Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 673 ข้อความของมู่เชียนหยี่
“นี่เจ้าหนู ข้ามีข่าวดีและข่าวร้าย เจ้าต้องการฟังสิ่งใดก่อน?”
“มารเจิดจรัส ข้าไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะล้อเล่นกับเจ้าในตอนนี้ ข่าว
อะไรบ้าง?” หลินหมิงคิ้วขมวด ในเวลานี้เขาไม่มีความคิดในการเล่นใดๆ
“หึ เจ้ามันน่าเบื่อจริงๆ ไม่ว่าจะดีหรือร้าย นักบุญคนนี้ก็ต้องผลาญ
พลังจิตวิญญาณไปมากทีเดียวในการเอาข้อมูลเหล่านี้มา” มารเจิดจรัส
พึมพำกับการแสดงออกที่ขุ่นเคือง แต่ในขณะที่เขาเห็นว่าหลินหมินจริงจัง
เขาจึงไม่ล้อเล่นอีกต่อไปและกล่าวว่า “ข่าวดีก็คือมู่เชียนหยี่ควรจะ
ปลอดภัย ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ได้มุ่งเน้นไปที่การค้นหาตัวตน
สำคัญของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ เช่น มู่เชียนหยี่ มู่อวี้หวงและมู่เฟิงเซียน
ยังไม่มีข้อมูลว่าพวกเขาถูกจับได้…”
ขณะที่หลินหมิงได้ยินเช่นนี้ เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกราวกับ
ว่ามีอะไรบางอย่างที่หนักหน่วงอึงยกออกไป เขากล่าวว่า “พวกเขาไปยังที่
แห่งใด?”
“เรื่องนั้น ข้าไม่รู้” มารเจิดจรัสส่ายหัว “ถ้าชายชราชุดดำผู้นี้รู้ว่ามู่
เชียนหยี่และคนอื่นๆหนีไปใด พวกเขาก็คงจะไปตามจับเรียบร้อยแล้ว”
เห็นหลินหมิงยังคงเงียบงัน มารเจิดจรัสจึงกล่าวต่อว่า “ข้าไม่ทราบ
ว่าพวกเขาไปที่ใด แต่พวกเขาควรจะได้เข้าร่วมกับขุมอำนาจอื่นๆที่ก่อตั้ง
ขึ้นเป็น พันธมิตรต่อต้านปีศาจ แต่ความเป็นอยู่ย่อมไม่ดีมากนัก พวกเขา
กำลังซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งด้วยทักษะการเปลี่ยนรูปลักษณ์ด้วย”
“พันธมิตรต่อต้านปีศาจ…” หลินหมิงครุ่นคิดชั่วครู่ ในองค์กรแบบ
เช่นนี้ น่ามีความปลอดภัยมากขึ้น
“แล้วข่าวร้ายเล่า?” หลินหมิงมองไปยังมารเจิดจรัส หัวใจของเขายัง
ไม่อาจคลายความหวาดหวั่น ถ้าข่าวที่มารเจิดจรัสว่า ‘ข่าวดี’ ที่มู่เชียนหยี่
หนีไปได้ แต่หาก ‘ข่าวร้าย’ คือฉินซิงเซวียนถูกจับแล้ว เช่นนั้นเขาก็จะไม่
สามารถต้านทานแรงกระตุ้นที่จะบีบคอชายชราผู้นี้ให้ตกตายไป
มารเจิดจรัสกล่าวว่า “ข่าวร้ายคือซ่วนหวู๋จี๋ได้ปิดด่านฝึกตนเมื่อเร็วๆ
นี้ โอกาสที่เขาควรจะสามารถกลับออกมาคงอีกหลายเดือนหรือแม้กระทั่ง
ครึ่งปี เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เขาควรจะทะลวงเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิต
ระดับ 4 แล้ว”
เมื่อนักสู้ของมนุษย์ทะลวงเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิต พวกเขาต้องทำลาย
แก่นแท้หมุนวนภายในร่างกายและสร้างมันขึ้นใหม่ กระบวนการนี้ไม่
สามารถถูกรบกวนหรือขัดจังหวะได้
“เข้าใจแล้ว…” หลินหมิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาไม่ค่อยใส่ใจ
มากนักเกี่ยวกับว่าซ่วนหวู๋จี๋จะทะลวงระดับได้หรือไม่ สิ่งที่เขากลัวคือ
ครอบครัวและสหายต้องตกอยู่ในอันตราย
“ซ่วนหวู๋จี๋อาจปล้นทรัพยากรมากมายในช่วงสองปีที่ผ่านมา มิ
เช่นนั้นแล้วเขาก็คงไม่พยายามทะลวงผ่านขั้นทำลายชีวิตจนกว่าจะได้รับ
ความเชื่อมั่นอย่างยิ่งในความสำเร็จของเขา” หลินหมิงได้สะท้อนให้เห็น
ถึงความเป็นได้ต่างๆ
ซ่วนหวู๋จี๋มีความทะเยอทะยานที่ยิ่งใหญ่ เขาได้กำหนดความมุ่งมั่นที่
จะทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทร และทำให้ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ของ
เขากลายเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ เหตุผลที่ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ ได้จุด
ประกายเปลวไฟสงครามก็เพื่อหาทรัพยากรการบ่มเพาะและปูทางให้ซ่
วนหวู๋จี๋กลายเป็นผู็ทรงพลังขั้นเทพสมุทร
“หลินหมิง เจ้าวางแผนจำทำสิ่งใดต่อไป?” ต๋วนมู่ฉินเดินมาข้างหลินห
มิงและถามเขา
“ก่อนอื่นเราจะทำความสะอาดเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์!” หลินหมิงกล่าว
ด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร ต่อเหล่านักสู้ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทาง
ใต้เขาไม่ได้มีความเห็นอกเห็นใจหรือเมตตาเลยสักนิด ในความคิดของเขา
ผู้ที่เดินตามเส้นทางของการบิดเบือนเช่นนี้ ชั่วร้ายและเป็นอันตรายกว่า
คนที่เดินตามเส้นทางของการฆ่าเสียอีก
“ฮ่าๆ เป็นความคิดที่ดี!” ต๋วนมู่ฉินดึงกระบี่ยาวออกมา ภายใต้ขั้น
ทำลายชีวิตเขาถือว่าไร้เทียมมาน ในตอนนี้เมื่อผู้อาวุโสขั้นทำลายชีวิตได้
ตกตายไปแล้ว การกวาดล้างทุกคนบนเกาะนี้ย่อมเป็นเรื่องง่ายดาย
“น้องชายเฟิงเฉิน เจ้าไปืางใต้ ข้าจะไปทางเหนือและหลานฉินไปทิศ
ตะวันตก น้องชายหลิน ที่เหลือเป็นของเจ้า เอาเช่นนี้เป็นอย่างไร?”
เฟิงเฉินพยักหน้า เขาหยิบกระบี่ออกมาและบินตรงไปทางใต้ของ
เกาะ
หลินหมิงจับหอกสีขาวของเขาและบินตรงไปยังวิหารวิหคเพลิง เดิม
ทีวิหคเพลิงเป็นส่วนกลางของแผนกวิหคเพลิง เขาต้องการจะค้นหาเพื่อดู
ว่าที่นั่นมีเบาะแสอันใดที่มู่อวี้หวงหรือมู่เชียนหยี่หลงเหลือไว้บ้างหรือไม่
นักสู้แดนปีศาจที่เหลืออยู่บนเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ตกอยู่ในความ
โกลาหล พวกเขาไม่สามารถต้านทานต่อผลกระทบของคนทั้ง 4 ได้ ทุก
คนเริ่มแตกกระเจิงในทุกทิศทาง หลบหนีออกไปหาซ่อนตัว
เฟิงเฉิน หลานฉินและต๋วนมู่ฉิน เป็นบุคคลที่รูปงามเป็นพิเศษ แต่
เมื่อมาถึงเรื่องฆ่า พวกเขาสามารถฆ่าได้โดยไม่กระพริบตา ไม่ว่าอย่างไร
พวกเขาก็มีประสบการณ์ในสนามรบที่เรียกว่า หอคอยแยกนภา มาแล้ว
กระบี่ของเฟิงเฉินก็เหมือนสายลม ทุกกระบี่เจาะระหว่างคิ้วของข้า
ศัตรูและปลิดชีวิตในครั้งเดียว สำหรับหลานฉิน นางชอบที่จะหั่นคอของ
ผู้อื่น ขณะที่นางยังคงฆ่าอย่างต่อเนื่อง นางยังคงหาหญิงที่ถูกจับมาด้วย
เรื่องนี้ทำให้นางเกลียดนักสู้แดนปีศาจมากขึ้นไปอีก จึงฆ่าพวกมันโดย
ปราศจากความเมตตา
ในเวลานี้ หลินหมิงได้วิ่งเข้าไปในวิหารวิหคเพลิงแล้ว
วิหารวิหคเพลิงอันรุ่งโรจน์และตระการตาในอดีต ตอนนี้รกร้างและ
มืดมนอย่างยิ่ง ค่ายกลป้องกันพังลงไปนานแล้ว กระเบื้องและผนังถูกฉีก
ออกเป็นชิ้นๆ ภาพสลักบนผนังหลุดลอกและพุพังลง
เนื่องจากต๋วนมู่ฉินและคนอื่นๆ กำลังยุ่งอยู่กับการฆ่ากองกำลังที่
เหลืออยู่และชายชราชุดดำ วิหารวิหคเพลิงจึงได้ร้างผู้คน
หลินหมิงค้นหาทุกคน นอกจากที่หาเหล่าหญิงสาวซีดและผอมแห้ง
ในเสื้อผ้าที่หยาบกร้านเจอ เขาก็ไม่พบคำใบ้อื่นใดเลย
ด้วยการถอนหายใจ หลินหมิงเอาเสื้อผ้าออกมาจากมิติของเขาและ
ส่งให้เหล่าหญิงสาว จากนั้นเขาก็พยายามครุ่นคิด ถ้ามู่เชียนหยี่อยากจะ
ฝากข้อความไว้ให้กับเขา นางควรเก็บไว้ในรูปแบบใด?
