Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 603 จิตวิญญาณต่อสู้
เผชิญหน้ากับเหยียนชือบนเวที หลินหมิงเริ่มเกิดความรู้สึกแปลกๆ
ขึ้นภายในตัวเขา ฝ่ายตรงข้ามของเขาเพียงยืนอยู่ตรงนั่น แต่ดูเหมือนว่า
จะแผ่บรรยากาศแปลกๆที่มองไม่เห็นออกมา บรรยากาศนี้แตกต่างจาก
ออร่าสนามพลังของนักสู้ ออร่าที่นักสู้สามารถส่งออกมานั้นสามารถ
กดดันฝ่ายตรงข้ามโดยตรงได้ ถ้ามีความแตกต่างกันมากเกินไป มันก็ไม่ใช่
เรื่องแปลกที่ออร่านั้นจะทำให้ฝ่ายตกข้ามกระอักโลหิตออกมาหรือแม้แต่
ฆ่าพวกเขาได้เช่นกัน
แต่บรรยากาศรอบตัวเหยียนชือนี้ยากจะอธิบาย เห็นได้ชัดว่าไม่มี
พลังเบื้องหลัง แต่ก็ยังทำให้หัวใจสั่นสะท้านได้
“การโจมตีด้วยพลังจิตวิญญาณดูเหมือนจะไร้ผลกับเจ้า… ” เหยียนชื
อยิ้มอย่างชั่วร้ายขณะที่ค่อยๆ ลูปกระบี่และกล่าวว่า “มันก็แค่… ความ
แข็งแกร่งที่มาจากเจตจำนงไม่จำกัดอยู่เพียงที่เรียบง่ายเช่นการโจมตีด้วย
พลังจิตวิญญาณ! รับกระบี่ของข้าซะ!”
ขณะที่เหยียนชือกล่าว ทันใดนั้นร่างกายของเขาก็เคลื่อนไหว ร่าง
เล็กของเขาเริ่มเบาบางลงและว่องไวอย่างยิ่ง เหลือไว้เพียงภาติดตา
เบื้องหลังขณะที่เขาเคลื่อนไหวไปรอบๆ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่คนอื่นจะรู้
ได้ว่าร่างจริงของเขาอยู่ตรงไหน
ฟู้วว ฟู้วว ฟู้วว!
ขณะที่เหยียนชือเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว กระบี่ของเขาก็กลายเป็น
ภาพติดตาบนเวทีเช่นกัน เมื่อความเร็วของผู้หนึ่งถึงจุดสูงสุด มันก็จะไม่
แปลกที่กระบี่แสงจะกลายเป็นภาพติดตา แต่สิ่งที่แปลกก็คือหลังจากที่
กระบี่มายาของเหยียนชือปรากฏ พวกมันก็ไม่ได้หายไปจนเหลือเพียง
กระบี่จริง กลับกัน พวกมันยังคงกลายเป็นกระบี่แสงที่สมบูรณ์
มากขึ้นและมากขึ้น กระบี่แสงเริ่มปรากฏขึ้นอยู่ทุกหนทุกแห่งใน
อากาศและกลายเป็นตาข่ายแสง การใช้กระบี่แสงเพื่อสร้างตาข่ายแสง
เป็นสิ่งที่นักสู้หลายคนสามารถทำได้ แต่กระบี่แสงของเหยียนชือแตกต่าง
จากของนักสู้ทั่วไป บนกระบี่แสงเหล่านี้ลุกเป็นเปลวเพลิงสีเทาอ่อนและ
เบาบาง เปลวเพลิงเหล่านี้ไม่ได้เผาไหม้ แต่มันให้ความรู้สึกเย็นยะเยือก
เป็นอย่างยิ่ง เป็นความหนาวเย็นที่มาจากส่วนลึกในจิตวิญญาณ
“ช่างเป็นทักษะที่ประหลาดและเฉียบคม กระบี่แสงเหล่านี้ราวกับว่า
ได้เสียบมายังหัวใจของข้า เพียงแค่มองไปที่พวกมันทำให้ข้ารู้สึกสะท้าน
ด้วยความกลัวได้ มันเป็นไปได้อย่างไร?”
