Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 605 สนามพลังที่เบ่งบานเต็มที่
ลงมาและเล่นด้วยหรือ?
หลินหมิงต้องการที่จะท้าทายผู้ปกครอง!?!?
และกล่าวเช่นนั้นด้วยเสียงที่ดูสบายๆ เห็นได้ชัดว่า เขาไม่ได้เห็น
ผู้ปกครองเฮยอ้านอยู่ในสายตาเลย
นี่มันกล้าบ้าบิ่นเกินไปแล้ว!
นั่นมันหนึ่งใน 12 ผู้ปกครองชั้นสูงเชียวนะ
แม้ว่าพรสวรรค์ของพวกเขาจะด้อยกว่าเฟิงเฉิน และแม้แต่ด้อยกว่า
กระทั่งเหยียนชือก็ตาม อายุของพวกเขาก็สูง บรรดาผู้ปกครองชั้นสูงนั้น
ผู้ที่อ่อนแอที่สุดก็ยังแข็งแกร่งเกินกว่านักสู้ผู้ใดบนชั้นสาม
มีข่าวลือมากมายว่าเฟิงเฉินเปรียบได้กับผู้ปกครองที่อ่อนแอที่สุด แต่
นี่เป็นเพียงการเปรียบเทียบเท่านั้น ในการต่อสู้เป็นตายที่แท้จริง เฟิงเฉิน
จะมีโอกาสพ่ายแพ้มากยิ่งกว่า
ยิ่งไปกว่านั้น เฮยอ้านไม่ใช่แม้แต่ผู้ปกครองที่ผู้อ่อนแอที่สุด เขาเป็น
ผู้ปกครองมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ความแข็งแกร่งของเขาอาจถูกจัดอยู่ใน
อันดับต้นๆของผู้ปกครองชั้นสูงทั้ง 12 ด้วยซ้ำ!
แต่สำหรับหลินหมิง มันเป็นความจริงที่ว่าเขานั้นแข็งแกร่ง แต่เขาก็
เพิ่งต่อสู้มา 3 ครั้งซ้อนและผลาญปราณแท้ไปอย่างมากแล้ว มิใช่ว่าการ
ท้าทายผู้ปกครองเฮยอ้านในเวลานี้ก็เป็นเพียงแค่การรนที่จะตายเท่านั้น
หรอกหรือ?
“หลินหมิงได้ต่อสู้ในศึกต่อเนื่อง และตอนนี้เขายังต้องการที่จะสู้กับ
ผู้ปกครองเฮยอ้าน… เขาบ้าไปแล้วหรือ!?”
“3 การประลอง แม้ว่าบาดแผลของเขาไม่รุนแรง แต่เขาก็คงใช้ปราณ
แท้ไปแล้วอย่างน้อย 40 ถึง 50% เขาต้องการที่จะตายหรืออะไรทำนอง
เช่นนั้นหรือไม่?”
“เจ้าคิดว่าหลินหมิงเป็นคนโง่เขลา? ปีที่ผ่านมาหลินหมิงได้ต่อสู้หลาย
ครั้ง แต่เมื่อไหร่ที่เจ้าเคยเห็นเขาพ่ายแพ้?” บางคนกล่าวด้วยความไม่
พอใจ
“มันเป็นความจริงที่เขายังไม่เคยพ่ายแพ้ แต่ก็ไม่ได้เป็นการพูดเกิน
จริงตามที่เจ้าคิด เฟิงเฉินเองก็ยังไม่แพ้อย่างใด คนที่พ่ายแพ้บนชั้นสาม
คนส่วนใหญ่แล้วก็มักจะต้องตาย! เจ้าคิดว่าเพราะหลินหมิงไม่ได้พ่ายแพ้
ในการต่อสู้เพียงไม่กี่ครั้ง จะทำให้เขาสามารถมีชัยเหนือผู้ปกครองเฮย
อ้านได้เช่นนั้นหรือ?”
หลังจากที่โดนคำถามนี้ นักสู้ที่เพิ่งพูดก็ปิดปากของตนเงียบ ใน
หอคอยแยกนภา สถานะของผู้ปกครองได้รับการฝังรากลึกภายในจิตใต้
สำนึกของทุกคน พวกเขายืนอยู่จุกสูงสุดของหอคอยแยกนภานช่วงหลาย
ปีที่ผ่านมา ควบคุมปริมาณทรัพยากรจำนวนมหาศาลในมือ และ
โดยเฉพาะสถานที่ฝึกฝน มีทั้งเส้นทางแห่งจักรพรรดิ และแม้แต่… กระดูก
เทพปีศาจ!