เมื่อตอนที่เขาได้อยู่กับมู่เชียนหยี่ นางไม่เคยแสดงรหัสพิเศษหรือ
ตัวเลขลับใดๆมาก่อน หากการจัดเรียงข้อมูลนี้ไม่ได้ถูกซ่อนไว้อย่างชัดเจน
และถูกค้นพบโดยดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้แล้ว ผลที่ตามมาจะเป็น
เรื่องน่าหวาดกลัว
แต่ถ้านางจะซ่อนข้อความ มันจะรับประกันได้อย่างไรว่าคนอื่นจะไม่
สามารถหาข้อมูลนั้นได้?
บนเเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์อันกว้างใหญ่เช่นนี้ จะเป็นสถานที่ใดกันที่มู่
เชียนหยี่จะทิ้งเบาะแสไว้?
หลินหมิงได้ปลดปล่อยจิตสัมผัสทั้งหมดของเขาทั่วทั้งวิหารวิหคเพลิง
หวังว่าเขาจะหาคำใบ้สักเล็กน้อยได้
ในขณะที่เขาค้นหาซ้ำแล้วซ้ำอีก หลินหมิงพบเครื่องมือและวัตถุ
เก่าๆหลายอย่างที่มู่เชียนหยี่เคยใช้เมื่อนางอาศัยอยู่ที่นี่ มันเป็นภาพใน
จิตใจ หญิงสาวที่สวมชุดสีแดงที่อาศัยอยู่ที่นี่ทุกวัน ผู้ที่ชอบเล่นเครื่อง
ดนตรีและฝึกการบ่มเพาะ
แต่น่าเสียดายที่เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งทั้งหลายเหล่านั้นก็ได้หายไป
หมดแล้ว วันที่สวยงามและไร้สิ้นสุด ไม่มีอยู่ที่นี่อีกต่อไป
หลินหมิงจำได้ว่ามู่เฟิงเซียนเคยกล่าวไว้ว่า เมื่อใดก็ตามที่ผู้ทรงพลัง
ระดับจักรพรรดิถือกำเนิด พวกเขาต้องการโชคชะตาและสโชคดีที่หล่นลง
บนบ่า แต่นิกายที่ผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิในอนาคตถือกำเนิดจะไม่
จำเป็นต้องได้รับประโยชน์จากการเกิดของผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิ
เสมอไป
เนื่องจากการเติบโตของผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิที่แท้จริงจะทำให้
กระตุ้นขุมกำลังที่ทรงอำนาจ ถ้านิกายขาดพลังและโชคชะตา ก็ไม่
สามารถดำเนินการเลี่ยงดูอัจฉริยะดังกล่าวได้ อัจฉริยะผู้นั้นนั้นจะเป็น
เหตุผลให้นิกายล่มสลาย ตั้งแต่สมัยโบราณ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องปกติมาก
“ข้าหวังว่าเชียนหยี่ ฉินซิงเซวียนและคนอื่นๆจะปลอดภัย…” หลินห
มิงทำได้เพียงภาวะนา หลังจากพบว่าไม่พบเบาะแสใดๆในวิหารวิหคเพลิง
เขาก็ดูน่าเศร้าอย่างยิ่ง
เมื่อเขาคิดอย่างรอบคอบเกี่ยวกับเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น แม้ว่ามู่เชียนหยี่
จะมีเจตนาจะทิ้งเบาะแสไว้บ้าง แต่นางก็อาจจะหมดหนทางเห็นกัน มู่เฟิง
เซียนและคนอื่นอาจไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะไปที่ไหน อย่างไรก็ตาม นี่
เป็นนิกายระดับ 4 ชั้นสูงที่มีผู้คนนับแสน การย้ายไปบ้านใหม่ที่ถูกซ่อนไว้
และต้องมีทรัพยากรเพียงพอ… มันจะเป็นเรื่องง่ายได้อย่างไร?
