Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 633 ทะลวงคอขวด
“นี่คือจิตวิญญาณต่อสู้ของผู้อาวุโสสูงสุดจากยุคโบราณ!”
ทันทีที่หลินหมิงเข้าสู่โลกโลหิตสีแดงฉาน เขาจะรู้สึกถึงแรงกดดันที่
เบาบาง ถึงแม้ว่าแรงกดดันนี้ไม่ชัดเจนมากนัก แต่ก็ยังนำพลังงาน
มหาศาลและบ้าคลั่งที่ทำให้จิตใจต้องสั่นสะท้านไปด้วยความหวาดกลัว!
เห็นได้ชัดว่า เป็นเพราะช่วงเวลาดังกล่าวได้ผ่านไปนานแล้ว จิต
วิญญาณต่อสู้ของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ในยุคโบราณจึงได้อ่อนแอลงไปถึงจุด
ที่น่าสังเวช มิเช่นนั้นแล้ว หลินหมิงจะสามารถจับมันได้เช่นนั้นหรือ?
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หลินหมิงก็ถอนหายใจ มืดมนเล็กน้อย มิต้องสงสัย
เลยว่า ตอนที่ยังมีชีวตอยู่เขาทรงพลังอย่างยิ่ง แต่ไม่ว่าจะสั่นสะเทือน
สวรรค์หรือปฐพีเพียงใดก็ตาม หลังจากตกตายไปแล้ว พวกเขาก็ไม่มีอะไร
นอกจากธุลีที่กลับสู่ผืนดิน ร่างกายสลายไป พลังงานของพวกเขา
ควบแน่นไปเป็นกระดูกเทพปีศาจ ในแง่ของจิตวิญญาณต่อสู้ ถึงแม้จะอยู่
ในเจตจำนงนี้จะคงอยู่ได้นานนับหมื่นนับแสนปี มันก็จะค่อยๆอ่อนลง
และในที่สุดก็กลายเป็น “ไม่หลงเหลือสิ่งใด”
หลินหมิงสงสัย ถ้าสามารถไปถึงขอบเขตสูงสุดของนักสู้ได้ มันจะ
เป็นได้หรือไม่ที่พวกเขาสามารถทะลวงออกจากวัฏสงสาร และกลายเป็น
อมตะอย่างแท้จริง?
หลินหมิงรู้ว่า ไม่ว่าจะเป็นผู้อาวุโสที่พัฒนา ‘ก้าวย่างวิหคทองคำถลา
ลม’ หรือนักบุญหญิงผู้ยิ่งใหญ่ที่หลับไหลอยู่ภายในลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์ ทั้ง
สองคนก็ไม่สามารถเข้าสู่จุดสูงสุดของนักสู้ได้ เขาสงสัยว่า เทพอสูรที่ทรง
สร้างทรงสร้าง ปราณเทพทรราชคลั่ง ขึ้นมาได้ไปถึงขอบเขตดังกล่าวแล้ว
หรือไม่?
หลินหมิงพยายามทำให้หัวใจและจิตวิญญาณของเขาสามารถปีนขึ้น
ไปสู่จุดสูงสุดของนักสู้ เหตุผลส่วนใหญ่เกิดจากเหตุผลที่เขาอยากจะมองดู
ลงมาจากจุดสุดสูงของนักสู้และดูว่ามันเป็นอย่างไร
พลังงานสีแดงที่รวบรวมอยู่ข้างหน้าหลินหมิงซึ่งก่อตัวขึ้นเป็นปีศาจที่
ดุร้าย
เสียงของมารเจิดจรัสออกมาในจิตใจของหลินหมิง “นี่คือจิตวิญญาณ
ที่ชั่วร้ายที่ดูดซับเจตจำนงของจักรพรรดิโบราณและวิวัฒนาการไปสู่
สถานะนี้ แม้ว่าจะเกิดจากเจตจำนงของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ แต่ความจริง
ก็คือมันไม่มีความสัมพันธ์กับเขา ดับมันและใช้มันเพื่อเพื่อเสริมจิต
วิญญาณต่อสู้ของเจ้า!”