ในสถานการณ์เช่นนี้ที่พวกเขาครอบครองทรัพยากรทั้งหมด และ
เวลาที่ผ่านไปมากขึ้น ความแข็งแกร่งของพวกเขาก็ย่อมมิสามารถ
จินตนาการได้!
12 ผู้ปกครองชั้นสูงไม่ได้ต่อสู้มาหลายปีแล้ว การท้าทายพวกเขา
หรือ? ไม่มีใครเคยกล้าที่จะทำเช่นนั้น!
ผู้ปกครองเฮยอ้าน มองไปยังหลินหมิงอยู่หลายลมหายใจ เขาไม่คิด
ว่าหลินหมิงจะกล้าท้าทายเขาจริงๆ และเขาพยายามกังวลกับการหา
ข้ออ้างที่จะฆ่าหลินหมิง แต่ตอนนี้กลับส่งตัวเองมาที่ประตูของเขาเช่นนี้
เจ้าเด็กนี่ได้ซ่อนส่วนหนึ่งของความแข็งแกร่งในการต่อสู้ที่ผ่านมา แต่
ปากผู้ปกครองเฮยอ้านเพียงโค้งขึ้นด้วยรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์ เขาไม่สนใจเรื่อง
นี้ ในฐานะผู้ปกครองเขาสามารถใช้ทรัพยากรใดๆก็ได้ในหอคอยแยกนภา
อย่างอิสระ รวมถึงเส้นทางจักรพรรดิ นอกเหนือจากอายุที่เหนือกว่าและ
การบ่มเพาะแล้วยังจะมีวิธีใดที่เขาจะพ่ายแพ้ให้หลินหมิงได้เล่า!
“เจ้าต้องการที่จะท้าทายข้า?”
“ใช่แล้ว หลังจากที่ฆ่าเหยียนชือแล้ว รอยสักปีศาจสวรรค์ของข้ายัง
ไม่สามารถทะลวงไปได้ถึง 10 ปีกได้”
รอยสักปีศาจสวรรค์ของเขาไม่ได้ทะลวงไปถึง 10 ปีกหรือ?
ความหมายของเขาคือ เขาต้องการใช้ผู้ปกครองเฮยอ้านเพื่อช่วยเพิ่ม
รอยสักปีศาจสวรรค์ของเขาเอง?
นักสู้โดยรอบทั้งหมดต่างตกตะลึง
ช่างกล้ายิ่งนัก!
“รอยสักปีศาจสวรรค์? ฮ่าๆๆๆๆ!” ผู้ปกครองเฮยอ้านหัวเราะอย่าง
บ้าคลั่ง “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ช่วยให้ข้าได้ตอบสนองความต้องการของเจ้า!
เมื่อย่างก้าวที่ธรรมดาเขาก็มาถึงเวที ไม่มีใครสามารถแยกแยะการ
เคลื่อนไหวของผู้ปกครองเฮยอ้านได้
หลินหมิงกระชับหอกแห่งดาวหางม่วงชี้ตรงไปยังผู้ปกครองเฮยอ้าน
สีหน้าของเขาสงบ เมื่อเขาต่อสู้กับเหยียนชือและโหมวเฮอ เขาก็ยังคงเก็บ
ซ่อนความแข็งแกร่งของตนอยู่เสมอ และนั่นก็เพื่อการต่อสู้ครั้งนี้นั่นเอง
ในการต่อสู้ครั้งนี้ เขาจะใช้ทุกอย่างที่เขามี!
