Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 628 ดินแดนแห่งหมอก
“ขาของข้า? เกิดอะไรขึ้นกับขาของข้า?” ชายหนุ่มเฟย์รีบกล่าวถาม
และก้มหัวลงดู ขณะที่เขาได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น ความตื่นตระหนกก็สะท้าน
ไปทั่วจิตใจของเขา
โดยที่เขาไม่ทันได้รู้ตัวทั้งขาทั้งสองข้างของเขาเริ่มเน่าและโลหิตไหล
ออกมา มันเหลือเพียงกระดูกขาเท่านั้น
โลหิตและหนองที่ไหลลงไปบนพื้นหายไปอย่างเงียบๆ มันถูกดูดซับ
โดยพื้นสีเทาเข้ม จากนั้นพื้นกลายเป็นสีแดงฉาน!
“อ๊ากกกกกกกก!”
ชายหนุ่มเฟย์กรีดร้องออกมา จากนั้นล้มลงบนใช้มือค้ำพื้น แต่ทันทีที่
มือของเขาสัมผัสพื้นดิน มันก็เริ่มเน่าเช่นกัน เนื้อของเขาหันกลาย
เหนอะหนะ ไม่นานมันก็เปลี่ยนเป็นหนองและโลหิตเหลว!
มือและข้อมือของเขาเหลือเพียงกระดูกอย่างรวดเร็ว โลหิตและเนื้อ
เน่าไหลลงพื้น
“ไม่… ไม่…!”
ชายหนุ่มเฟย์หวาดกลัวอย่างสิ้นเชิง เขาโบกมือและเท้าข้างหน้าราว
กับว่ามีอะไรน่ากลัวอยู่ที่นั่น แต่เนื้อหนังของเขาเปลี่ยนเน่าอย่างสิ้นเชิง
เขาพยายามคลานกลับออกมา ทิ้งเนื้อที่เน่าจำนวนมากไว้ตามทางบนหิน
มันได้ลามมาจนถึงต้นขา และเริ่มเปลี่ยนเป็นเนื้อหนังที่เน่าเสียส่งกลิ่น
เหม็นน่าเกลียดที่เปล่งออกมา
“ช่วยข้า! ช่วยข้าด้วย!” จากสติที่เลือนราง ชายหนุ่มเฟย์จำส่าต้าที่อยู่
ตรงหน้าได้ในที่สุด เขายื่นมืิอที่เหลือแต่กระดูกเพื่อขอให้ส่าต้าช่วย แต่
ส่าต้ากลับถอยหลังไป 2 ก้าว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
ขณะที่เขาตะโกนว่า “อย่าเข้าใกล้เขาเด็ดขาด!”
ในความเป็นจริง ส่าต้าไม่จำเป็นต้องเตือนเลย ไม่มีใครกล้าที่จะเข้า
ใกล้อย่างแน่นอน ในความเป็นจริงทุกคนกำลังถอยออกไปจากชายหนุ่ม
เฟย์ผู้นี้อยู่แล้ว
แครกก!
