแต่สมัยโบราณมีกองกำลังและผู้ทรงพลังที่พยายามจะยึดเอา 12 เมือง ปีศาจสวรรค์เอาไว้ ผลสุดท้ายก็คือ พวกเขาทั้งหมดถูกฆ่าตายโดยคำสาป ลึกลับที่ปกคลุมดินแดนแห่งนี้
“หลังจากนั้น ผู้คนได้ค้นพบว่าคำสาปของที่ราบโลหิตสังหารใช้ได้กับ กองกำลังต่างดินแดนเท่านั้น คำสาปนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ที่มีพลังงาน นรก ดังนั้น บางส่วนของผู้ทรงพลังจึงได้รวมตัวกันและวางกฎระเบียบ ผู้ ทรงพลังเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นสิบปีศาจปีกสวรรค์ รอยสักปีศาจสวรรค์บน ร่างของพวกเขาได้ควบแน่นถึงสิบปีกหรือมากกว่านั้น”
สวี่เหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงอิจฉา เห็นได้ชัดว่า เขาปรารถนาอย่าง มากที่จะสามารถรวบรวมความแข็งแกร่งและความมั่งคั่งใน หอคอยแยก นภาเช่นเดียวกับผู้ทรงพลังเหล่านั้น
หลินหมิงเข้าใจดี เขายังคงถามต่อไปว่า “ในสิบปีศาจปีกสวรรค์ เหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นปีศาจยักษ์และเฟย์ และมนุษย์เพียงส่วนน้อยใช่ หรือไม่?”
เมื่อเรื่องนี้ถูกกล่าวถึง สวี่เหยียนที่เดิมทีตื่นเต้นก็กลายเป็นเศร้าสลด “ข้าเคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับสิบปีศาจปีกสวรรค์ที่มาบ้าง ดูเหมือนว่าใน เมืองดาวเหนือ สิบปีศาจปีกสวรรค์ไม่มีมนุษย์และมนุษย์หมาป่าเช่นกัน นี่ เป็นอีกเหตุผลที่มนุษย์และ ชมนุษย์หมาป่า มีสถานะที่น่าสงสารเช่นนี้ใน ที่แห่งนี้”
“พรสวรรค์ทางธรรมชาติของมนุษยด้อยกว่าปีศาจยักษ์จริงหรือ? ถ้า เช่นนั้น หากยิ่งขึ้นไปสูงเท่าใด ก็จะยิ่งเห็นความแตกต่างมากขึ้นไปเรื่อยๆ หรอกหรือ?” หลินหมิงคิ้วขมวด เขาไม่สนใจเลยว่าจะมีมนุษย์คนใดที่มีถึง สิบปีกปีศาจสวรรค์อยู่ในหอคอยแยกนภาหรือไม่ แต่เขารู้สึกเศร้ากับ
ความจริงที่ว่าพรสวรรค์ของมนุษยชาติยากแค้นอย่างยิ่ง นี่มิใช่จะหมายยิ่ง เขาบ่มเพาะต่อไปยิ่งจะพบกับปัญหาหรอกหรือ?
สวี่เหยียนได้เห็นการแสดงออกของหลินหมิงและคาดเดาถึงความ กังวลของเขา เขากล่าวด้วยความอิจฉา “พี่ชายหลิน ความจริงก็คือ คำตอบสำหรับคำถามนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เหตุผลที่พรสวรรค์ของ มนุษยชาติแย่กว่าปีศาจยักษ์เนื่องจากกระดูกและเส้นชีพจร แต่หลังจากที่ นักสู้ของมนุษย์ผ่านขั้นตอนของการทำลายชีวิต ร่างกายของพวกเขาจะ ได้รับการ หลอมขึ้นใหม่ และได้รับร่างกายใหม่ที่อาจจะไปถึงขั้นเทพ สมุทร แต่ปีศาจยักษ์จะไม่มีสิ่งนี้ จากราชาปีศาจหกดาวไปถึงจักรพรรดิ ปีศาจ พวกเขาจะไม่ได้รับประสบการณ์การทำลายชีวิตเช่นพวกเรา ดังนั้น เมื่อมนุษย์ไปถึงขั้นเทพสมุทรได้ พวกเขาจะไม่ด้อยกว่าปีศาจยักษ์เลย มัน มีแม้กระทั่งผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิบางคนได้มีประสบการณ์ทำลาย ชีวิต 7-8 ครั้ง ก่อนที่พวกเขาจะก้าวเข้าสู่ขั้นเทพสมุทร และร่างกายของ พวกเขาอาจจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าปีศาจยักษ์เสียอีก!”