หากจะพูดอย่างสมเหตุสมผล มันยังห่างไกลเกินไปยังจะท้าทาย
ผู้ปกครองเฮยอ้านในตอนนี้เพราะหลินหมิงไม่ได้เข้าใจถึงขีดจำกัดพลัง
ของตนที่แท้จริง แต่หลินหมิงกฌไม่สามารถห้ามจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้
ที่ลุกโชนขึ้นในหัวใจของเขาได้ เขาต้องการที่จะต่อสู้เพื่อให้ได้เห็นถึงว่า
ความแข็งแกร่งของเขานั้นได้เพิ่มมากขึ้นเท่าไรหลังจากที่ออกมากรงราชัน
ในขณะนี้ บรรยากาศของสังเวียนกลายเป็นเคร่งขรึมอย่างเหลือเชื่อ
ผู้ชมทั้งหมดต่างกลั้นหายใจ มองดูทั้งสองคนนี้บนเวทีอย่างระมัดระวัง
เพื่อไม่ให้พลาดการเคลื่อนไหวแม้เพียงครั้งก้าวเดียว
ในที่นั่งของเขา เฟิงเฉินกำกระบี่ของเขาโดยไม่รู้ตัว ท้าทายผู้ปกครอง
… เขาก็มีความคิดเช่นนี้ แต่นั่นเป็นเพียงสำหรับสองผู้ปกครองคนใหม่ที่
ไม่ได้รับแม้ในตำแหน่งของพวกเขาเป็นทางการแม้จะเป็นเวลาสามปีแล้ว
ก็ตาม สำหรับการจะท้าทายผู้ปกครองเฮยอ้าน เขาไม่ได้กล้าบ้าบิ่นถึง
เพียงนั้น
บนเวทีผู้ปกครองเฮยอ้าน ได้ไขว้แขนทั้งสองไว้ข้างหลังของเขา โดย
ปราศจากอาวุธ เขาเหลือบมองหลินหมิงและกล่าวว่า “ข้าต้องการจะดูว่า
เจ้าสามารถบังคับให้ข้าดึงกระบี่ออกมาได้หรือไม่”
ขณะที่กล่าว ออร่าก็เล็ดลอดออกมาจากร่างของเขา ราวกับเป็นคลื่น
มหาสมุทรคลั่ง โกรธเกรี้ยวอย่างรุนแรง!
“ออร่านี่มัน… ”
“น่าหวาดกลัวยิ่งนัก! ออร่านี้ไม่ได้มุ่งเป้ามายังพวกเรา แต่ข้ารู้สึก
เหมือนกับว่ากำลังติดท่ามกลางพายุในมหาสมุทร แม้จะหายใจก็ยัง
ยากลำบาก!”
“ถ้าข้าถูกปกคลุมไปด้วยออร่านั่น ข้าก็คงจะไม่มีความกล้าที่จะ
ต่อต้านใดๆ แล้วข้าจะยังคงต่อสู้ต่อไปได้อย่างไรกัน?”
ผู้ปกครองเฮยอ้านไม่เคยแม้แต่จะเคลื่อนไหวเลย แต่ออร่าของเขาก็
น่ากลัวมากแล้ว เผชิญกับออร่าอันยิ่งใหญ่นี้โดยตรง หลินหมิงจะสามารถ
ทนต่อแรงกดดันมหาศาลนี้ได้หรือไม่?
“จะบังคับให้เจ้าดึงกระบี่ออกมาได้หรือไม่?”
หลินหมิงยิ้มจางๆ มันเหมือนกับว่าเขาไม่ได้รู้สึกถึงความโกรธเกรี้ยว
จากออร่าที่รุนแรงซึ่งปกคลุมเขาไว้เลย ขณะที่เขาจับหอกแห่งดาวหาง
ม่วง เขาชี้มันลงไปบนพื้นและกวาดเป็นรูปจันทร์เสี้ยวบนพื้นอย่างช้าๆ…
เจตจำนงแห่งนักสู้ปีศาจสวรรค์ สนามพลังอาชูร่า – เปิด!
ครึนนน!!
สนามพลังปีศาจสวรรค์ที่ถูกยับยั้งภายในร่างกายหลินหมิงได้ปะทุ
ขึ้นมา! หลินหมิงได้ปรับตัวให้เข้ากับแรงกดดันของสนามพลังปีศาจสวรรค์
ภายในกรงราชันมาอย่างยาวนาน เผชิญหน้าออร่าของผู้ปกครองเฮยอ้าน
มันก็ย่อมไม่มีอันใดสำหรับเขา!