กระดูกขาชายหนุ่มเฟย์เริ่มแตกออก และกระดูกส่วนอื่นๆก็เริ่ม
กลายเป็นเหมือนเปราะบาง; หากกระแทกเพียงเล็กน้อยพวกมันก็จะแตก
ออกทั้งหมด มันเหมือนกับว่าจู่ๆร่างกายนี้ก็มีอายุนับหมื่นนับพันปีในไม่กี่
ลมหายใจ
ดวงตาของชายหนุ่มเฟย์เริ่มขาวโพลน ข้าของเขายาวขึ้นและขาวใส
และในเวลาเพียงสองลมหายใจ ข้าขาวของเขาก็เหี่ยวลงราวกับใบไม้แห้ง
ใบหน้าของเขากลายเป็นเหี่ยวย่นราวกับเช่นเปลือกของต้นไม้เก่า เขา
เหยียดแขนซ้ายออกไปในความพยายามครั้งสุดท้าย ราวกับว่าเขา
พยายามจะจับอะไรบางอย่างตรงหน้า เสียงต่ำและสิ้นหวังครวญคราง
ออกมาจากลำคอของเขา แต่ท้ายที่สุดทุกอย่างที่เขาทำก็ไร้ประโยชน์
จากนั้น กระดูกแขนของเขาแตกเป็นชิ้นเล็กๆ ร่างเล็กของชายหนุ่ม
เฟย์กลายเป็นผื่นโลหิตอันน่าสยดสยองต่อหน้าทุกคน แม้แต่อวัยวะของ
เขาจะเปลี่ยนเป็นเน่าเปื่อย จากนั้น เนื้อเน่าปนโลหิตไปไหลลงไปบนพื้นก็
ได้ถูกดูดซับเข้าสู่พื้นดินสีเทาเข้ม กระดูกที่เหลือก็กลายเป็นเถ้า
ครู่ต่อมา สิ่งที่เหลืออยู่ของชายหนุ่มเฟย์ ก็คือกองเถ้าสีแดงเล็กๆ
นอกจากนั้น มันก็เหมือนกับว่าเขาไม่เคยมีชีวิตอยู่…
ทุกคนต่างตกตะลึงอย่างถึงที่สุด แม้กระทั่งหลินหมิงผู้ซึ่งมีจิตใจและ
ความคิดที่มั่นคงอย่างเหลือเชื่อ ก็รู้สึกว่ามีอาการหนาวไปถึงสันหลัง
นักสู้เหล่านี้ได้เดินเส้นทางการฆ่าทั้งหมด ไม่เคยสนใจต่อการเห็นคน
ตาย ทุกคนที่นี่เคคยฆ่าไปอย่างน้อยหลายร้อยคน แต่เมื่อเห็นคนตายใน
ลักษณะนี้ มันช่างน่ากลัวเกินบรรยายอย่างแท้จริง!
แม้แต่ส่าต้า ซึ่งเเคยเข้ามาในอเวจีปีศาจอมตะ ก็ยังต้องกลืนน้ำลาย
กลับฉากตรงหน้า มีหยดเหงื่อเม็ดใหญ่ไหลลงบนหน้าผาก ในอเวจีปีศาจ
อมตะต่างมีวิธีการตายที่แปลกประหลาดมีมากมาย แต่นี่เป็นครั้งแรกที่
เขาได้เห็นรูปเช่นนี้!
ไม่มีใครพูดอะไร ทุกคนรักษาความระมัดระวังรอบตัวเต็มที่
หลินหมิงสัมผัสที่แหวนมิติของเขาเตรียมเอาไว้ ลมหายใจของเขายัง
ติดๆขัดๆอยู่ในลำคอ เขาเคยคิดว่าอันตรายจากอเวจีปีศาจอมตะมาจาก
สิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายที่อาศัยอยู่ที่นี่ และการต่อสู้กับสิ่งชั่วร้ายเหล่านี้จะทำให้
นักสู้ต้องตกตาย แต่เขาไม่เคยคิดว่าจะมีความตายในลักษณะนี้เลย เขา
มองอย่างช่วยไม่ได้ขณะที่ร่างของนักสู้ผู้นั้นเน่าเปื่อยอยู่ตรงหน้า จนสลาย
ไปไม่เหลือแม้แต่กระดูก แต่ก็ยังไม่รู้ว่าสิ่งชั่วร้ายหรือทำอะไรกับตนเอง
เช่นนี้!
