Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 577 87 แต้มสังหาร
การต่อสู้กับหลินหมิงเป็นการจับคู่ของหอคอยแยกนภา ซึ่งไม่มีทางที่
จะปฏิเสธได้
หลินหมิงต้องเผชิญกับการต่อสู้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นหมิงซุนจึงเป็น
คนที่สองในการประลองต่อไปของเขา หมิงซุนคิดว่าเขาได้รับโชคดีและจะ
สามารถเอาชนะหลินหมิงได้อย่างง่ายดาย แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะมิใช่
โชคดีเลยสักนิด
ถ้าหลินหมิงมีเพียงสายฟ้าล่าสังหารเท่านั้น หมิงวันก็มั่นใจว่า
สามารถรับมือได้อยู่ ดูเหมือนว่าสายฟ้าล่าสังหารเป็นเพียงความสามารถ
เพียงเล็กน้อยของเขา มิเช่นนั้นเขาจะไม่ใช้มันทันทีที่เขาขึ้นมาบนเวทีแน่
เขาสามารถใช้มันถึง 3 ครั้งโดยมิได้เกิดอาการเหนื่อยล้าแต่อย่างใด
หมิงซุนมีข้อสงสัยลึกๆว่าเมื่อหลินหมิงได้ต่อสู้กับเยียนฮู เขาอาจจะ
มิได้ใช้ความแข็งแกร่งถึงครึ่งด้วยซ้ำ
ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว โอกาสที่เขาจะชนะการต่อสู้ครั้งนี้มีเพียง 10-
20%!
“ท่านหมิงซุน โปรดขึ้นเวทีด้วย!” ผู้ตัดสินเรียกขณะที่เขาเห็นว่าหมิง
ซุนนั่งอยู่บนเก้าอี้โดยไม่ตอบสนอง
นักสู้คนอื่นๆในพื้นที่ต่างมองไปยังหมิงซุน บางคนก็เห็นใจ บางคนก็
โกรธและมีบางคนกระทั่งคิดว่าหมิงซุนจะเอาชนะหลินหมิงได้
“ข้าเข้าใจแล้ว”
เสียงของหมิงซันมืดมนในขณะที่เขาค่อยๆเดินมาบนเวที
“ถ้าพร้อมแล้ว ก็เริ่มต้นเลย” ผู้ตัดสินกล่าวในขณะที่เขาก้าวลงจาก
เวที
หลินหมิงถือหอกแห่งดาวหางม่วง ทั่วร่างของเขาหมุนวนด้วยปราณ
แท้ ในตอนนี้เอง หมิงซุนได้ส่งกระแสเสียงปราณแท้ไปยังหูของหลินหมิง
“หลินหมิง! ข้าไม่ต้องการที่จะต่อสู้กับเจ้า ข้าจะขอยอมแพ้!”
“หืม?” หลินหมิงรู้สึกประหลาดใจ สหายผู้นี้ยอมจำนนก่อนการต่อสู้
จะเริ่มต้นเลยหรือ?
บนชั้นที่สามของหอคอยแยกนภา การพ่ายแพ้หมายถึงการสูญเสีย
ชัยชนะที่ยากจะได้มาอีกครั้ง นอกจากนี้ กว่าครึ่งหนึ่งของรอยสักปีศาจ
สวรรค์จะหายไป หากผู้หนึ่งต้องการควบแน่นมันอีกครั้ง ก็จะเป็นเรื่อง
ยากอย่างยิ่ง เนื่องจากการจัดอันดับของนักสู้นักต่อสู้ได้รับการกำหนด
แล้วก่อนเวลา ถ้าต้องต่อสู้ในระดับเดิมหลังจากพ่ายแพ้แล้ว เช่นนั้นการ
จะได้รับชัยชนะต่อเนื่องจะยากราวกับปีนสวรรค์!
