Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 642 หลงเข้าไปในเขตต้องห้าม
“หลานฉิน มีสิ่งใดผิดปกติเช่นนั้นหรือ?”
ต๋วนมู่ฉินได้สังเกตเห็นสีหน้าเปลี่ยนแปลงของหลานฉิน และได้ถาม
นางด้วยการส่งกระแสเสียงปราณแท้ หลานฉินตอบด้วยการคาดเดาของ
นาง และต๋วนมู่ฉินก็มึนงงชั่วครู่ ดวงตาเบิกกว้างขึ้น
เป็นความจริง การหาแหวนมิติที่หายไปเป็นเพียงข้ออ้างที่ด้อยเกินไป
ในการกลับสู่เขตอันตราย ต๋วนมู่ฉินไม่เคยคิดมากเกินไป แต่ตอนนี้เขา
จดจำรายละเอียดเหล่านี้ได้อย่างถี่ถ้วนแล้ว และมีคำถามมากมายเกิดขึ้น
ในจิตใจ
ประการแรก หลินหมิงมีความรอบคอบและแข็งแกร่ง ตัวตนเช่นนี้จะ
ไปทำแหวนมิติสูญหายและไม่รู้เรื่องนี้ได้อย่างไร? ประการที่สอง ตามที่
หลานฉินกล่าว หลินหมิงได้นำหน่วยดังกล่าวออกไปฝ่าออกมาและได้
เปลี่ยนเส้นทางกลางคันด้วย นั่นเป็นเรื่องบังเอิญอีกหรือไม่?
หลินหมิงไม่ใช่คนโง่ เนื่องจากเขามีความเชื่อมั่นในการกลับไป เขาก็
ย่อมมีความมั่นใจในการรับมือกับสิ่งชั่วร้ายที่อยู่ในเขตอันตรายนั้นเช่นกัน
แล้วมันก็จะไม่น่าแปลกใจที่เขาจะหาสมบัติในเขตอันตรายได้!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ต๋วนมู่ฉินก็รู้สึกวาดหวั่น
กลุ่มของเขาได้พบเขตอันตรายหลายแห่ง และเขาได้เห็นแม้กระทั่ง
สหายในหน่วยของเขาตกตายอย่างอนาถ เขาตระหนักดีถึงความน่า
หวาดกลัวของอเวจีปีศาจอมตะ! ที่นี่มีโชคอยู่ทุกหนแห่ง แต่นั่นไม่ได้
หมายความว่าเราสามารถหาได้ หนึ่งจำเป็นต้องแข็งแกร่งพอหรืออย่าง
น้อยมีความสามารถที่จะเอามันมา มิเช่นนั้นสิ่งที่พวกเขาจะทำเป็นการ
สูญเสียชีวิตของพวกเขา
ความลับของเขาคืออะไรกัน? เขาไม่เพียงแต่ทะลุผ่านอันตราย
มากมายจากอเวจีปีศาจอมตะ แต่เขาก็ปิดด่านฝึกตนที่นี่และทะลวงเข้าสู่
ขั้นหลอมรวมแก่นแท้!
ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขาถูกซ่อนไว้!
ต๋วนมู่ฉินรู้สึกหวาดกลัวมากขึ้นโดยหลินหมิง สำหรับเขา หลินหมิง
นั้นยากแท้หยั่งถึง แต่ทางด้านศิลาทมิฬ เขาไม่ได้ตระหนักถึงปัจจัย
ทั้งหมดเหล่านี้ เขากล่าวว่า “ถ้าข้ามีโชคเช่นน้องหลิน ข้าคงจะสามารถ
เป็นราชาปีศาจสี่ดาวได้…”
ราชาปีศาจสี่ดาวอยู่ระดับเดียวกันกับขั้นทำลายชีวิตของมนุษย์ ศิลา
ทมิฬยังไม่ได้อายุ 30 ปี ถ้าเขาสามารถกลายเป็นราชาปีศาจได้ในตอนนี้
เช่นนั้นแม้แต่พรสวรรค์ของแปดวิบัติจักรพรรดิสงครามก็จะด้อยกว่าเขา
ด้วยการชื่นชมที่เย้ยหยันอย่างเห็นได้ชัด หลินหมิงยิ้มอย่างอ่อนโยน
โดยไม่ได้อธิบายสิ่งใด
“ฮ่าฮ่า โชคเองก็เป็นพรสวรรค์” นักสู้ผู้นึงกล่าวออกมา เขาเป็น
ผู้ปกครองคนยักษ์จากหอคอยขวานยักษ์
ขณะที่เขาอยู่ระหว่างการพูด ภูเขาก็สั่นไหวในทันใด ที่เชิงเขามีชั้น
ขนาดใหญ่ยุบตัวลงอย่างฉับพลัน ถูกกวาดล้างด้วยกระแสสีดำขนาดใหญ่
ที่ด้านล่าง รอยแตกกระจายตัวในอัตราที่น่าตกใจไปจนถึงยอดภูเขา
กระแสสีดำของพลังงานที่เพิ่มขึ้นและปะทุผ่านรอยแตกและพุ่งขึ้นสู่
ท้องฟ้า!