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในโลกนี้คือสิ่งที่ไม่รู้จัก นักสู้ไม่ได้กลัวภูผีและเทพ
สิ่งที่เรียกว่าภูติเป็นเพียงผู้ที่ฝึกฝนเคล็ดบ่มเพาะอันน่ากลัว และที่เรียกว่า
เทพก็เป็นอะไรที่ทรงพลัง แต่ตอนนี้ ทุกคนรู้สึกราวกับว่าพวกเขาได้
กลับไปเป็นปุถุชน ซึ่งหวาดความมืด ชหรือกลัวสิ่งมีชีวิตที่น่าหวาดกลัวใน
ยามค่ำคืน
พวกเขาเพียงแค่เดินทางไปถึงระยะ 5,000 ลี้หรือมากกว่านั้นสุ่อเวจี
ปีศาจอมตะ แล้วเหตุใดเรื่องเช่นนี้ถึงเกิดขึ้นที่นี่ได้?
“ท่านส่าต้า นี่คืออะไร?” ผู้ปกครองเพลิงโลหิตถามด้วยการส่งกระแส
เสียงปราณแท้ ในทุกคนที่นี่ เขาเป็นคนเดียวที่ได้เข้าสู่อเวจีปีศาจอมตะมา
ก่อน เมื่อ 10 ปีก่อนเขาเคยเป็นหนึ่งในปีศาจสวรรค์เจ็ดดาว และมีเพียง
พลังพอๆกับเหยียนชือ ในเวลานั้น อเวจีปีศาจอมตะไม่ได้ปะทุขึ้นและเขา
ก็ไม่ได้เข้าลึกเข้าไปในอเวจีปีศาจอมตะเหมือนกับคนอื่น เขาจึงไม่เคยเห็น
สิ่งเหล่านี้มาก่อน
“ข้ารู้สึกละอายที่จะกล่าว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้เจอบางอย่าง
เช่นนี้ เงาสีเทาเมื่อครู่นั้น จากประสบการณ์ของข้า มันควรจะเป็นเพียง
เถ้าปีศาจที่ถูกควบแน่นจากพลังงานนรก และมันคงมีการบ่มเพาะเพียง
ไม่กี่ร้อยปี เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตระดับต่ำ แต่ข้าไม่เคยคิดเลยว่าจะเกิดอะไร
ขึ้นเช่นนี้ขึ้นได้จากมัน ข้าคิดว่าระลอกคลื่นปราณแท้จากการโจมตีเมื่อ
ตอนนั้น คงได้ปลุกเร้าสิ่งชั่วร้ายที่มิใช่เถ้าปีศาจบางอย่างขึ้นมาจากการ
หลับไหล…”
ส่าต้าไม่กล้าที่จะกล่าวออกมาดังๆในตอนนี้ เขาใช้การส่งกระแส
เสียงปราณแท้เพื่อแจ้งให้ทุกคนแทนทราบ
สิ่งชั่วร้ายที่กำลังหลับไหลอยู่? มันเป็นสิ่งชั่วร้ายที่ถูกพ่นออกมาโดย
การปะทุของอเวจีปีศาจอมตะหรือไม่?
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ทุกคนรู้สึกหนาวไปถึงสันหลัง ไม่ว่าพวกเขามีความ
เชื่อมั่นมากแค่ไหน ก็ไม่มีใครมั่นใจได้ว่าจะสามารถต่อสู้กับสิ่งชั่วร้ายที่เกิด
จากความลึกภายในอเวจีปีศาจอมตะได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเภทของ
สิ่งชั่วร้ายที่มองไม่เห็นเช่นนี้ ความตายที่ไม่สามารถอธิบาย ความน่าตกใจ
ตื่นตระหนก หวาดกลัว – ไม่มีใครแม้แต่จะเรียกความกล้าหาญที่จะ
ต่อต้านมันอารมณ์เหล่านี้ได้!
“มารเจิดจรัส เกิดขึ้นอันใดขึ้นที่นี่?”
