Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 653 สังหารอย่างไร้ปราณี
เมื่อตอนที่ศิลาทมิฬจมอยู่กับความสิ้นหวัง เขาก็บอกว่าถ้าพาเขา
สามารถออกไปจากดินแดนนี้ได้ เขาจะให้ทรัพย์สมบัติทั้งหมดของเขาแก่
หลินหมิง แต่ตอนนั้น ศิลาทมิฬก็หมดหวังที่จะมีชีวิตรอดจึงไม่ใช่เรื่อง
แปลกที่เขาจะให้สัญญาในสถานการณ์เช่นนั้น
ตอนนี้ยิ่งเขาเห็นว่าหลินหมิงทรงพลังมากแค่ไหน ไม่เพียงแต่หลินห
มิงสามารถหาวิธีออกจากเขตต้องห้าม 1000 ลี้ได้ แต่ความแข็งแกร่งของ
เขาก็น่าตกจะลึงเช่นกัน ด้วยตัวเขาหลินหมิงย่อมเอาชนะปีศาจศพทั้ง 4
และยิ่งทำให้โอกาสที่จะออกจากที่นี่จะสูงขึ้นมาก
ภายใต้ภัยคุกคามที่มีอยู่ตลอดเวลา เมื่อมีคนทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อ
ความอยู่รอด ตราบเท่าที่ได้จับเชือกแห่งความหวัง พวกเขาก็จะเต็มใจที่
จะสละความมั่งคั่งทั้งหมดไป แต่เมื่อภัยคุกคามดังกล่าวหายไปแล้ว หัวใจ
ของพวกเขาก็เปลี่ยนไปและความโลภของพวกเขาก็จะกลับคืนมา นี่คือ
ธรรมชาติที่ไม่ดีของผู้ชาย นอกจากนี้ ด้วยโชคดังกล่าวตรงหน้าเขา บาง
สิ่งบางอย่างที่มีค่าซึ่งสามารถพบได้เฉพาะผ่านโชคชะตาที่บังเอิยเท่านั้น
ศิลาทมิฬจะไม่ถุูกล่อลวงได้อย่างไร?
หลังจากที่คำพูดของเขาถูกปฏิเสธโดยหลินหมิง สีหน้าของศิลาทมิฬ
ก็กลายเป็นน่าเกลียดอย่างยิ่ง “หลินหมิง… มันเป็นความจริงที่ข้าเตยกล่าว
เขาคำเหล่านั้นแค่นั้น… เราเข้ามาในเขตต้องห้าม 1,000 ลี้ด้วยกันและข้า
ก็เสี่ยงชีวิตของข้าตลอดเวลานี้ ถึงแม้ว่าข้าจะมิใช่ผู้ที่จะฆ่าศัตรู แต่ข้าก็ยัง
สามารถทำหน้าที่เป็นโล่สำหรับเจ้าได้ อย่างน้อย ถือซะว่าการที่ข้าสูญ
แขน…”
ศิลาทมิฬยังไม่จบเรื่องที่เขาจะพูดก็ได้ถูกขัดจังหวะโดยหลินหมิง
“เจ้าเสี่ยงชีวิตเพื่อข้า? ข้าเป็นคนที่ทำให้เจ้าเข้ามาในเขตต้องห้าม 1000
ลี้? ข้าเป็นคนที่บังคับให้เจ้า ‘อยู่ด้านหลัง’ และทำให้เจ้าถูดตัดแขน?”
