Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 548 ขั้นทำลายชีวิตระดับ 8
สาวชุดดำยืนอยู่ตรงหน้าของหลินหมิง นางสวมผ้าคลุมหน้าสีดำ
และผู้คนสามารถมองเห็นใบหน้านางได้จางๆ ในด้านความงดงาม นาง
งดงามไม่แพ้เผ่าเฟย์เลย นางสูงและได้สัดส่วน นางนั้นไม่ได้เตี้ยกว่าหลินห
มิงนัก แสงจากพลังงานนรกถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของนาง
มันเป็นสัญลักษณ์ว่าหญิงสาวผู้งดงามผู้นี้ได้เดินอยู่บนวิถีแห่งการฆ่า
หญิงสาวผู้นี้มีนามว่าม่อชิง หลินหมิงเคยพบนางมาก่อนที่ถนน
ระหว่างที่เขากำลังมุ่งหน้าไปยังที่ราบโลหิตสังหาร พลังการบ่มเพาะของ
นางนั้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตั้งแต่ที่เขาพบนางครั้งล่าสุด
ช่วงเวลาเกือบ 1 เดือนได้ผ่านไป การเติบโตของผู้หญิงคนนี้ทำให้
หลินหมิงถึงกับไร้คำพูด บางทีพรสวรรค์ของนางคงจะไม่น้อยไปกว่ามู่
เชียนหยี่เลย
“เจ้าก็อยู่บนหอคอยแยกนภาชั้นที่ 2 ด้วยหรือ?” หลินหมิง
ประหลาดใจ ด้วยความแข็งแกร่งของสาวชุดดำ นางมีคุณสมบัติพอที่จะ
อยู่ชั้นที่ 2 แน่นอน
ภายในหอคอยแยกนภานั้น ผู้คนสามารถเข้าไปยังชั้นที่ 1 ได้ ตราบ
ใดที่พวกเขามีผลึกโลหิตปีศาจพอ แต่ถ้าคนผู้นั้นหวังที่จะได้ไปยังชั้นที่ 2
นั้น พวกเขาต้องมีพลังการบ่มเพาะหรือความแข็งแกร่งมากพอที่จะผ่าน
ไปได้
โดยปกติ ชั้นแรกนั้นเป็นกล่าวได้ว่าเป็นชั้นนอกของเมือง ชั้นที่ 2
หรือสูงกว่านั้นเรียกว่าชั้นในของเมือง นางนั้นมีคุณสมบัติพอที่จะไปชั้นที่
2 ถ้านางได้เข้าไปยังสังเวียนตอนนี้ บางทีนางคงจะถูกกินทั้งเป็นเพราะ
มันยังเร็วเกินไป
“หืม? แล้วมันมีปัญหาตรงไหนหรือ?” หลังจากเห็นฝีมือหลินหมิงใน
เมืองสุริยันคลั่ง ม่อชิงก็ไม่มั่นใจในตนเองมาตลอด
หลินหมิงหัวเราะ “ข้าก็ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว ข้าก็แค่คิดว่าเจ้า…”
หลินหมิงนั้นอยากจะให้คำแนะนำแก่นางเพียงเล็กน้อย แต่ขณะที่
เขาคิดเกี่ยวกับมัน มันคงจะดีกว่าถ้าหากเขาไม่ได้ขัดธุระของคนอื่น ศิษย์
พี่ของม่อชิงนั้นเป็นนักสู้ผู้มากประสบการณ์ของหอคอยแยกนภา ดังนั้น
คงจะคิดมันออกด้วยตัวเขาเองได้อยู่แล้ว
“เจ้าเคยเข้าไปยังสังเวียนแล้วหรือยัง?” หลินหมิงถามอย่างไม่ใส่ใจ
“ข้ายังไม่เคยไป ข้าพึ่งมาถึงชั้นที่ 2 ศิษย์พี่ได้เช่าพื้นที่สำหรับฝึกฝน
ในชั้นที่ 2 สำหรับข้า เขาต้องการให้ข้าฝึกก่อนสัก 1 ปี ก่อนที่จะทดสอบ
ฝีมือของตนเอง” ขณะที่ม่อชิงกล่าวถึงจุดนี้ ริมฝีปากของนางก็ขด นาง
นั้นไม่พอใจเกี่ยวกับการจัดการของม่อกู่
