Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 630 เอากระดูกปีศาจมาครอง
ทุกอย่างก้าวที่เดินหน้า หมอกรอบตัวหลินหมิงเริ่มหนาขึ้น ตอนแรก
มันก็เหมือนผ้าก๊วยบางๆเท่านั้น แต่อย่างช้าๆมันก็เข้มข้นจนเกือบ
กลายเป็นพลังปราณ
บรรยากาศการยับยั้งแผ่กระจายออกไปพร้อมกับพลังงานนรกที่มี
ชีวิตชีวา
หลินหมิงระงับออร่าของเขาเอาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ขณะเดียวกันก็ตื่นตัวในทะเลจิตวิญญาณของเขาในขณะที่เขารอการโจมตี
ที่น่าประหลาดใจของกระดูกปีศาจ
ไม่ว่าอย่างไร กระดูกปีศาจที่เปลี่ยนแปลงไปก็เป็นเพียงกระดูกเทพ
ปีศาจระดับสูงซึ่งมีเจตจำนงจักรพรรดิอยู่ภายในเท่านั้น วิธีโจมตีแบบ
เดียวที่สามารถใช้ต่อได้จึงมีเป็นเพียงการโจมตีด้วยเจตจำนงเช่นเดียวกัน
เท่านั้น
“หลินหมิงแกล้งทำเป็นว่าเจ้าไม่ใช่ศัตรูของมัน ขณะที่ข้าจะเป็นคน
หาตำแหน่งร่างหลักของมันเอง เราจะต้องขุดมันออกไปในครั้งเดียว เรา
จะมีโอกาสเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ถ้าเราล้มเหลว วิญญาณปีศาจตัวนี้จะ
มีโอกาสเตรียมตัวและมันจะเป็นไปไม่ได้ที่จะหลอกมันอีกครั้ง ”
หลินหมิงพยักหน้า ตามที่มารเจิดจรัสว่าไว้ กระดูกปีศาจจำแลงนี้อยู่
ลึกลงไปไม่กี่พันก้าวใต้ดิน; แต่มันจะมาใกล้พื้นผิวเมื่อมันกำลังล่า นี่เป็น
โอกาสเดียวที่จะจับกุมมันในอเวจีปีศาจอมตะที่ซึ่งสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของคน
ผู้นึงได้ถูกระงับ และด้วยกระดูกปีศาจจำแลงซึ่งซ่อนตัวอยู่ได้เป็นอย่างดี
แล้วก็จะเป็นไปไม่ได้ที่จะพบอีกครั้ง
หลังจากเดินไปหลายสิบลี้ ความเร็วของหลินหมิงบางครั้งก็รวดเร็ว
และบางครั้งก็ช้า ในที่สุด เขาก็ได้ยินเสียงร้องเพลงไพเราะขึ้นอีกครั้ง
“เหงา… ข้าเหงามากๆ … มาเถิดและมาอยู่กับข้า…”
มันเหมือนกับเพลงของหญิงชราคนหนึ่งขณะที่นางรอคอยการ
กลับมาของสามี ย่างก้าวของหลินหมิงหยุดชะงัก ดวงตาของเขาสาด
ประกายอยู่ชั่วครู่เด้วยแสงสลัว
มันมาแล้ว!
จิตใจของหมิงหลินเย็นเฉียบ เมื่อได้ฟังเพลงนี้อีกครั้ง เขารู้สึกสงบ
กว่าเขาเป็นครั้งล่าก่อน มันเป็นเรื่องง่ายมากที่จะแยกความแตกต่างของ
การโจมตีวิญญาณที่แฝงอยู่ในเพลงนี้
หน้าที่ของเพลงคือการทำให้หัวใจของนักสู้หลงเสน่ห์และลาก
จิตสำนึกลงไปสู่โลกแห่งเจตจำนง
ถ้านักสู้ไม่เคยสัมผัสกับโลกแห่งเจตจำนงแล้ว พวกเขาก็คงไม่อาจ
ต่อต้านอะไรได้เลยสักนิด ผลที่ตามย่อมสามารถจินตนาการได้
ในโลกแห่งเจตจำนง หลินหมิงยืนอยู่ในดินแดนกว้างใหญ่สีเขียว ที่นี่
เขาไม่รู้สึกจิตสังหารใดๆเลย กลับกัน เขาค่อนข้างรู้สึกว่ามีร่องรอยของฤดู
ใบไม้ผลิมาเยือน
การจัดเรียงของทิวทัศน์นี่คือ…
จากสภาพแวดล้อมสีเทาที่มืดมิดกลายมาเป็นทุ่งหญ้าในฤดูใบไม้ผลิที่
สวยงาม นี่เองที่เป็นผลกระทบทำให้ตกใจ
ในขณะนี้ ด้านหน้าของเขา ผู้หญิงคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น นางสวม
กระโปรงสีแดง รูปร่างเรียวและประณีตคล้ายบางคนที่หลินหมิงได้พบมา
ก่อน
“อยู่กับข้าเถิด! มากับข้าเถิด!”