คำถามชุดนี้ทำให้ศิลาทมิฬงุนงน ในตอนแรก สาเหตุที่เขาสูญเสีย
แขนเพราะเขากลัวที่จะวิ่งไปหาปีศาจศพ
ในขณะนี้ ผู้ปกครองเมฆปีศาจแทรกขึ้นว่า “ผู้กล้าหลิน… ข้ารู้ว่าหาก
ปราศจากเจ้า มันก็ไม่มีทางเลยที่เราจะมีชีวิตมาจนถึงตอนนี้ ยิ่งมิต้อง
กล่าวถึงโอกาสที่จะได้รับทรัพยากร เพียงแต่ว่า… ผู้ที่สูงส่งเช่นเจ้าล้วน
หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะกลายเป็นจักรพรรดิไร้เแรียบได้ในอนาคตและมี
ทรัพยากรมากมายนับไม่ถ้วน ในความเป็นจริง ทรัพยากรทั้งหมดเหล่านี้
ไม่ได้มีประโยชน์สำหรับเจ้ามากใช่หรือไม่? ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะสามารถใช้
ทุกอย่างได้ ถ้ากระดูกเทพปีศาจระดับปฐพีเท่าก่ำปั้นมาเทียบกัน เช่นนั้น
กระดูกเทพปีศาจระดับสวรรค์ 1 ชิ้นก็น่าจะมีค่าเท่ากันมัน 40 ถึง 50 ชิ้น
ข้าไม่ทราบว่าผลไม้สีทองคืออะไร แต่ไม่ควรจะด้อยไปกว่ากระดูกเทพ
ปีศาจระดับสวรรค์ซึ่งทำให้มีมูลค่า 40 ถึง 50 ชิ้นของระดับปฐพี
นอกจากนี้ยังมี เมื่อรวมกระดูกเทพปีศาจอีกจำนวน 16 ชิ้นก็จะมีทั้งหมด
ประมาณ 100 ชิ้น เจ้าให้พวกเราทั้ง 5 แบ่งกระดูกเทพปีศาจกัยเพียง 8
ชิ้น ซึ่งก็คือ 8% ให้พวกเราได้แบ่งกันเท่านั้นเอง…”
“ความจริงก็คือข้าไม่ต้องการมากนัก ตราบเท่าที่ข้าได้ 1/3 … ไม่สิ
เพียงแค่ ¼ ของกระดูกเทพปีศาจระดับสวรรค์เช่นนั้นก็เพียงพอสำหรับ
ข้าที่จะทำลายคอขวดระดับจักรพรรดิแล้ว ข้าสามารถสาบานได้ที่นี่เลยว่า
ตราบเท่าที่ข้าได้กลายเป็นผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิ ข้าจะจดจำความ
เมตตานี้ตลอดชีวิตของข้า เมื่อถึงเวลานั้นมาถึง ถ้าผู้กล้าหลินมีความ
ต้องการใดๆข้าจะทำงานเหมือนม้าให้กับเจ้า!”
ผู้ปกครองเมฆปีศาจทำท่าทางให้สัตต์สาบานด้วยมือของตัวเอง
หลินหมิงไม่หวั่นไหวต่อเรื่องไร้สาระนี้อยู่แล้ว ใบหน้าของเขาไเร
ความรู้สึกใดๆในขณะที่เขากล่าวว่า “เป็นความจริงที่ข้ามีโชคมากและข้าก็
สามารถบอกได้ว่ากระดูกเทพปีศาจระดับสวรรค์นี้มิได้มีผลต่อข้ามากนัก
แต่ข้ามีสหายและครอบครัวที่ต้องการใช้เช่นกัน การตัดสินใจที่ข้าทำ ข้า
จะไม่เปลี่ยนแปลง ข้ายินดีที่จะช่วยเจ้าไม่ใช่เพราะเจ้าเป็นคนพิเศษหรือ
อะไร ข้านำเจ้าออกจากเขตต้องห้าม 1000 ลี้ก็ถือว่าดีต่อเจ้ามากแล้ว
สำหรับโชคเช่นนี้ เหตุใดข้าควรแบ่งพวกมันกับเจ้าด้วย?”
