Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 596 ดัชนีดุจดั่งหอก
หลังจากคำกล่าวของโหมวเฮอ ไคเหยียงก็หายจากอาการตกตะลึง
แม้ว่าพรสวรรค์ของของหลินหมิงจะสูงส่ง แต่ก็ไม่เพียงพอที่เขาจะต้อง
กลัว
สำหรับการพัฒนาของนักสู้ที่เข้าไปในกรงราชันย่อมห่างไกลจากผู้ที่
เข้าไปในเส้นทางแห่งจักรพรรดิ
หลินหมิงได้เติบโตขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัยภายในกรงราชัน แต่พวกเขา
ไม่ได้เล่นไปวันๆเช่นกัน พวกเขาได้เข้าสู่เส้นทางแห่งจักรพรรดิในช่วง
หลายเดือนที่ผ่านมา!
พวกเขามีระดับพื้นที่การฝึกฝนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง พวกเขาจึง
ไม่ควรจะเลวร้ายไปยิ่งกว่าหลินหมิง!
“ดี! ก่อนที่การต่อสู้กับเฟิงเฉิน ข้าจะต่อสู้กับหลินหมิงเพื่อเป็นการอุ่น
เครื่อง ฮ่าฮ่า!’ เหยียนชือเลียริมฝีปาก ดวงตาของเขาสว่างจ้า เขาก็กำลัง
คิดเกี่ยวกับการต่อสู้กับหลินหมิง
เหยียนชือมีความเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นของเขาอย่างยิ่ง
อย่างน้อย พวกเขาก็แข็งแกร่งกว่าหลินหมิงก่อนเข้าไปในกรงราชัน ไม่ว่า
จะเป็นเขาหรือโหมวเฮอ ทั้งสองคนก็ติดอันดับ 3 อันดับแรกของปีศาจ
สวรรค์เจ็ดดาว
เมื่อหลินหมิงฆ่าหงจงได้อย่างง่ายดาย จากนั้นก็ฆ่าเยียนฮูและบังคับ
ให้หมิงซุนยอมรับความพ่ายแพ้ การประเมินความแข็งแกร่งของหลินหมิ
งจึงได้ถูกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนถึง 10 อันดับแรกของชั้นสาม
การประเมินผลนี้ได้คำถึงความแข็งแกร่งที่ซ่อนอยู่ของหลินหมิงด้วย
แล้ว
ฆ่าหงจงและเยียนฮูได้อย่างง่ายดายเป็นสิ่งที่แม้แต่ไคเหยียงก็ไม่
สามารถทำได้โดยไม่ต้องเปิดเผยความแข็งแกร่งแท้ของเขา
ในหอคอยแยกนภา ความแตกต่างระหว่างความแข็งแกร่งระหว่าง
ปีศาจสวรรค์เจ็ดดาวและนักสู้การต่อสู้อื่นๆมากมายอย่างยิ่ง
เมื่อนึกถึงสิ่งเหล่านี้ จิตใจไคเหยียงก็สะท้านด้วยความดีใจ ตอนนี้
หลินหมิงได้กลับมา มีทั้งชื่อเสียงและพลัง ถ้าเขาสามารถเอาชนะหลินห
มิงในเวลานี้ได้ เขาก็จะสามารถสร้างชื่อเสียงให้ตนเองอย่างมหาศาล เขา
สามารถได้รับความสนใจและความนับถือจากผู้ปกครองชั้นสูงทั้ง 12 และ
แม้กระทั่งแหล่งทรัพยากรที่เพิ่มขึ้น!
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หลินหมิงอยู่ในกรงราชันเป็นเวลาเกือบ 4 เดือน นั่น
หมายความว่าเขามีการประลองค้างอยู่ 2 นัด!
