Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 607 หอกอันเจิดจรัส
ในขณะที่อสรพิษสีดำหลุดออกมา ดวงตาของหลินหมิงก็สาด
ประกายด้วยจิตสังหารอันรุนแรง เขาขยับนิ้วมือและผนึกดูดกลืนโลหิต
นับร้อยก็ได้พุ่งออกไปยังอสรพิษดำที่ได้กำลังรับบาดเจ็บสาหัสราวกับฝูง
ตั๊กแตนที่หิวโหย ตั้งใจที่จะกินอย่างไม่เหลือซาก!
ผู้ชมต่างตกตะลึงอย่างมาก บรรดานักสู้หลายสิบคนที่คิดว่าพวกเขา
จะตายภายใต้หอกหลินหมิงได้กลายเป็นโง่งมด้วยความหวาดกลัว ในช่วง
เวลานั้น ก่อนที่พวกเขาจะมีเวลามากพอที่จะตระหนักถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น
ผู้ปกครองเฮยอ้าน ก็ได้พุ่งมาถึง
เมื่อเห็นสัตว์อสูรพันธสัญญาของตนได้รับบาดเจ็บอย่างน่าสังเวช
ดวงตาของผู้ปกครองเฮยอ้านก็ได้กลายเป็นแดงก่ำ
“ตายซะ!
กระบี่ทะลุช่องว่างมิติ อัดแน่นไปด้วยปราณแท้ของผู้ปกครองเฮยอ้า
นขณะที่มันพุ่งไปยังหลินหมิง!
ความเร็วของกระบี่พุ่งจนถึงขีด ในเวลานี้ เพราะหลินหมิงได้โจมตี
มังกรเดียวดาย ด้านหลังของเขาจึงเปิดช่องให้แก่ผู้ปกครองเฮยอ้าน!
กระบี่ของผู้ปกครองของเฮยอ้านได้มาถึงด้านหลังของหลินหมิงแล้ว
ปราณกระบี่ได้ฉีกปราณแท้ปกป้องร่างของหลินหมิงออก!
มุมปากของหลินหมิงโค้งขึ้นด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย ด้วยพลังของมิติที่ถูก
คล้ายผนึกออกแล้ว ปราณแท้จึงได้เคลื่อนไปอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขา
ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม!
หวืด!
กระบี่แห่งผู้ปกครองเฮยอ้านฟันผ่านทางด้านหลังของหลินหมิง
อย่างไรก็ตาม ร่างของหลินหมิงก็หายตัวไปราวกับกลุ่มควัน ไม่มีสิ่งใด
หลงเหลือนอกเสียจากภาพติดตา!
ขณะที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่ร้อยก้าวในอากาศ มังกรเดียวดายก็ได้ถูก
ฉีกกระชากโดยผนึกดูดกลืนโลหิต ทั่วร่างของมันอาบไปด้วยโลหิต คราวนี้
มังกรเดียวดายไม่ได้มีเวลากระทั่งจะกรีดร้อง มันอยู่หน้าประตูแห่งความ
ตายเรียบร้อยแล้ว!
เมื่อเห็นว่าอสรพิษตัวนี้หลั่งโลหิตอยู่กลางนักสู้โดยรอบต้องก็ตกใจ
พูดไม่ออก แม้ว่าจะไม่มีใครเข้าใจวิถีแห่งมิติ แต่ก็ยังสามารถมองเห็นสิ่งที่
เกิดขึ้นกับสายตาของพวกเขาได้
หอกของหลินหมิงเพิ่งถูกแทงเข้าไปในช่องว่างมิติที่มังกรเดียวดาย
หลบซ่อนตัวอยู่ ดังนั้นมิติที่ถูกผนึกจึงได้คลายออก
“แข็งแกร่งเกินไปแล้ว! ในการต่อสู้อันดุเดือดเช่นนี้ หลินหมิงสามารถ
แยกแยะการรับรู้ของเขาเพื่อหาสถานที่หลบซ่อนของอสรพิษสีดำ! ”
“การรับรู้? อย่าโง่ไปหน่อยเลย อสรพิษสีดำปิดผนึกตัวเองไว้ใน
ช่องว่างมิติ นั่นคือระดับที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงของมิติที่ถูกตัดออกจาก
การรับรู้ทั้งหมด ผู้ใดจะสามารถสัมผัสถึงมันได้?”
