Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 545 การต่อสู้อันดุเดือด
“หืม? วิถีแห่งลม?” กระบี่ของหลานซิงชะลอความเร็วชั่วขณะหนึ่ง
เขารู้สึกไวต่อวิถีแห่งลมอย่างมาก ทักษะการเคลื่อนไหวที่หลินหมิงใช้
แฝงไปด้วยส่วนหนึ่งของวิถีแห่งลมเช่นกัน
“น่าเสียดาย เมื่อเทียบกับข้าแล้ว ความแตกต่างในวิถีแห่งลมของเรา
ก็ราวกับสวรรค์และปฐพี ความเข้าใจในกฏของมนุษย์เป็นสิ่งที่อ่อนด้อย
อย่างแท้จริง ถึงแม้ว่าทักษะการเคลื่อนไหวของเจ้าจะค่อข้างใช้ได้ แต่เจ้า
ไม่สามารถหลบใบมีดของข้าได้!”
กระบี่ของหลานซิงตวัดออกไปอีกครั้ง ความเร็วในกระบวนท่าของ
เขา ทำให้การโจมตีนี้ยากที่จะแยกแยะ มันเหมือนกับว่าร่างกายของเขา
เองดูเหมือนจะผสานเข้ากับสายลม ไม่มีหลงเหลือสิ่งใดไว้ นอกจากร่าง
เงาที่เลือนรางจำนวนมาก มันแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะบอกได้ว่าตัวจริงของ
เขาอยู่ที่ใด เขาไม่ได้อยู่ใดและอยู่ทุกที่ในเวลาเดียวกัน
กระบี่แสงข้ามผ่านอากาศ เกิดเป็นเส้นสายเล็กๆพุ่งไปราวตาข่าย ไม่
มีช่องว่างในการโจมตีนี้ ไม่สามารถหลบได้!
ปราณแท้ได้รับการบีบอัดสูงรวมกับวิถีแห่งลมจนอยู่ในระดับที่
ใกล้เคียงความสมบูรณ์แบบที่สุด ความรวดเร็วและความร้ายกาจของการ
โจมตีดังกล่าวน่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง
หลินหมิงถอยออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เขาไม่สามารถหลีกเลี่ยง
กระบี่แสงเหล่านี้ได้ เสื้อผ้าของเขาเริ่มถูกฉีกออก และถูกล้อมรอบด้วย
อันตรายจากทุกด้าน
“กระบี่ของหลานซิงเฉียบคมมากเกินไปและโจมตีในมุมที่รับมือได้
ยาก ไม่มีวิธีใดที่จะติดตามมันได้ ข้าต้องเผชิญหน้ากับกระบี่แสงเหล่านี้
ถึงแม้ว่ามันจะน่าปวดหัวก็ตาม ถ้าหลินหมิงพยายามหลบอย่างเดียว เขาก็
จะพ่ายแพ้เป็นแน่”
“ในท้ายที่สุด มันก็คือความห่างชั้นของความเข้าใจในวิถี ความรู้
ความเข้าใจเกี่ยวกับวิถีของหลินหมิงนั้นด้อยกว่าหลานซิง ถ้าเขาต้องการ
ที่จะต่อสู้หลานซิงด้วยวิถีแล้ว มันก็เป็นเพียงการทำที่โง่งมเท่านั้น การ
โจมตีศัตรูทั้งที่ตนอ่อนแอกว่าคือการกระทำของผู้โง่เขลา!”
“จริง ในแง่ของวิถี มนุษย์จะเทียบกับเฟย์ได้อย่างไร?”
ในมุมหนึ่งของสังเวียน มีสองคนกำลังเฝ้าดูการประลองนี้ พวกเขามี
วิสัยทัศน์และวิจารณญาณที่ถูกต้อง และสามารถประมาณการระดับของ
วิถีของนักสู้บนเวทีได้ “หืม? เขาถูกบังคับให้เข้ามุมแล้ว มาดูกันว่าเขาจะ
ทำสิ่งใดต่อไป!”