“มันเป็นเช่นนี้นี่เอง… ” หลินหมิงถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก เส้นทางของนักสู้มีความซับซ้อนและหลากหลาย เผ่าพันธุ์ที่แตกต่างกันก็ มีระบบการบ่มเพาะที่แตกต่างกัน
ตราบเท่าที่มีวิธีการที่จะเอาชนะช่องว่างในโครงสร้างร่างกายแล้ว หลินหมิงก็มีความมั่นใจว่าเขาจะประสบความสำเร็จในเส้นทางนี้
“พี่ชายหลินด้วยพรสวรรค์ของท่าน ถ้าไม่มีปัญหาอันใดเกิดขึ้น ท่าน ก็จะไปถึงขั้นเทพสมุทรได้ในอนาคตอย่างแน่นอน ท่านจะไม่เหมือนข้า มันจะเป็นความโชคดีมากพอแล้ว หากเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ได้” สวี่ เหยียนถอนหายใจ
มันต้องรู้ด้วยว่าเมื่อมู่เฟิงเซียนเป็นนักบุญของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ นางไม่ได้ด้อยกว่ามู่เชียนหยี่เลย แต่เมื่อในที่สุดนางได้มาถึงด้านแรกของ ขั้นทำลายชีวิตแล้ว นางก็ไม่สามารถผ่านไปได้อีก สำหรับนักสู้ที่อยู่ภายใน หอคอยแยกนภา ความสามารถของพวกเขาด้อยกว่ามู่เชียนหยี่ ดังนั้นขั้น หลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลายจึงเป็นขีดจำกัดตามธรรมชาติของพวกเขา
สวี่เหยียนเคยกล่าวไว้ ความเป็นจริงเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแท้จริงแล้ว หลินหมิงอายุเท่าใดกันแน่ ถ้าเขารู้ว่าหลินหมิงอายุเพียง 18 ปีเขาคงจะ ตกตะลึงจนถึงกับพูดไม่ออก
…………
ในเวลานี้บนชั้นสามของหอคอยแยกนภา มีโต๊ะใหญ่อยู่ในห้องสีดำที่ กว้างขวาง พื้นผิวของโต๊ะนี้ถูกแกะสลักด้วยอักษรรูนที่ซับซ้อน ใกล้ๆกันมี แผ่นค่ายกลที่มีสัญลักษณ์ซับซ้อนมาหมาย และมีแม้กระทั่งผลึกโลหิต ปีศาจที่สาดประกายอยู่
เหนือค่ายกล มีภาพภูผีปรากฏอยู่รอบๆ เมื่อมองอย่างระมัดระวัง พวกเขาจะได้เห็นว่าภาพเหล่านี้เป็นภาพบันทึกการต่อสู้ระหว่างหลินหมิง และกู่เย่ว์
นี่คือรูปแบบค่ายกลอาคมแสงมายา ขั้นตอนการผลิตเพื่อสร้างสิ่งนี้ ซับซ้อนอย่างยิ่ง มันสามารถใช้บันทึกแสง เพื่อเล่นฉากที่รูปแบบค่ายกล อาคมแสงมายาบันทึกไว้
ในเวลานี้ มีชายหนุ่มปีศาจยักษ์กำลังมองดูฉากเหล่านี้อยู่ เขามี ใบหน้าที่หยาบกร้านและสวมชุดเกราะสีแดง
นี่เป็นชายหนุ่มที่เป็นปีศาจสวรรค์ระดับหกดาวในหอคอยแยกนภา และเป็นหนึ่งในปีศาจยักษ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งเมืองดาวเหนือ นี่เป็นครั้ง