หมิงซุนกล่าวต่อว่า “ข้ายอมรับว่าโอกาสในการเอาชนะเจ้าไม่ได้
มากกว่า 10 ถึง 20% ข้าไม่ต้องการที่จะตายที่นี่ดังนั้นข้ายอมรับความ
พ่ายแพ้ในการประลองครั้งนี้ ตราบเท่าที่เจ้าไม่ฆ่าข้าข้าจะให้เงื่อนไข
ต่อไปนี้เพื่อให้ข้าไป ข้าจะเสนอการเล่นการพนันกับเจ้าและเดิมพัน 10
แต้มสังหาร 10 แต้มสังหารคือทั้งหมดที่ข้าได้ทิ้งไว้ ”
ในหอคอยแยกนภา การเดิมพันก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการได้รับแต้ม
สังหาร ตราบเท่าที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้ว เช่นนั้นก็จะสามารถเริ่มต้น
การประลองการพนันได้ บนชั้นสองเมื่อ หลานซิงต่อสู้กับฮูเหยียนหลัว
พวกเขายังได้ทำการเดิมพัน 2 แต้มสังหาร ในที่สุด หลานซิงก็เป็นผู้ชนะ
“เจ้าหมายถึงว่าเจ้าต้องการมอบ 10 แต้มสังหารให้กับข้าหรือ?”
หลินหมิงรู้สึกประหลาดใจ บนชั้นสามแต้มสังหารคือทุกสิ่งทุกอย่าง หาก
ไม่มีแต้มสังหารก็เป็นไปไม่ได้ที่จะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่มากมาย
“ใช่แล้ว ถ้าเจ้าฆ่าข้า แล้วเจ้าจะยิ่งได้รับชัยชนะถึง 100 ครั้งซ้อน แต่
ถ้าเจ้าไม่ฆ่าข้าแล้ว เจ้าจะต้องรอจนกว่าการประลองต่อไปของเจ้าจึงจะ
ไปถึง 100 ครั้งซ้อนได้ 10 แต้มสังหารเหล่านี้เป็นค่าชดเชยจากข้าสำหรับ
การรอครั้งต่อไปของเจ้า หลังจากที่ข้าพ่ายแพ้ครั้งนี้ ข้าไม่ต้องการอยู่ใน
หอคอยแยกนภา อีกต่อไป การเริ่มต้นใหม่และรวบรวมพลังนรกยอมทั้ง
ชัยชนะต่อเนื่องนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ เมื่อข้าออกจากหอคอยแยกนภา
แต้มสังหารเหล่านี้จะไม่มีประโยชน์ ข้าจะให้พวกเขากับเจ้าทีหลัง”
หมิงซุนถอนหายใจในขณะที่กล่าวเช่นนี้ เขาได้มีความคิดเช่นนี้มา
ตั้งแต่ครึ่งปีที่แล้ว แต่เขาก็รู้ว่าถ้าเขาจากไปทั้งอย่างนี้ เขาก็จะมิได้
กลายเป็นจักรพรรดิเฟย์ในอนาคต ดังนั้น เขาจึงปลดปล่อยความรู้สึกนั้น
ออกมาจนวันนี้ เมื่อเขาไม่อาจเก็บซ่อนมันได้อีกต่อไป
เผชิญหน้ากับหลินหมิง โอกาสในการชนะของเขาก็น้อยเกินไป การ
กลายเป็นจักรพรรดิเฟย์ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นความฝันอันน่าหลงใหล
แต่ก็ไม่คุ้มกับการที่ต้องจ่ายด้วยชีวิตของเขาสำหรับเรื่องแบบนั้น
เช่นนั้น จึงดีกว่าที่เขาจะใช้โอกาสนี้ออกไปจากหอคอยแยกนภา
ถึงแม้ว่าในที่สุดเขาก็จะล้มเหลวในการบรรลุเป้าหมาย อย่างน้อยที่สุดเขา