เมื่อหลินหมิงออกจากวิหารวิหคเพลิงเขาก็ดูสับสนมึนงง
มองออกไปยังเส้นขอบฟ้าอันไกลโพ้น เขามองเห็นหมอกสีขาวจางๆ
แสงแดดที่สาดส่องลงมาสู่ท้องทะเล สะท้านราวกับเปลวเพลิงสีทอง บน
ยอดเปลวเพลิงสีทองนี้มีนกทะเลบินอยู่ ดูเหมือนจะเป็นฉากที่สงบและ
รื่นรมณ์
วิหารวิหคเพลิงตั้งอยู่ที่จุดสูงสุดของหุบเขาฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้นึง
สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของทะเลทางใต้รวมทั้งสำรวจทั่วทั้งเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ได้
เมื่อหลินหมิงกำลังมองเห็นทัศนียภาพจากเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ เขา
ได้เห็นสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยพลังงานสวรรค์และปฐพีที่หนาแน่นมาก
ทันใดนั้น จิตวิญญาณของเขาก็สะท้านในความคิดที่แล่นเข้ามา มันคือ…
แดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์!
แดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ที่เกิดจากตระกูลฟีนิกซ์โบราณ ส่วนที่ว่า
ตระกูลฟีนิกซ์โบราณเป็นขุมพลังระดับใดนั้น หลินหมิงพบว่ามันยากที่จะ
บอกได้ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว หลินหมิงยังคงเป็นเพียงนักสู้ขั้นผสานชีพจร ด้วย
พรสวรรค์ เขาได้รับอนุญาตให้เข้าสู่แดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ และเขา
ได้เข้าสู่ด่านทดสอบหล่อหลอมระดับแม้ทัพ แต่เขายังคงห่างไกลจากด่าน
ทดสอบหล่อหลอมระดับราชา
ดังนั้นจึงอาจเห็นได้จว่าตระกูลฟีนิกซ์โบราณต้องเป็นขุมพลังที่น่า
หวาดกลัว แม้ว่าอาจจะไม่สามารถเปรียบเทียบกับอเวจีปีศาจอมตะ แต่ก็
ยังเหนือกว่าตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจ!
แดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ล้อมรอบไปด้วยค่ายกลโบราณซึ่งมีเพียง
เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่สามารถเปิดมันได้ แม้ว่าดินแดนปีศาจแห่ง
ทะเลทางใต้จะยึดเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ได้ แต่พวกเขาก็ยังคงไม่มี
ความสามารถในการเปิดแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
กล่าวได้ว่า แดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เป็นสถานที่ปลอดภัยอย่างยิ่ง
เป็นไปได้หรือไม่ที่มู่เชียนหยี่จะทิ้งข้อความไว้ภายในแดนเร้นลับ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์?