สนามพลังปีศาจสวรรค์แผ่ออกไปรวดเร็วดั่งปรอทหนัก ฉีกกระฉาก
ออร่าของผู้ปกครองเฮยอ้านออกเป็นชิ้นๆ ด้วยพลังที่ไม่อาจหยุดยั้งนี้ มัน
ได้กลืนกินออร่าของผู้ปกครองเฮยอ้านและปกคลุมเวทีทั้งหมด ไม่ใช่แค่
ผู้ปกครองเฮยอ้าน แต่แม้นักสู้ที่อยู่ในแถวที่นั่งใกล้เวทีที่สุดก็ยังถูกปกคลุม
ด้วยสนามพลังนี้
พวด!
นักสู้บางคนที่อ่อนแอถึงกับสำลักโลหิตออกมาทันที ใบหน้าของเขา
เปลี่ยนเป็นสีขาวราวกับกระดาษ!
“ถอยออกไป เร็วเข้า!”
“เกิดอะไรขึ้น!?!?”
“ข้ารู้สึกเหมือนหัวใจของข้าจะหยุดเต้น”
ภายในสนามพลังปีศาจสวรรค์ไม่ว่าจะเป็นจิตวิญญาณ จิตใจ ปราณ
แท้หรือร่างกาย ทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้องแบกรับแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัว
จากมัน ไม่น่าแปลกใจที่นักสู้ที่อ่อนแอจะถูกสังหารโดยตรงจากการจาก
สนามพลังปีศาจสวรรค์นี้ได้!
นักสู้ที่อยู่ใกล้กับหลินหมิงสีหน้ากลายเป็นขาวซีดและรีบหนีออกไป
ทันที แม้แต่นักสู้ที่อยู่ใน 50 อันดับแรกของขั้นสามขึ้นไปก็ไม่สามารถอยู่
ใกล้เขาได้ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บจากแรงกดดันนี้ แต่พวกเขาก็
จะต้องทนทุกข์ทรมานอย่างมากหากพวกเขายังคงอยู่ตรงนั่น!
“นี่เป็นสนามพลังปีศาจสวรรค์…”
เฟิงเฉินมองไปยังหลินหมิง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยอารมณ์ที่
ซับซ้อน เมื่อเคยเข้าสู่กรงราชัน เขาย่อมไม่ลืมว่าสนามพลังปีศาจสวรรค์
เป็นอย่างไร
เป็นเพราะความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นของสนามพลังปีศาจสวรรค์นี้เอง
ที่ทำให้เฟิงเฉินไม่สามารถต้านทานแรงกดดันได้ และต้องออกจากกรง
ราชันในที่สุด
“ข้าไม่เคยคิดเลยว่าหลังจากหลินหมิงเข้าไปในกรงราชัน เขาจะ
สามารถเข้าใจกระทั่งสนามพลังปีศาจสวรรค์ได้… ” เฟิงเฉินส่ายหัวอย่าง
ช้าๆ เมื่อคนอื่นเข้าไปในกรงราชัน พวกเขาต้องต่อสู้เพื่อต่อต้านแรงกดดัน
จากสนามพลังปีศาจสวรรค์โดยใช้ทุกอย่างที่พวกเขารู้จัก แต่เมื่อหลินหมิง
เข้ามาในกรงราชัน เขากลับได้เข้าใจถึงสนามพลังปีศาจสวรรค์ และ
นำมาใช้เป็นของตัวเอง… พรสวรรค์ที่ท้าทายสวรรค์อันใดกันจึงสามารถ
ทำเช่นนี้ได้?!”
เมื่อเฟิงเฉินเข้าไปในกรงราชัน เขาใช้เวลาอยู่ภายในได้เพียง 28 วัน
เท่านั้น แต่หลินหมิงอยู่ภายในได้ถึง 108 วันเต็ม
นอกเหนือจากการทำลายขีดจำกัดของตนเองตลอดเวลาและเพิ่ม
พลังของตนเองขึ้น เฟิงเฉินก็ยังไม่มีสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์อื่นๆได้
เลย ในทางตรงกันข้าม หลินหมิงไม่เพียงแต่ได้เข้าใจถึงวิถีแห่งมิติและ
เวลาเท่านั้น แต่เขายังเข้าใจสนามพลังปีศาจสวรรค์ได้อีกด้วย
นี่เป็นสิ่งอยู่ในระดับที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับเขา
ในอนาคต ถ้าหลินหมิงเข้าสู่เส้นทางจักรพรรดิ ความสามารถของเขา
จะเพิ่มขึ้นสูงถึงเพียงใดกัน?