ไม่ว่าพลังของกระบี่จะมีมากเพียงไรก็ตาม มันก็ไม่สำคัญถ้ามันไม่
อาจโจมตีโดน แต่ปัจจุบัน ทักษะกระบี่ของเหยียนชือให้ความรู้สึกของ
ภาพมายาที่เสมือนโดนเสียบจริง
“ทั่วทั้งเวทีถูกปกคลุมด้วยกระบี่แสงเหล่านี้ ทุกมุมเดียวได้รับการ
ครอบคลุมเอาไว้จนหมด ถ้าข้าต้องเผชิญกับทักษะเช่นนี้ข้าก็คงจะพ่ายแพ้
ในทันที!”
ในขณะที่นักสู้ในกลุ่มผู้ชมเริ่มกล่าวถึงเรื่องนี้อย่างจริงจัง ในส่วนที่นั่ง
แขกพิเศษ เฟิงเฉินได้เฝ้าดูอย่างเงียบๆ ดวงตาของเขาสาดประกายขณะที่
เขาสังเกตเห็นเปลวเพลิงสีเทาอ่อนบนกระบี่แสงของเหยียนชือ
เหยียนชือ… เขาได้มาถึงขั้นนี้แล้วเช่นนั้นหรือ?
“หมื่นศรทะลวงหัวใจ!”
วูซ!
ทุกๆกระบี่แสงล้อมทรงกลมใหญ่ในอากาศรอบๆหลินหมิงและพุ่ง
ตรงมายังเขา!
เมื่อเปลวเพลิงสีเทาอ่อนเริ่มเผาไหม้ มันก็เหมือนกับแสงดวง
วิญญาณ
ณ ช่วงเวลานี้ ด้วยเผชิญหน้ากระบี่แสงนับไม่ถ้วน จิตใจของหมิงหมิง
ก็ยังคงสงบเช่นน้ำในทะเลสาบเ
ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม!
พลังจากมิติแห่งมิติของหลินหมิงได้รับการปรับปรุงขึ้น ก้าวย่างวิหค
ทองคำถลาลมของเขาจึงได้สำเร็จสูงสุดในขั้นสอง ในตอนนี้ เพียงแค่ก้าว
เดียวของเขา มันดูราวกับว่าเขาสามารถหลบหนีเข้าสู่ความว่างเปล่าได้
ด้วยพลังของมิติบิดเบือนอยู่ใต้ฝ่าเท้าหลินหมิง การเคลื่อนไหวของเขาจึง
หลีกเลี่ยงการโจมตีจากกระบี่แสงในมุมที่น่าทึ่งได้
เปล้ง เปล้ง เปล้ง!
กระบี่แสงพุ่งปะทะกับพื้นดินที่เป็นโลหะราวกับพายุฝน กระบี่แสง
นับร้อยนับพันเข้าปะทะพร้อมๆกันอย่างน่าตกตะลึง ทำให้พื้นของโลหะร
ที่สนับสนุนด้วยรูปแบบค่ายกลระเบิดจนฉีกมันเปิดออก
แต่ในเวลานี้ ไม่มีใครให้ความสำคัญกับผลกระทบจากการระเบิดของ
กระบี่แสงเหล่านี้ วิสัยทัศน์ของพวกเขาจับจ้องไปยังหลินหมิงและเห
ยียนชืออย่างไม่กระพริบตา!
เมื่อหลินหมิงหลบกระบี่แสงทั้งหมดได้ เหยียนชือก็ได้ปรากฏตัวต่อ
หน้าเขา!
ความรู้สึกนี้ มันเป็นเหมือนเหยียนชือได้ยืนรอคอยที่จะโจมตีอยู่ที่นี่
แล้ว!
“เขาคำนวณทิศทางที่หลินหมิงจะหลบหนีไปได้เช่นนั้นหรือ?”
“เหยียนชือไม่ได้อยู่เฉยๆเมื่อหลินหมิงต่อสู้กับโหมวเฮอและไคเหยียง
เขาได้คิดเกี่ยวกับกลยุทธ์เอาไว้รอด้วย! ดูเหมือนว่าเขาเกรงกลัววิถีแห่งมิติ
ที่แปลกประหลาดของหลินหมิง”
“ย่างก้าวของหลินหมิงนั้นเป็นไปอย่างรวดเร็วและไม่สามารถเข้าใจ
ได้ราวกับภูตผี แต่เหยียนชือก็ได้เตรียมพร้อมสำหรับเรื่องนี้ไว้แล้ว มัน
ยากที่จะบอกว่าได้ว่าผู้ใดจะเป็นฝ่ายชนะในการต่อสู้ครั้งนี้!”