“ฮ่าฮ่า ฝึกฝนให้ดีก่อนสินะ หอคอยแยกนภานั้นมีพื้นที่ดีๆสำหรับ
ฝึกฝนอยู่ จากที่ข้ารู้นั้นมีอัจฉริยะมากมายที่มายังหอคอยแยกนภาและฝึก
เป็นเวลากว่า 1 ปีหรือ 2 ปี ก่อนที่พวกเขาจะเข้าไปยังสังเวียน”
ทันใดนั้นหลินหมิงก็ตระหนักได้ว่าม่อกู่นั้นอนุญาตให้ม่อชิงได้เข้า
มายังชั้นที่ 2 เพื่อฝึกเท่านั้น ด้วยพรสวรรค์ของนาง นางนั้นมีคุณสมบัติ
เพียงพอที่จะเข้าแข่งขันในสังเวียนหลังจากฝึกฝนเป็นเวลากว่า 1 ปี
แน่นอนว่านี่เป็นความคิดที่ดี แต่คนผู้นั้นก็จำเป็นต้องมีทรัพยากรเพื่อที่จะ
ทำมันด้วย
ขณะที่เขากำลังครุ่นคิด ชายชุดดำก็เดินผ่านประตูหอคอยร้อยสมบัติ
เข้ามา คนๆนี้ตัวสูงและเขาแต่งตัวดูดีอย่างมาก เขามีทัศนคติค่อนข้าง
หยิ่งทะนง ชายคนนี้คือศิษย์พี่ของม่อชิงผู้มีนามว่า ม่อกู่ นั่นเอง
“มันเป็นเจ้าจริงๆ! ข้าคิดว่าพวกเราเคยพบกัน 3 ครั้งแล้ว นี่จะต้อง
เป็นโชคชะตาแน่ๆ” ทันทีที่ม่อกู่เห็นหลินหมิง เขาก็คำนับ เขาไม่แปลกใจ
เลยที่เขาเห็นหลินหมิงอยู่ในหอคอยแยกนภา อย่างไรก็ตาม เมื่อตอนที่
เขาเห็นหลินหมิงอยู่ในเมืองสุริยันคลั่ง เขาคาดว่าหลินหมิงย่อมต้องไปยัง
เมืองดาวเหนือเป็นแน่
เป็นธรรมดาที่ม่อกู่จะดีใจ ถ้าเขาสามารถเป็นสหายกับอัจฉริยะหนุ่ม
เช่นหลินหมิงได้ ถ้าหลินหมิงไม่ตายในอนาคต เช่นนั้นมันก็เป็นได้สูงที่
หลินหมิงจะไปถึงขั้นเทพสมุทร ถ้าเขาสามารถกลายเป็นสหายกับผู้ทรง
พลังระดับจักรพรรดิได้ ผลประโยชน์คงจะสามารถจิตนาการได้แน่นอน
หลินหมิงคำนับกลับ
“ข้ามีนามว่าม่อกู่ ขอข้าทราบนามของเจ้าได้หรือไม่?” นี่มันเป็นครั้ง
ที่ 2 ที่ม่อกู่แนะนำตัวเอง
หลินหมิงไม่จำเป็นที่จะปกปิดตัวตนของเขา เขากล่าว “ข้ามีนามว่า
หลินหมิง”
“หลินหมิง?” ม่อกู่ตกตะลึงไปชั่วขณะก่อนที่จะหัวเราะในทันที “มัน
เป็นเช่นนั้นสินะ! เจ้าคืออัจฉริยะจากเผ่ามนุษย์ ข้าได้ยินข่าวว่าเจ้า
เอาชนะหลานซิงได้อย่างขาดลอย นี่ช่างบังเอิญจริงๆ ความจริงแล้ว ข้า
น่าจะคิดเกี่ยวกับมันออกได้ก่อนหน้านี้”
ม่อกู่ได้พาม่อชิงมายังชั้นที่ 2 ของหอคอยแยกนภาระหว่างที่หลินห
มิงได้ปิดด่านฝึกตนอยู่ ทันทีที่เขามาถึงชั้นที่ 2 เขาก็ได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับ
หลินหมิง เดิมที เขาคาดว่าคนที่สามารถเอาชนะหลานซิงได้คงจะมีอายุ
ประมาณ 24 ถึง 25 ปี ถ้าหากเป็นเช่นนั้น เขาก็ยังพอรับได้ แต่เขาไม่เคย
นึกมาก่อนเลยว่าหลินหมิงจะคือรุ่นเยาว์ที่เขาได้บังเอิญเจอที่ทางมาที่ราบ
โลหิตสังหาร เขากระทั่งอายุน้อยกว่าม่อชิงเสียอีก!