นักสู้คนยักษ์ที่เพิ่งกล่าวออกมาก็ได้ถูกกวาดล้างไปโดยพลังอัน
ยิ่งใหญ่นี้!
“อ๊ากกก!”
เสียงกรีดร้องเต็มไปในอากาศ กระแสพลังงานนี่เป็นเหมือนกรดที่มี
ฤทธิ์กัดกร่อนสูง ครึ่งของร่างของนักสู้ผู้คนยักษ์ละลายไปหมด เหลือไว้
เพียงกระดูก!
ฉากนี้เกิดขึ้นต่อหน้าทุกคน ทำให้พวกเขาทั้งหมดตกตะลึง พวกเขา
จึงรีบถอยหลังไปข้างหลัง
นักสู้คนยักษ์เหลือเพียงครึ่งร่างเท่านั้น อีกด้านมีเพียงสีโลหิต ขณะที่
ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เขาก็ยื่นมือออกมาขอร้องให้
คนอื่นช่วย แต่ผู้ใดกันที่จะช่วยเขาในเวลานี้? ขณะที่พวกเขาได้เห็นนักสู้
คนยักษ์ที่น่าสังเวช ทุกคนถอยหลังไปหลายก้าว
แครกก!
กระดูกเท้าของนักสู้คนยักษ์แตกออก ร่างของเขาทรุดตัวลงกับพื้น
ราวกับว่าเขาเป็นโคลนตม และตกตายทันที
ขณะที่หลินหมิงเห็นสิ่งนี้ ฝ่ามือของเขาเปียกกับเหงื่อและหัวใจของ
เขาเย็นเฉียบ เมื่อชั่วครู่ เขาได้แอบเตรียมพร้อมรับมือกับพลังที่
สั่นสะเทือนใต้เท้า แต่เขาไม่คิดว่าผลที่ตามมาจะรุนแรงมากถึงเพียงนี้!
ครึนนนน!!
ยอดภูเขาสีดำสั่นไหวอีกครั้ง ทุกคนสะดุ้งตกใจอย่างมาก ทุกคน
เตรียมพร้อมที่จะหนีออกไปตลอดเวลา!
ผู้ใดจะรู้ได้ว่าเมื่อใดยอดเขาแห่งนี้จะแตกร้าวอีกครั้งและกระแส
พลังงานที่น่าสะพรึงกลัวจะปะทุขึ้นมาอีกเมื่อใด
บูม! บูม! บูม!
ส่วนนึงของภูเขาพังทลายลงสู่พื้นและตกลงไปในกระแสสีดำที่เกรี้ยว
กาจและหายไปอย่างสมบูรณ์
เมื่อได้เห็นสิ่งเหล่านี้ นักสู้รู้สึกหนาวสั่นไปถึงสันหลังทันที ไม่มีผู้ใด
เคลื่อนไหว ถ้าภูเขาสีดำพังลงไปจริงๆแล้ว ก็คงไม่มีผู้ใดรอดไปได้อย่าง
แน่นอน
กลุ่มนี้ยังคงจดจ่อกับกระแสพลังงานอันบ้าคลั่งด้านล่าง โชคดีที่ภูเขา
หยุดพังลงไปแล้ว หลังจากครึ่งชั่วธูปผ่านไป กระแสของพลังงานใต้ภูเขา
เริ่มลดลง
ทุกอย่างที่ตีนภูเขาถูกกวาดล้างออกไป เหลือเพียงซากที่พังทลาย
โชคดีที่นอกเหนือจากการปะทุเมื่อครู่ ก็ไม่มีการปะทุที่คล้ายกันอีกเลย
ทุกคนรู้สึกราวกับว่าพวกเขาเพิ่งรอดชีวิตจากวันสิ้นโลก อย่างไรก็
ตาม ก่อนที่ทุกคนจะทันหายใจหายคอ ผู้ปกครองผู้นึงกล่าวออกมาด้วย
ความขุ่นมัว “เราอาจเข้ามาในเขตต้องห้ามรัศมี 1000 ลี้แล้วก็เป็นได้!”