ไม่เพียงแต่กระดูกปีศาจโลหิตเท่านั้นที่สามารถช่วยให้นักสู้สามารถ
ทะลวงคอขวดได้ แต่สามารถใช้เสริมเจตจำนงได้อีกด้วย นี่เป็นสมบัติที่หา
ได้ยาก ถ้าไม่ใช่เพราะจุดนี้ มารเจิดจรัสคงจะไม่สนใจมันตั้งแต่แรกเริ่ม
หลังจากที่วิญญาณชั่วร้ายแดงก่อตัวขึ้นมา มันก็ได้พุ่งมายังหลินหมิง
หลินหมิงสะท้าน และหอกแห่งดาวหางม่วงปรากฏตัวขึ้น สายฟ้าสาด
ประกายบนปลายหอก และด้วยเสียงที่พุ่งออกไปด้วยความเร็วสูง
วิญญาณชั่วร้ายแดงก็ถูกแทงด้วยหอกแสง ในโลกของเจตจำนง จิต
วิญญาณต่อสู้เป็นราชัน แม้แต่กระดูกปีศาจโลหิตที่สมบูรณ์ก็ยังมิใช่คู่มือ
ของหลินหมิง แต่ที่อยู่ตรงหน้าของเขามีรูปแบบที่ไม่สมบูรณ์
แสงสีแดงจางหายไป โดยไม่ลังเล หลินหมิงได้ดูดซับพลังเหล่านี้เข้าสู่
ร่างเจตจำนงของเขา เขามองเห็นร่องรอยของสีแดงจางๆเหล่านี้แทรกซึม
เข้าไปในทะเลแห่งจิตวิญญาณของเขา คืบคลานเข้าไปในดวงวิญญาณ
ของเขา
ด้วยเหตุนี้ จิตสำนึกที่ความรุนแรงและป่าเถือนจึงเต็มอยู่สติของเขา
รวมพลังงานนี้ ลบเครื่องหมายวิญญาณของมันและทำให้มัน
กลายเป็นพลังงานวิญญาณบริสุทธิ์สำหรับการดูดซับ” มารเจิดจรัสเตือน
หลินหมิง ความจริงก็คือหลินหมิงไม่จำเป็นต้องเตือนใจเขารู้ดีว่าควรทำ
อะไร ด้วยจิตวิญญาณต่อสู้ของเขาก่อตัวขึ้นแล้ว จิตสำนึกของเขาก็มี
เสถียรภาพเช่นเดียวกับขุนเขา การกลืนกินเจตจำนงนี้จะเป็นเพียงเรื่อง
ของเวลาเท่านั้น
ด้วยจิตสำนึกของเขาที่เชื่อมโยงกับทะเลแห่งจิตวิญญาณ บนท้องฟ้า
เหนือทะเลแห่งจิตวิญญาณของหลินหมิง ร่องรอยของพลังงานสีแดงจางๆ
อยู่รอบหอกเล็กๆ ซึ่งเป็นจิตวิญญาณต่อสู้ของเขา ดูดมันเข้าไปอย่าง
ต่อเนื่อง
เวลาผ่านไปวินาทีแล้ววินาทีเล่า จากรูปลักษณ์ที่โปร่งแสงของเขา
หอกเล็กๆ ก็ได้กลายเป็นชัดเจนมากขึ้น รูปร่างกายของมันดูเหมือนจะทำ
จากโลหะราวกับว่ามันถูกสร้างขึ้นจากสำริดโบราณ
วันต่อมา หอกนี้ได้ก่อตัวขึ้นมาเกือบสมบูรณ์ มีเพียงชิ้นส่วนที่ขาด
หายไปที่ด้ามหอกเท่านั้น
หลินหมิงตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงในจิตวิญญาณต่อสู้ของตน
ใช้จิตใจของเขาเพื่อเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณต่อสู้ หอกน้อยนี้ได้สั่นสะท้าน
อย่างรุนแรง ราวกับว่ามันไม่ต้องการที่จะถูกปราบปราม และต้องการที่
จะหนีออกไปจากทะเลหลินหมิงของแทน
“ดีมาก!” มารเจิดจรัสช่วยไม่ได้ที่จะยกย่องออกมาดังๆ “การบ่มเพาะ
ของเจ้ายังไม่ถึงขั้นหลอมรวมแก่นแท้ แต่จิตวิญญาณต่อสู้ของเจ้าได้ผ่าน
รูปแบบพื้นฐานแล้วและกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว! เจ้าเป็นสัตว์ประหลาด
อัจฉริยะอย่างแท้จริง! เพื่อสร้างรูปแบบจิตวิญญาณต่อสู้ได้ก่อนเข้าสู่ขั้น
หลอมรวมแก่นแท้ ไม่สามารถทำได้ด้วยพรสวรรค์พิเศษหรือสมบัติสวรรค์
ใดๆก็ไม่เพียงพอ สิ่งที่เจ้าต้องการคือเจตจำนงที่ทรงพลังอย่างน่า
เหลือเชื่อ!”