เหยียนชือได้มารอที่ตำแหน่งนั่นล่วงหน้า เขาได้คำนวณทุกย่างก้าว
และการโจมตีเพื่อให้บรรลุจุดนี้ ทุกอย่างเพื่อให้เขาสามารถโจมตีครั้งนี้ได้
กระบี่เฉือนวิญญาณ!
เหยียนชือคำรามและเปลวเพลิงสีเทาปะทุขึ้นบนกระบี่สีดำของเขา
เปลวเพลิงสีเทาเหล่านี้ถูกเผาผลาญรุนแรงอย่างน้อยสิบเท่ากว่าแต่ก่อน!
“ตายซะ!
กระบี่ฟังลงไปและปราณปีศาจเองก็ปะทุขึ้น การโจมตีครั้งนี้ดูเหมือน
จะสามารถตัดภูเขาได้
‘เช่นนั้นนี่ก็เป็นแผนของเจ้า… ช่างน่าเสียดาย พลังการโจมตีมันยังไม่
พอ ในการเผชิญหน้ากับความแข็งแกร่งที่ท่วมท้น การคำนวณของเจ้า
ล้วนไร้ประโยชน์’
หลินหมิงครุนคิดเล็กน้อย ระหว่างคิ้วของเขา โลหิตฟีนิกซ์โบราณถูก
เผาผลาญและลุกโชนขึ้น บนปลายหอกแห่งดาวหางม่วง สายฟ้าและเพลิง
เริ่มผสานเข้าด้วยกัน!
สายรุ้งทะลวงสวรรค์!
เจตจำนงและศักยภาพทั้งหมดของเขาถูกเทลงในหอก นี่เป็น
ผสมผสานกันของวิถีแห่งเพลิงและสายฟ้า นี่เป็นกระบวนท่าสังหารที่
หลินหมิงได้สร้างขึ้นเพื่อที่แทนที่เพลิงสายฟ้าแห่งการทำลายล้าง!
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาใช้ท่านี้ในที่สาธารณะ
ปังงงง!!
หอกแสงที่มีสายฟ้าและเพลิงพุ่งปะทะกับเปลวเพลิงสีเทา คลื่นความ
กดดันที่น่าสะพรึงกลัวปะทุขึ้น ส่งผลกระทบต่อเวทีอย่างสมบูรณ์ การ
กระแทกพื้นโลหจนะลอยออกจากศูนย์กลางของการปะทะกันราวกับ
กระแสน้ำคลั่งในมหาสมุทรที่ทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง
ส่วนนี้ของเวทีได้ถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง!
นักสู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงภายใต้แรงระเบิดที่น่าสะพรึงกลัว ต่าง
ถูกคลื่นกระแทกผลักออกไป
“น่าหวาดกลัวยิ่งนัก ด้วยระดับของการโจมตีนี้ ถ้าเราถูกตกอยู่ในผล
พลังของมันแม้เพียงนิดเดียวแล้ว ข้าก็กลัวว่าเราจะต้องได้รับบาดเจ็บ
อย่างรุนแรงเป็นแน่!”
“หลังจากที่เหยียนชือเข้าสู่เส้นทางแห่งจักพรรดิแล้ว มันเป็นความ
จริงที่ความแข็งแกร่งของเขาได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก การโจมตีด้วยกระบี่เมื่อ
ครู่รู้สึกราวกับว่ามันจะสามารถผ่าหัวใจข้าขาดครึ่งได้ แต่สิ่งที่น่าสพรึง
กลัวมากยิ่งกว่าคือ หลินหมิงได้เข้าไปในกรงราชัน แต่กลับเพิ่มความ
แข็งแกร่งได้เกินกว่าเหยียนชือ!
“พรสวรรค์เช่นนี้อยู่เกินกว่าจินตนาการของพวกเราไปแล้ว”
เหยียนชือลอยกระเด็นไปออกข้างหลัง ปักกระบี่ของเขาลงไปบนพื้น
จนเกิดรอยครูดเป็นทางยาวของสะเก็ดไฟขณะที่เขาชะลอตัวเอง! แม้ว่า
เขาจะชะลอตัวลงได้ แต่เขาก็ไถลไกลออกไปนับร้อยก้าว เขาคุกเข่า โลหิต
ปั่นป่วนภายในร่าง
ส่วนหลินหมิง เขาใช้เวลาเพียงไม่กี่ก้าวก่อนที่จะหยุดไถลลงได้
“เขาป้องกันมันได้หรือ?”