เสียงกระซิบอ่อนโยนดังขึ้นในหูของหมิงหมิงทำให้เขารู้สึกเหมือน
โดนสายฟ้าผ่า ผู้หญิงคนนี้… คือ มู่เชียนหยี่!
มู่เชียนหยี่ผู้นี้ดูเหมือนจริงมากๆ แม้ขมวดคิ้วหรือยิ้มแย้ม ทุกสิ่งทุก
อย่างก็เหมือนกับในความทรงจำของหลินหมิง
ในเวลานั้น หลินหมิงก็ได้ตกอยู่ในภาพมายาไปครู่หนึ่ง แต่เขาได้ฟื้น
ตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว
“กระดูกปีศาจจำแลงนี้สามารถทำให้ข้าได้เห็นเชียนหยี่ในความทรง
จำของข้า มันสามารถเรียกคืนความทรงจำเพื่อให้ข้าตกอยู่ในภาพมายา…
นี่เป็นวิธีการที่ดี!”
หลินหมิงรู้สึกเสมอว่าเจตจำนงของเขามั่นคงราวกับเหล็กกล้า แต่ถึง
กระนั้น เขาก็เกือบจะติดกับดัก ถ้าเป็นคนอื่น ย่อมไม่มีความสามารถที่จะ
ต่อต้านมัน ไม่น่าแปลกใจที่เฟย์หนุ่มทั้งสองได้ตกตายอย่างง่ายดาย เมื่อ
เจตจำนงของพวกเขาพ่ายแพ้ ร่างกายของพวกเขาก็กลายเป็นอาหารของ
กระดูกปีศาจ
“ศิษย์น้องหลิน… ในที่สุดเราก็พบกันอีกครั้ง… ” มู่เชียนหยี่ยิ้มอย่าง
งดงาม เสียงหัวเราะของนางเหมือนดั่งฝนในฤดูใบไม้ผลิ รูปร่าง ท่าทาง
การเคลื่อนไหว ทุกอย่างสอดคล้องกับมู่เชียนหยี่ตัวจริง
แม้ว่าหลินหมิงรู้อย่างชัดเจนว่านี่เป็นภาพมายา แต่เขาก็ยังรู้สึกว่า
จิตใจของเขายังสั่นสะท้านต่อสิ่งนี้ มันเป็นเวลาเกือบสองปีครึ่งแล้ว
ตลอดเวลานี้ เขากังวลเกี่ยวกับเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ กังวลเรื่องบิดา
มารดาและกังวลเกี่ยวกับฉินซิงเซวียนและมู่เชียนหยี่
ในเวลานี้เสียง มารเจิดจรัสดังออก “หลินหมิง ข้าพบมันแล้ว รอสัก 3
ลมหายใจแล้วโจมตีด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้ามี! ด้วยจิตวิญญาณต่อสู้ของ
เจ้า เจ้าไม่จำเป็นต้องกลัวมันเลย!”
3 ลมหายใจ…
คิ้วของหลินหมิงตั้งชันขึ้น นับถอยหลังไปในหัวใจของเขาขณะที่
สมผัสแหวนมิติเบาๆ จิตใจของเขาเชื่อมโยงกับหอกแห่งดาวหางม่วง
“ศิษย์น้องหลิน เจ้าทำอะไรอยู่? ทำไมข้ารู้สึกราวกับว่าข้ารู้สึกถึงจิต
สังหารจากร่างของเจ้า… เจ้าต้องการจะ… ” มู่เชียนหยี่ปิดปากด้วยมือของ
นาง ดวงตาเต็มไปด้วยความขมขื่นและความเศร้า
สองลมหายใจ…
“ศิษย์น้องหลิน หรือเจ้าอาจต้องการจะทำร้ายข้า… ” มู่เชียนหยี่ยื่น
มือออกราวกับว่านางต้องการที่จะสัมผัสหลินหมิง
หนึ่งลมหายใจ…
หลินหมิงก้าวถอยหลังไปและหลีกเลี่ยงมือของมู่เชียนหยี่ที่ยื่นมา
“ศิษย์น้องหลินเจ้า… ” ดวงตาของมู่เชียนหยี่ดูน่าสงสารอย่างยิ่ง
ดวงตาของหลินหมิงสาดประกายด้วยจิตสังหารอันลึกซึ่ง เสียงของ
เขาทุ่มต่ำในขณะที่กล่าวว่า “เจ้าได้ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ เจ้ากลายเป็นคน
สำคัญของข้าเพื่อที่จะจัดการกับข้า แล้วข้าจะปล่อยให้เจ้ามีชีวิตอยู่ได้
อย่างไร!”