ในแง่ของเจตจำนง ไม่จำเป็นต้องพูดถึงหัวใจแห่งนักสู้ของหลินหมิง
นอกจากนี้เขาได้กลืนกินเศษเสี้ยววิญญาณภายในกล่องปัญหาแห่งพระ
เจ้ามาหลายครั้งและแม้แต่มีเจตจำนงแห่งนักสู้วัฏสงสารช่วยเขาอีกด้วย
ในแง่นี้ นักสู้ของทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ถูกทิ้งห่างโดยเขาอย่างไม่เห็นฝุ่น ใน
ความเป็นจริง แม้แต่อัจฉริยะของแดนเทวะก็หายากที่จะเทียบเขาได้
หลินหมิงยังคงเงียบไร้พูดคำ เขากัดฟัน ก่อร่างจิตวิญญาณต่อสู้ให้
เสร็จ ในที่สุดก็สามารถสร้างด้ามหอกจนสมบูรณ์ได้
หลังจากผ่านไป 2 ชั่วโมง จิตวิญญาณต่อสู้ก็มีรูปร่างสมบูรณ์ ในช่วง
เวลานั้นเอง เสียงคำรามของมังกร ดูเหมือนจะเปล่งเสียงออกมาเป็น
พลังงานที่มีชีวิตชีวาและมีพลังกระจายออกจากวิญญาณต่อสู้สีเหลืองเข้ม
เติมไปทั่วท้องฟ้าเหนือทะเลแห่งจิตวิญญาณของเขา แม้แต่มารเจิดจรัสที่
หลับอยู่ในทะเลแห่งจิตวิญญาณก็ยังตกใจ!
“มันเกิดขึ้นจริงๆ! จิตวิญญาณต่อสู้ระดับสีเหลืองเข้ม!”
“โอ้? ระดับสีเหลืองเข้ม?” นี่เป็นครั้งแรกที่หลินหมิงเคยได้ยินการจัด
อันดับที่แตกต่างกันของจิตวิญญาณต่อสู้ มันดูเหมือนว่า จิตวิญญาณต่อสู้
ได้แข็งแกร่งขึ้น มีศักยภาพในการเติบโตที่มากมายอย่างยิ่ง
มารเจิดจรัสกล่าวว่า “อันดับของจิตวิญญาณต่อสู้จากต่ำไปสูงคือ สี
เหลืองเข้ม เงิน ทอง สีฟ้า… เนื่องจากสีที่แตกต่างกันเหล่านี้ จึงเรียกว่า
แยกเป็น จิตวิญญาณต่อสู้ระดับทองแดง จิตวิญญาณต่อสู้ระดับเงิน จิต
วิญญาณต่อสู้ระดับทองคำ และจิตวิญญาณต่อสู้วิญญาณระดับวิญญาณ
คราม ขณะนี้ จิตวิญญาณต่อสู้ของเจ้าเป็นจิตวิญญาณต่อสู้ระดับทองแดง!