หลินหมิงทำได้เพียงถามมารเจิดจรัสเท่านั้น มารเจิดจรัสได้เดินทาง
มากับจักรพรรดิปีศาจเข้าสู่อเวจีปีศาจอมตะ และอยู่ที่นี่เป็นเวลา 20 ปี
จักรพรรดิปีศาจได้หายตัวไปภายในเขตอันตราย 1000 ลี้รอบอเวจีปีศาจ
อมตะ หลินหมิงจึงหวังว่ามารเจิดจรัสอาจมีความเข้าใจบางอย่างเกี่ยวกับ
สิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่
มารเจิดจรัสพยายามอย่างหนักเพื่อเรียกคืนความทรงจำที่ปิดสนิท
อยู่ภายในตัวเขา หลังจากเงียบไปประมาณ 15 นาที เขากล่าวว่า “มันเป็น
พี่ใหญ่ของข้าที่มาพร้อมกับเจ้านาย ข้าไม่ได้สืบทอดความทรงจำของพี่
ใหญ่มากนักสำหรับสถานการณ์เช่นนี้ ข้าสามารถคาดเดาได้โดยประมาณ
เท่านั้น ข้าคิดว่าอาจมีบางผู้ทรงพลังจากยุคโบราณถูกฝังอยู่ที่นี่ ซึ่งเขา
เป็นผู้ฝึกฝนเคล็ดบ่มเพาะชั่วร้ายหรืออาจมีสัตว์อสูรดุร้ายบางอย่างที่ถูก
ปิดผนึกไว้ด้านล่าง โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่ามันคือสิ่งใด เมื่อยังมีชีวิตอยู่ ข้า
กลัวว่าพวกมันจะเป็นตัวตนที่แม้แต่ผู้ทรงพลังจักรพรรดิของทวีปปีศาจ
ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ก็ไม่สามารถจัดการได้… แต่หลังจากที่พวกมันเสียชีวิตและ
ถูกฝังไว้นับหมื่นหรือนับแสนปี จนกลายเป็นกระดูกเทพปีศาจ คงจะมิใช่
ปกติอย่างแน่นอน!”
หลินหมิงเคยได้ยินต้ากู่กล่าวว่ามีกระดูกเทพปีศาจระดับต่างกัน
กระดูกเทพปีศาจที่ผู้ปกครองของหอคอยแยกนภามีนั้น เป็นเพียงระดับ
ทั่วไป
มารเจิดจรัสกล่าวต่อว่า”ถ้ากระดูกเทพปีศาจถูกแบ่งออกเป็นระดับ
มนุษย์ ปฐพีและสวรรค์ เช่นนั้นกระดูกเทพปีศาจที่เจ้ามีตอนนี้ก็เป็นเพียง
ระดับมนุษย์ ภายในหอคอยแยกนภากระดูกเทพปีศาจระดับมนุษย์ก็ยังมี
อยู่น้อยมาก ข้าคิดว่าแม้แต่เจ้าหอคอยดาวเหนือก็ยังไม่มีกระดูกเทพ
ปีศาจระดับปฐพี สำหรับกระดูกเทพปีศาจระดับสวรรค์ ข้าคาดว่าแม้แต่
ผู้ปกครองของที่ราบโลหิตสังก็ยังไม่สักอันเช่นกัน วัตถุระดับนั้นอาจจะมี
สติปัญญาตั้งแต่ถือกำเนิดมา แม้ว่านักสู้จะมีโชคดีก็ตาม เว้นเสียแต่ว่า
พวกเขามีโชคชะตาอันยิ่งใหญ่จึงจะได้ครอบครองมัน ข้าไม่รู้เลยว่ากระดูก
เทพปีศาจภายในสุสานของผู้ทรงพลังข้างใต้เราคือระดับใด แต่จะดีกว่า
หากเจ้าลืมๆมันไปซะ นี่เป็นสถานที่อันตรายเกินไป ยิ่งออกไปจากที่นี่เร็ว
เท่าไรก็ยิ่งดี!”
หลินหมิงไม่จำเป็นต้องให้มารเจิดจรัสเตือนเพื่อให้รู้ว่าเขาไม่ควรโลภ
จนเกินไป และพยายามขุดกระดูกที่ถูกฝังไว้ของผู้อาวุโสยุคโบราณนี้หรือ
สัตว์อสูรดุร้ายด้านล่างนี้ มิเช่นนั้น ก็อาจจะออกไปจากที่นี่ไม่ได้
ทุกคนยืนนิ่งอยู่ตลอดทั้งชั่วโมง ระมัดระมังเต็มที่ หมอกค่อยๆห่อหุ้ม
และแสงจางลง แต่… ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก
มันจบแล้วใช่หรือไม่?