ก็ยังสามารถรอดชีวิตไปได้ เมื่อเทียบกับทุกคนที่เสียชีวิตที่นี่และเถ้าของ
พวกเขาถูกนำไปโปรยลงหน้าผา เขาก็ย่อมเป็นความสุขและทำให้พอใจที่
ตนยีงมีชีวิตแล้ว
“ได้” หลินหมิงไม่ได้เป็นบุคคลที่กระหายเลือดมากขนาดนั้น และ
ข้อตกลงนี้ไม่ได้แย่เลย เขายอมรับข้อตกลงนี้
……………………………
ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการยอมแพ้ การประลองของหลินหมิงและหมิง
ซุนจึงสร้างความประหลาดใจ
ขณะที่หมิงซุนออกจากเวที ไม่มีผู้ใดในหมู่ผู้ชมหัวเราะและพูดเยาะ
เย้ยเยาะเขา
มีเพียงสีหน้าที่โศกเศร้าแทนเท่านั้น
พรสวรรค์ของหมิงซุนอยู่ระหว่างระดับนักบุญและจักรพรรดิ ต้อง
ขอบคุณเจ้าทุกสิ่งทุกอย่างกับหอคอยแยกนภา ในแรกเริ่มหมิงซุนเป็น
เพียงผู้มีพรสวรรค์ระดับนักบุญธรรมดา
ถ้าเขาจากไปแล้ว มันก็เท่ากับเขาละทิ้งเส้นทางแห่งการกลายเป็น
จักรพรรดิ บางที นี่อาจเป็นความโล่งใจอย่างนึงเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม มิใช่นักสู้ทุกคนสามารถออกไปอย่างสายใจในลักษณะ
เดียวกันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาชนชั้นสูงที่หยิ่งยโสอย่างยิ่งใน
หอคอยแยกนภาแห่งนี้ สิ่งล่อใจในการกลายเป็นจักรพรรดินั้นยิ่งใหญ่
เกินไป ตั้งแต่ระดับราชาจนถึงระดับจักรพรรดิ อายุขัยของผู้นึงจะเพิ่มขึ้น
เป็นสิบเท่า ไม่ต้องกล่าวถึงพลังที่เพิ่มขึ้น แต่พวกเขาก็สามารถสร้างแดน
ศักดิ์สิทธิ์ของตัวเองและคงมรดกเช่นนี้ไว้เป็น 10,000 ปี ชื่อของพวกเขา
จะอยู่ไปนานหลายร้อยชั่วอายุคน
อย่างไรก็ตาม จากเถ้านับล้านจักรพรรดิที่แท้จริงจึงจะถือกำเกิด
เพียงผู้เดียว ไม่มีผู้ใดรู้ว่าผู้กล้ารุ่นเยาว์เหล่านี้ ตายไปในสังเวียนนี้เท่าใด
เถ้าของพวกเขาที่ถูกโปรยบนหน้าผาและชีวิตของพวกเขากลายเป็นหินที่
ปูเส้นทางแห่งสำหรับนักสู้ผู้อื่น
แม้ว่าผู้นึงจะเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับจักรพรรดิก็ตาม
การที่จะเป็นเหมือนหมิงซุนและสามารถออกจากหอคอยแยกนภาได้
อย่างสงบ มันมีคนไม่มากที่ะสามารถทำเช่นนั้นได้
การประลองนี้จึงสิ้นสุดลงอย่างน่าแปลกใจ ในตอนท้าย หลินหมิง
ได้รับแต้มรวม 12 แต้มสังหารจากการยุติชัยชนะของหมิงซุนและอีก 10
แต้มสังหารจากการเดิมพัน รวม 22 และอีก 65 จากก่อนหน้านี้
หลินหมิงได้รับแต้มสังหารทั้งหมด 87 แต้ม มันเพียงพอที่จะใช้ไปได้
