Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 61 หอก
“เวลาผ่านไปนานกว่าสองก้านธูปแล้วสินะ” สีหน้าหลีไท้ และ หวาง หมาง ดูเป็นกังวล พวกเขาไม่คิดว่าหลินหมิงจะต่อสู้อยู่ในนั้นได้นานถึง เพียงนี้ มันเป็นหลักฐานอย่างดีที่แสดงให้เห็นว่า หลินหมิงอาจจะสามารถ ขึ้นไปอยู่บน 150 อันดับแรกก็เป็นได้
“หลินหมิงมันยังสู้ในนั้น” ปากของหลีไท้ดูบิดเบี้ยวนิดๆ เดิมทีพวก เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าพลังของพวกเขาจะด้อยกว่าใครทั้งนั้น แต่ ในตอนนี้พวกเขาได้รู้แล้วว่าพวกเขาไม่สามารถที่จะอยู่ในนั้นได้นาน เท่ากับที่หลินหมิงได้ทำในตอนนี้
สิ่งเหล่านั้นทำให้หลีไท้รู้สึกเครียดขึ้นมา
“ฮึม..พวกเราคงดูถูกสำนักเจ็ดแก่นแท้มากเกินไป ในตอนที่หลินหมิง สู้กับหวังหยานเฟิง มันจะต้องออมพลังของมันเอาไว้อย่างแน่นอน หรือไม่ มันก็เพิ่มพลังของมันได้เร็วขึ้นจนแทบไม่น่าเชื่อ”
ทันใดนั้น แสงก็ได้เปล่งออกมา มีศิษย์คนหนึ่งถูกส่งกลับออกมาจาก อาคมหมื่นสังหาร เขาไม่ใช่หลินหมิง แต่เป็นศิษย์จากห้องปฐพี เขาได้ผล ในการทดสอบออกมาเป็นอันดับที่ 147
“147?!..เยี่ยมไปเลย ด้วยอายุของหลินหมิงในตอนนี้ เขาก็สามารถที่ จะเข้ามาอยู่ในอันดับท็อป 150 ได้แล้วอย่างนั้นรึ นี่มันระดับเดียวกับพวก หลิงเซ็น ต้ากู่ และ ซางกวนยู่ ที่เคยได้ทำไว้ในอดีตเลย”
เมื่อเทียบหลินหมิงกับทั้งสามคนนั้น หลายๆคนที่ได้ยินชื่อถึงกับหน้า ถอดหน้าสี สามคนนี้ไม่เคยหลุดไปจากอันดับต้นๆในการจัดอันดับเลย ไม่ มีใครสนใจหรอกว่าหลินหมิงจะได้ยาโอสถล้ำค่าหรือไม่ หรือจะมีเคล็ดบ่ม
เพาะที่ทรงพลังเพียงใด แต่หากคิดจะไปเทียบกับสามคนนั้นแล้วละก็ ยังมี ช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างพวกเขา
“อย่าพึ่งตัดสินอะไรในตอนนี้ นั่นก็แค่เวลาที่ผ่านไปเท่านั้น ไม่แน่ว่า เขาอาจจะเก็บแต้มอย่างช้าๆอยู่ก็เป็นได้ เขาอาจจะวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนอยู่ โดยที่ยังไม่ได้สังหารพวกมันก็ ถ้าเป็นเช่นนั้นคะแนนของเขายังไม่ถึง 200 แน่”
“ก็มีเหตุผล การอยู่ในนั้นได้นานไม่ใช่ว่าจะมีคะแนนเยอะตามไป ด้วย เรายังตัดสินอะไรไม่ได้ทั้งนั้น”
…
ในโลกของอาคมหมื่นสังหาร ถึงจะยังไม่ได้สังหารศัตรูที่อยู่ตรงหน้า ในปัจจุบัน แต่ศัตรูตัวถัดไปก็จะปรากฎออกมาตามเวลาปกติ ดังนั้นถึงจะ เก่งขนาดไหนก็ไม่สามารถอยู่ในนั้นไปตลอดได้ เว้นแต่ว่าเขาคนนั้นจะมี เป็นขั้นปราณปลายฟ้า
หลินหมิงไม่ได้หลบหลีกอะไรแบบไร้ประโยชน์ ตั้งแต่เริ่มต้นการ ทดสอบ เขายังไม่ได้หยุดพักเลยแม้แต่อึดใจเดียว ในหัวของเขามีแต่คำว่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า เท่านั้น
‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ เป็นการฝึกฝนในฝั่งของพลังหยางอย่างสุดขั้ว ทุกท่วงท่าของมันมีแต่พุ่งไปข้างหน้าและเข่นฆ่าศัตรู ไม่ใช่เคล็ดบ่มเพาะที่ จะนำมาใช้ในการเยื้อเวลาแต่อย่างใด
กำปั้นขอหงลินหมิงในตอนนี้ เปียกชุ่มไปด้วยเลือด
ทุกๆครั้งที่ศัตรูตายลง ศัตรูที่แข็งแกร่งขึ้นก็จะปรากฏออกมา เจ้า พวกนี้ต่างเริ่มต้นที่ การฝึกฝนขั้นสามไปจนถึงจุดสูงสุดของขั้นสาม หรือ อาจจะไปถึงขั้นที่สี่ด้วย
ในในตอนนี้เอง ก็มีศัตรูที่มีการฝึกฝนในขั้นที่สี่ปรากฏตัวออกมา พร้อมกันถึง3คน ทั้งยังมีศัตรูที่มีการฝึกฝนในขั้นที่สามมาช่วยก่อกวนอีก แม้แต่หลินหมิงก็สู้ได้อย่างยากลำบากอย่างยิ่ง
แต่ยังดีที่หลินหมิงได้สำเร็จขั้นแรกของ ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ พลัง ปราณของเขาจึงมีล้นเหลืออยู่ ทั้งมันค่อยๆฟื้นกลับขึ้นมาอีกด้วย ดังนั้น พลังปราณของเขาจึงยังคงมีมากพออยู่ แม้จะเป็นคนที่มีฝึกขั้นอวัยวะ ภายในได้สำเร็จ ก็ยังเทียบกับพลังปราณที่เขามีไม่ได้
ศัตรูก็มีแต่จะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุดปีศาจระดับสองก็ได้ ปรากฏตัวออกมา มันเป็นแมงมุมหลังเพชร หลินหมิงรู้สึกถึงแรงกดดันที่ แผ่ออกมาอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเจ้านั้นโผล่ออกมา การป้องกันของแมงมุม ตัวนั้นเป็นอะไรที่ไม่น่าพูดถึงจริงๆ ถึงจะเป็นดาบก็ไม่อาจสร้างรอยขีด ข่วนให้ผิวของมันได้ นอกจากนั้นใยของมันยังเหนียวและทนทานยิ่งกว่า ลวดเหล็กซะอีก ถ้าหากโดนใยมันรัดแล้วละก็ นอกจากความตายแล้วก็ไม่ มีทางที่จะเป็นอื่นไปได้
“เจ้าแมงมุมนี้เป็นตัวปัญหาเสียจริง” หลินหมิงพูดด้วยสีหน้า เคร่งเครียด ถ้าเป็นการสู้ตัวตัวละก็ เขาอาจจะพอล้มมันได้ แต่ในตอนนี้ เขามีศัตรูอยู่รอบด้าน เขาคิดแผนการอะไรไม่ออกเลย
ในขณะเดียวกันเขายังต้องรับมือกับศัตรูตัวอื่นๆอีกมากมาย ทั้งยัง ต้องหลบใยของไอ้แมงมุมนั้นอีก ตอนนี้เขาถูกล้อมไว้แล้ว
“ชี่”
ดาบที่แหลมคมพุ่งมาหาเขาอย่างรวดเร็ว หลินหมิงก้มหลบดาบนั้น ได้ทันอย่างฉิวเฉียด ความคมของมันทำให้ใครต่อใครต้องขนหัวรุก
หลินหมิงรู้สึกตัวแล้วว่าแค่กำปั้นของเขาเพียงอย่างเดียวคงไม่รอด แน่ๆ
ถ้าเป็นศัตรูซักตัวสองตัวก็คงจะไม่เป็นปัญหา แต่เมื่อมาอยู่ใจกลาง ของกองทัพศัตรูเช่นนี้ การเคลื่อนไหวของเขาก็ถูกจำกัด หากเขาจะโจมตี ศัตรูซักตัว ก็จะมีศัตรูตัวอื่นๆเข้ามาเล่นงานเขาในเวลาเดียวกัน
บางทีเขาควรจะต้องมีอาวุธซักชิ้น
เขาควรจะเลือกใช้อะไรดี หลินหมิงเริ่มใช้สมองอย่างหนัก
ดาบเหรอ?!