ไคเหยียงได้ตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ หลินหมิงเพิ่งออกมาจากกรงราชันและ
ทำลายสถิติใน 10,000 ปีที่ผ่านมา เขาย่อมเต็มไปด้วยความมั่นใจใน
ขณะนี้ แต่หลินหมิงไม่ทราบว่าเขาได้เข้าสู่เส้นทางแห่งจักรพรรดิและ
ความแข็งแกร่งของตัวเองก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก ถ้าเขาสามารถสู้กับหมิงหมิง
และจัดการเขาได้ เหยียบย้ำผู้มีพรสวรรค์ชั้นยอดในรอบ 10,000 ปีได้
แล้ว มันย่อมจะทำให้ความคิดของเขาราบรื่นและมีความสุขอย่างที่สุด
……………………………
ที่ชั้นสามของหอคอยแยกนภา ภัตตาคารเดือนมืด
หลินหมิงนั่งอยู่ในห้องโถงเปิดโล่ง เขาได้สั่งเนื้อสัตว์อสูรดุร้ายระดับ
ปลานึ่งชั้นเลิศ และไวน์อายุหนึ่งพันปี
เนื้อสัตว์หนึ่งชิ้น ไวน์หนึ่งแก้ว เขากินมันทั้งหมดอย่างรวดเร็ว
ในช่วง 108 วันของเขาภายในกรงราชัน หลินหมิงไม่ได้กินอะไร
นอกจากเนื้อสัตว์แห้งและโอสถอดอาหาร แม้ว่ามันจะสามารถเติมเต็ม
กระเพาะของเขาได้ แต่ก็ไร้รสชาติอย่างยิ่ง
ด้านนอกภัตตาคารเดือนมืด ที่ถนนเต็มไปด้วยผู้คน ผู้คนจำนวนมาก
ไม่เชื่อว่าหลินหมิงได้ออกมาอย่างมีชีวิตและอยากเห็นเขาด้วยสายตาของ
ตัวเอง
เมื่อพวกเขาได้เห็นหลินหมิงนั่งอยู่ในภัตตาคารอย่างสงบเขา ซึ่งได้
เปลี่ยนชุดสีตัวฟ้าใหม่แล้ว เขาก็ดูเหมือนนักวิชาการที่เก่งกาจและสง่างาม
อย่างไรก็ตาม มันมีสนามพลังงานแปลกๆซึ่งเปล่งออกมาจากทั่งร่าง
ของเขา ได้เตือนทุกคนที่นี่ว่าเขาเป็นตัวตนที่ทรงพลังและหวาดกลัว
เพียงใด
“ออร่านี่มัน… ” นักสู้ชั้นยอด 50 คนของชั้นสามมองไปยังหลินหมิง
ด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง เห็นได้ชัดว่าหลินหมิงได้ยับยั้งปราณแท้ทั้งหมดไว้
ภายในร่าง แต่เขาแผ่คงส่งออร่ามหาศาลเช่นนี้ออกมาได้ ไม่ว่าจะโดย
เจตนาหรือไม่ มันก็ยังน่าตกตะลึงอย่างยิ่งอยู่ดี! ขณะที่หลินมินนั่งอยู่ที่นั่น
เขาก็เหมือนดั่งหอกศักดิ์สิทธิ์ที่ไร้เปรียบ!
“ออร่านี้มาจากที่ใดกัน?”
ออร่าของนักสู้เป็นสิ่งที่ดูราวกับว่าเป็นภาพมายา แต่จริงแล้วๆมันมี
อยู่จริง ในความเป็นจริง ออร่านี้เรียกว่าสนามพลัง
พลังงานต้นกำเนิดของสวรรค์และปฐพีเป็นพลังงานชนิดหนึ่ง เมื่อมัน
ถูกรวบรวมก็จะใช้สร้างเป็นสนามพลังได้
เมื่อนักสู้ต่อสู้ปกติต่อสู้ ทั่วร่างของพวกเขาจะปะทุกับปราณแท้และ
ออร่าออกมาในขณะเดียวกัน แต่เห้นได้ชัดว่าปราณแท้ของหลินหมิงได้ถูก
ยับยั้งเอาไว้อยู่ แต่ออร่าที่เขาแผ่ออกมายังมีประสิทธิภาพถึงเพียงนี้ได้
มันคืออะไรกัน?