โดยทั่วไป จักรพรรดิแห่งโลกมนุษย์เองก็จะมีจิตวิญญาณต่อสู้ระดับ
ทองแดง! แต่การบ่มเพาะของเจ้าอยู่เพียงขั้นปราณปลายฟ้า และแต่เจ้าก็
มีจิตวิญญาณต่อสู้ระดับทองแดงแล้ว ศักยภาพในอนาคตของเจ้าจะไร้
ขีดจำกัด! ดูเหมือนว่านักบุญคนนี้จะทำถูกที่เลือกเจ้าฮ่าๆๆๆๆ!”
มารเจิดจรัสหัวเราะอย่างมีความสุข หลินหมิงอยู่ในอารมณ์ที่ดี
หลังจากดูดซับร่างเจตจำนงของกระดูกปีศาจโลหิตแล้ว มันยังคงมี
กิจกรรมหลักอยู่ นั่นคือ… ทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้!
ด้วยเจตจำนงที่ถูกลบทิ้งทั้งหมดในกระดูกปีศาจโลหิตมันจึง
กลายเป็นรูปแบบพลังงานที่บริสุทธิ์
พลังงานนี้ถูกปิดผนึกภายในร่างกายหลินหมิงด้วยพลังแห่งสายฟ้า
หลังจากปลดสายฟ้าออก พลังของกระดูกปีศาจโลหิตก็ทะลักออกมา
ราวกับเขื่อนที่ระเบิด!
คลื่นมหาศาลและรุนแรงหลั่งไหลเข้าสู่เส้นชีพจรของหลินหมิง พุ่ง
กระจายไปในทุกทิศทาง แม้ว่าเส้นชีพจรของหลินหมิงยืดหยุ่น แต่ก็ยัง
ยากที่จะต้านทานพลังที่บ้าคลั่งเช่นนี้ บางของเส้นชีพจรก็เริ่มฉีกขาด แต่
ด้วยความสามารถในการฟื้นฟูที่น่าหวาดกลัวของหลินหมิง ความเสียหาย
เล็กๆน้อยๆนี้ไม่ถือว่าเป็นอันใดเลย
“รวบรวมพลังงานในตันเถียนของเจ้า; ควบแน่นวังวนให้กลายเป็น
แก่น!”
เสียงของมารเจิดจรัสดังออกมาในจิตใจของหลินหมิง ในความเป็น
จริง หลินหมิงไม่จำเป็นต้องให้มารเจิดจรัสแนะนำ; เขารู้ดีว่าควรทำ
อย่างไร จากเคล็ดบ่มเพาะที่เขาได้ศึกษา “เคล็ดบ่มเพาะง้าวโลหิตล้าง
ผลาญ” เหมาะสำหรับพลังงานนรกอย่างที่สุด
หลินหมิงนำพลังทั้งหมดที่อยู่ภายในร่างเข้าสู่ตันเถียนโดยตรง โดย
โคจร “เคล็ดบ่มเพาะง้าวโลหิตล้างผลาญ”
พลังงานไหลมาจากทุกทิศทางราวกับกับมหาสมุทรคลั่ง ไม่ว่าจะไปที่
ใด แม้ว่าเส้นชีพจรจะถูกปิด แต่มันก็จะทะลวงทุกสิ่งทุกอย่างผ่านไป และ
ในที่สุดพลังงานนี้ก็จะไปรวมตัวกันที่ตันเถียน ปะทะกันและกันอย่าง
รุนแรง!
ปังงงง!!
เป็นเวลาอยู่ช่วงหนึ่งนึง ที่ดูเหมือนตันเถียนของหลินหมิงได้ระเบิด
ขึ้น วังวนพายุปราณแท้ดั่งเดิมที่เคยมีได้ถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง!
หลินหมิงหอบไอ และสำลักโลหิตออกมา การใช้พลังป่าเถือนรุนแรง
เพื่อทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ ไม่ใช่สิ่งที่นักสู้ส่วนใหญ่สามารถทน
ได้ ถ้าเส้นชีพจรไม่ได้ยืดหยุ่นและรากฐานก็ไม่มั่นคงอย่างที่สุดแล้ว ถ้านัก
สู้กล้าบ้าบิ่นที่จะทำเช่นนี้ก็น่าจะทำให้ตันเถียนของพวกเขาระเบิด และ
ตกตายไปอย่างน่าสังเวชเป็นที่สุด!