ร่างกายของทุกคนเปียกไปด้วยเหงื่อ พวกเขารู้สึกดีใจที่ตนเป็น
ผู้รอดชีวิตจากภัยพิบัติครั้งนี้ แต่ก่อนที่จะออกจากบริเวณนี้ ไม่มีใครกล้าที่
จะผ่อนคลายแม้แต่นิดเดียว
“หนีจากที่นี่ก่อนเป็นอันดับแรก… ทุกคน จำไว้ว่าอย่าทำให้เกิดเสียง
ใดๆ!”
ไม่มีใครต้องให้ส่าต้าบอก พวกเขาต่างพยายามที่จะระงับกระทั่ง
เสียงการหายใจให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
“ข้ารู้สึกว่า… มันมืดมากขึ้นเรื่อยๆ…” ผู้ที่กล่าวออกมาคือผู้ปกครอง
ธุลีดำโดยได้ใช้กระแสเสียงปราณแท้ ขณะที่เขากล่าว ทุกคนก็ค้นพบว่า
หมอกหนารอบตัวของพวกเขาเริ่มมีความเข้มข้นมากขึ้นและหนาแน่น
มากขึ้นจนทำให้ต้องดึงกระบี่ออกมาและตัดผ่านไป ความมืดก็เพิ่มมาก
ขึ้น ด้วยเหตุผลทั้งหมด อเวจีปีศาจอมตะเองก็อยู่ใต้ดินและไม่มีกลางวัน
หรือกลางคืนที่นี่ แสงเดียวที่พวกเขามีคือจากดาวจากด้านบน แต่ไม่ควร
จะมืดเช่นนี้…
ส่าต้ารู้สึกบางอย่างเข้า เขาเงยหน้าขึ้น ค้นพบว่าท้องฟ้าเต็มไปด้วย
ดวงดาวได้หายไปแล้ว มีเพียงหมอกที่ไร้สิ้นสุด
“บ้าจริง ไม่มีดาวเพื่อกำหนดทิศทาง พวกเราจะเดินหลงทางแน่”
“เราควรบินขึ้นเพื่อหาทิศทางที่ดีขึ้นหรือไม่?”
“เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าการบินถูกห้ามในอเวจีปีศาจอมตะ? แม้ว่าจะ
ไม่ได้ถูกระงับการบิน แต่ข้าก็ไม่กล้าที่จะบิน บินขึ้นไปเป็นเพียงการมอง
หาที่ตายเท่านั้น!”
“แล้วเราจะทำอย่างไร? เราควรไปที่ไหน?”
ทุกคนรู้สึกอ่อนแอในหัวใจ ตอนนี้พวกเขาอยู่ในหมอก ไม่สามารถ
เดินออกไปสุ่มๆและไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้เช่นกัน
แต่ในเวลานี้อากาศเต็มไปด้วยกลิ่นหอมจางๆ จากนั้น เสียงเพลงราว
กับในฝันก็เริ่มแผ่ออกไป…
เสียงร้องเพลงของผู้หญิง!