หอกแห่งดาวหางม่วงถูกดึงออกมา ในทะเลแห่งจิตวิญญาณของ
หลินหมิง จิตวิญญาณต่อสู้สีครามกู่ร้องและผสานเข้ากับหอกแห่งดาวหาง
ม่วง ด้วยการพุ่งออกไป เพลิงสายฟ้าเองก็กู่ร้องออกมาเช่นกัน!
ใบหน้าที่งดงามของมู่เชียนหยี่ได้เปลี่ยนไป ใบหน้าซึ่งไร้ที่ติได้
กลายเป็นน่าเกลียดและน่ากลัวในทันที มือของนางกลายเป็นกรงเล็บที่
เต็มไปด้วยขนสัตว์ และเสียงร้องที่แหบแห้งออกมาจากคอของนาง ใน
อากาศจึงเต็มไปด้วยเพลงโศกเศร้าแม้ขณะที่นางโดนหลินหมิงโจมตีก็ตาม
“หึ!”
หลินหมิงเค้นเสียงเย็นชา ในโลกแห่งเจตจำนง จิตวิญญาณต่อสู้คือ
ราชัน!
ปังงงงง!
กรงเล็บปีศาจถูกทะลวงผ่านโดยหอกของหลินหมิง หอกแห่งดาวหาง
ม่วงไม่สูญเสียพลังใดๆ ทันแทงผ่านหน้าอกของปีศาจทันที ใบหน้าที่ชั่ว
ร้ายของปีศาจนั้นเผยให้เห็นความตื่นตระหนกในทันที!
“หลินหมิง ตอนนี้ได้เวลาแล้ว อย่าปล่อยให้มันหนีไปได้!”
หลินหมิงยืนมือออกมาและตะโกนเสียงดังว่า “ผลึก!”
สายฟ้าและเพลิงกลายเป็นกรงในอากาศบางๆ ปิดผนึกปีศาจอยู่
ภายใน ในโลกแห่งเจตจำน งหลินหมิงสามารถใช้วิธีการใดๆก้ได้ที่เขา
ต้องการจะเอาชนะศัตรู ตราบใดที่เจตจำนงของเขาแข็งแกร่งพอ
สำหรับกระดูกปีศาจที่อยู่ตรงหน้าเขา มันเป็นเศษเสี้ยวที่เหลืออยู่
ของเจตจำนงแห่งจักรพรรดิ มันยังห่างไกลจากการสร้างจิตวิญญาณต่อสู้
ขึ้นมาได้มากนัก จึงเป็นธรรมดาที่มันจะไม่ใช่คู่มือของหลินหมิง
“หนึ่งลี้ข้างหน้าเจ้า 300 ก้าวใต้ดิน นั่นคือที่ซึ่งมันอยู่!”
มารเจิดจรัสใช้ประโยชน์จากเวลาที่กระดูกปีศาจโลหิตถูกดึงความ
สนใจกจากหลินหมิงในโลกแห่งเจตจำนงเพื่อหาตำแหน่งที่แน่นอนของ
ร่างหลัก
“เข้าใจแล้ว!”
ดวงตาของหลินหมิงสาดประกายด้วยแสงจ้า ในขณะที่วิญญาณของ
กระดูกปีศาจโลหิตยังคงถูกปิดผนึกไว้ในโลกแห่งเจตจำนง เขาถอนตัวไปสู่
ความเป็นจริง เขาดึงเอาหอกแห่งดาวหางม่วงออกมาทันใด – สายรุ้ง
ทะลวงสวรรค์!