เหตุผลที่เขาช่วยเหลือทุกคนเป็นเพราะเฟิงเฉินและหลานฉิน หลินห
มิงยกย่องให้เฟิงเฉินเป็นสหายและหลานฉินก็เป็นสหายร่วมหน่วยของเขา
ที่ได้เคยเสี่ยงชีวิตมาด้วยกัน เมื่อหลินหมิงกลับไปจับกระดูกปีศาจแล้ว
หลสยฉินได้ให้คำแนะนำอย่างจริงใจแก่เขาว่าอย่าให้เขาไปเพื่อความ
ปลอดภัยของตัวเอง นางได้แสดงความจริงใจต่อหลินหมิง
แม้ว่านี่จะเป็นเพียงมิตรภาพเรียบง่าย แต่หลินหมิงก็ให้ความสำคัญ
ในความสัมพันธ์เหล่านี้กับเขาอย่างมาก ไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใด ก่อน
หน้านี้ เหตุผลที่เขายินดีที่จะหยุดและรอคอยคนเหล่านี้และแม้แต่แบ่ง
สมบัติให้น้อยกว่า 10% ของทรัพยากรเหล่านี้ทั้งหมด ก็เป็นเพราะเขาชื่น
ชมเฟิงเฉินและหลานฉิน ยินดีที่จะมอบมันให้เพื่อไว้หน้าให้กับพวกเขา
สำหรับศิลาทมิฬและผู้ปกครองเมฆปีศาจ เขาได้รับความเมตตาโดย
ไม่ฆ่าพวกเขาทันทีก็ดีแล้ว และพวกเขายังมาต้องการแบ่งสมบัติอีก
เช่นนั้นหรือ? ฝันไปเถอะ!
ในความเป็นจริง ถ้าไม่ใช่เพราะข้อเท็จจริงที่ว่าหลินหมิงกำลัง
วางแผนที่จะกลับไปยังภูมิภาคเขตแดนทางใต้หลังจากสำรวจรอบอเวจี
ปีศาจอมตะนี้ เขาคงจะฆ่าศิลาทมิฬและผู้ปกครองเมฆปีศาจแล้วที่นี่และ
ตอนนี้ไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นผลไม้แก่นทองคำศักดิ์สิทธิ์หรือกระดูกเทพ
ปีศาจระดับสวรรค์ ทั้งสองสมบัติเหล่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้เขาเป็น
เป้าหมายของขุมพลังใหญ่เมื่อข่าวกระจายออกไป
“ผู้กล้าหลิน…” ผู้ปกครองเมฆปีศาจอยากจะกล่าวอะไรบางอย่าง แต่
เมื่อเขาเห็นดวงตาเย็นชาของหลินหมิงจ้องมองมายังเขา จึงทำได้เพียงหุ
ปปากและเงียบเท่านั้น เขารู้สึกว่าเมื่อหลินหมิงตัดสินใจ จะไม่สามารถ
เปลี่ยนแปลงมันได้ง่ายๆ และเขาเองก็ไม่มีอำนาจต่อรองได้เลย เขา
เพียงแต่เลือกที่จะยอมรับเรื่องนี้หรือดีกว่าไม่ได้สิ่งใดเลย
ในฐานะที่เป็นคนอ่อนแอ ย่อมไม่มีสิ่งใดที่เขาสามารถทำได้ เขาไม่
สงสัยเลยว่า ถ้าหลินหมิงอยากจะฆ่าพวกทั้งห้าคนก็ทำได้อย่างง่ายดาย
ในที่สุดผู้ปกครองเมฆปีศาจได้ละทิ้งความปรารถนาของเขาต่อ
กระดูกเทพปีศาจระดับสวรรค์ไป และได้วางแผนไว้ในการเอากระดูกเทพ
ปีศาจระดับปฐพี 2 ชิ้นให้กับตัวเองก่อนจะกลับไป ได้น้อยดีกว่าไม่ได้
อะไรเลย
แต่ในขณะนี้ เสียงได้อยู่ในใจของเขา
“เจ้าไม่ต้องการที่จะครอบครองกระดูกเทพปีศาจระดับสวรรค์? เจ้า
ไม่ต้องการที่จะทำลายคอขวดระดับจักรพรรดิ?”
ผู้ใดกัน?