สำหรับหลินหมิง โดยอาศัยฐานรากที่มั่นคงอย่างที่สุดของเขา จึง
สามารถยับยั้งแรงกดดันของพลังงานอันบ้าคลั่งในตันเถียนได้ ภายใต้พายุ
ปราณแท้ที่รุนแรงดังกล่าว แรงกดดันมหาศาลที่เกิดจากปราณแท้ที่
ควบแน่นเป็นเม็ดเล็กๆ!
เม็ดเล็กๆนี้ได้โตขึ้นเรื่อยๆ พวกมันเหมือนผลึกโลหิตปีศาจเล็กๆที่
ลอยอยู่ในตันเถียนหลินหมิง
มีวังวนพายุปราณแท้ใหม่ได้ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ ความแตกต่างจากวัง
วนพายุปราณแท้อันก่อนคือ มีเม็ดปราณแท้ที่แข็งแกร่งอยู่จำนวนมาก!
ถ้าหลินหมิงสามารถรวบรวมเม็ดปราณแท้ที่แข็งแกร่งเหล่านี้เป็น
จำนวนมาก และค่อยๆก่อตัวขึ้นเป็นแก่นแท้ได้แล้ว เขาก็สามารถทะลวง
เข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ได้อย่างเป็นทางการ!
กระบวนการนี้ไม่สามารถเร่งรีบได้ ถ้านี่เป็นการทะลวงขั้นพลัง
ตามปกติแล้ว เช่นนั้นแม้แต่ผู้มีพรสวรรค์ระดับจักรพรรดิก็อาจจำเป็นต้อง
ปิดด่านฝึกตนเป็นเวลาครึ่งปีเพื่อควบแน่นพวกมันจนกลายเป็นแก่นแท้
การใช้พลังของกระดูกปีศาจโลหิต แม้นี่จะเป็นทางลัดที่เร็วที่สุดของ
หลินหมิง ก็ยังจำต้องใช้เวลาประมาณ 10 วันถึงครึ่งเดือน
โดยไม่สนใจเกี่ยวดับการเช็ดโลหิตออกจากมุมปากของเขา หลินหมิง
จัดการพลังงานที่เหลืออยู่เพื่อให้ควบแน่นเข้าหากันอย่างต่อในตันเถียน
เมื่อแรงกดดันในตันเถียนของเขาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ปราณแท้ก็ได้กลาย
ไปเป็นเม็ดปราณแท้ที่แข็งแกร่งมากขึ้น เม็ดเล็กๆเหล่านี้เริ่มค่อยๆถูกดูด
เข้าไปในวังวนปราณแท้อันใหม่
แกนกลางของพายุนี้ แก่นผลึกขนาดใหญ่ได้ปรากฏขึ้น หลังจากที่
แกนผลึกปรากฏขึ้น เม็ดปราณแท้เล็กๆก็ตกลงไปบนแก่นผลึก อย่างช้าๆ
ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของมัน
ด้วยวิธีนี้ แก่นผลึกจะค่อยๆเหมือนก้อนหิมะที่กลิ้งไปและมีขนาด
ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ…
วันเวลาได้ผ่านไปวันแล้ววันเล่า
ในพริบตา 10 วันก็ได้ผ่านไป ตั้งแต่เวลาที่หลินหมิงได้เข้าอเวจีปีศาจ
อมตะ มันก็เป็นเวลา 1 เดือนแล้ว
ตามความเร็วของกลุ่มปกติ นี่คือช่วงเวลาที่พวกเขาจะเดินทางไปถึง
ความลึก 8500 ลี้ของอเวจีปีศาจอมตะ
ในวันนี้ มีผู้คนจำนวน 5 หน่วยได้มาชุมนุมกันที่จุดนัดพบ 8500 ลี้นี้
เดิมที่ 5 หน่วยนี้มีสมาชิกประมาณ 50 คน แต่ตอนนี้เหลือเพียง 39
คนเท่านั้น 11 คนได้ตกตายไปแล้ว อัตตาการตายได้มากกว่าการเดินทาง
ครั้งก่อนๆในการเข้าสู่อเวจีปีศาจอมตะ
“ตรงนี้แหละ พวกเราผู้ดูแลมีหน้าที่รับผิดชอบในการนำเจ้ามาถึงที่นี่
เท่านั้น ระยะทางส่วนที่เหลือ มันขึ้นอยู่กับพวกเจ้า!”