อีกนาน
ไม่เพียงแค่นั้น แต่หลังจากความพ่ายแพ้ของหมิงซุน พลังงานนรก
ส่วนใหญ่ในก็ตกเป็นของหลินหมิง ด้วยสิ่งนี้ทำให้หลินหมิงสามารถก้าว
ไปสู่จุดสูงสุดของปีศาจปีกสวรรค์ 6 ปีก มันมิได้ห่างไกลจากการกลายเป็น
ปีศาจสวรรค์ 8 ปีกเลย
“หลินหมิงได้พุ่งทะยานขึ้นโดยไม่อาจหยุดยั้งได้ ในการประลองครั้ง
ต่อไป เขาอาจจะต้องเผชิญหน้ากับ 10 อันดับแรกของชั้นที่สาม ซึ่งความ
แข็งแกร่งของ 10 อันดับแรกนั้นราวกับเป็นอีกคนละโลก”
“อืม… นักสู้นักต่อสู้ใน 10 อันดับแรกมีทรัพยากรที่มหาศาล พวกเขา
แข็งแกร่งกว่านักสู้คนอื่นไปอีกระดับอย่างสิ้นเชิง”
บนชั้นที่สาม นักสู้ระดับสูงที่ได้รับการจัดอันดับมากขึ้น ก็จะได้มาซึ่ง
ทรัพยากรและสิทธิที่มากขึ้น ช่องว่างระหว่างอันดับนั้นมากเกินไป เมื่อไป
ถึงระดับของปีศาจสวรรค์เจ็ดดาว แล้วพวกเขาก็จะสามารถไปที่สถานที่
ลึกลับมากขึ้นเช่นเส้นทางแห่งจักรพรรดิในตำนาน
ถ้าสามารถไปถึงจุสิ้นสุดเส้นทางแห่งจักรพรรดิ พวกเขาจะกลายเป็น
ผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิ พื้นที่ฝึกฝนเช่นนี้อยู่เหนือจินตนาการของทุก
คน จะเกิดสิ่งใดขึ้นหากสามารถฝึกฝนได้เป็นเวลาหนึ่งปีในเส้นทางแห่ง
จักรพรรดิ มันคงจะเป็นสิ่งที่ไม่อาจจินตนาการ
“ผู้กล้าหลิน! โปรดอยู่ก่อน!”
ขณะที่หลินหมิงกำลังจะออกจากสังเวียนไป เขาได้ยินกระแสเสียง
เข้ามาในหู
ขณะที่เขาหันกลับไป ก็เห็นว่าผู้ที่เรียกหาเขาคือนักสู้ปีศาจยักษ์ เขา
มีความสูงกว่า 10 ก้าวและสพายดาบยักษ์บนหลัง ด้านข้างปีศาจยักษ์
เป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆที่มีความสูงเพียงแค่ครึ่งตัวของเขา นางงดงามและ
บอบบาง และมีหูยาวและเกล็ดที่มุมดวงตาที่แสดงให้เห็นว่านางเป็นเฟย์
ความแตกต่างระหว่างความสูงคนทั้งสองมากมายยิ่งนัก แต่กละบให้
ความรู้สึกที่เท่าเทียมอย่างน่าประหลาด
“มีเรื่องอันใดกับข้าเช่นนั้นหรือ?”
หลินหมิงมองไปยังทั้งสอง พวกเขาดูธรรมดา ไม่แตกต่างจากปุถุชน
เลย แต่ความจริงก็คือว่ากลิ่นอายของพวกเขาได้ถูกกักขังไว้ลึกภายในร่าง
นี่เป็นระดับพลังที่คล้ายคลึงกันที่จะกลับไปสู่ต้นกำเนิดของตัวเอง
การพยายามที่จะประเมินความแข็งแรงของพวกเขาทำผู้ให้รู้สึกว่า
มันยากแท้หยั่งถึง
“ข้าต้ากู่ บางทีเจ้าอาจอยากจะไปที่โรงน้ำชาเพื่อสนทนากันหรือไม่?”