ขณะที่หลินหมิงคิดได้เช่นนี้ เขาก็ไม่ลังเลอีกต่อไปและบินตรงไปยัง
แดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ เขาผ่านไปหลายสิบลี้ได้ในทันที
แดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่ในส่วนลึกของหุบเขาฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ มันถูกล้อมรอบด้วยการก่อตัวของหุบเขาที่กักเก็บพลังงานไว้
ภายในดินแดนนี้ พลังงานต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีที่นี่อุดมสมบูรณ์
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังต้นกำเนิดเพลิงและน้ำ มันหนาจนเกือบจะ
สามารถกลายเป็นหมอกจางๆ
มีค่ายกลที่ป้องกันด้านนอกของแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อที่จะ
เข้าไป ผู้นึงต้องผ่านค่ายกลนี้ไปก่อน
นี่คือรูปแบบค่ายกลโบราณ; มันจึงไม่ได้เป็นสิ่งที่ดินแดนปีศาจแห่ง
ทะเลทางใต้จะมีความสามารถในการเปิดมัน
หลินหมิงมีความคุ้นเคยและมีความเชี่ยวชาญในรูปแบบค่ายกล
โบราณ เขาเองก็เคยได้เข้าไปในแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ เสร็จสิ้นด่าน
ทดสอบหล่อหลอมระดับแม่ทัพ แม้ว่าเขาจะไม่ได้เรียนรู้วิธีการเปิด
รูปแบบค่ายกลของมู่อวี้หวง แต่การหาวิธีเปิดมันก็คงไม่ยากสำหรับเขา
เช่นกัน
หลังจากเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง หลินหมิงก็ได้พบวิธีการเปิดมัน ด้วย
การโคจร ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ ภายในร่าง
เขายื่นมือออกมาและสร้างอักษรรูนเพลิงสีทองขึ้นมา
มิติเกิดการสั่นสะท้าน ด้วยเสียงกระหึ่ม มิติกว้างหลายสิบก้าว
ด้านหน้าหลินหมิงเริ่มบิดเบือนราวกับว่ามันเป็นคลื่นน้ำที่สงบถูกกระตุ้น
แต่ระลอกเหล่านี้อยู่ได้ไม่นานเกินไป และจางหายไปในไม่ช้า
หลินหมิงไม่ได้ท้อแท้ เขาพยายามอีกครั้งและอีกครั้งผสานวิถีแห่งมิติ
เข้ากับอักขระค่ายกลเพลิงเหล่านี้ ในที่สุด หลังจากผ่านไปอีก 15 นาที
เขาก็เปิดม่านพลังได้
ม่านพลังแสงปรากฏขึ้นในอากาศบางๆ ภายในม่านพลัง มีเพียงช่อง
เดียว จากภายใน เขารู้สึกได้ถึงพลังที่รุนแรงของเพลิงและน้ำแข็ง เสียง
สายฟ้ากระหึ่มไปทั่วอากาศ
หลินหมิงสงบตัวเองและเดินผ่านค่ายกลป้องกันเพื่อเข้าสู่แดนเร้นลับ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
แสงส่องสว่างขึ้น จากนั้นหลินหมิงก็ได้มาถึงหุบเขาที่อยู่ในแดนเร้น
ลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ แต่ในทันทีที่เขาเข้ามา เขาได้เห็นว่าใกล้ทางเข้ามายัง
แดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ มีตัวอักษรที่หรูหราและสวยงามแกะสลักไว้
บนต้นอู๋ถง 10,000 ปี
‘หุบเขาฟ้าฟาด ถ้ำนิรนาม เวลาสิบปี จัดนัดพบ!’
ในขณะที่เขาเห็นคำเหล่านี้ หัวใจของหลินหมิงสั่นไหวเหมือน
แผ่นดินไหวผ่านเข้ามา เพียง 10 คำและเขียนอย่างเรียบง่าย แต่พวกมันมี
เจตจำนงที่แข็งแกร่งและความมุ่งมั่นของมู่เชียนหยี่ นางไม่ได้เขียนถึงสิ่งที่
จะเกิดขึ้นหากพวกเขาไม่สามารถไปยังจุดนัดพบได้หรือเขียนว่าพวกเขา
คนใดอาจจะตายแล้วก็ตาม
10 คำ เป็นการเขียนที่สง่างามและรัดกุมราวกับว่ามันหลอมรวมอยู่
ในความเชื่อมั่นซึ่งทำให้ไร้ข้อกังขาใดๆ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลานี้
ก็ตาม ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรที่นางต้องเผชิญ…
เมื่อถึงเวลา 10 ปี นางจะไปพบเขาที่นั่น!
มันราวกับว่าหลินหมิงได้เห็นฉากซึ่งเกิดขึ้นที่นี่เมื่อหกเดือนก่อน
เมื่อมู่เชียนหยี่รีบวิ่งเข้าไปในแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์และสลักข้อความ
นี้ไว้มือของนาง แม้จะเร่งรีบแต่ก็มั่นคงและหนักแน่น ในสายตาของนาง
มันมีร่องรอยของความหวังและความศรัทธา ความรักอันลึกซึ่งและความ
เศร้า…
สำหรับถ้ำไร้นามของหุบเขาฟ้าฟาด… นั่นเป็นสถานที่ซึ่งมู่เชียนหยี่
และหลินหมิงอาศัยอยู่ด้วยกันเมื่อตอนพบกับครั้งแรก ในถ้ำนั้น พวกเขา
ทั้งสองได้ใช้เวลา 3 วัน 3 คืนที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นมากมาย…