“แล้วเขาหาว่าอสรพิษสีดำได้อย่างไร?”
“เล่าข้าจะรู้ได้ยังไงเล่า? ถ้าข้ารู้วิธีที่จะทำมันแล้ว ข้าก็คงจะเข้าใจวิถี
แห่งมิติ” นักสู้ที่เพิ่งกล่าวออกมาขดริมฝีปากของเขาด้วยความเย้ยหยัน
คล้านที่จะกล่าวสิ่งใดอีก
ช่องว่างมิติสามารถตัดการรับรู้ทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์ แม้แต่หลินห
มิงก็ไม่มีข้อยกเว้น อย่างไรก็ตาม หลินหมิงได้รับรู้ถึงความผันผวนของ
พลังแห่งมิติและพบว่าจุดที่ดูเหมือนจะไม่สอดคล้องกับทุกที่ ถ้าพลังของ
มิติถูกนำมาเปรียบเทียบกับคลื่นตำแหน่งที่หลบซ่อนตัวอสรพิษสีดำทำให้
เกิดคลื่นเล็กๆ ระลอกเหล่านี้ได้เปิดเผยตำแหน่งของอสรพิษสีดำ
หลินหมิงมีความรู้สึกไวต่อพลังแห่งมิติ ทันทีที่เขาจับตำแหน่งที่
แน่นอน เขาได้ผสานหอกด้วยวิถีแห่งมิติ ด้วยหอกของเขาเจาะทะลวง
ช่องว่างมิติ มันก็ผลักดันอสรพิษสีดำออกจากช่องว่างมิติได้
ถ้าหลินหมิงไม่ได้เข้าไปในกรงราชัน ความเข้าใจวิถีแห่งมิติก็คงจะไม่
ถึงระดับนี้
ฟู่วว!
ผู้ปกครองเฮยอ้าน ยืนมือของเขาออกไป เปลี่ยนอสรพิษสีดำที่กำลัง
จะตายให้กลายเป็นกระแสคลื่นสีดำไหลเข้าไปในร่างกายของเขา
ขณะที่เขาตรวจสอบสภาพของอสรพิษสีดำใบหน้าของผู้ปกครองเฮย
อ้านสลดอย่างยิ่ง
อสรพิษสีดำมีสภาพยับเยิน เนื้อหนังไม่ได้เป็นอะไรและความ
เสียหายต่อเส้นชีพจรและอวัยวะต่างๆสามารถหายขาดได้ แต่แก่นหลัก
ของอสรพิษสีดำถูกบดขยี้ไปแล้ว มีนจึงหมายความว่าอสรพิษสีดำไม่มีค่า
ใดๆอีกต่อไป เมื่อแก่นหลักถูกทำลายแล้ว มันจะไม่มีวันเติบโตได้อีก
การคาดเดาของหลินหมิงถูกต้อง
“หลินหมิง! ข้าจะฆ่าเจ้า!”
“คำพูดไร้ประโยชน์ ถ้าเจ้ายังมีทักษะอื่นใดแล้วก็นำมันออกมา ข้ารอ
อยู่ตรงนี้” เมื่อเผชิญหน้ากับจิตสังหารของผู้ปกครองเฮยอ้าน หลินหมิงก็
ไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย
ในความเป็นจริง เขาไม่ได้ใช้พลังของประตูแห่งการรักษาอย่างเต็มที่
เลย เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ใช้ 8 ประตูเร้นลับภายในสำหรับต่อสู้ ร่างของ
เขาจึงยังคงปรับตัวอยู่
และที่สำคัญที่สุดคือ ตอนนี้หลินหมิงตระหนักว่าแม้ว่าเขาจะระเบิด
ของมันออกมาอย่างเต็มที่ ก็ยังคงไม่สามารถฆ่าผู้ปกครองเฮยอ้านได้
อย่างมากก็จะสามารถเอาชนะเขาได้ แต่ถ้าเขาต้องการที่จะฆ่าผู้ปกครอง
เฮยอ้านให้ได้แล้วนั้น เขาจะต้องสร้างโอกาสที่จะทำเช่นนั้นขึ้นมาให้ได้
…
วูซซ!
ร่างของผู้ปกครองเฮยอ้านหายไปทันที และปรากฏอยู่ข้างหลังหลินห
มิง “อย่าคิดว่ามีเพียงเจ้าเท่านั้นที่รวดเร็ว! อย่าดูถูกความเร็วของข้า! ข้า
จะจบการต่อสู้ครั้งนี้ในอีกไม่นาน!”