ปีศาจยักษ์กล่าวด้วยรอยยิ้มอันร่าเริง
หลินหมิงตกตะลึง
ผู้นี้คือต้ากู่ ต้ากู่เป็นหนึ่งในปีศาจสวรรค์เจ็ดดาว หลินหมิงเคยได้ยิน
ชื่อของเขาตั้งแต่ตอนที่ยังอยู่ที่เมืองสุริยันคลั่ง เขาเป็นที่รู้จักในฐานะ
ตัวตนที่สามารถสั่นหอคอยแยกนภาได้ เดิมที หลินหมิงคิดว่าต้ากู่เป็นสัตว์
ประหบาดกระหายเลือดที่โหดร้ายของคนรุ่นของเขา แต่เมื่อเห็นต้ากู่อยู่
ตรงหน้า ซึ่งออร่าของเขามิได้แสดงถึงความเป็นปฏิปักษ์กับเขาเลย
มันจจะต้องรู้ด้วยว่าภายในหอคอยแยกนภา ปีศาจยักษ์มีคแทบจะมี
เจตนาที่ดีต่อมนุษย์เป็นศูนย์ ตั้งแต่ช่วงเวลาที่กู่เย่ว์พยายามจะฆ่าหลินห
มิง แล้วก็ยังมีสิงเทียนและหงจงอีก
นี่ก็มีเหตุผล มนุษยชาติและปีศาจยักษ์ได้ประลองเพื่อครอบครอง
แหล่งทรัพยากรใน ทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ นานเกินไป ทั้งสองเผ่าพันธุ์มักจะ
ทำสงครามและเริ่มมีการรณรงค์ต่อต้านกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นปีศาจ
ยักษ์หรือมนุษย์ ต่างก็กลายเป็นสายธารแห่งโลหิตที่ไหลนอง เป็นเรื่อง
ปกติที่ทั้งเมืองหรือแม้แต่อาณาจักระถูกกำจัดไปพร้อมๆกัน
“ย่อมได้”
หลินหมิงตอบตกลงอย่างราบเรียบ เนื่องจากสหายผู้นี้มีมารยาทดี
และฝึกฝนกับเขาด้วยความเคารพ จจึงไม่จำเป็นต้องปฏิเสธเขาอย่างไม่ใย
ดี
สายตาของหลินหมิงตกลงไปบนหญิงสาวข้างต้ากู่ เขากล่าวว่า “ถ้า
ข้าไม่ผิด เช่นนั้นนี่ก็คือแม่นาง เสวียนจี” *??=เสวียนจี
ในบรรดาปีศาจเจ็ดดาวบนสวรรค์ เสวียนจีเป็นผู้หญิงคนเดียวในนั้น
นางเป็นคนที่อ่อนแอที่สุด แต่ก็ยังอายุน้อยที่สุดด้วย นางไม่แก่กว่าหลินห
มิงเลย อีกนัยนึง ภายในบรรดาปีศาจสวรรค์เจ็ดดาว นางเป็นคนหนึ่งที่มี
พรสวรรค์ที่ดีที่สุด
“ข้าเอง! ยินดีที่ได้พบเจ้า บางทีเราอาจจะได้ต่อสู้กันที่หลัง ฮาฮาฮา”
เสียงหัวเราะของเสวียนจีราวกับเสียงระฆังเงิน นางสนใจหลินหมิ
งเป็นอย่างมาก ในสายตาของนาง หลินหมิงเป็นบุคคลคนเดียวในหอคอย
แยกนภาที่มีพรสวรรค์เทียบเคียงนางได้
เฉพาะเมื่อมีการประลอง จึงจะมีการบ่มเพาะที่ก้าวหน้าห่างกันไปได้
……………………………
เป็นโรงน้ำชาหินเงินมีชื่อเสียงอย่างมากบนชั้นสามของหอคอยแยก
นภา ภายในโรงน้ำชานั้นได้รับการตกแต่งทั้งหมดโดยหินสีฟ้า เก้าอี้และ
โต๊ะถูกสร้างขึ้นจากหินและเรียบง่ายและสง่างาม มันให้ความรู้สึกธรรมดา