เสียงที่เกิดขึ้นฉับพลันนี้ทำให้ผู้ปกครองเมฆปีศาจตกใจ เสียงนี้
ปรากฏขึ้นในใจของเขา และหลังจากได้ยินเสียงมัน มันก็ไม่ได้ดูเหมือนว่า
จะมาจากอีก 5 คนที่นี่เลย
นี่อาจเป็น…
ดวงตาของผู้ปกครองเมฆปีศาจหันไปหาโลงศพที่ 4 ใบหน้าของเขา
ซีดลงในทันที คงมิอาจเป็นนางได้!
เมื่อความคิดนี้เติบโตขึ้นในหัวใจของเขา ความหนาวแผ่นจากฝ่าเท้า
ไปถึงกระดูกสันหลังของเขา เขาต้องการกระดูกเทพปีศาจจริง แต่เขาไม่
ต้องการสัมผัสกับความน่ากลัวแบบนี้
ในเวลานี้ ผู้ปกครองเมฆปีศาจเองก็สังเกตเห็นสถานการณ์ของศิลา
ทมิฬ ก่อนหน้านี้ ศิลาทมิฬมีผิวที่น่าเกลียดมาก แต่ตอนนี้เขาดูสับสน
นัยย์ตาของเขาสูญเสียวิญญาณราวกับว่าเขาอยู่ในภาวะสะกดจิต
“เขาเองก็ได้ยินเสียงนั่น?” ผู้ปกครองเมฆปีศาจตกใจมาก ดูเหมือนว่า
ศิลาทมิฬได้ตกลงไปในกับดักนี้แล้ว!
ในขณะนี้ ผู้ปกครองเมฆปีศาจก็ค้นพบว่าไม่ใช่แค่ศิลาทมิฬที่ได้ยิน
เสียงนี้ แต่เฟิงเฉิน หลานฉินและต๋วนมู่ฉินด้วย สีหน้าพวกเขาทั้งหมด
เปลี่ยนแปลงไป ในหมู่พวกเขา ต๋วนมู่ฉินและเฟิงเฉินยังคงไม่แสดงออก
ทางสีหน้า แต่ร่องรอยของความสับสนวุ่นวายได้ปรากฏตัวขึ้นในดวงตา
ของหลานฉิน!
‘นี่ไม่ดีแล้ว!’ หัวใจของผู้ปกครองเมฆปีศาจเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่
สบายใจ ในเวลานี้ เขาจำได้ว่าหลินหมิงได้หันมามองเขาอย่างรวดเร็ว แต่
แล้ว วิสัยทัศน์ของเขาก็กลายเป็นทุ่งสีขาวที่ไร้สิ้นสุด ในแสงสลัว เขา
สามารถมองเห็นผู้ทรงพลังที่สวมเกราะ และถืออาวุธศักดิ์สิทธิ์ในขณะที่
เขามองโลกด้วยความเย้ยหยัน!
และรูปลักษณ์ของผู้ทรงพลังนี้ก็เหมือนกับ ผู้ปกครองเมฆปีศาจ!!!
นี่คือลักษณะของเขาในอีกหลายร้อยปีนับจากนี้ หลังจากที่เขา
กลายเป็นจักรพรรดิที่ไร้เปรียบ!
“จักรพรรดิไร้เปรียบ? ข้าเป็นจักรพรรดิไร้เปรียบ!?” ความคิดนี้
สะท้อนอยู่ในจิตใจของผู้ปกครองเมฆปีศาจ จากนั้นเขาก็หายตัวไปใน
ภาพลวงตา ลืมสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้
นักสู้หลายคนมีจุดอ่อนทางจิตใจ เมื่อพวกเขาได้รับการโจมตี
วิญญาณหรือขณะที่กำลังทะลวงระดับ จุดอ่อนนี้จะกลายเป็นหัวใจปีศาจ
พยายามที่จะกลืนทะเลจิตวิญญาณ
ปีศาจหัวใจของผู้ปกครองเมฆปีศาจเป็นความปรารถนาที่จะครอบงำ
จิตใจของเขาให้กลายเป็นผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิ!