ฟริ้วว!
กระบี่ของผู้ปกครองเฮยอ้านตวัดออกไป
ร่างหลินหมิงราวกับเป็นหมอกควันขณะที่เขาหายตัวไปอีกครั้ง หอก
แสงนับไม่ถ้วนผสานกันเป็นตาข่ายพุ่งลงมายังผู้ปกครองเฮยอ้าน!
“เจ้าต้องการที่จะต่อสู้ยืดเยื้อเช่นนั้นหรือ? เช่นนั้นก็มาดูว่าผู้จะผลาญ
พลังไปหมดก่อนกัน!” ผู้ปกครองเฮยอ้านยิ้มราวกับคนเสียสติ เขาเอา
กระบี่สีแดงในมือของเขาฟาดฟันหอกเหล่านั้น
ปราณปีศาจและปราณแท้ปะทะกันอย่างดุเดือด เวทีใต้เท้าของพวก
เขาแทบจะไม่มีเหลืออยู่อีกแล้ว
ปัง ปัง ปัง!
ทั้งสองต่อสู้ในด้านความเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการโจมตี การหลบหลีก
หรือแม้กระทั่งการปะทะกันซึ่งๆหน้า ทุกสิ่งที่พวกเขาทำ ก่อให้เกิดคลื่น
ปราณแท้มหาศาลกระจายออกไป บังคับให้นักสู้ทั้งหมดยืนขึ้นและถอย
หนีอีกครั้ง!
“นี่มันน่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง! เขาต่อสู้ได้อย่างเท่าเทียมกันกับผู้ปกครอง
เฮยอ้าน!”
“ถ้าการต่อสู้ยังดำเนินต่อไปเช่นนี้… ข้ากลัวว่าหลินหมิงจะไม่สามารถ
ทนได้อีกนาน การบ่มเพาะของเขาต่ำเกินไปและเขาได้ใช้ปราณแท้ไป
อยากมากแล้วมาก่อนหน้านี้”
ในมุมมองของคนเหล่านี้ ปราณแท้ของหลินหมิงได้หนาแน่นกว่านัก
สู้คนในระดับเดียวกันกับเขาอย่างมาก แต่ก็ยังขาดหายไปมากเมื่อเทียบ
กับผู้ปกครองเฮยอ้าน เหตุผลที่หลินหมิงสามารถต่อสู้อย่างเท่าเทียมกัน
กับผู้ปกครองเฮยอ้านได้เนื่องมาจากความเข้าใจในวิถี การเคลื่อนไหวที่
น่าทึ่ง และเคล็ดบ่มเพาะแปลกๆที่เขาใช้
ถ้าการต่อสู้ครั้งนี้ถูกยื้อออกไปมาจนจบแล้ว หลินหมิงก็ต้องพ่ายแพ้!
ในเกือบทุกแง่มุมพลังการต่อสู้ หลินหมิงไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้ปกครอง
เฮยอ้านเลย เพียงแค่การบ่มเพาะและปริมาณปราณแท้ของเขามีน้อยกว่า
เท่านั้น ถึงกระนั้น ความแข็งแรงของหลินหมิงก็ยากที่จะวัดด้วยสามัญ
สำนึกได้
“ถ้าหลินหมิงมีเวลาอีกปีหนึ่งหรือแม้กระทั่งครึ่งปี เขาอาจจะสามารถ
เอาชนะผู้ปกครองเฮยอ้าน ได้!” นักสู้ถอนหายใจด้วยอารมณ์
ในเวที ผู้ปกครองเฮยอ้านและหลินหมิงได้สู้กันนานถึงครึ่งชั่วธูป และ
แลกเปลี่ยนกระบ่วนท่าไปนับร้อยแล้ว!
“พายุสายลมปีศาจ!”
ผู้ปกครองเฮยอ้านได้คำนวณที่ซึ่งหลินหมิงจะไปโผล่ เขาจึงกระบี่
ออกไปและปราณปีศาจปะทุขึ้นเป็นเมฆสีแดง
ผนึกโลหิตเกลียวคลื่นสังหาร!