แรกที่เขาให้ความสนใจกับชายหนุ่มรุ่นเยาว์ของเผ่ามนุษย์ที่มีการบ่มเพาะ เพียงแค่ขั้นปราณปลายฟ้าช่วงต้น
เขาได้ดูการต่อสู้ครั้งนี้ถึง 3 ครั้งแล้ว
ในเวลานี้ หญิงสาวเฟย์ที่งดงามอย่างยิ่งเดินผ่านมา ดวงตาของนาง เป็นสีหมึกและสว่างสดใส มีเกล็ดที่งดงาม 2 เกล็ดอยู่ที่มุมดวงของนาง นางจึงดูค่อนข้างน่ารักเป็นพิเศษ
หญิงสาวมองเห็นปีศาจยักษ์และเริ่มที่จะขำ “ต้ากู่ เจ้ากำลังศึกษาคู่ ต่อสู้ของตนเองหรือ! เจ้ามักศึกษาคู่ต่อสู้อยู่เสมอ! เจ้าไม่เบื่อหน่ายกับ เรื่องนี้บ้างหรือไร? “
“รู้จักตัวเอง รู้จักผู้อื่น รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” หลังจากต้ากู่กล่าว จบ เขาก็หมกมุ่นอยู่กับการดูภาพเคลื่อนไหวทั้งหมดอีกครั้ง ในเวลานี้ เขา กำลังเฝ้าดูเฉพาะฉากที่กู่เย่ว์โจมตีหลินหมิงด้วยปราณปีศาจ
“อ่า? นั่นมิใช่เจ้าเด็กกู่เย่ว์หรือ? ข้ารู้เรื่องเกี่ยวกับเขาบ้าง เขาอยู่ใน ชั้นแรกของหอคอยแยกนภา ข้าไม่อยากจะเชื่อว่าเจ้ามีเวลาดูการต่อสู้ ของเด็กน้อยเหล่านี้ มันมิน่าเบื่อเลยหรืออย่างไร? เหตุใดเจ้าจึงไปกังวล เกี่ยวกับกู่เย่ว์เล่า?”
ต้ากู่ส่ายหัว
“เจ้าไม่ได้ดูกู่เย่ว์ แต่เป็นเด็กนั่นหรือ?” หญิงสาวเผ่าเฟย์เอามือลูบ คางของนาง “ฮ่าฮ่า เจ้าเด็กนั่นโดนล้อมรอบด้วยปราณปีศาจของกู่เย่ว์ แล้ว เขาอาจจะตาย… “
แต่ขณะที่นางถึงตรงนี้ กระแสการต่อสู้ก็เปลี่ยนไปอย่างกระทันหัน ในพริบตา หลินหมิงปะทะกับกู่เย่ว์ด้วยจิตวิญญาณสายฟ้าปีศาจศักดิ์สิทธิ์ และทะลวงสุริยันทมิฬสาดแสงเกิดด้วยผนึกดูดกลืนโลหิต
“หืม?”
หญิงสาวเฟย์ตกตะลึง สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงรวดเร็วเกินไป ตรงกันข้ามกับความคาดการของนาง กู่เย่ว์ได้ตกตายไปและเด็กนั่นได้รับ รางวัล
“ข้าไม่คิดว่าเขาจะเอาชนะกู่เย่ว์ได้ เขามีพลังพอที่จะก้าวเข้าสู่ชั้นสอง แต่กลับไปทำให้ที่นั่นเกิดความวุนวายซะได้ แต่เขาก็ยังคงห่างไกลที่จะมา ต่อสู้กับเราที่อยู่ชั้นสาม”
ต้ากู่ไม่ได้ปฏิเสธคำพูดของหยิงสาวเฟย์ เขาเพียงกล่าวอย่างช้าๆว่า “มนุษย์ผู้นี้ชื่อหลินหมิงและการบ่มเพาะของเขาอยู่เพียงขั้นปราณปลายฟ้ ช่วงต้นเท่านั้น”
“อะไรกัน?” ดวงตาของหญิงสาวเฟย์เบิกกว้างขึ้น นางไม่สามารถเห็น การบ่มเพาะหลินหมิงได้จากรูปแบบค่ายกลนี้ “เขาอยู่เพียงขั้นปราณ ปลายฟ้ช่วงต้นเท่านั้นหรือ? เรื่องตลกอันใดกัน? มนุษย์จะแข็งแกร่งถึง เพียงนี้ได้อย่างไรกัน?”