ในเวทีสังเวียน หลินหมิงถูกล้อมด้วยกระบี่แสง ไม่มีที่จะหลบอีก
ต่อไปอีก บนอัฒจันทร์มีปีศาจยักษ์มากมายซึ่งใบหน้าของเขาเต็มไปด้วย
ความยินดีและร่าเริง พวกเขาอยากเห็นหลินหมิงขอร้องชีวิต คนโง่เขลาที่
พยายามเทียบเรื่องวิถีกับเฟย์เป็นเพียงแค่การขายหน้าตนเองเท่านั้น
“ไม่มีทางเลือกแล้ว!” หลินหมิงคิ้วขมวด ความจริงแล้ว การทะลวง
ผ่านกระบี่แสงของหลานซิงทำได้เพียงง่ายๆ ตราบเท่าที่เขาใช้ง้าวบรรพ
กาลจู่โจมหรือผนึกดูดกลืนโลหิตนับร้อยภายในร่างของเขา เขากระแสวัง
วนพลังงานเหล่านั้นย่อมบดขยี้กระบี่แสงจนไม่เหลือซาก
แต่หลินหมิงไม่ต้องการทำเช่นนั้น เหตุผลประการแรกคือ ต้องการ
ซ่อนความสามารถของเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ก่อนที่จะเข้าสู่ชั้น
สามของหอคอยแยกนภา และเหตุผลที่สองก็คือ เขาอยากจะสัมผัสวิถีนี้
และปรับปรุงมันขึ้นไปอีก
ยิ่งเดินไปบนเส้นทางแห่งนักไกลมากเท่าใด ความสำคัญของวิถีก็จะ
กลายเป็นเด่นชัดมาขึ้นเท่านั้น เมื่อเทียบกับนักสู้ทั่วไป ความเข้าใจในวิถี
ของหลินหมิงก็ยิ่งใหญ่กว่าพวกเขามาก แต่เขาก็ยังไม่พอใจกับเรื่องนี้ นี่
เป็นเพราะเป้าหมายของเขาคือการฝึกฝนเพื่อไปแดนเทวะอยู่เสมอ
เนื่องจากความสามารถที่ด้อยในเรื่องวิถี เขาจึงไม่สามารถแสดงความ
แข็งแกร่งที่แท้จริงของ ‘เคล็ดบ่มเพาะง้าวโลหิตล้างผลาญ’ และ ‘ก้าวย่าง
วิหคทองคำถลาลม’ ได้
การต่อสู้ครั้งนี้กับหลานซิงถือเป็นโอกาสที่ดีในการทำความเข้าใจวิถี
ของเขา หลินหมิงจะยอมพลาดโอกาสนี้ได้อย่างไรเล่า?
ขณะที่หลินหมิงเห็นกระบี่ที่ไร้สิ้นสุดพุ่งเข้ามา เขาก็ได้กัดฟันและพุ่ง
ไปยังกระบี่แสงเหล่านั้น
“หืม? เด็กคนนี้ไปบ้าไปแล้ว!” หลานซิงตกตะลึง หลินหมิงพุ่งตรงเข้า
หากระบี่ของเขาหรือ?
ดวงตาของทุกคนเบิกกว้างขึ้น ไม่มีเวลาพอที่จะร้องออกมาด้วยซ้ำ
แต่ในตอนนี้เอง ร่างของหลินหมิงก็ดูเหมือนจะบิดเบือนไปและแล้ว
สิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น ร่างของหมิงหมิงเคลื่อนผ่านกระบี่แสงโดยไม่ได้รับ
บาดเจ็บเล็กน้อย หอกของเขาพุ่งเข้าหาหน้าหลานซิง!
“อะไรกัน!?!?”
หลานซิงตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม แต่เขาก็ยังคงเป็นผู้เชี่ยวชาญและ
ตอบสนองต่อทุกสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว กระบี่ของเขาฟันลงบน
ปลายของหอกห่งดาวหางสีม่วง!
ฉวิ้งงงง—-
สายฟ้าแอบไหลเข้าไปในร่างกายของหลานซิงเหมือนกับงูที่ซกซ่อน
มันทำให้แขนของเขาชาและทำให้โลหิตปั่นป่วน!