ทักษะที่หลินหมิงใช้มาจาก ‘เคล็ดบ่มเพาะง้าวโลหิตล้างผลาญ’ ถ้า
ทักษะนี้ถูกรวมเข้ากับผนึกดูดกลืนโลหิตแล้ว มันจะช่วยให้เขาประหยัด
ปราณแท้ไปได้อย่างมาก วิถีแห่งเพลิงสายฟ้านั้นใช้พลังงานมากเกินไป
ปริมาณปราณแท้ของหลินหมิงด้อยกว่าผู้ปกครองเฮยอ้าน แต่ ด้วย
การพึ่งพาประตูแห่งการรักษา ความทนทานของเขาได้เกินกว่าผู้ปกครอง
เฮยอ้านไปแล้ว!
แต่การยืดเยื้อการต่อสู้ออกไปจนถึงที่สุดนั้นไม่ใช่สิ่งที่หลินหมิง
ต้องการ สิ่งที่เขาต้องการคือ… การโจมตีที่สามารถปิดฉากการต่อสู้!
ด้วยการประหยัดปราณแท้ของเขาให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ รวมกับ
ความสามารถในการฟื้นฟูที่น่าหวาดกลัวของประตูแห่งการรักษา จึงทำ
ให้เขาสามารถรักษาสภาพที่ดีที่สุดของตนเอาไว้ได้
บึมมมม!หอกและกระบี่ปะทะกันอย่างรุนแรง ปราณแท้จึงระเบิด
ออกมา ร่างหลินหมิงลอยกระเด็นไปด้านหลังโลหิตไหลย้อยลงมาที่มุม
ปาก แต่ผู้ปกครองเฮยอ้านก็ไม่ได้ดูดีไปกว่ากัน หลังจากหอกแสงของ
หลินหมิงทะลุผ่านกระบี่แสง เศษเสี้ยวที่เหลือได้เจาะทะลุหน้าอกของเขา
ทะลุผ่านปราณแท้ป้องกันร่างและทำให้ลูกศรโลหิตกระฉูดออกมา
การต่อสู้ของทั้งสองได้ถึงระดับความหายนะแล้ว
หลินหมิงได้รับบาดเจ็บหลายครั้ง ทั้งหนักและเบา แต่หลินหมิงไม่
สนใจว่าจะได้รับบาดเจ็บ สิ่งที่เขาต้องการคือทำให้แน่ใจว่าผู้ปกครองเฮย
อ้านจะได้รับบาดเจ็บด้วยเช่นกัน
ในเวลานี้ บางคนค่อยๆรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ แม้ว่าปริมาณ
ปราณแท้ของหลินหมิงจะเห็นได้ชัดกว่ามีน้อยกว่าของผู้ปกครองเฮยอ้าน
แต่ด้วยเหตุผลที่ไม่ทราบสาเหตุ เขาสามารถรักษาความเร็วและพลัง
เบื้องหลังทักษะของเขาได้สูงสุดเช่นเดิมเสมอ!
เมื่อเทียบกับผู้ปกครองเฮยอ้าน เขากลับก็อ่อนแอลงเรื่อยๆ
“สวรรค์! นี่มันมากกว่า 200 กระบวนท่าแล้ว ต่อให้เป็นกระบวนท่า
เล็กน้อยก็ตาม แต่ปริมาณการใช้ก็หลายครั้งถึงเพียงนั้น เขาสามารถทน
ต่อการผลาญพลังงานเช่นนี้ได้อย่างไร!? เขาเป็นหุ่นเชิดหรือคนเหล็ก
หรือไม่?”
“อย่าลืมว่าก่อนหน้านี้ เขายังได้ต่อสู้ 3 ครั้งต่อเนื่องในการเอาชนะ
ไคเหยียง โหมวเฮอและเหยียนชือ แต่ในตอนนี้เขายังคงสามารถสู้
ผู้ปกครองเฮยอ้านได้ในระดับนี้อีก!”
“ลมหายใจของผู้ปกครองเฮยอ้านกำลังอ่อนลงแล้ว! เกิดอะไรขึ้น?
หลินหมิงเป็นนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าจริงๆหรือ?”
นักสู้ในกลุ่มผู้ชมได้พบสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
และพบว่าไม่สามารถเข้าใจได้
ผู้ปกครองเฮยอ้านเองค้นพบสิ่งนี้ด้วย เขาไม่ได้โจมตีหลินหมิงอีกแล้ว
หลังจากนั้น เขาก็ถอยกลับไปหลายร้อยก้าวและยืนอยู่ที่นั่น
“เจ้า…” สีหน้าของผู้ปกครองเฮยอ้านมืดมน เขาได้ผลาญปราณปีศาจ
ในร่างไปกว่าครึ่งแล้ว แต่หลินหมิงกลับไม่ได้ใช้อะไรมากนัก ในความเป็น
จริง ปราณแท้ปกป้องร่างกายของเขายังคงหนาเหมือนเดิม!
มันจะเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร? เขาเป็นสัตว์ประหลาดแบบใดกัน? หรือ
ว่าความสามารถในการฟื้นปราณแท้นั้นยอดเยี่ยมผิดมนุษย์?
‘ข้าไม่สามารถยืดเยื้อการต่อสู้นี้ได้อีกต่อไป ข้าต้องจบการต่อสู้ครั้งนี้
ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ มิเช่นนั้น ข้าจะต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้!
การพ่ายแพ้ให้กับเด็กอายุเพียง 20 ปี ผู้ปกครองเฮยอ้านไม่เคยคิด
เลยว่าวันนี้จะมาถึง
“หลินหมิง ข้าไม่เคยคิดว่าเจ้าจะบังคับถึงเพียงนี้ได้ ข้าไม่รู้ว่าเคล็ด
บ่มเพาะที่เจ้าฝึกแข็งแกร่งถึงเพียงใด จึงมีความทนทานถึงเพียงนี้ได้ แต่
ข้าจะไม่ให้โอกาสเจ้าในการผลาญพลังของข้าไปมากกว่านี้อีกแล้ว!”
ขณะที่ผู้ปกครองเฮยอ้านกล่าวจบ เขาก็ตะโกนเสียงดังขึ้น เขากัดลิ้น
ของตนและพ่นปราณโลหิตไปบนกระบี่ กระบี่สีแดงกลายเป็นสีแดงที่
สวยงามมากยิ่งขึ้น ไม่นานหลังจากนั้น ใบหน้าผู้ปกครองเฮยอ้านก็เกิด
ความผิดปกติ เพื่อที่จะใช้การโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดนี้ของเขาเพื่อปิดฉาก
เห็นได้ชัดว่ามันกินพลังไปอย่างมหาศาล
“โลหิตกวาดนภา!”
กระบี่พุ่งออกไป อากาศสั่นสะเทือน! สังเวียนทั้งหมดดูเหมือนจะ
ย้อมสีแดงโลหิต วิสัยทัศน์ของทุกคนที่เต็มไปด้วยแสงสีแดงเจิดจ้า นี่เป็น
ความรู้สึกกดดันอย่างมาก มันเหมือนกับว่าพวกเขาได้ตกลงไปในบ่อโลหิต
ในขุมนรก และตอนนี้พวกเขาต้องเผชิญกับการโจมีจากเทพแห่งความ
ตาย!
เพียงแค่มองไปที่กระบี่นี้ ทำให้เกิดอาการประสาทหลอนจนรู้สึก
หัวใจของพวกเขาถูกผ่าครึ่ง
‘การโจมตีครั้งสุดท้ายเช่นนั้นหรือ? น่าเสียดาย!’
หลินหมิงถอนหายใจภายในจิตใจ เขาต้องการที่จะให้ผู้ปกครองเฮย
อ้านผลาญพลังไปจนเขาเหลือความแข็งแกร่งเพียง 10% จากนั้น ใน
วินาทีสุดท้าย เขา 8 ประตูเร้นลับภายในอย่างเต็มที่และฆ่าผู้ปกครองเฮย
อ้านในการโจมตีเดียว
แต่ในปัจจุบันผู้ปกครองเฮยอ้านไม่ให้โอกาสเขาอีกต่อไป ถึงเวลา
แล้วที่จะก้าวไปสู่ศึกครั้งสุดท้าย!
“สนามพลังปีศาจสวรรค์ – เปิดออกอย่างสมบูรณ์!”
พายุสนามพลังทะลักออกมาจากร่างกายหลินหมิง แม้ว่าหลินหมิงจะ
ได้ใช้สนามพลังปีศาจสวรรค์ในช่วงเริ่มต้นของการต่อสู้ แต่นั่นคือตอนที่
เขายังไม่ได้เปิด 8 ประตูเร้นลับภายใน เขาใช้เพียงปราณแท้อย่างเดียวใน
การขับเคลื่อนมัน แต่ในตอนนี้ หลินหมิงอยู่ในสภาพที่ดีที่สุดของเขาแล้ว
เขาจึงเปิดสนามพลังปีศาจสวรรค์อย่างเต็มพิกัดออกมาได้!