“อะไรกัน!? เขตต้องห้ามรัศมี 1000 ลี้?”
“ไม่มีทาง!”
คำไม่กี่คำเหล่านี้ทำให้นักสู้ที่นี่รู้สึกหวาดกลัวและไม่อาจสงบใจได้
พวกเขาทั้งหมดได้หลบหนีจากการสึนามิพลังงานมืดได้ แล้วยังจะมีเวลา
ใดไปคิดถึงทิศทางที่มุ่งไป? ทุกทิศทางอื่นๆถูกปิดกั้นด้วยพลังนี้
เช่นเดียวกัน นี่จึงเป็นทิศทางเดียวที่พวกเขาสามารถวิ่งเข้ามาได้
หลบหนีและหลบหนีไปเรื่อยๆ แต่พวกเขากลับเข้ามาเขตต้องห้าม
1000 ลี้!?!?
หลินหมิงคิ้วขมวด เขามองไปข้างหน้า กระแสสีดำของพลังงานได้
กวาดไปทางอื่นและหมอกได้ถูกกวาดล้างไปด้วย สิ่งที่เหลืออยู่คือดินแดน
ที่พังทลายราวกับว่าพวกเขามาถึงจุดสิ้นสุดของโลกแล้ว
“มารเจิดจรัส เจ้าบอกว่าอเวจีปีศาจอมตะปะทุขึ้นเมื่อครู่ใช่หรือไม่?
ถ้าอเวจีปีศาจอมตะปะทุ พลังงานก็จะทะลักออกมาจากศูนย์กลางและ
กระจายไปข้างนอก? พลังงานจะทะลักออกสู่ภายนอกและขังเราอยู่ตรง
กลางอเวจีปีศาจอมตะใช่หรือไม่?”
มารเจิดจรัสส่ายหัว “เมื่อครู่นั้น มันเป็นเพียงการปะทุขนาดเล็กที่มา
จากส่วนหนึ่งในอเวจีปีศาจอมตะโดยรอบกลับไปที่ศูนย์ ถ้าศูนย์หลักของ
อเวจีปีศาจอมตะปะทุขึ้น นั่นจะเป็นปัญหาร้ายแรงอย่างแท้จริง อเวจี
ปีศาจอมตะกว้าง 10,000 ลี้ ถ้าพลังงานปะทุออกมาจากที่นั่น ข้าก็กลัวว่า
การปะทุของพลังงานจะสูงถึง 100,000 ก้าวหรือมากกว่านั้น โดยตรง
ทะลวงผ่านชั้นฟ้าทั้งหลายและทำให้ท้องฟ้าพังลงมา ในกระแสที่แสน
อันตรายเช่นนี้ แม้กระทั่งเจ้านายของข้าก็ยังจะต้องหนีไปเพราะเกรงว่า
เขาจะตกตาย ถ้าคุณโดนสิ่งที่ยิ่งใหญ่เช่นนั้นไล่ตาม เจ้ายังจะคิดว่าตนเอง
จะเหลือซากอยู่หรือไม่?
ขณะที่มารเจิดจรัสกล่าว หลินหมิงก็เริ่มตระหนักถึงมัน แน่นอน ถ้า
อเวจีปีศาจอมตะระยะ 10,000 ลี้ปะทุขึ้นด้วยพลังงานมหาศาลแล้ว
พลังงานมหาศาลเช่นนั้นจะเป็นสิ่งที่น่ากลัวอย่างแท้จริง!”
“เราจะทำอย่างไรดีในตอนนี้?” นักสู้ปัจจุบันแม้ว่าพวกเขาเป็น
ลูกหลานของแดนศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็มีความกลัวในสายตาของพวกเขาอย่าง
เห็นได้ชัด อเวจีปีศาจอมตะไม่ใช่เขตต้องห้ามทั่วไป มีอัจฉริยะและผู้ทรง
พลังที่นับไม่ถ้วนที่ตกตายในเขตต้องห้ามรัศมี 1000 ลี้ ไม่มีผู้ใดมีสภาพดี
ไปกว่ากันนัก!
“ข้าไม่ได้รู้ว่าข้าควรจะกลัวสิ่งใดด้วยซ้ำ ได้ยินมาว่าเคยมีสมญานาม
อาชูร่า 2 คนที่เข้าไปในเขตต้องห้าม 1,000 ลี้และทั้งสองไม่กลับมาอีก
เลย!”