หลังจากกล่าวจบแล้ว บรรดาผู้ดูแลต่างนั่งลงและเริ่มเข้าฌานฟื้น
พลังของตน เพราะว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา พวกเขาได้สำรวจและวิเคราะห์
สถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้ทำให้พวกเขาใช้พลังงานจิตใจไปมาก
และการเดินทางกลับ ก็จะเป็นเวลาอีก 1 เดือนเช่นกัน จึงเป็นธรรมดาที่
พวกเขาต้องปรับให้เข้าสู่สภาพที่ดีที่สุดก่อนที่จะมุ่งหน้าเดินทางกลับ
ขณะที่ผู้ดูแลนั่งลงเพื่อหยุดพัก นักสู้อื่นๆก็เริ่มพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้
“หลานฉิน การเก็บเกี่ยวของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” ท่านกลางกลุ่มคน
เหล่านี้ ต๋วนมู่ฉินเดินทางมานาน และยังสามารถรักษารูปลักษณ์ที่ดูไม่
เหนื่อล้าและหล่อเหลาไว้ได้ ขณะที่เขาเห็นหลานฉิน เขาก็เดินไปหานาง
ทั้งสองคนเป็นเผ่าเดียวกัน และในฐานะลูกหลานของแดนศักดิ์สิทธิ์ พวก
เขาจึงรู้จักกันเป็นธรรมดา
“ไม่มากนัก” หลานฉินส่ายหัว ระหว่างทางหน่วยของส่าต้า พบเพียง
กระดูกเทพปีศาจ 3 ชิ้นเท่านั้น กระดูกปีศาจทั้ง 3 นี้มีขนาดเท่าไข่ไก่ ยิ่ง
เข้ามาลึก กระดูกเทพปีศาจที่จะพบก็ยิ่งมีขนาดใหญ่มากขึ้น อย่างไรก็
ตาม เมื่อเทียบกับหน่วยส่วนใหญ่แล้ว พวกเขาการเก็บเกี่ยวได้น้อยมาก
อย่างน้อยที่ตามกฎของหอคอยแยกนภา ครึ่งหนึ่งที่ค้นพบจะต้องมีการ
ให้แก่ผู้ดูแล
“มันก็ดีอยู่แล้วที่เจ้าจะมาถึงที่นี่ได้อย่างปลอดภัย หน่วยของเจ้า… “ต๋
วนมู่ฉินมองไปยังหน่วยของหลานฉิน มันเหลือเพียง 10 คนเท่านั้น เหลือ
เพียง 7 คน มีชายหนุ่มเฟย์ 2 คนและเช่นเดียวกับหลินหมิงที่หายไป
“หืม? หลินหมิงล่ะ? เหตุใดเขาจึงไม่มาที่นี่ด้วย? ” ต๋วนมู่ฉินถาม
อย่างแปลกใจ เขาไม่เชื่อว่าหลินหมิงจะเป็นอันใดไปในการเดินทาง
ระยะทาง 8500 ลี้นี้
“หลินหมิง… ” หลานซินส่ายหัว หลินหมิงหายไป เขาอาจจะมีชีวิตอยู่
ได้ แต่โอกาสที่เขาจะตกตายไปแล้วก็สูงอย่างยิ่ง”
เมื่อหลานฉินกล่าวเช่นนี้ ต๋วนมู่ฉินตกตะลึงอย่างสิ้นเชิง “หายไป?
ตกตายไปแล้ว?”