หลินหมิงรู้สึกประหลาดใจ ความสามารถในสายรุ้งทะลวงสวรรค์ได้
ไกลเกินกว่าสุริยันล่าสังหารหลายเท่า เมื่อครู่เขาได้ใช้สายรุ้งทะลวง
สวรรค์ในระยะใกล้ แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้เหยียนชือบาดเจ็บสาหัสได้
เมื่อการโจมตีของพวกเขาปะทะกัน หลินหมิงได้รู้สึกอย่างชัดเจนถึง
บรรยากาศที่แปลกประหลาดและกระตือรือร้นที่ตัดผ่านวิถีของเพลิง
สายฟ้า ออกทำให้พลังแห่งการโจมตีลดลงอย่างมาก
บรรยากาศที่คมและรุนแรงนั้นคืออะไรกัน?
ในขณะที่หลินหมิงรู้สึกประหลาดใจ เหยียนชือยิ่งคลั่งไปด้วยความ
ตื่นตระหนก!
เหยียนชือไม่เคยคิดเลยว่ากระบวนท่าสังหารของเขาที่ใช้พลังเต็มที่
จะถูกป้องกันโดยหลินหมิงได้อย่างง่ายดาย!
มันเป็นไปได้อย่างไร!?
เหยียนชือรู้สึกหนาวเหน็บแล่นผ่านหัวใจของเขา
ในพื้นที่ของแขกพิเศษ สีหน้าของเฟิงเฉินกลายเป็นเคร่งขรึมอย่างยิ่ง
“มันเป็นความจริงที่ว่า… เปลวเพลิงสีเทาเป็นจิตวิญญาณต่อสู้ ข้าไม่คิด
เลยว่าเหยียนชือจะมีจิตวิญญาณต่อสู้แล้ว แม้ว่าจะไม่ใช่ของเขา แต่ก็ยังมี
มัน ในจุดนี้เพียงอย่างเดียว เขาได้เหนือกว่าข้าไปแล้ว…
จากที่เหยียนชือเคยกล่าวไว้ว่า ‘พลังที่มาจากเจตจำนงของตัวเอง
ไม่ได้มีเพียงแค่การโจมตีด้วยพลังจิตวิญญาณเท่านั้น’ เจตจำนงจะมีพลังที่
สามารถใช้ได้ในรูปแบบอื่นอีกๆ
เมื่อความแข็งแกร่งของเจตจำนงผู้นึงสามารถไปถึงระดับหนึ่งแล้ว
มันก็จะสามารถกลายเป็นการโจมตีทางกายภาพได้
นี่คือรูปแบบของ ‘จิตวิญญาณต่อสู้’
เหตุผลที่บางสิ่งเช่นเจตจำนงแห่งจักรพรรดิจะถูกทิ้งไว้ในเส้นทาง
แห่งของจักรพรรดิก็คือบรรดาจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่ที่ครั้งนึงเคยสร้าง
รูปแบบจิตวิญญาณของตัวเองขึ้นมาได้ก่อนที่จะตกตายไป หลังจากไม่
กระจายออกไปที่ใดเป็นเวลานับหมื่นปี จิตวิญญาณต่อสู้เหล่านี้จึงได้
ควบแน่นกันภายในเส้นทางแห่งจักรพรรดิ ถูกเอามาและกลั่นโดยคนรุ่น
ต่อๆ ซึ่งมันได้กลายเป็นเจตจำนงแห่งจักรพรรดิ
จิตวิญญาณต่อสู้คือโฉมหน้าที่แท้จริงของเจตจำนงแห่งจักรพรรดิ
นั่นเอง!