นี่มันไม่น่าเชื่อจริงๆ ก่อนหน้าเขาได้ประเมินหลินหมิงไว้สูงมากแล้ว
แต่ตอนนี้ เขาพบว่าตนได้ประเมินหลินหมิงผิดมหัน
ด้วยพรสวรรค์ของหลินหมิง ตราบใดที่เขาไม่ได้จบสิ้นลงที่นี่ เช่นนั้น
เขาก็มีโอกาสมากกว่า 90 % ที่จะกลายเป็นผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทร
ขณะที่ม่อกู่คิดเกี่ยวกับมัน รอยยิ้มของเขาก็เริ่มสดใสและยินดีมาก
ยิ่งขึ้น แม้ว่าเขาจะมิอาจกลายเป็นสหายที่ดีกับคนเช่นนี้ได้ เขาก็หวังว่า
อย่างน้อยก็มีความประทับใจดีๆไว้ ดังนั้นเขาจะได้ไม่มีปัญหาในอนาคต
“พี่ชายม่อชมข้าเกินไปแล้ว” หลินหมิงกล่าวตอบอย่างไม่ใส่ใจ
ม่อชิงผู้กำลังยืนอยู่ข้างๆม่อกู่นั้นได้จับจ้องไปยังหลินหมิงด้วยความ
ไม่อยากจะเชื่อ ดวงตาของนางหันไปอย่างรวดเร็ว นางพึ่งจะมาถึงชั้นที่ 2
เมื่อหลายวันก่อน แล้วคนผู้นี้คือหลินหมิงงั้นหรือ?
สำหรับม่อชิง การเอาชนะอย่างขาดลอยนั้นไม่เท่าไหร่ แต่การ
เอาชนะเจ้าแห่งชั้นที่ 2 ผู้ซึ่งอยู่กลุ่มที่ 1 ได้นั้นคนละเรื่องกันเลย มันเป็น
เรื่องยากที่จะเชื่อ นางนั้นได้มากับม่อกู่เพื่อดูการแข่งขันในสังเวียน
เล็กน้อยเท่านั้น และแม้ว่าพวกเขาจะเป็นนักสู้ระดับต่ำ นางก็ช่วยไม่ได้
นอกจะยอมรับว่า ถ้านางเป็นคนที่ได้ยืนอยู่บนสังเวียนนั้น นางคงจะมิ
อาจเอาชนะพวกเขาได้
“แล้วเจ้ามายังหอคอยร้อยสมบัติเพื่อซื้อสิ่งใดกันหรือ?” ม่อกู่กล่าว
ถามด้วยความสงสัยเล็กน้อย ยามที่เขาได้เห็นหลินหมิงซื้อพาหนะที่เมือง
สุริยันคลั่ง เขาดูไม่เหมือนว่าจะมั่งคั่งมากนัก มิเช่นนั้น เขาคงจะไม่ได้นำ
ผลึกโลหิตปีศาจที่ไม่บริสุทธิ์ออกมาจำนวนมากเพื่อซื้อพาหนะมือสองเป็น
แน่
เขาไม่รู้จริงๆว่าหลินหมิงนั้นมาจากที่ใด
“ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อซื้อ ข้ามาเพื่อเช่าแผ่นค่ายกลต่อสู้”
“แผ่นค่ายกลต่อสู้งั้นหรือ? พวกเราเองก็มาเพื่อเช่ามันเช่นกัน แผ่น
ค่ายกลต่อสู้ของหอคอยร้อยสมบัตินั้นได้บันทึกรายละเอียดของการต่อสู้
ของผู้ทรงพลังขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลาย มันมีกระทั่งขั้นทำลายชีวิต
ระดับ 7 และ 8 และผู้เชี่ยวชาญระดับกึ่งจักรพรรดิ แผ่นค่ายกลระดับสูง