ในอาณาจักรลิขิตฟ้า นักสู้กว่า90%เลือกที่จะใช้ดาบ เหตุผลก็คือมัน คมและมีความคล่องตัวค่อนข้างสูง ถึงจะเป็นการยากที่จะใช้มันให้ได้ อย่างชำนาญก็เถอะ แต่มันก็ไม่ได้ยากจนเกินไป
ดาบสามารถรุกและรับได้ทั้งสองอย่าง สามารถหนักและเบาได้ใน คราเดียว เป็นอาวุธอเนกประสงค์ที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้
แต่หลินหมิงคิดว่า ดาบไม่ใช่คำตอบของเขา พลังที่เขาโคจรอยู่ก็คือ ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นพลังหยาง ถ้าหากเขาได้สำเร็จ เคล็ดบ่มเพาะนั้นอย่างแท้จริง พลังของเขาก็เทียบได้กับคลื่นทะเลยักษ์ที่ สามารถดูดกลืนได้ทั้งสวรรค์และโลกได้ เขาสามารถฆ่าได้ทั้งเทพเจ้าและ ปีศาจทั้งปวง
แต่ดาบนั้นจะเน้นไปที่ความว่องไว ความเจ้าเล่ห์ และการจู่โจมที่ ซับซ้อน ซึ่งมันไม่ได้เหมาะกับเขาเอาเสียเลย
ถ้าเป็นดาบโค้งละ
ถ้า 90% ใช้ดาบ อีก 10% ที่เหลือส่วนใหญ่ก็ใช้เจ้านี่ ถึงมันจะไม่ได้ มีความแม่นยำเท่ากับดาบ แต่ก็แลกมาด้วยพลังทำลายที่สูงขึ้น มัน
สามารถโจมตีได้อย่างไม่หยุดยั้งเลยหากอยู่ในมือของผู้ที่ชำนาญ ถ้าหาก ใช้ในสงครามแล้วละก็ มันถือเป็นเครื่องมือสังหารชั้นยอดเลยทีเดียว
แต่หลินหมิงก็ยังไม่คิดว่า สิ่งนั้นมันเหมาะกับเขา ถึงดาบโค้งจะมีพลัง ทำลายที่สูงก็ตาม แต่มันยังดูเหมือนจะขาดอะไรบางอย่างไปอยู่
ทันใดนั้นหลินหมิงก็นึกขึ้นได้ ตอนที่เขาพบกับหลานอวิ๋นเยว่ที่ ห้อง โถงบรรยาย อาจารย์คนหนึ่งได้สาธยาย เกี่ยวกับอาวุธชนิดหนึ่งอยู่นาน มาก นั้นก็คือหอก
น้อยคนนักที่จะใช้หอกในอาณาจักรลิขิตฟ้า ไม่ใช่เพราะหอกมันไม่ดี ตรงกันข้าม ทุกการโจมตีของหอกนั้นทั้งรวดเร็วและดุดัน แต่เป็นการยาก อย่างยิ่งที่จะใช้มันให้คล่องได้
มันใช้เวลานานมากๆ เพื่อที่จะฝึกฝนหอกให้ชำนาญได้ นานยิ่งกว่า อาวุธใดๆ หอกสามารถผ่า ทะลวง ถอย พุ่ง สามารถร่ายรำได้ดั่งบุปผา สามารถฆ่าศัตรูได้เป็นจำนวนมาก