จิตวิญญาณต่อสู้และเจตจำนงแห่งนักสู้ ทั้งสองต่างเป็นตัวช่วยที่ยอด
เยี่ยมในวิถีแห่งนักสู้ มันก็เพียงแค่ว่าจิตวิญญาณต่อสู้มีข้อกำหนดที่
มากกว่าเจตจำนงแห่งนักสู้เท่านั้น
เฟิงเฉินต้องยอมรับในด้านความเข้าใจในจิตวิญญาณและเจตจำนง
ซึ่งอิมป์ความได้เปรียบโดยธรรมชาติ
นี่เป็นเหตุผลที่โหมวเฮอไม่สามารถเข้าใจเจตจำนงจักรพรรดิได้ และ
กลับกันมันถูกเข้าใจได้โดยไคเหยียง มันเพียงแค่ว่าพรสวรรค์ของไคเหยี
ยงมีจำกัด ดังนั้นเขาจึงสามารถใช้เจตจำแห่งจักรพรรดิเป็นเพียงแค่อาวุธ
ในการโจมตีด้วยพลังจิตวิญญาณ ซึ่งมันไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิงกับใคร
บางคนเช่นหลินหมิง
อย่างไรก็ตาม เหยียนชือสามารถหลอมรวมเจตจำนงแห่งจักรพรรดิ
เข้ากับการโจมตีของตัวเอง และฟื้นคืนสู่รูปแบบที่แท้จริงของมันในฐานะ
ที่เป็นจิตวิญญาณต่อสู้ จิตวิญญาณต่อสู้ของไคเหยียงไม่ใช่ของเขาเอง มัน
เป็นเพียงจิตวิญญาณต่อสู้ของจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่บางคนที่เขาเอาได้ และ
เป็นเพียงแค่ส่วนน้อยเท่านั้น แต่แม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม มันก็มีพลังเหนือ
ธรรมชาติอย่างไม่น่าเชื่อ!
จิตวิญญาณต่อสู้สามารถผสานเข้าสิ่งใดก็ได้ ทำให้กลายเป็นอาวุธที่
แหลมคมและเฉียบคมขึ้น
ตัวอย่างเช่น ถ้าจิตวิญญาณต่อสู้ถูกผสานกับกับใบร่วงแล้ว เช่นนั้น
ใบไม้เดิมทีที่บอบบางนั้นก็จะสามารถคมจนตัดอาวุธสมบัติได้ ยิ่งจิต
วิญญาณต่อสู้แข็งแกร่งเพียงใด ใบไม้นั้นก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น
ถ้าจิตวิญญาณต่อสู้ถูกผสานเข้ากับอากาศ อากาศนี้ก็จะกลายเป็น
ใบมีดแห่งสายลมที่ไม่สามารถมองเห็นที่สามารถฆ่าคนได้
จิตวิญญาณต่อสู้สามารถผสานอยู่กับออร่าของนักสู้ที่ปล่อยออกมา
เมื่อออร่านี้หลอมรวมกับจิตวิญญาณต่อสู้ เช่นนั้นพลังของออร่าก็จะ
เพิ่มขึ้นอย่างมาก นักสู้อาจไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย ด้วยเพียงจิต
วิญญาณต่อสู้ ก็สามารถฆ่าฝ่ายตรงข้ามได้ทันที!
ตัวอย่างเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นว่าจิตวิญญาณต่อสู้แข็งแกร่งไร แต่
เพื่อที่จะใช้ใบไม้ร่วงหรืออากาศที่จะฆ่าผู้อื่นนั้น ผู้นึงจะต้องมีระดับการ
บ่มเพาะที่สูงอย่างยิ่ง
ในสถานการณ์ที่ความแตกต่างในระดับการบ่มเพาะไม่มากจนเกินไป
เช่นนั้นการใช้จิตวิญญาณต่อสู้ส่วนใหญ่มักถูกใช่ผสานกับสมบัติและ
ทักษะวิชา
กระบี่ของเหยียนชือเดิมทีเป็นสมบัติระดับปฐพีขั้นสูง แต่หลังจาก
การถูกผสานด้วยจิตวิญญาณต่อสู้เข้าไป พลังของมันยากจะจินตนาการได้
นอกจากนี้ เขายังได้ใช้กระบี่เฉือนวิญญาณอีกด้วย ด้วยปัจจัยสาม
ประการนี้ ทำให้เกิดพลังที่ล้นหลาม!
อย่างไรก็ตาม การโจมตีนี้กลับถูกป้องกันโดยหลินหมิง และหลินหมิง
สั่นสะเทือนเพียงเล็กน้อยและถูกกระเด็นออกไปไม่กี่ย่างก้าวเท่านั้นเอง
สำหรับเหยียนชือ เขากระเด็นออกไปหลายร้อยก้าวและได้รับบาดแผล
เล็กน้อยอีกด้วย!