หลินหมิงไม่จำเป็นต้องกระพริบตาก็ข้ามผ่านระยะหนึ่งลี้ได้แล้ว มี
เพียงแสงสายสายรุ้งทะลวงสวรรค์ระยิบระยับที่ทะลุผ่านมิติขณะที่พื้นดิน
ระเบิดขึ้น แผ่นดินที่หนักนับพันจินถูกพลิกขึ้นมา ด้วยหอกของเขา หลินห
มิงราวกับเป็นตะปู เจาะผ่านไปยังตำแหน่งเป้าหมายในทันที!
ที่นั่น มันมีอาคมพลังงานกระจายออกไปหลายสิบก้าว และภายใน
อาคมนั้น มีลูกแก้วสีแดงเข้มเล็กกว่าไข่ของนกพิราบซ่อนตัวอยู่ตรงกลาง
แครกก!
เพียงแค่อาคมนี้ มันจะสามารถป้องกันหอกของหลินหมิงได้หรือ?
ในทันทีที่การโจมตีของเขามาถึง มันก็พังทลายลงในทันที!
กระดูกปีศาจจำแลงตื่นตระหนก มันโคจรพลังงานรอบตัวของมันราว
กับว่ามันอยากจะหลบหนีออกไป แต่หลินหมิงจะยอมให้มันทำตามที่มัน
ปรารถนาได้อย่างไร!
“วิถีแห่งมิติ ผลึก!”
มิติโดยรอบๆ กระดูกปีศาจยุบตัวลงทันที กลายเป็นกรงจากพลังของ
มิติขังกระดูกปีศาจไว้ภายใน ด้วยความเข้าใจในวิถีของหลินหมิง การ
สร้างกรงขังที่มีเสถียรระยะยาวย่อมเป็นไปไม่ได้ ซึ่งเป็นระยะเวลาไม่กี่ลม
หายใจเท่านั้น แต่นี้ก็เพียงพอแล้ว!
ขณะที่กระดูกปีศาจถูกขังอยู่ หลินหมิงได้บสบัดนิ้วของเขาทันที ทำ
ให้เกิดผนึกนับร้อยพุ่งออกไป ผลึกทองคำเหล่านี้ตกลงบนกระดูกปีศาจ นี่
คือทักษะการปิดผนึกที่ใช้สำหรับจิตวิญญาณสายฟ้าและปราณอัคคีได้
การใช้มันเพื่อจัดการกับกระดูกปีศาจนี้จึงเหมาะอย่างยิ่ง!
“อ๊ากกกก!”
กระดูกปีศาจจำแลงได้กรีดร้องอย่างน่าสังเวช เมื่อเห็นลูกแก้วขนาด
เล้กนี้ทำให้เสียงดัง เขารู้สึกประหลาดใจมาก
หลินหมิงไม่สนใจมันเลย นิ้วมือของเขากลายเป็นเร็วขึ้นและเร็วขึ้น
เนื่องจากผนึกอื่นๆตกลงมาบนกระดูกปีศาจ เมื่อผนึกเสร็จแล้ว หลินหมิง
ก็สะบัดนิ้วและสายฟ้าร้องบางๆได้ล้อมรอบกระดูกปีศาจไว้ และมันได้
กลายเป็นรังไหมสายฟ้าอย่างรวดเร็ว หลินหมิงยังคงไม่มั่นใจ นอกจากนี้
เขายังวางพลังมิติไว้โดยรอบรังไหม จากนั้นหยิบกล่องหยกและวางรังไหม
ไว้ในกล่องหยก
ด้วยการป้องกันมากมายหลายชั้นเช่นนี้ กระดูกปีศาจจึงไม่น่าจะ
สามารถหลบหนีได้แม้ว่าจะมีปีก!
มารเจิดจรัสหัวเราะและพูดว่า “ทำได้ดีมาก เจ้าหนู การกระทำของ
เจ้าค่อนข้างไร้ปราณีจริงๆ ข้าเคยคิดว่าเจ้าอาจมีโอกาสเพียง 30% ใน
การจับกระดูกปีศาจโลหิต แต่ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าจะทำได้อย่าง
ง่ายดายและเด็ดขาดเช่นนี้ กระดูกปีศาจโลหิต ถูกจับได้โดยเจ้าและมันก็
ไม่ได้มีโอกาสที่จะตอบสนองเลย!”