หมิงหมิงยกหอกขึ้นและแทงมันอีกครั้งในขณะที่ร่างของหลานซิงยัง
เป็นอัมพาตอยู่ ในช่วงเวลาวิกฤตินี้ หลานซิงกดลงบนปลายลิ้นและรีบ
ถอยหลังหลบหนีจากการแทงของหลินหมิง
“เกิดสิ่งใดขึ้น?” ผู้ชมทั้งหมดต่างตื่นตระหนก แม้แต่หลานซิงเองก็ตื่น
ตระหนกเช่นกัน
ในเวลานั้น ร่างหลินหมิงดูเหมือนจะรอดผ่านมิติไปด้วยตัวเอง เขา
เดินผ่านม่านกระบี่แสงที่พุ่งเข้ามา และโผล่ขึ้นมาอีกทีที่ด้านหน้าของ
หลานซิง
“นี่… นี่คือวิถีแห่งมิติเช่นนั้นหรือ?” นักสู้ผู้นั้นต่างแข็งค้างขณะที่คิด
เช่นนี้ได้ วิถีแห่งมิติเป็นเรื่องที่ยากแต่หยั่งถึงในการจะเข้าใจมัน แม้ในหมู่
เฟย์ที่เป็นลูกรักของธรรมชาติ ก็ยังมีเพียงน้อยคนที่สามารถเข้าใจวิถีมิติได้
นี่เป็นเพราะ… พวกเขาไม่สามารถสัมผัสถึงมันได้!
วิถีแห่งลม วิถีแห่งน้ำ… สิ่งเหล่านี้สามารถมองเห็นและสัมผัสได้
ตราบเท่าที่ทำสิ่งหนึ่งซ้ำๆในวิถีเหล่านี้ พวกเขาก็จะสามารถสัมผัสกับกฎ
ของพวกมันได้ดังนั้นจึงเข้าใจวิถีที่สอดคล้องกัน
แต่การดำรงอยู่ของมิตินั้น แม้ว่ามันจะเป็นทุกที่ก็ตาม แต่ก็ไม่
สามารถรู้สึกได้ ด้วยสิ่งนี้ จึงมีผู้ทรงพลังเพียงน้อยนิดที่สามารถเข้าใจวิถี
แห่งมิติ และแม้แต่มรดกที่ถูกส่งผ่านเกี่ยวกับมันก็ยังมีน้อยเช่นกัน ดังนั้น
สำหรับนักสู้ของทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ วิถีแห่งมิติจึงเป็นสิ่งที่ลึกลับและไม่
สามารถเข้าใจได้
“เจ้าคิดว่าเด็กนั่นเข้าใจวิถีแห่งมิติได้หรือ? นี่มัน… ” นักสู้ผู้นั้นพบว่า
เรื่องนี้ยากที่จะยอมรับได้ ไม่ว่าอย่างไร หลินหมิงเป็นเพียงมนุษย์เท่านั้น
มนุษย์สัมผัสกับกฏไม่ได้ดีไปกว่าปีศาจยักษ์”
“ข้าคิดว่าไม่น่าจะผิดพลาดได้ ข้าเคยเห็นนักสู้ที่เข้าใจวิถีแห่งมิติมา
ก่อนแล้ว แต่ ข้าไม่เคยคิดว่ามนุษย์จะสามารถผลิตสัตว์อัจฉริยะเช่นนี้
ขึ้นมาได้” นักสู้ปีศาจยักษ์พ่นลมหายใจออกมาด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย
พรสวรรค์ของหลินหมิงได้เกินกว่าผู้มีพรสวรรค์รุ่นเยาว์ของปีศาจยักษ์ไป
แล้ว
……………… ..
“มันเป็นเช่นนี้นี่เอง เจ้าไม่ได้เป็นฝ่ายตรงข้ามที่สามารถจัดการได้
อย่างง่ายดายจริงๆด้วย เจ้าเป็นรุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ข้าเคยเจอ
มา แม้ว่าเจ้าจะอายุน้อยกว่าข้า แต่เจ้าก็มีความแข็งแกร่งที่สามารถข่มขู่
ข้าได้ ข้าต้องการ ข้าต้องจะ… ฮ่าฮ่า ข้าต้องการจะฆ่าเจ้าด้วยมือข้าเอง!”