เพียงแค่ชำเลืองก็สามารถมองเห็นถึงความแตกต่างนี้ได้อย่าง
รวดเร็ว!
มันยากที่จะจินตนาการถึงความแข็งแกร่งของหลินหมิงที่เพิ่มขึ้นถึง
ระดับนี้ได้
นี่เป็นครั้งแรกที่เฟิงเฉินเคยรู้สึกกลัวกับคนที่เกิดในยุคเดียวกับเขา
การอาศัยอยู่ในยุคเดียวกับหลินหมิง… นี่อาจเรียกได้ว่าเป็นความเศร้าโศก
ขณะที่นักสู้ทั้งหมดกำลังกล่าวถึงความตื่นเต้น พวกเขาส่วนใหญ่
สนทนาเกี่ยวกับความจริงที่ว่า พื้นที่ส่วนใหญ่เวทีได้ถูกทำลาย และแม้แต่
กับฐานของมันที่เป็นทองหนักซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรูปแบบค่ายกลก็
ยัง คลื่นกระแทกจากการโจมตีก็ยังทำให้ระลอกคลื่นแผ่นดินกระจาย
ออกไป พลังของการโจมตีเหล่านี้เหนือยิ่งกว่าจินตนาการที่พวกเขาได้
คาดเอาไว้อย่างยิ่ง
ในความเป็นจริง พวกเขาได้คาดการผิดจากการเลือกเปลี่ยน
กระบวนท่ากันก่อนหน้านี้ เนื่องจากพวกเขาไม่ได้รู้เกี่ยวกับจิตวิญญาณ
ต่อสู้
จิตวิญญาณต่อสู้คือสิ่งที่มีเพียงผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิหรืออย่าง
น้อยคนที่อยู่ในขั้นทำลายชีวิตระดับสูงอย่างยิ่งเท่านั้นที่จะสามารถสัมผัส
ได้ เป็นขอบเกินที่ไกลเกินไปสำหรับนักสู้ปกติ
การสามารถในการเข้าใจจิตวิญญาณต่อสู้แตกต่างกันไปในแต่ละ
บุคคล บรรดานักสู้ที่มีพรสวรรค์พิเศษในด้านจิตวิญญาณอาจจะสามารถ
เข้าใจจิตวิญญาณต่อสู้ได้อย่างน้อยพวกเขาก็ต้องอยู่ในขั้นทำลายชีวิต
ระดับ 4
ในทางตรงกันข้าม มีบุคคลจำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าใจจิต
วิญญาณต่อสู้ได้แม้กระทั่งหลังจากที่กลายเป็นจักรพรรดิไร้เปรียบแล้วก็
ตามที ตัวอย่างเช่น เผ่าปีศาจยักษ์ มนุษย์หมาป่า และคนยักษ์ แม้จะเป็น
ผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิ แต่เนื่องจากพรสวรรค์ตามธรรมชาติของพวก
เขาในด้านของจิตวิญญาณนั้นความขาดแคลน จึงไม่อาจเข้าใจจิต
วิญญาณต่อสู้ของตัวเองได้
จิตวิญญาณต่อสู้ของเหยียนชือ เรียกได้ว่าเป็นจิตวิญญาณต่อสู้เที่ได้
รับการกลั่นมาจากเจตจำนงแห่งจักรพรรดิเพียงเล็กน้อยที่หลงเหลือ มัน
ไม่ใช่ของเขาเอง ไม่สามารถเจริญเติบโต ไม่สามารถปรับปรุง แต่ถึง
กระนั้นก็ตาม มันก็เป็นสิ่งที่เป็นผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิ พลังของมัน
ย่อมมิต้องสงสัยเมื่อถูกใช้กับผู้ที่อยู่ในขั้นทำลายชีวิตหรือต่ำกว่า
อย่างไรก็ตาม การโจมตีที่คำนวณอย่างรอบคอบนี้ก็ยังไม่สามารถ
ส่งผลกระทบต่อหลินหมิงได้ มันจึงทำให้หัวใจของเหยียนชือสั่นสะท้าน
“เขาป้องกันได้แม้กระทั่งจิตวิญญาณต่อสู้!”
ในตอนนี้เอง หลินหมิงกระชับหอกแห่งดาวหางม่วงและชี้ไปยังเห
ยียนชือ
สีหน้าเหยียนชือจึงกลายเป็นน่าเกลียดอย่างยิ่ง