แรงกดดันมหาศาลได้พวยพุ่งออกไปทุกทิศทาง ด้วยเสียงกระเพื่อม
พื้นดินใต้หลินหมิงเริ่มแตกร้าวอย่างสมบูรณ์จากแรงกดดันนี้ ทองหนัก
ลอยขึ้นไปในอากาศและรอยแตกขนาดใหญ่กระจายออกไปดั่งใยแมงมุม!
ห่างออกไปประมาณ 1000 ก้าว ผู้ชมรู้สึกกดดันหลายเท่ายิ่งกว่าครั้ง
ก่อนๆ ผู้ที่มีการบ่มเพาะที่อ่อนแอได้สำลักโลหิต และแม้กระทั่งผู้ที่มีการ
บ่มเพาะสูงก็ยังต้องหน้าซีด
มันเป็นไปได้อย่างไร?”
การต่อสู้ได้มาถึงระดับนี้แล้ว แต่หลินหมิงยังคงสามารถปะทุออร่าที่
รุนแรงกว่าเดิมเช่นนี้ได้อีก?
คนเหล่านี้ไม่ได้เข้าใจสนามพลังปีศาจสวรรค์ พวกเขาคิดว่านี่คือพลัง
กดดันจากออร่าของหลินหมิง
“เพลิงและสายฟ้า จงผสานกันเพื่อข้า… สายรุ้งทะลวงสวรรค์!”
พลังของ8 ประตูเร้นลับภายในถูกโคจรจนถึงขีดสุด ระหว่างคิ้วของ
เขาโลหิตฟีนิกซ์โบราณได้ลุกโชนขึ้น ความแข็งแกร่งของหลินหมิงได้
เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในทันที!
จิตวิญญาณสายฟ้าและปราณอัคคีภายในตัวเขาเริ่มสั่นสะท้านอย่าง
รุนแรง พลังแห่งสายฟ้าและเพลิงปะทุออกมาเหมือนการปะทุของภูเขา
ไฟ!
บนปลายหอกแห่งดาวหางม่วง สายฟ้าและเพลิงหมุนวนและปะทะ
กันอย่างเกรี้ยวกราด สายฟ้าหนาเลื่อยไปมาบนหอกอย่างดุร้าย ผสานกับ
เพลิงโลกันต์ที่พลุ่งพล่านพร้อมที่จะเผาผลาญทุกสิ่ง
หลินหมิงก้าวไปข้างหน้า หอกของเขาชี้ตรงไปยังผู้ปกครองเฮยอ้าน
หอกและมนุษย์กลายเป็นหนึ่งเดียว และเสียงเพลิงสายฟ้าที่สั่นสะเทือน
สวรรค์ดังกังวานอยู่ในอากาศ หลินหมิงกลายเป็นดาวตกที่ห่อหุ้มด้วย
สายฟ้าขณะที่พุ่งตรงไปยังเป้าหมาย!
“อะไรกัน!?!?”
ผู้ปกครองเฮยอ้านตกตะลึงอย่างแท้จริง เขาไม่เคยคิดเลยว่า หลินห
มิงจะยังมีพลังพอที่สามารถสร้างการโจมตีที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ได้อีก
ในขณะที่ออร่าดังกล่าวปะทุออกมาและห่อหุ้มเขาไว้ ปราณปีศาจที่เคย
เป็นดั่งแม่น้ำเกรี้ยวกราดของเขาได้ลดลงเหลือเพียง 20% ในทันที!
‘เจ้าเด็กนี่! เขายังซ่อนความแข็งแกร่งอยู่เสมอ! เขาต้องการที่จะซ่อน
มันไว้เพื่อการโจมตีครั้งสุดท้าย เขาไม่ต้องการเพียงแค่เอาชนะข้า แต่เขา
ต้องการที่จะฆ่าข้าด้วย!
ขณะที่ผู้ปกครองเฮยอ้านตระหนักถึงเรื่องนี้แล้ว ดวงตาของเขาก็
สาดประกายด้วยแสงแห่งความบ้าคลั่ง!
นี่จะเป็นการโจมตีครั้งสุดท้ายอย่างแท้จริง! ถ้าล้มเหลวเขาก็จะต้อง
ตาย ทุกอย่างจะถูกเดิมพันในการโจมตีครั้งนี้!