ขณะที่หลานซิงกล่าว ดวงตาของเขาก็สาดประกายเย็นยะเยือก “กายา
ต่อสู้ราชาเฟย์!”
ครึนน!
ออร่าของหลานซึ่งระเบิดออกมาราวกับภูเขาไฟ หินโดยล้อมรอบ
ปลิวออกไปไปทั้งหมดโดยพลังนี้ ราวกับลูกศรพุ่งไปในทุกทิศทาง เกราะ
ไพลินต่อสู้ก็ปรากฏขึ้นบนร่างของหลานซิง ข้าของเขาสยายยาวขึ้น และ
อักษรรูนของเฟย์โบราณปรากฏบนร่างของเขาและแผ่กระจายไปทั่วด้วย
แสงเจิดจ้า
เมื่อหลานซิงแสดงกายาต่อสู้ราชาเฟย์ออกมา ร่างทั้งร่างของเขาก็
เริ่มเปล่งพลังงานชั่วร้ายออกมา นัยตาสีเหลืองเข้มของเขากลายเป็นสีแดง
โลหิตและมันเต็มไปด้วยจิตสังหารที่หนาแน่น
“กายาต่อสู้ราชาเฟย์! ในที่สุดหลานซิงก็ได้ใช้ไพ่ใบนี้แล้ว!”
“ฮ่าๆ หมินหมิงจะทำสิ่งใดต่อไปกัน?” ด้านล่างเวที มีนักสู้เฟย์เริ่มเกิด
ความตื่นเต้นเร้าใจ
กายาต่อสู้ราชาเฟย์เป็นความภาคภูมิใจของเผ่าเฟย์ ของพวกเขา
เพราะนี่คือสิ่งที่ฝั่งอยู่ในกระดูกของพวกเขาโดยสายเลือดเฟย์โบราณ นี่
คือที่มาของความเหนือกว่าของเผ่าพันธุ์พวกเขา และเป็นสัญลักษณ์ของ
เผ่าพันธุ์ที่รุ่งโรจน์ ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงเป็นเผ่าพันธุ์ที่ยิ่งใหญ่ ด้วยเหตุนี้
มนุษย์จึงเป็นสัตว์ที่ต่ำต้อยในสายตาของพวกเขาเช่นกัน
“นี่เป็นการต่อสู้ที่แท้จริง ทุกสิ่งทุกอย่างจนถึงตอนนี้เป็นเพียงแค่การ
อุ่นเครื่องเท่านั้น มาดูกันว่าหลินหมิงจะรับมืออย่างไร” ขณะที่บรรดานักสู้
ของเผ่าพันธุ์อื่นๆได้เห็นกายาต่อสู้ราชาเฟย์ของหลานซิงก่อนหน้านี้
ดวงตาก็เต็มไปด้วยอิจฉา ขณะที่พวกเขาเห็นกายาต่อสู้ราชาเฟย์อีกครั้ง
พวกเขาก็ตกตะลึงโดยออร่าที่น่าหวาดกลัวอย่างยิ่งของมัน
ไม่ต้องสงสัยว่า หลานซิงมีมีคุณสมบัติที่จะกลายเป็นจักรพรรดิเฟย์
แต่หลินหมิงเองก็มีคุณสมบัติสมบัติที่จะไปถึงขั้นเทพสมุทรเช่นกัน รุ่น
เยาว์สองคนที่สุดแกร่งแลกเปลี่ยกระบวนท่า แม้จะอยู่ในหอคอยแยกนภา
ก็เป็นเหตุการณ์ที่หาได้ยาก
ในขณะที่หลินหมิงมองไปยังหลานซิง เขาก็รู้สึกเสียดาย เขาต้องการ
ที่จะใช้โอกาสนี้เพื่อเพิ่มความเข้าใจในเรื่องวิถี แต่หลังจากหลานซิงได้
แสดงกายาต่อสู้ราชาเฟย์ เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายต้องการที่จะต่อสู้อย่างเต็ม
กำลัง
หลินหมิงกล่าวอย่างช้าๆว่า “เจ้าต้องการที่จะทำลายข้า แต่ข้าเองก็
ต้องการที่จะทำลายเจ้าเช่นกัน นี่คือหอคอยแยกนภา ที่นี่ มีเพียงฆ่าหรือ
ถูกฆ่าตายเท่านั้น ผู้คนตกตายทุกช่วงเวลา ไม่มีผู้บริสุทธิ์ในที่แห่งนี้ พวก
เขาได้เลือกเดินเส้นทางการฆ่า รวมถึงเจ้าและข้าด้วย!”