สามัญในโรงน้ำชานี้ เมื่อรวมกับกาน้ำชาและการได้ลิ้มลอง ผู้นึงจะ
สามารถรู้สึกถึงความสบายอารมณ์ได้
ภายในชั้นสองของโรงน้ำชาหินสีฟ้า มีสามคนนั่งอยู่รอบโต๊ะสุดหรู
“ข้าขอถามได้หรือไม่ว่าเหตุใดพี่ชายต้ากู่จึงมาหาข้า?” หลินหมิงกล่าว
ถามอย่างราบเรียบขณะที่ที่สาวใช้สาวคนหนึ่งส่งถ้วยชาให้กับเขาอย่าง
สุภาพ
“ข้าแค่อยากจะเป็นสหายกับน้องชายหลินเท่านั้น” ต้ากู่ยิ้ม “ข้ารู้สึก
ชื่นเจ้า ดังนั้นข้าจึงต้องการที่จะให้คำแนะนำบางอย่าง”
“โอ้? พี่ชายต้ากู่ได้โปรดกล่าวออกมาเลย” หลินหมิงสนใจเรื่องนี้ ใน
เรื่องของหอคอยแยกนภา เขาไม่ค่อยรู้เรื่องมากนัก ความแข็งแกร่งและ
ตำแหน่งของเขาของม่อกู่มีจำกัดในชั้นสาม ดังนั้นเขาจึงไม่ค่อยรู้อะไรมาก
นัก เกี่ยวกับหอคอยแยกนภา หลินหมิงเคยสับสนกับความลึกลับต่างๆ
ของมันยิ่งนัก
“น้องชายหลินสิ่งที่ข้าอยากจะกล่าวคือปีศาจสวรรค์เจ็ดดาว ความ
แข็งแกร่งของพวกเขาน่าหวาดกลัวกว่าน้องชายหลิน ความสามารถใน
การต่อสู้ของข้าเองสามารถอยู่ในอันดับที่ 3-4 ของปีศาจสวรรค์ระดับเจ็ด
ดาวเท่านั้น แต่เพียง 2-3 ที่เหนือกว่าข้านั้น ข้าต้องยอมรับว่าตนด้อยกว่า
พวกเขาอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอันดับที่สอง เหยียนชือ และอันดับ
แรก เฟิงเฉิน
*??=เหยียนชือ *??=เฟิงเฉิน
“เฟิงเฉิน? ช่างเป็นชื่อที่ค่อนข้างภาคภูมิใจ” เฟิงเฉิน ยังหมายถึง
ผนึกศักดิ์สิทธิ์ อีกด้วย เมื่อหลินหมิงเข้ามาที่หอคอยแยกนภา เขาใช้เวลา
ส่วนใหญ่ในการปิดด่านฝึกตน เขายังไม่รู้ชื่อของปีศาจสวรรค์เจ็ดดาวอีก
หลายคน เขารู้เฉพาะ ต้ากู่ เสวียนจีและโหมวเฮอ
*??=โหมวเฮอ
“เฟิงเฉินเป็นเฟย์ เขามีการรับรู้และความสามารถในการเข้าใจกฎ
ของเขาอาจเรียกได้ว่าน่าหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง สำหรับชั้นที่สามของ
หอคอยแยกนภา มีพื้นที่ฝึกฝนบางส่วนซึ่งถ้าการรับรู้ของเจ้าดีพอแล้ว –
ก็จะสามารถบ่มเพาะได้ในขอบเขตที่น่าสะพรึงกลัว!”
“โอ้? มันสถานที่ฝึกฝนแบบใดกัน?” หลินหมิงกล่าวถามด้วยความ
สนใจเป็นอย่างยิ่ง
ในหอคอยแยกนภามีข่าวลือแพร่กระจายไปทั่วที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่
ฝึกฝนบนชั้นสี่หรือแม้แต่ชั้นที่ห้า อย่างไรก็ตาม มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่ามีสิ่ง
ใดบ้าง