ในเวลานี้ นอกเหนือจากหลินหมิง คนเดียวที่สามารถรักษาสติได้
คือต๋วนมู่ฉิน แต่ที่หน้าผากของเขาผุดออกมาด้วยเหงื่อเม็ดใหญ่และสีหน้า
เคร่งขรึมอย่างรุนแรง
เฟิงเฉินเป็นรองเพียงต๋วนมู่ฉิน แม้ว่าความแข็งแกร่งของเขาจะด้อย
แต่หัวใจของเขามั่นคงและเขาก็สามารถที่จะรักษาสติไว้ได้อยู่ สำหรับ
หลานฉิน ผู้ปกครองเมฆปีศาจและศิลาทมิฬ ทั้งสามคนต่างก็ถูกครอบงำ
อย่างสมบูรณ์
“ผู้ใดกัน?” จิตใจของหลินหมิงเย็นยะเยือกขึ้น เขาคว้าหอกแห่งดาว
หางม่วงและตื่นตัวเต็มที่ เจตจำนงของเขามั่นคงดั่งเหล็กกล้า เขายังมีจิต
วิญญาณต่อสู้และเจตจำนงแห่งนักสู้วัฏสงสารอีกด้วย; เขาสามารถละเลย
การโจมตีจิตวิญญาณเช่นนี้ได้อย่างสมบูรณ์
เขาไม่ได้ทำลายภาพมายาจิตวิญญาณของเขาด้วยตัวเองเลยด้วยซ้ำ
ไม่มีร่องรอยของวิญญาณชั่วร้ายใดๆ… มันอาจจะ…
หลินหมิงหันไปมองโลงศพที่ 4!
มันเป็นของนาง!?
ถ้าเป็นนางอย่างแท้จริงแล้ว ผลที่ตามมาน่าจะเป็นหายนะ!
นางเคยเป็นตัวตนที่สูงส่ง แม้ว่านางจะเสียชีวิตไปเมื่อ 100,000 ปีที่
แล้ว แต่เจตจำนงที่หลงเหลือของนางไม่ใช่สิ่งที่หลินหมิงจะสามารถ
ต่อต้านได้
แต่ในขณะนี้เสียงของมารเจิดจรัสดังขึ้นในใจของเขา “หลินหมิงอย่า
ตื่นตระหนก ไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้น มันเป็นกระดูกเทพปีศาจระดับสวรรค์
ต่างหาก! ข้าประมาทเกินไป! กระดูกเทพปีศาจระดับสวรรค์ต้องมีจิตใจ
ของตัวเอง มันจะเต็มเต็มใจและถูกกินโดยผู้อื่นได้อย่างไร?”
เสียงของมารเจิดจรัสได้ปลุกหลินหมิง! มารเจิดจรัสเคยกล่าวไว้ว่า
กระดูกเทพปีศาจระดับสวรรค์ต้องมีสติปัญญาและยากที่จะจับมาได้ ใน
ความเป็นจริง แม้กระทั่งกระดูกเทพปีศาจระดับปฐพีก็ฉลาดมากแล้ว
ตัวอย่างเช่นเมื่อหลินหมิงไล่ล่าจับกระดูกปีศาจโลหิตก่อนหน้านั้น กระดูก
ปีศาจโลหิตนั่นก็มีสติปัญญาเช่นกัน มันสามารถล่อลวงนักต่อสู้ที่ใกล้เพื่อ
จะดูดซับพลังโลหิตชีวิตของพวกเขา
มันเป็นเช่นนี้เอง!
หลินหมิงถอนหายใจอย่างหนักหน่วง ถ้าเป็นเพียงกระดูกเทพปีศาจ
ระดับสวรรค์ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องหวาดกลัวเลย
เขาก้าวออกไปข้างหน้า อยากจะผนึกกระดูกเทพปีศาจซึ่งก่อให้เกิด
ปัญหานี้ แต่ในขณะนั้นเอง ศิลาทมิฬตะโกนเสียงดังขณะที่เขารีบวิ่งเข้าหา
หลินหมิง!
กระบี่เล่มใหญ่อยู่ในมือของเขาฟันตรงไปยังคอของหลินหมิง!