ทั้งหมดอยู่ชั้นบน ขึ้นไปด้วยกันเถอะ”
“ดี”
พวกเขาทั้ง 4 ได้ขึ้นไปชั้นบน หอคอยร้อยสมบัตินั้นมีทั้งหมด 9 ชั้น
ผู้คนสามารถเข้าแค่ชั้นแรกๆ แต่ชั้นที่สูงกว่านี้จำเป็นที่จะต้องมีคุณสมบัติ
เพียงพอที่จะเข้าไป ขณะที่พวกเขาได้มาถึงชั้นที่ 4 ข้ารับใช้ใบหน้าหล่อ
เหลาก็ได้กันพวกเขาไว้
“โปรดแสดงหลักฐานยืนยันตัวตนด้วย มีเพียงนักสู้ปีศาจปีกสวรรค์
4 ปีกหรือสูงกว่าเท่านั้นที่ได้รับอนุญาติให้เข้าชั้นนี้”
หลินหมิงหยิบเหรียญสถานะของเขาออกมา รอยสักปีศาจสวรรค์
ของเขาเองนั้นเกินกว่า 4 ปีกแล้ว ดังนั้นมันคงจะไม่มีปัญหาอะไร ส่วนม่อ
กู่นั้น เขาเกือบจะไปถึง 6 ปีกแล้ว
แต่ม่อชิงนั้นไม่มี นางยังไม่แม้กระทั่งมี 2 ปีกแรกของตัวเองที่
สมบูรณ์เลย ขณะที่หลินหมิงคิดว่าม่อชิงคงจะถูกห้ามมิให้เข้าไป ม่อกู่ก็นำ
แผ่นหยกที่เหมือนเหรียญสำหรับผ่านออกมาจากแหวนมิติาและส่งมันให้
ข้ารับใช้ ข้ารับใช้คนนั้นชำเลืองมองมันก่อนจะอนุญาตให้ม่อชิงเข้ามา เขา
แม้กระทั่งอนุญาตให้หญิงสาวเผ่าเฟย์ที่มาด้วยกับหลินหมิงเข้าไปเช่นกัน
หญิงสาวเผ่าเฟย์ประหลาดใจอย่างมีความสุข อย่างไรก็ตาม สำหรับนักสู้
ระดับต่ำเช่นนาง ชั้นสูงๆของหอคอยร้อยสมบัตินั้นเหมือนดั่งตำนาน นาง
เคยได้ยินเพียงตำนานลึกลับเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้
หลินหมิงชำเลืองมองไปยังม่อกู่ด้วยความประหลาดใจ เขาสงสัย
ว่าม่อกู่มีพื้นเพอันใดกัน แต่ขณะที่เขามองกลับไปยังข้ารับใช้คนนั้น เขา
พบว่าข้ารับใช้ยังคงสงบนิ่งและไม่ได้มีท่าทีประทับใจใดๆ ถ้าหลินหมิงเดา
ไม่ผิด เช่นนั้นแผ่นหยกนั้นคงจะเป็นสิทธิ์พิเศษที่มอบให้กับนักสู้ระดับสูง
ของหอคอยแยกนภา
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลินหมิงก็ไม่คิดเกี่ยวกับมันอีกต่อไป ในที่สุดกลุ่ม
ของเขาก็มาถึงชั้นที่ 5 ของหอคอยร้อยสมบัติ และชายวัยกลางคนชุดคลุม
ม่วงยืนต้อนรับพวกเขาอยู่ด้วยเสียงหัวเราะร่าเริง เขาปัดเศษฝุ่นบนชุด
ของเขาออกและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ท่านต้องการสิ่งใดงั้นหรือ”
“ข้าต้องการเช่าแผ่นค่ายกลต่อสู้” หลินหมิงกล่าว
“ท่านต้องการระดับการบ่มเพาะใด?”