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เฟิงเฉินคิดว่ามันน่าเสียดายอย่างยิ่ง เป็นไปไม่ได้ที่
หลินหมิงจะเข้าสู่เส้นทางจักรพรรดิเพราะ 12 ผู้ปกครอง 12 จะไม่ยอมให้
มันเกิดขึ้นได้
หลังจากการต่อสู้ครั้งนี้ ถ้าหลินหมิงไม่ตายเพราะโชคบางส่วนเขาก็
น่าจะต้องถูกบังคับให้ออกจาก หอคอยแยกนภา
ที่นี่ไม่มีที่สำหรับอีกต่อไปแล้ว
ในเวที สีหน้าของผู้ปกครองเฮยอ้านมืดมนอย่างยิ่งเมื่อตกอยู่ใน
สนามพลังปีศาจสวรรค์ นักสู้โดยรอบได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยจาก
ขอบของสนามพลังนี้เท่านั้น แต่เขาต้องทนรับแรงกดดันอย่างเต็มที่ของ
สนามพลังปีศาจสวรรค์!
ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ เขารู้สึกถึงการไหลเวียนของปราณปีศาจที่
ถูกค่อยๆสลายหายไปภายในร่างกายของเขา
“หลังจากเข้าสู่กรงราชัน เจ้าสามารถเข้าใจได้กระทั่งสนามพลังปีศาจ
สวรรค์… เช่นนั้นข้าจะยอมรับว่าเจ้ามีเจ้าสมบัติที่จะให้ข้าดึงกระบี่ออกมา
ได้”
ผู้ปกครองเฮยอ้าน ค่อยจับไปที่แหวนมิติและดึงกระบี่ยาวสีแดงเข้ม
เข้มออกมา ใบมีดของกระบี่นี้มีเพียงกว้างเพียง 2 นิ้วและยาวไม่ถึง 2 ก้าว
สันเขาของกระบี่ไม่ตรง แต่กลับมีการบิดงอจนทำให้ดูเหมือนอสรพิษสี
แดงตัวนึง
“กระบี่เล่มนี้คือ…”
ขณะที่หลินหมิงเห็นกระบี่สีแดงเข้มนี้ นัยย์ของเขาหดลง คุณภาพ
ของกระบี่เล่มนี้สูงกว่าหอกแห่งดาวหางม่วงในมือของเขาเสียอีก!
หอกแห่งดาวหางม่วงหลอมมาจากชิ้นส่วนของต้นอู๋ถงเพลิงศักดิ์สิทธิ์
10,000 ปีและไผ่จิตวิญญาณสายฟ้าสีม่วง 10,000 ปี ตลอดจนวัสดุทุก
ชนิดที่หายากและล้ำค่าอื่นๆ มันถูกสร้างขึ้นมาโดยบรรพบุรุษจื่อและกลั่น
ด้วยการสนับสนุนของรูปแบบค่ายกลโบราณ
อย่างไรก็ตาม ถึงหอกตัวนี้ไม่สามารถเปรียบเทียบกับกระบี่ได้ในแง่
ของคุณภาพ กระบี่นั่นจึงอาจเป็น… สมบัติบัติระดับสวรรค์หรือไม่?
นอกจากเตาหลอมจักรวาลที่เป็นสมบัติที่ระดับสูงขึ้นไปอีก มันก็
สมบัติระดับสวรรค์อันแรกที่หลินหมิงเคยพบเห็น แน่นอนว่า เตาหลอม
จักรวาลอาจจะเหนือยิ่งกว่าสมบัติระดับสวรรค์สูงสุด อย่างต่ำสุด เตา
หลอมจักรวาลก็ต้องเป็นคือสมบัติระดับสวรรค์สูงสุด
หลินหมิงไม่เคยเห็นสมบัติระดับสวรรค์ขึ้นต่ำมาก่อนเลย ดังนั้นเขา
จึงไม่สามารถตัดสินระดับของกระบี่สีแดงเข้มตรงหน้าได้อย่างอย่าง
แม่นยำนัก
ด้วยการบ่มเพาะที่ลึกซึ้ง การได้ใช้พื้นที่ฝึกฝนใดๆอย่างอิสระ และยัง
กระดูกเทพปีศาจและทรัพยากรจำนวนาก และแม้แต่สมบัติกระบี่ระดับ
สวรรค์สีม่วงนี่อีก…
ความแข็งแกร่งของผู้ปกครองเฮยอ้านก็ย่อมยากที่จะจินตนาการได้!