ผู้ปกครองเฮยอ้านโคจรปราณปีศาจของตนจนถึงขีดสุด และพ่น
ปราณโลหิตออกมามากขึ้นกว่าเดิม กระบี่ในมือลุกโชนด้วยเปลวเพลิง
กระบี่ได้ส่งเสียงร้องออกมาอย่างตื่นเต้น
เมื่อกระบี่แสงและหอกแสงที่เต็มไปด้วยพลังสูงสุดของทั้งสองฝ่าย
ปะทะกัน มันก็เหมือนกับอุกกาบาตสองลูกพุ่งชนกัน!
“ไม่ดีแล้ว!”
หลังจากได้เห็นการปะทะครั้งกันนี้ เหล่านักสู้ก็ได้ถอยออกไปถึง
1000 ก้าวโดยพร้อมเพรียงโดยไม่ต้องบอกกันให้มากความ!
บึมมมมมม!!
ในช่วงเวลานี้ แสงเจิดจ้าสาดประกายออกมา ทำให้ทุกคนในสังเวียน
ราวกับเป็นคนตาบอด ปราณแท้แท้ได้พัดออกไปจนกลายสู่พายุอันรุนแรง
ทำลายทุกเก้าอี้ในแถวแรกๆ และส่งเก้าอี้แถวพลังที่ลอยออกไปเหมือน
ลูกศร โชคดีที่นักสู้ที่แข็งแกร่งหลายคนเริ่มดำเนินการโดยใช้สมบัติและ
ทักษะเพื่อผลักดันเก้าอี้โลหะเหล่านี้ไว้ได้ อย่างไรก็ตาม แรงปะทะจาก
เก้าอี้เหล่านี้ยังคงทำให้แขนของพวกเขาสั่นมีอาการชา
เป็นพลังที่น่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว!
แสงเจิดจ้าใช้เวลานานเพียงแค่ลมหายใจเดียวก่อนที่จะหายไป ทั่ว
ทั้งเวทีได้ถูกรื้อถอนอย่างสมบูรณ์ลงกับพื้นดิน และไม่มีแม้แต่ชิ้นเดียวของ
พื้นทองหนักที่หลงเหลือ
หลินหมิงและผู้ปกครองเฮยอ้านยืนโงนเงนอยู่ตรงข้ามกันและกัน
หลินหมิงคุกเข่าอยู่บนพื้นโดยใช้หอกแห่งดาวหางม่วงเพื่อพยุงตัวเอง
ร่างกายของเขาถูกย้อมด้วยโลหิตแดงฉานและบนไหล่ขวาของเขาเป็น
แผลเปิดที่น่ากลัว ไหล่ขวาของเขาเกือบจะแตกออกเป็นชิ้นๆและกระดูก
ไหปลาร้าหัก
แต่สำหรับทางด้านผู้ปกครองเฮยอ้าน ครึ่งซ้ายร่างของเขาหายตัวไป
ทั้งหมด!
ปอดซ้าย หัวใจ แขนซ้าย… ในการปะทะกันที่สิ้นหวังกับหลินหมิง
ทั้งหมดมันได้สลายเป็นขี้เถ้าด้วยพลังบ้าคลั่งและรุนแรงมหาศาลของ
สายฟ้าและเพลิง
ในปัจจุบันนักสู่ต่างตกตะลึงจนเกินกว่าตกตะลึง พวกเขายืนอยู่ที่นั่น
ไม่เชื่อในสายตาของตนเองขณะที่มองไปยังศพของผู้ปกครองเฮยอ้านที่
เหลืออยู่บนเวที ครึ่งซ้ายร่างของเขาหายไปอย่างสิ้นเชิง และเห็นได้ว่า
อวัยวะที่ครึ่งทางขวาของเขาก็ดำเป็นตอตะโก
ผู้ปกครองเฮยอ้าน… ตายแล้ว?
ด้วยความแข็งแกร่งที่ไม่อาจหยั่งถึงและสูงส่งของผู้ปกครองแห่ง
หอคอยแยกนภา ผู้ซึ่งดูเหมือนจะมีพลังอำนาจอันล้นหลามกลับตกตายไป
จริงๆ…
ตกตายภายใต้น้ำมือของหลินหมิง เด็กมนุษย์คนนึง…