ทุกคนที่ปรากฏตัวในหอคอยแยกนภาต่างก็มีมือที่ย้อมด้วยโลหิตกัน
ทั้งนั้น ผู้คนที่มาที่นี่ ถ้าไม่ใช่เพื่อฆ่าผู้อื่นๆ เช่นนั้นก็จะได้รับประสบการณ์
เป็นตายในการต่อสู้และแสวงหาวิถีทางใหม่ๆ บนหน้าผาแห่งการทำลาย
ล้างนี้ มิเช่นนั้น ก็คงจะไม่มีผู้ใดมาที่หอคอยแยกนภาเป็นแน่
“ทำลายข้า? ฮ่าฮ่า… เจ้าคิดว่าเจ้าจะมีโอกาสเช่นนั้นจริงๆหรือ?”
หลังจากหลานซิงเปิดใช้กายาต่อสู้ราชาเฟย์เสร็จ ความคิดของเขาเริ่ม
เปลี่ยนเป็นความบ้าคลั่งและแม้แต่เสียงของเขาก็กลายเป็นทุ่มต่ำ
“เจ้าจะได้รู้ว่าข้าจะมีโอกาสเช่นนั้นในอีกไม่นานนี้แหละ ข้าขอ
แนะนำให้เจ้าหยุดการพ่นเรื่องไร้สาระ ข้าสงสัยว่าเจ้ายังปากเก่งได้อีก
นานแค่ไหนกันเชียว” ด้วยเพียงการชำเลือง หลินหมิงสามารถมองเห็นได้
ว่า ยุทธภัณฑ์เกราะของราชาเฟย์ของหลานซิง มีความคล้ายคลึงกับ
ปราณเทพทรราชคลั่งของเขา ทั้งสองจะระเบิดปราณแท้ออกมาจาก
ภายในร่างกาย สภาวะเช่นนี้จะหายไปไม่ช้าก็เร็ว
“เจ้ากำลังรนหาที่ตาย!” ดวงตาของหลานซิงอัดแน่นไปด้วยจิตสังหาร
ที่หนักหน่วง หินบนเวทีสังเวียนต่อสู้ถูกพัดกระเด็นด้วยสายลมที่รุนแรง
หลานซิงจับกระบี่ด้วยมือขวาและสบัดมันอย่างรุนแรงไปทางซ้าย และ
เสื้อคลุมสีแดงที่งดงามก็ได้ถูกตัดโดยกระบี่ของเขา
“กระบี่แห่งสายลม – โลหิตละเลงนภา!”
ในตอนนี้ เส้นผมที่ยาวถึงข้อเท้าของหลานซิงตั้งชันชี้ฟ้าเข้าสู่ท้องฟ้า
สะบัดไปมาอย่างรุนแรง เขาจับมือกระบี่ด้วยสองมือและฟันออกไป ด้วย
เสียงหวีดหวิวที่เกิดขึ้น พลังงานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยโลหิตและกระบี่แสงสี
แดงเข้าปกคลุมทั่วท้องฟ้า นี่คือเส้นทางแห่งการฆ่าของหลานซิง ออร่า
สังหารทั้งหมดของเขาได้ปะทุขึ้นในครั้งเดียว เติมเต็มสวรรค์และปฐพีด้วย
พลังโลหิตคลั่ง!
ดวงตาของหลินหมิงสาดประกายด้วยแสงที่เย็นยะเยือก เขาตัดสิน
ทันทีว่าด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขา เขายังคงสามารถรับการ
โจมตีด้วยกระบี่เหล่านี้ได้ แต่เขาจะได้รับบาดเจ็บเช่นกัน
ภายในหอคอยแยกนภา ด้วยผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากที่รออยู่รอบๆ
หลินหมิงจะไม่ให้พวกเขามีโอกาสที่จะใช้ประโยชน์จากเขา ดังนั้น
ความคิดของเขาจึงได้สัมผัสกับเมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราช เพื่อที่จะ
ปลดปล่อยปราณเทพทรราชคลั่งออกมา!