“ระดับกึ่งจักรพรรดิ”
“โอ้?” ชายชุดคลุมม่วงสะดุ้ง แผ่นค่ายกลต่อสู้ระดับกึ่งจักรพรรดินั้น
แพงอย่างมาก นักสู้ธรรมดาทั่วไปย่อมมิอาจจ่ายมันได้ “ท่านต้องการ
เท่าใดหรือ?”
“5 แผ่น” หลินหมิงกล่าวตอบอย่างราบเรียบ
ด้วยคำตอบนี้ ไม่เพียงแต่ชายชุดคลุมม่วงจะตกตะลึง แต่แม้กระทั่ง
ม่อกู่ยังงุนงง เขาได้มาที่นี่กับม่อชิงเพื่อเช่าแผ่นค่ายกลต่อสู้ แต่เขาได้
วางแผนที่จะเช่าแผ่นค่ายกลต่อสู้ 10 แผ่นแรกของผู้เชี่ยวชาญขั้นทำลาย
ชีวิตระดับ 1 หรือ 2 เท่านั้น
ส่วนระดับกึ่งจักรพรรดินั้น เพราะว่าม่อชิงนั้นขาดประสบการณ์ ใน
ที่สุดเขาก็ตัดสินใจที่จะเช่าให้นางเพื่อเปิดหูเปิดตา แม้ว่ามันจะให้เขาต้อง
ควักเนื้อจ่ายก็ตาม แค่นี้มันก็เพียงพอที่จะทำให้ม่อกู่รู้สึกเจ็บปวดกับการ
สูญเสียอย่างมากแล้ว แต่หลินหมิงได้ขอเช่า 5 แผ่นในทีเดียว นี่มัน
ฟุ่มเฟือยเกินไปแล้ว!
ขณะที่เขาหันไปมองยังม่อชิง เขาก็เห็นความไม่พอใจปรากฏอยู่บน
หน้านาง เห็นได้ชัดนางกำลังบ่นเกี่ยวกับความตระหนี่ของเขาอย่างชัดเจน
ม่อกู่ทำได้เพียงยิ้มอย่างขมขื่น หลินหมิงผู้นี้มิได้สนใจเกี่ยวกับแต้มสังหาร
เลยแม้แต่น้อย
“โปรดตามข้ามา” ชายชุดคลุมม่วงได้นำหลินหมิงและกลุ่มของเขา
ไปยังห้องที่ได้รับการตกแต่งอย่างหรูหราด้วยความเคารพทันที ห้องนี้นั้น
มีการออกแบบที่ประณีตอย่างมาก มันมีโต๊ะแปดเหลี่ยมโบราณอยู่ตรง
กลางห้องและเก้าอี้ 4 ตัว
ขณะที่หญิงสาวขั้นผสานชีพจรทั้ง 2 ได้เห็นแขกเข้ามา พวกเขาก็ยก
กาน้ำชามาและคุกเข่าลงทันที จากนั้นก็เริ่มวางถ้วยลงบนโต๊ะและรินน้ำ
ชา
“ท่านแขกทั้งหลาย ลองจิบน้ำชานี้ดู นี่คือชาจิตวิญญาณ 5 สี มันถูก
สร้างจากใบชาพิเศษที่แตกต่างกันและถูกทำด้วยกระบวนการพิเศษ ไม่
เพียงแค่รสชาติดีเลิศ แต่มันยังบำรุงจิตวิญญานได้ด้วย”
หลินหมิงพยักหน้าและจิบชา ชานี้มีกลิ่นหอมมากจริงๆ
“ท่านอัจฉริยะหนุ่มต้องการแผ่นค่ายกลต่อสู้เผ่าใดหรือ? ผู้ทรงพลัง
ขั้นทำลายชีวิตเผ่ามนุษย์? ระดับกึ่งจักรพรรดิเผ่าปีศาจยักษ์หรือเผ่าเฟย์?