นักสู้ชั้นยอดของชั้นสามมีสายตาที่โดดเด่น พวกเขาจึงได้ค้นพบ
ปรากฏการณ์นี้ที่เกิดขึ้นกับหลินหมิง ทำให้พวกเขาตกตะลึง
“หลินหมิงต้องเติบโตขึ้นมากในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมานี้!”
“เขาสมควรได้รับการเรียกขานว่าเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์มากกว่าแปด
วิบัติจักรพรรดิสงคราม…”
“น่าหวาดกลัวยิ่งนัก! ข้ากลัวว่าแม้กระทั่งปีศาจสวรรค์เจ็ดดาวระดับ
ต่ำก็ยังไม่อาจเป็นคู่มือของเขาอีกต่อไป!”
นักสู้โดยรอบที่กำลังคุยกันอยู่ คนเหล่านี้ต่างเคยกลว่าถึงความตาย
ของหลินหมิงเป็นเรื่องตลก ต่างก็ไม่กล้ากล่าวถึงเรื่องนั้นอีก
เดิมที พวกเขาได้ให้รับรองอย่างหนักแน่นกับทุกคนว่าหลินหมิง
เสียชีวิตอย่างแน่นอนหลังจากผ่านไป 80 วัน แต่ในตอนนี้ 108 วันต่อมา
หลินหมิงได้ออกมาอย่างเรียบง่ายและปลอดภัย นี่ย่อมเป็นการตบหน้า
นักสู้เหล่านี้ทั้งหมด
ในขณะนี้ นักสู้ปีศาจยักษ์หัวเสียและได้กล่าวว่า “หลินหมิงเป็นสัตว์
ประหลาดก็จริง แต่ก็จะมากเกินไปยังจะกล่าวว่าเขาสามารถเอาชนะหนึ่ง
ในปีศาจสวรรค์เจ็ดดาวได้ ความแข็งแกร่งของปีศาจสวรรค์เจ็ดดาวสูงกว่า
ของนักสู้คนอื่นๆอย่างมากในชั้นสาม และข้าได้ยินมาว่าเหยียนชือและ
พวกเขาก็ได้เข้าสู่เส้นทางแห่งจักรพรรดิแล้วด้วย หลังจากที่พวกเขา
ออกมา ความแข็งแกร่งของพวกเขาคงจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก! ข้าคิดว่า
แม้กระทั่งเฟิงเฉินก็อาจจะไม่มิใช่คู่มือของเหยียนชือ!
เมื่อผู้ยึงไปถึงสุดขอบของเส้นทางแห่งจักรพรรดิแล้ว พวกเขาจะ
กลายเป็นผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิ
นี่ไม่ใช่เรื่องที่พูดเกินจริง
แน่นอนว่า ยังไม่มีใครที่ไปถึงจุดสิ้นสุดของมันได้ ถึงกระนั้นก็ตาม
กรงราชันก็ยังห่างไกลที่จะเทียบกับเส้นทางแห่งจักรพรรดิ
ขณะที่ชื่อของเหยียนชือถูกกล่าวขึ้นมา นักสู้โดยรอบต่างรู้สึก
หวาดกลัวในทันที เหยียนชือนั้นมีชื่อเสียงอย่างยิ่ง เขาเพียงด้อยกว่าเฟิง
เฉินเท่านั้น นอกจากนี้ เหยียนชือยังได้ให้สัตย์สาบานต่อหอคอยแยกนภา
ด้วยเหตุนี้เขาจึงได้รับทรัพยากรที่มากกว่าเฟิงเฉิน
ขณะนี้เอง ก็ได้มีเสียงฝีเท้าพรวดพราดเข้ามา กลุ่มของนักสู้ติดอาวุธ
ได้รีบวิ่งไปทางด้านหน้าของภัตตาคารและผลักดันฝูงชนออกไป นักสู้
เหล่านี้มีชุดเกราะแบบเดียวกันทั้งหมด และพวกเขาทั้งหมดมี
ตราสัญลักาณ์หอคอยเล็กๆปักเหนือหน้าอกด้านขวา
“หน่วยล่าสังหารหรือ?”