ปราณแท้ที่ถูกบีบอัดด้วยความหนาแน่นสูงได้ปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง
ราวกับคลื่นยักษ์กระทบฝั่ง ออร่าของหลินหมิงได้พุ่งขึ้นถึงจุดสูงสุดอย่าง
ฉับพลัน ปราณแท้ของเขาเหมือนดั่งหอกแสงที่ไม่อาจหยุดยั้งได้ ทะลวง
ผ่านห้วงสวรรค์!
การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันนี้ทำให้นักสู้ทั้งหมดตกตะลึงไปตามๆ
กัน พวกเขายังไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะตอบสนอง หอกของหลินหมิงก็ได้พุ่ง
ออกไปแล้ว!
“ง้าวบรรพการจู่โจม!”
ผนึกดูดกลืนโลหิตนับร้อยหมุนวนอยู่ในอากาศรอบหอกแห่งดาวหาง
ม่วงและสร้างเป็นวังวนขนาดใหญ่สีแดงฉานขึ้นมา สายฟ้าสาดประกาย
อยู่ในกระแสวังวนนี้ ขณะที่หอกพุ่งไปข้างหน้า มันดูเหมือนจะตัดผ่านห้วง
มิติด้วยตัวเอง
บึมมม!
การระเบิดอันน่าหวาดกลัวเกิดขึ้นราวกับทัณฑ์สายฟ้าสวรรค์ผ่าลง
มา ก้อนกรวดนับไม่ถ้วนกระเด็นขึ้นไปในอากาศ วิสัยทัศน์ของทุกคนถูก
กลืนหายไปอย่างสิ้นเชิงด้วยแสงที่เจิดจ้าจากคลื่นกระแทกของปราณแท้
มหาศาลที่ระเบิดออก ผนึกดูดกลืนโลหิตเป็นเหมือนเลื่อยขณะที่พวกมัน
หั่นปราณกระบี่ของหลานซิง หลินหมิงกระชับหอก และปรากฏขึ้นอีกทีที่
ด้านหน้าหลานซิงอย่างฉับพลัน หอกของเขาพุ่งตรงไปยังหัวใจของหลาน
ซิง!
“อะไรกัน!?”
หลานซิงตกตะลึงอย่างหนัก เขาไม่เคยคิดเลยว่าการโจมตีด้วยกระบี่
ที่เต็มกำลังและสมบูรณ์ของเขาจะถูกทำลายได้ง่ายดายเช่นนี้
ในช่วงวิกฤติแห่งความเป็นความตายนี้ หลานซิงไม่มีโอกาสที่จะดึง
กระบี่กลับมาปกกันได้อีกต่อไป เขาเพียงแค่ใช้ผ่ามือเป็นดั่งกระบี่และฟัน
ไปที่ลำคอของหมิงหมิง! “ถ้าเจ้าต้องการที่จะฆ่าข้า เช่นนั้นก็อย่าคิดว่าจะ
รอดชีวิตไปได้!”
ดวงตาของหลานซิงสาดประกายด้วยความดุร้าย แต่ในตอนนี้เอง สิ่ง
ที่น่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้น!
หอกแห่งดาวหางม่วงในมือของหลินหมิงดูเหมือนจะทะลุผ่านห้วงมิติ
และปรากฏอยู่ตรงหน้าหลานซิงในทันที ส่วนฝ่ามือกระบี่ของหลานซิง
เพิ่งเริ่มเคลื่อนไหวเท่านั้นเอง
ปุ!
ด้วยเสียงที่เบาบาง ปราณแท้ของการป้องกันร่างกายของหลานซิ
งถูกเจาะทะลวง หอกแห่งดาวหางม่วงที่แหลมคมเสียบทะลุหัวใจของเขา!
โลหิตสาดกระเซ็นไปในสายลม!