มันสามารถกวาดศัตรูนับพันได้ในคราเดียว อาวุธที่ทำเช่นนั้นได้ก็มี แต่หอกเท่านั้น
หอกถูกเรียกว่า ราชาแห่ง100ทหาร ฉายานั้นก็มาจากความทรหดใน การฝึกของมันนั่นเอง แม้แต่การจะสร้างขั้นมาก็ซับซ้อนกว่าดาบหลาย เท่านัก
สำหรับดาบแล้ว ขอแค่มีเหล็กยาวๆซักแท่งก็สามารถสร้างมันได้แล้ว
แต่หอกต้องการมากกว่านั้น เหล็กนั้น ถ้าหากไม่ยืดหยุ่นพอแล้วล่ะก็ จะไม่สามารถนำมาสร้างได้ และถ้าเป็นไม้ไผ่ ถึงแม้จะหยืดหยุ่น แต่มันก็ จะขาดความแข็งแกร่งไป ทั้งยังมีน้ำหนักที่เบาไปอีกด้วย หากนำมาใช้
ต่อสู้ก็คงจะโดนดาบตัดฉับเดียวก็แยกเป็นสองท่อนแล้ว หลินหมิงคิดไป พร้อมกับสู้ไปด้วยมือข้างเดียว
อย่างไรก็ตามในการสู้ระหว่างความเป็นความตายเช่นนี้ ขณะที่ หลินหมิงกำลังคิดอยู่ แมงมุมนั้นก็ได้ยิงหนามมาที่หลินหมิง หลินหมิงกระ โดนขึ้นไปบนอากาศ เขาหลบมันได้อย่างฉิวเฉียด แต่ระหว่างนั้นเอง ดาบ เล่มหนึ่งก็ได้พุ่งมาหาเขาจากมุมอับ หลินหมิงรู้สึกถึงความเจ็บปวดจาก ด้านหลังของเขา
“เขาได้รับบาดเจ็บ” ภายนอกอาคมหมื่นสังหาร ร่างและใบหน้าของ หลินหมิงดูซีดขึ้นมาอย่างชัดเจน
“เด็กนั้นคงทนได้อีกไม่นานแน่” ผู้คุมที่ออกมาช่วยนักสู้ที่ออกมา จากอาคมหมื่นอสูรสังหารที่อยู่ที่นั้น ก็ไม่ได้ชอบนักหรอกที่จะเห็นใครต่อ ใครได้ดีไปกว่าตนเอง
“เขารอดมาได้นานถึงขนาดนี้ก็เก่งมากแล้ว นานถึง2ก้านธูป ถ้าหาก นานกว่านี้ก็จะเป็นการฝืนลิขิตสวรรค์แล้ว”
“เขาทำได้ดีมากพอแล้ว เขาน่าจะได้อันดับแถวๆ 150 อย่าง แน่นอน”
“เจ้าหลินหมิงนั้นกินยาเม็ดไขกระดูกมังกรทอง และ ยาโอสถพญางู ทองคำ เข้าไปสินะ มิน่าละถึงแข็งแกร่งขนาดนั้น ถึงพลังมันจะมาจากการ ใช้ยาโอสถล้ำค่านั้นก็เถอะ ดูท่าข้าจะประมาทไม่ได้ซะแล้” ซางฉาง กำ หมัดแน่น และรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่เกิดขึ้นหลังจากที่ได้เห็นพัฒนาการ ของหลินหมิง