ในขณะที่นักสู้สนทนากันอยู่นี้ พวกเขาก็แอบเงยหน้ามองไปยัง
หลินหมิง หลินหมิงเองก็มีสมญานามอาชูร่า แต่ในสถานการณ์เช่นนี้
สมญานามอาชูร่าไม่มีประโยชน์ใดๆ ยิ่งมิต้องกล่าวถึงผู้คนที่นี่ แม้กระทั่ง
ผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิก็ยังตกตายไปที่นี่หรอกหรือ?
“ทุกคนสงบลงก่อน! อย่างเพิ่งตื่นตระหนก!” ผู้ปกครองเฟย์จากคอ
คอยหินขาวกล่าว แม้ว่าจะมีผู้ที่มีพรสวรรค์มากมายในเผ่าเฟย์ แต่ก็มีไม่
มากนักที่อยากจะอยู่ในฐานะผู้ปกครอง สาเหตุมาจากลักษณะเฉพาะ
เผ่าพันธุ์พวกเขา เฟย์เป็นผู้ที่หยิ่งและภาคภูมิ หลายคนก็ไม่เต็มใจที่จะรับ
ใช้ผู้อื่น
“นี่เป็นเพียงขอบของเขตต้องห้ามรัศมี 1000 ลี้ของอเวจีปีศาจอมตะ;
เรายังไม่ได้เข้าไปในอเวจีปีศาจอมตะรัศมีนั้นเต็มตัว ในหมื่นปีที่ผ่านมานี้
ผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิทุกคนที่เข้าสู่อเวจีปีศาจอมตะได้ตกตายที่
ศูนย์กลางของมัน เราเป็นเพียงที่ขอบนอก ถ้าโชคของเราดี เราก็ยัง
สามารถออกไปได้!”
คำพูดของผู้ปกครองเฟย์ทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นเพียงการ
ปลอบโยน
แต่ในเวลานี้ หลายคนยินดีที่จะถูกปลอบโยนในลักษณะนี้ อีกนักสู้
หนึ่งสะท้อนความรู้สึกนี้และพูดว่า “ผู้ปกครองท่านนั้นกล่าวไม่ผิด เราลง
มาจากภูเขาและเริ่มเดินทางกลับดีกว่า ตราบเท่าที่เราพยายามก็จะ
สามารถทำอะไรก็ได้ และนั่นหมายความว่าเราสามารถออกไปที่นี่ได้ด้วย!”
ทุกคนขบคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตอนนี้มีคนเต็มใจที่จะเป็นผู้นำ ทุกคน
จึงโล่งใจ ขณะที่ทุกคนกำลังจะจากไป หลินหมิงกล่าวว่า “ช้าก่อน!”
“หืม? มีอะไรบางอย่างผิดปกติเช่นนั้นหรือ?” ต๋วนมู่ฉินมองไปยัง
หลินหมิง ในตอนนี้ เขาให้ความยอมรับต่อความคิดเห็นของหลินหมิงอ
ย่างมาก เขาสงสัยกระทั่งว่าหลินหมิงเคยเข้ามาในอเวจีปีศาจอมตะมา
ก่อน
“เราจะรอสิ่งใดอีก? เราเกือบจะอยู่ในพื้นที่ที่อันตรายที่สุดของอเวจี
ปีศาจอมตะ! ยิ่งเราล่าช้ามากเท่าใดมันก็ยิ่งมีอันตรายมากขึ้นเท่านั้น!