ในกลุ่มผู้ชม แม้แต่ม่อกู่ผู้ซึ่งเคยเชื่อในความแข็งแกร่งของหลินหมิง
ก็ยังรู้สึกอ่อนแอ เผชิญหน้ากับผู้ปกครองเฮยอ้านที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้
หลินหมิงจะสามารถชนะได้อย่างไร?
“ได้ตายภายใต้อสรพิษทับทิมสีแดงของข้าเจ้าควรจะพอใจได้แล้ว”
ผู้ปกครองเฮยอ้านชี้กระบี่ของเขาตรงไปยังหลินหมิง เขาเคลื่อนไหว
และไม่มีใครสามารถรับรู้ถึงการกระทำของเขาได้ มีเพียงเสียงเบาบาง
‘วูซ’ ราวกับว่ามิติถูกฉีกขาดและกระบี่ของผู้ปกครองเฮยอ้านปรากฏตัว
ขึ้นต่อหน้าหลินหมิง!
สิ่งกระบี่ผี! ไม่มีแก่นสารของปีศาจพล่านหรือมีแสงกระบี่ที่ยอดเยี่ยม
นี่เป็นเพียงการโจมตีด้วยทักษะกระบี่ที่เรียบง่ายและพื้นฐานเท่านั้น แต่
เฟิงเฉินก็ยีงไม่ได้มีความมั่นใจว่าเขาจะสามารถป้องกันกระบี่นี้ได้!
ดวงตาของหลินหมิงเบิกกว้างขึ้น เท้าของเขากลายเป็นก้าวย่างวิหค
ทองคำถลาลม และร่างของเขาก็หายไปเหมือนควันสีฟ้าจางๆ
หลังจากผสานวิถีมิติของเขาเข้าด้วยกันในทักษะการเคลื่อนไหวแล้ว
การเคลื่อนไหวของเขาล้วนเป็นภาพทายาเหมือนของภูติผี คลุมเครือและ
ยากที่ขะแยกแยะ!
กระบี่ได้เสียบเข้าที่ภาพติดตาของหลินหมิง ผู้ปกครองเฮยอ้านเค้น
เสียงเย็นชา และด้วยกระบี่อสรพิษในมือของเขา วิถีก็ได้ปะทุขึ้นมาจาก
ภายใน
วิถีแห่งการทำลายล้าง!
ในช่วงเวลานั้นเอง แม้แต่อากาศก็ยังถูกทำลาย
กระบี่ตวัดออกไปอีกครั้ง ความเร็วของผู้ปกครองเฮยอ้านปะทุ
เพิ่มขึ้นไปอีกขึ้น รูปร่างของหลินหมิงที่เพิ่งปรากฏขึ้นกระบี่ของผู้ปกครอง
เฮยอ้านก็ได้พุ่งตรงไปยังหน้าอกของเขา!
ม่านตาของหลินหมิงหดลง เขาได้พุ่งหอกออกไปขณะเดียวกันก็ใช้
ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลมอีกครั้ง!
วูปป!
ในเสี้ยววิหลินหมิงได้ปรากฏตัวห่างออกไปหลายร้อยก้าว แต่บน
แขนขวา แขนเสื้อของเขาได้กลายเป็นผงกลายเป็นผงก่อนที่จะสลายไปสู่
ความว่างเปล่า
ในช่วงเสี้ยววินั้น ผู้ปกครองเฮยอ้านใช้ทักษะกระบี่ 2 ครั้งซ้อนโดย
ปราศจากปราณแท้ อย่างไรก็ตาม นักสู้ทุกคนต่างรู้สึกเหมือนได้ลืมหายใจ
การแลกเปลี่ยนกระบวนท่าเมื่อครู่ เป็นเพียงการหยั่งเชิงเท่านั้นเอง
มันยากที่จะจินตนาการว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะรุนแรงเพียงใด หากการต่อสู้ที่
แท้จริงเริ่มขึ้น!