หลินหมิงยิ้มจางๆ “มันก็ต้องขอบใจเจ้าด้วยที่หามันพบได้โดยเร็ว”
หลินหมิงรู้สึกว่าพลังจิตวิญญาณของมารเจิดจรัส ฟื้นตัวขึ้นอย่าง
รวดเร็วในระดับที่ดีมาก หลังจากที่เขาทะลวงเข้าสู่ในขั้นปราณปลายฟ้า
เขารู้สึกว่าพลังจิตวิญญาณของมารเจิดจรัสยังด้อยกว่าตนเอง แต่หลังจาก
หลายปีที่ผ่านมา พลังจิตวิญญาณของมารเจิดจรัสได้เหนือกว่าเขาไปอย่าง
มากแล้ว เพื่อที่หากระดูกปีศาจที่ฉลาดในการซ่อนตัวซึ่งอยู่ห่างออกไป
หนึ่งลี้และลึก 300 ก้าว หลินหมิงไม่เชื่อว่าเขามีความสามารถทำเช่นนั้น
ได้
นี่เป็นทักษะของผู้อาวุโสของแดนเทวะ ไม่ว่าอย่างไร แม้อูฐจะผอม
แต่ก็ยังคงมีขนาดใหญ่กว่าม้าอยู่วันยังค่ำ เมื่อเวลาผ่านไปและพลังจิต
วิญญาณของมารเจิดจรัสฟื้นตัวมากยิ่งขึ้น ความแตกต่างระหว่างพวกเขา
ก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
หลินหมิงเพิ่งปิดกล่องหยก เมื่อมารเจิดจรัสกล่าวว่า “เจ้าหนู ถือมัน
ไว้”
“หืม?”
“ปล่อยให้นักบุญคนนี้ เล่นสนุกกับตัวเองก่อน ฮ่าฮ่าฮ่า!” มารเจิดจรัส
ลูบมือเข้าด้วยกัน ลิ้นยื่นยาวออกมาเลียริมฝีปากตนเอง สีหน้าของเขาไม่
แตกต่างจากไอ้หื่นกามที่วิ่งเข้ามาในอ่างอาบน้ำซึ่งเต็มไปด้วยสาวงาม
เมื่อเห็นมารเจิดจรัสทำเช่นนี้ หลินหมิงจึงช่วยไม่ได้ที่จะหัวเราะ
“เจ้าหนู เจ้าหัวเราะเยาะอันใดของเจ้า? มั่นใจได้ นักบุญคนนี้จะ
เหลือครึ่งหนึ่งไว้ให้เจ้า ข้าจะไม่โกงเจ้าแม้แต่นิดเดียว”
หลินหมิงไอแห้ง “ข้าไม่ต้องการกินของเหลือจากเจ้า”
หลังจากประสบความสำเร็จในการได้เอากระดูกปีศาจโลหิตมา
หลินหมิงจึงอารมณ์ดีอย่างมาก เขาสามารถทะลวงเข้าสู่ในขั้นหลอมรวม
แก่นแท้ และยังสามารถเสริมจิตวิญญาณต่อสู้ได้อีกด้วย แต่สถานที่แห่งนี้
ไม่เหมาะสำหรับการปิดด่านฝึกตนเพื่อทะลวงระดับ เขาต้องหาที่
ปลอดภัยก่อน
มารเจิดจรัสกล่าวอย่างเศร้าๆว่า “เจ้าหมายความว่าอย่างไรของ
เหลือจากนักบุญผู้นี้? นักบุญผู้นี้จะเป็นคนแรกที่จัดการกระดูกวิญญาณ
ชิ้นเล็กๆนี้และแบ่งครึ่งหนึ่งให้เจ้า หลังจากที่นักบุญคนนี้ใช้ขั้นตอน
บางอย่างสมบัตินี้ มันจะง่ายสำหรับเจ้าในการกลืนลงไป มันจะไม่เป็น
เช่นนั้นเวลาที่เจ้าต้องกลืนโอสถศักดิ์สิทธิ์ไร้นามและประสบความ
ทรมาน!”
หลินหมิงยิ้ม “ก็ได้ เช่นนนั้น อ่า… พวกเราเพิ่งจะมีการต่อสู้ที่รุนแรง
ไม่ดีหากจะอยู่ที่นี่นานเกินไป ออกจากที่ก่อนดีกว่า”
ภายในอเวจีปีศาจอมตะ การต่อสู้ที่รุนแรงสามารถปลุกจิตสำนึกชั่ว
ร้ายที่ซุ่มอยู่ใต้ดินได้อย่างง่ายดาย ถ้ามีบางอย่างที่โผล่ขึ้นมา และหลินห
มิงไม่สามารถรับมือกับมัน เช่นนั้นมันจะไม่มีทางหนีกระทั่งไปสวรรค์หรือ
นรกสำหรับเขา