ผู้ปกครองผู้นึงกล่าวออกมาอย่างร้อนรน
หลินหมิงกล่าวว่า “กระแสพลังงานสีดำเพิ่งผ่านไป มันยังมีพลังงานสี
ดำอยู่ในดินอยู่เป็นจำนวนมาก พลังงานเหล่านี้สามารถเอาชีวิตของพวก
เจ้าได้อย่างง่ายดาย ถ้าเจ้าบังเอิญตกลงไปในบึงหรือบ่อแล้ว ก็จะไม่มีเท้า
เหลืออยู่เลย
สถานที่ในอเวจีปีศาจอมตะมีทั้งดินอ่อนและแข็ง ถ้าพลังงานสีดำนี้
ไหลเข้าไปผสมกับดินและสร้างบึงโคลนอันตรายขึ้นมา หากผู้ใดตกลงไป
ทั้งตัว ผลที่ตามมาย่อมสามารถจินตนาการได้
คำกล่าวของหลินหมิงมีเหตุผลและรวบลัด ริมฝีปากของผู้ปกครองผู้
นั้นบิดเบี้ยว แต่เขาไม่ได้ต่อต้านเรื่องนี้
ทุกคนตัดสินใจรอเป็นเวลาหลายชั่วโมง ในช่วงเวลานี้ ทุกคนนั่ง
เข้าฌานพยายามที่จะฟื้นฟูตัวเองให้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด
ทุกคนพร้อมที่จะเดินทางไปตามเส้นทางแห่งนรกนี้แล้ว
หลินหมิงยังได้เข้าสู่เจตจำนงแห่งนักสู้จิตบริสุทธิ์ พยายามที่จะทำให้
รากฐานของตนมั่นคงอย่างต่อเนื่อง
หลังจากหลายชั่วโมงผ่านไป ไม่มีอันตรายใดๆเกิดขึ้นมา รอบยอด
ของภูเขาสีดำ พลังงานสีดำที่เหลือเริ่มกระจายไปในหมอกดำและจาง
หายไปในหมอกจากสีดำเป็นสีเทา ขณะที่ทุกคนเห็นสิ่งนี้ ในที่สุดพวกเขา
ก็ได้ตระหนักว่าหมอกแผ่ปกคลุมอเวจีปีศาจอมตะมาจากที่ใด หมอกนี้
เกิดขึ้นจากกระแสพลังงานที่รุนแรงที่ปะทุออกมาจากอเวจีปีศาจอมตะ
นั่นเอง!
“เราไปกันไปแล้ว”
ต๋วนมู่ฉินเหลือบมองไปยังหลินหมิง
“อืม เราไปได้แล้ว”
หลินหมิงลุกขึ้นยืน นี่เป็นเขตต้องห้าม 1000 ลี้ของอเวจีปีศาจอมตะ
เขาไม่เคยคิดว่าเขาจะสะดุดหลงทางเข้าที่นี่ได้
ขณะที่กลุ่มคนลงมาจากภูเขา พวกเขาได้ตัดสินตำแหน่งของพวกเขา
จากดวงดาวและเริ่มตระเตรียมออกเดินทางอย่างระมัดระวัง ตามการ
คาดการณ์ขอผู้ปกครองที่เคยอยู่อเวจีปีศาจอมตะ พวกเขาห่างไม่เกิน
100 ลี้จากเขตต้องห้าม 1000 ลี้จริงๆ และคงมีรัศมี 900 ลี้จนกว่าพวก
เขาจะมาถึงศูนย์กลางอันแท้จริงของอเวจีปีศาจอมตะ ดังนั้นโอกาสที่จะ
ออกไปจากที่นี่ยังคงมีสูงมาก
ขณะที่หลินหมิงเดิน เขาก็ระวังตัวมากขึ้น หากพื้นที่นี้ถูกเรียกว่าเขต
ต้องห้าม 1,000 ลี้ เช่นนั้นก็มีเหตุผลที่ว่าทำไมมันถึงน่าสยดสยอง ถ้าเขา
ต้องการที่จะออกจากดินแดนนี้อย่างปลอดภัย เขาก็เกรงว่ามันจะไม่ง่าย
นัก
“มารเจิดจรัส เจ้าตามจักรพรรดิปีศาจและอยู่ที่นี่เป็นเวลา 20 ปี เจ้า
รู้บ้างหรือไม่ว่าอันตรายมีอยู่ที่นี่เป็นเช่นไรและเหตุใดอัจฉริยะจำนวนมาก
จึงตกตายที่นี่?”
มารเจิดจรัสส่ายหัว “ความแข็งแกร่งของจักรพรรดิปีศาจในตอนนั้น
อยู่เหนือเจ้าในปัจจุบันอย่างมาก สิ่งที่ไม่เป็นอันตรายต่อเขาคือกับดัก
ร้ายแรงสำหรับเจ้า ตัวอย่างเช่น การปะทุขนาดเล็กของอเวจีปีศาจอมตะ
เมื่อครู่ก่อน ปีศาจจักรพรรดิได้เคยเผชิญหน้ามันถึง 2 ครั้ง สำหรับเขา
มันไม่เป็นอันตรายแม้เพียงเล็กน้อย แต่สำหรับเจ้า คงตายไปแล้ว 2 รอบ
หากเผชิญหน้ากับมันตรงๆ ถ้าเจ้าต้องการให้ข้าวิเคราะห์หาอันตราย
เช่นนั้นข้าจะวิเคราะห์หามันได้อย่างไร? ค่อยถามข้าอีกครั้ง ถ้าคเจ้าเจอ
กับอะไรบางอย่างเข้า!”