เมื่อเห็นหน่วยล่าสังหารปรากฏ เหล่านักสู้ต่างสับสนว่าเกิดอะไรขึ้น
สมาชิกของหน่วยล่าสังหารแห่งหอคอยแยกนภาไม่ใช่คนที่มี
พรสวรรค์มากเมื่อเทียบกับผู้ท้าชิงชั้นสาม แต่ถึงแม้ว่าพรสวรรค์ของพวก
เขาจะธรรมดา แต่ทุกคนก็ล้วนมีอายุและมากประสบการณ์ ดังนั้น ความ
แข็งแกร่งที่แท้จริงของสมาชิกแต่ละคนจึงเท่ากับนักสู้ของชั้นสาม
หลินหมิงยังคงดื่มไวน์ต่อไป
“เจ้าคือหลินหมิง!”
หัวหน้าของหน่วยล่าสังหารจ้องเขม็งไปยังหลินหมิง แสงเย็นชาสาด
ประกายอยู่ในดวงตาของเขา “ที่ทางเข้ากรงราชันในบริเวณพื้นที่ฝึกฝน
พิเศษ หลังจากที่เจ้าออกมา ว่านฉู่ หลินเฟิงและอีกสองคนได้หายตัวไป
นอกจากนี้ ปรมาจารย์ซัวเกอเป็นศพที่มีรูเจาะทะลุระหว่างคิ้วของเขา ทั้ง
5 คนนั้นถูกเจ้าฆ่าใช่หรือไม่?”
หลินหมิงหยิบถ้วยไวน์และลุกขึ้นยืน เขากล่าวอย่างไม่ใส่ใจว่า
“ถูกต้องแล้ว”
เขาไม่ได้วางแผนที่จะปกปิดเรื่องนี้ไว้และไม่สนใจที่จะทำเลย
“ดี! เจ้าต่อสู้อย่างเปิดเผยในเขตห้ามต่อสู้ ดูเหมือนเจ้าไม่คิดถึงเรื่อง
ความตายหรืออันตรายใดๆเลยจาดการกระทำนั้น! พี่น้องข้า ทำให้เขา
พิการจนไม่อาจเป็นนักสู้ได้อีกและนำตัวเขามา! เราจะนำตัวเขาไปให้
ผู้ปกครองตัดสิน!”
หัวหน้าหน่วยล่าสังหารตะโกนออกมาและในไม่ช้านักสู้หลายคนก็
เริ่มก้าวไปข้างหน้า!
หลินหมิงใช้ดัชนีของตนเป็นดั่งหอกและกวาดมันออกไป
ในวินาทีต่อมา หอกแสงเจิดจ้าไปทั่งห้องโถงทั้งหมด
ปังงงง!
ประตูและหน้าต่างไม้ของภัตตาคารบินกระเด็นออกไปและทุก
ชิ้นส่วนของเฟอร์นิเจอร์ข้างหน้าหลินหมิงก็ระเบิดออกเป็นชิ้นๆ คลื่น
ความกดอากาศที่น่าสะพรึงกลัวนี้ทำให้นักสู้ทุกคนต้องก้าวถอยหลัง ส่วน
หน่วยล่าสังหารที่ถูกกวาดด้วยหอกแสงนั้น พวกเขาก็ได้สำลักโลหิตคำโต
ออกมาขณะที่ร่างชของพวกเขาลอยกระเด็นถอยหลังออกไป
ทันใดนั้น พื้นที่ทั้งหมดก็กลายเป็นเงียบกริบ
หลินหมิงนั่นบ้า! เขากล้าที่จะโจมตีหน่วยล่าสังหาร!?!?