หลินหมิงกล่าว “ข้าไม่เกี่ยงเรื่องเผ่า ตราบใดที่มันเป็นผู้เชี่ยวชาญ
ระดับกึ่งจักรพรรดิที่มีทักษะวิถีแห่งกาลเวลา วิถีแห่งมิติ และวิถีแห่งลมก็
พอ ข้าต้องการทั้งหมด 5 แผ่น”
ยามที่หลินหมิงได้ไร้ผู้ต้านอย่างสมบูรณ์นั้น เขาได้รับแต้มสังหาร
ทั้งหมด 10 แต้ม จากนั้นเขาก็ได้รับแต้มมาจากหลานซิงอีก 3 แต้ม ยามที่
เขาเช่าพื้นที่ฝึกก็ใช้ไป 5 แต้มแล้ว และเมื่อเขามาเช่าแผ่นค่ายกลต่อสู้
ระดับกึ่งจักรพรรดิก็เสียไปอีก 1 แต้ม ตอนนี้เขามีแต้มเหลืออยู่ 7 แต้ม
เขาสามารถจ่าย 5 แต้ม เพื่อเช่าแผ่นค่ายกลต่อสู้ได้สบายๆ
ชายชุดคลุมม่วงคิดไปชั่วขณะและจากนั้นก็กล่าวกับหญิงสาว “ไปยัง
ศาลาที่ 1 ศาลาที่ 3 ศาลาที่ 7 และเอาแผ่นค่ายกลต่อสู้มาทั้งหมด…”
“รับทราบ”
หญิงสาวคำนับและจากไป ชายชุดคลุมม่วงกล่าว “ถ้าท่านต้องการที่
จะค้นหาผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะวิถีแห่งลม มิติ และกาลเวลา เช่นนั้นข้า
เกรงว่าพวกเราจะมีไม่ถึง 5 พวกเราพอมีผู้เชี่ยวชาญที่คล้ายวิถีแห่งมิติ
และกาลเวลาอยู่บ้างและนี่คงจะพอเข้าข่ายตามที่คำขอของท่านอัจฉริยะ
แต่มันเพียง…”
“เพียงอะไร?”
ชายชุดคลุมม่วงยิ้มและกล่าว “ผู้เชี่ยวชาญผู้นี้มิใช่ระดับกึ่งจักรพรรดิ
แม้ว่าพลังการบ่มเพาะของเขาจะยังไม่ถึงขั้นเทพสมุทร เขาก็ยังเป็นนักสู้
ขั้นทำลายชีวิตระดับ 8 ในด้านความแข็งแกร่งนั้น เขาเหนือยิ่งกว่า
จักรพรรดิปีศาจหรือจักรพรรดิเฟย์เสียอีก!
“หืม?” จิตใจของหลินหมิงสะท้าน
ขั้นทำลายชีวิตระดับ 8!
เขาเคยได้ยินเกี่ยวกับผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตระดับ 8 เผ่ามนุษย์มา
ก่อน แต่เขาไม่เคยเห็นด้วยตัวเองอย่างแน่นอน เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะ
มีแผ่นค่ายกลต่อสู้ที่บันทึกผู้เชี่ยวชาญขั้นทำลายชีวิตระดับ 8 ไว้ด้วย!