ศิลาทมิฬได้ถูกควบคุมอย่างสมบูรณ์
เห็นได้ชัดว่าสวรรค์ กระดูกเทพปีศาจหวาดกลัวหลินหมิง ดังนั้นจึง
ได้มีการควบคุมศิลาทมิฬและทำให้เขาถูกโจมตี
เมื่อเห็นฉากนี้ หลินหมิงเค้นเสียงเย็นชา “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็อย่าได้
โทษข้าเลย!”
เมื่อเทียบกับใครบางคนเช่นศิลาทมิฬ หลินหมิงไม่กังวลเรื่องการทำ
ร้ายเขา หรือทำอะไรที่โง่เง่าเช่นการทนต่อการโจมตีของศิลาทมิฬขณะที่
พยายามจัดการกระดูกเทพปีศาจระดับสวรรค์ไปด้วย
ถ้าเขาถูกควบคุมเพราะหัวใจของเขาอ่อนแอ จะตำหนิผู้ใดได้เล่า?
กระชับหอกแห่งดาวหางม่วงแน่นขนัด ปราณเทพทรราชคลั่งถูกเปิด
ออก หอกของหลินหมิงกวาดออกไป!
ปังง!
กระบี่เล่มใหญ่ถูกกระแทกกระเด็นออกไป แขนของศิลาทมิฬสะท้าน
และมีโลหิตไหลออกมา
ในแง่ของพลังโจมตี ศิลาทมิฬไม่ต่างจากเด็กเมื่ออยู่ต่อหน้าหลินหมิง
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่กระบี่ของศิลาทมิฬกระเด็นออกไปแล้ว เขา
ก็ยังคงวิ่งไปหาหลินหมิง อยากที่จะบีบคอให้ตาย ดวงตาของเขาเป็นสี
แดงก่ำ
เมื่อเห็นเช่นนี้ หลินหมิงเพียงเค้นเสียงเย็นชา การโจมตีของเขา
ตอนนี้ได้ผสานจิตวิญญาณต่อสู้เข้าไปด้วย วิญญาณการต่อสู้ไม่สามารถ
มองเห็นและไม่มีตัวตน มันอาจจะบดขยี้ได้ถูกสิ่ง รวมทั้งจิตวิญญาณ
ศักดิ์สิทธิ์ อารมณ์เชิงลบ พลังชีวิต หัวใจปีศาจและทุกสิ่งทุกอย่าง
หลินหมิงต้องการช่วยศิลาทมิฬด้วยการทำลายปีศาจหัวใจที่บุกเข้า
ไปในทะเลแห่งจิตวิญญาณของเขา แต่การโจมตีหอกของเขาก็ไม่มีผลอัน
ใดต่อศิลาทมิฬ เขายังคงพยายามที่จะฆ่าหลินหมิงด้วยทุกอย่าง ดังนั้น ดู
เหมือนศิลาทมิฬจริงๆแล้วจะเกลียดเขาจากส่วนลึกของจิตวิญญาณ หัวใจ
ปีศาจนี้เกิดจากความเกลียดชังในจิตใจของเขาและทำให้เขาต้องฆ่าหลินห
มิงอย่างแท้จริง
“เจ้าหมดหวังจะช่วยแล้ว!”
สีหน้าของหลินหมิงกลายเป็นไร้อารมณ์ขณะที่พุ่งหอกแห่งดาวหาง
ม่วงออกไป!
การโจมตีด้วยหอกนี้ได้รับการผสานด้วยจิตวิญญาณต่อสู้และพลัง
เต็มพิกัดของปราณเทพทรราชคลั่ง
ฉึบ!
ด้วยความคมที่เพิ่มขึ้นจากการผสานจิตวิญญาณต่อสู้ ปราณปีศาจ
ปกป้องร่างของศิลาทมิฬและคอทั้งสองถูกทะลวงโดยหอกหลินหมิง
พร้อมๆกันราวกับกระดาษ โลหิตพุ่งกระฉูดออกมา!