“มันเป็นความจริง นอกจากนี้ เขาอาจจะอายุพอๆกับเจ้าด้วย”
“เป็นไปไม่ได้!” หญิงสาวกล่าวออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“มันเป็นไปได้ มนุษย์ไม่ได้มีชีวิตยืนยาวเช่นเผ่าเฟย์ จากรูปลักษณ์ เขาน่าจะอายุ 20 ต้นๆ” ต้ากู่กล่าวว่าขณะที่เขาปิดแผ่นภาพแสงของ รูปแบบค่ายกลและเก็บมันลงในแหวนมิติของเขา “เขาจะเป็นคู่ต่อสู้ที่ น่าสนใจ ถ้าเขาสามารถขึ้นมาชั้นสามได้ภายในสองปีต่อจากนี้”
นักสู้หลายคนจะอยู่ในหอคอยแยกนภาเป็นเวลาหลายปีหรือ แม้กระทั่งหลายสิบปี สำหรับนักสู้ระดับสูงที่มีชีวิตได้หลายร้อยปี หลายปี ที่นี้จึงล้วนไม่เป็นอันใด
ยิ่งกว่านั้น ทุกการต่อสู้ในหอคอยแยกนภาเกี่ยวข้องกับความเป็น ความตาย เมื่อนักสู้เข้าสู่เวทีพวกเขาจึงระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง
คนส่วนใหญ่ใช้เวลาไปมากในการสังเกตการต่อสู้ และคาดเดาถึงฝ่าย ตรงข้ามหรือการบ่มเพาะของพวกเขา พวกเขาจะท้าทายคนอื่นๆก็ต่อเมื่อ พวกเขาเชื่อว่าพวกเขามีความแข็งแกร่งที่จะทำเช่นนั้นได้
มันต้องรู้ด้วยว่าภายในหอคอยแยกนภาแต่ละชั้น มีนักสู้ราวๆ 10,000-20,000 คน ทุกชั้นมีเพียงสังเวียนเดียว และมีการต่อสู้หลายร้อย ครั้งในสังเวียนเหล่านั้นทุกๆวัน
หญิงสาวเผ่าเฟย์ครุ่นคิดเกี่ยวกับคำพูดของต้ากู่ แต่นางก็ยังไม่เชื่อนัก นางกล่าวว่า “ต่อให้เขาจะอายุน้อยกว่าข้า แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขา จะแข็งแกร่งกว่าข้าเมื่อเขาอายุเท่าข้าแล้ว เมื่อถึงตอนนั้น ข้าจะก้าวหน้า มากยิ่งขึ้นไปอีก เขาสามารถที่จะละทิ้งความคิดที่จะไล่ตามข้ามาได้เลย”
หลังจากได้ฟังหญิงสาวเฟย์ ต้ากู่เพียงยิ้มและไม่ได้กล่าวสิ่งใดอีก
เผ่าเฟย์นั้นมีชีวิตยาวนาน แม้แต่เฟย์สามัญก็มีชีวิตอยู่ได้ถึง 200 ปี แล้ว หญิงสาวที่อายุน้อยกว่า 20 ปีจึงถือได้ว่าเป็นเด็กเท่านั้น อารมณ์ของ นางจึงเหมือนกับวัยรุ่นทั่วไป
ถึงสาวน้อยที่อยู่ข้างๆเขาจะดูน่ารักและไม่เป็นพิษเป็นภัย แต่นางก็ เป็นถึงปีศาจสวรรค์ระดับเจ็ดดาว ถ้าผู้ใดประมาทนางเพียงเพราะอายุ แล้วละก็ พวกเขาก็จะต้องประสบกับจุดจบที่น่าสมเพชเป็นแน่
“หลินหมิงผู้นี้เป็นคู่ต่อสู้ที่น่าสนุกจริงๆ แต่นั่นก็คือเมื่อเขาเติบโตขึ้น แล้วเท่านั้น ในตอนนี้ เขายังอ่อนแอเกินไป