จู่ๆเมื่อได้ยินเสียงร้องเพลงของผู้หญิงคนหนึ่งในสถานที่นี้… ขนของ
ทุกคนจึงลุกชูในทันที
เพลงนี้ดูเหมือนจะมาจากขอบฟ้าอันไกลโพ้น นำพาความขมขื่นและ
ความเจ็บปวดที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เมื่อผู้ใดได้ฟีงก็จะรู้สึกราวกับว่าดวง
วิญญาณของพวกเขาถูกขังอยู่ภายในความรู้สึก ความเศร้าโศกในหัวใจ
ของพวกเขา บอกว่าไม่อาจออกไปได้
“เหงา…
“เหงาอย่างยิ่ง…
“มาเถิดและอยู่ด้วยกันกับข้า…”
…
“อย่าไปฟังเพลงนี้! ผนึกหูของพวกเจ้าด้วยปราณปีศาจซะ!” สีหน้า
ของส่าต้าก็เปลี่ยนไป ไม่มีเวลาพูดมากไปกว่านี้ ปราณปีศาจในร่าวปะทุ
ขึ้น ทำให้เกิดอาคมของพลังงานขึ้นมารอบๆตัวเขาแยกตัวจากเสียง
ทั้งหมด
การปะทุอย่างฉับพลันของพลังงานได้ทำให้กวาดหมอกหนาบางส่วน
ออกไป จากนั้น หลินหมิงก็เห็นฉากน่าขนลุกตรงหน้า ชายหนุ่มเฟย์กำลัง
ยืนอยู่ที่นั่น ไหล่ของเขาห้อยลงและตาสีเขียวว่างเปล่าราวกับราวกับว่าตก
อยู่ภายใต้มนต์สะกด เขาเริ่มที่จะใช้กรงเล็บของตนฉีกร่างของตน ไม่นาน
ร่างนั้นก็ได้ถูกปกคลุมด้วยโลหิตจากบาดแผลของกรงเล็บ
ยิ่งเขาทำร้ายตัวเองมากขึ้นมันก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเท่านั้น เฟย์ใส่มือของ
เขาเข้าไปในร่าง ดึงเอาเส้นโลหิต อวัยวะต่างๆออกมา เขายังควักกระทั่ง
ดวงตาตนเอง ทั่วร่างจึงได้เปิื้อนไปด้วยโลหิตอย่างน่าสยดสยอง
หลินหมิงเข้าใจได้ทันทีว่าทะเลแห่งจิตวิญญาณของชายหนุ่มเฟย์ตก
ไปอยู่ในมือของศัตรู เขากลายเป็นซอมบี้ไร้ประโยชน์และถูกจัดการ
“หลินหมิง ด้านหน้าซ้าย ทำลายมัน!” เสียงของมารเจิดจรัสตะโกน
ขึ้นรีบมาอย่างเ่งรีบ “ข้ารู้ว่าเราเจอกับอะไร ด้านหน้าซ้าย ตราบเท่าที่เจ้า
มีพลังโจมตีมากพอ ก็จะสามารถหลุดออกมาจากกรงนี้ได้ มิเช่นนั้น เจ้า
เองก็จะประสบชะตากรรมเช่นเดียวกัน!”
ได้ยินเสียงมารเจิดจรัสตื่นตระหนกเช่นนี้ หลินหมิงจึงไม่ลังเลอีก
ต่อไป เขาคว้าหอกแห่งดาวหางม่วงและปราณแท้ปะทุขึ้นมาจากร่างของ
เขาจนถึงขีดจำกัดสุด
ปราณเทพทรราชคลั่งได้เปิดออกและพลังของ 8 ประตูเร้นลับ
ภายในก็ได้ถูกเปิดออกอย่างกว้างที่สุด
“สายรุ้งทะลวงสวรรค์!”
หอกและมนุษย์กลายเป็นหนึ่งเดียว ร่างของหมิงหมิงเปรียบเหมือน
ดาวตกในขณะที่เขาพุ่งผ่านมิติและชนเข้าไปในหมอกหน้าซ้าย ด้วยเสียง
แตก ราวกับว่ามีอะไรบางอย่างกำลังแตกสลาย และจากนั้นหมอกสีดำ
หนาทึบก็ถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ ในพริบตา หลินหมิงได้ข้ามผ่านระยะ
10,000 ก้าวและพุ่งตรงไปยังเป้าหมายอย่างรวดเร็ว
“หนีไปด้วยกัน!” ส่าต้าเห็นหลินหมิงโจมตีและตะโกนออกมา