Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 675 ซ่วนอวี่เชี่ยเริ่มเคลื่อนไหว
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 675 ซ่วนอวี่เชี่ยเริ่มเคลื่อนไหว
เตาหลอมจักรวาลเป็นอาวุธโจมตีที่มีธาตุจำเพาะอัคคีและเป็นเตา
หลอมที่ดีอย่างยิ่ง มันเป็นสมบัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่จักรพรรดิปีศาจทิ้งไว้
เบื้องหลังก่อนที่จะขึ้นไปสู่แดนเทวะ
“เตาหลอมจักรวาลเป็นสมบัติระดับใดกัน?” หลินหมิงคิดเรื่องนี้มา
นานแล้ว แต่เขายังไม่ได้ถามมารเจิดจรัส หลินหมิงยังไม่เคยเห็นกระทั่ง
สมบัติระดับสวรรค์ชั้นกลางที่แท้จริงมาก่อน ดังนั้นเขาจึงไม่ทราบว่าเตา
หลอมจักรวาลคือระดับใด
มารเจิดจรัสกล่าวว่า “เตาหลอมจักรวาลไม่สามารถจำแนกได้เช่น
สมบัติทั่วไป แต่กลับกันเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับกึ่งนักบุญ เหนือสมบัติระดับ
สวรรค์ก็คือ สมบัติระดับนักบุญ เตาหลอมจักรวาลยังไม่ได้อยู่ในระดับ
ของสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ ดังนั้นจึงสามารถถือได้ว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์
ระดับกึ่งนักบุญเท่านั้น ถ้าเจ้าใช้มันเพื่อแปรธาตุแล้ว มันจะทวีคูณโอกาส
ในการประสบความสำเร็จแก่เจ้าหลายเท่า นอกจากนี้ มันยังสามารถเพิ่ม
ระดับและพลังปราณอัคคีของเจ้าได้อีกด้วย”
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ?
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หลินหมิงเคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน กลับกลายเป็นว่า
เตาหลอมจักรวาลเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับกึ่งนักบุญ… น่าเสียดายที่เขายังไม่
สามารถควบคุมเตาหลอมจักรวาลเพื่อโจมตีศัตรูได้ ในสถานะปัจจุบันของ
เขา มันเป็นอาวุธป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุด
“เจ้าหนู ชายชราชุดดำที่เจ้าฆ่าเมื่อครู่ยังมีบางสิ่งบางอย่างที่ดีอยู่…
ดอกไม้หัวใจปีศาจ มันถูกปลูกอยู่ในสวนสมุนไพรของเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ อย่ายืมกลับไปแล้วขุดมันออกมา พร้อมด้วยหญ้าศพหมื่นปีและ
ผลไม้แก่นทองคำศักดิ์สิทธิ์ที่เจ้าได้รับจากอเวจีปีศาจอมตะ ทั้งสองอย่างนี้
เป็นวัสดุคุณภาพสูงในการเล่นแร่แปรธาตุ ด้วยวัสดุการเล่นแร่แปรธาตุ
เหล่านี้รวมถึงความทรงจำที่เจ้าได้รับสืบทอดมา ถึงจะช้าแต่เจ้าย่อม
กลายเป็นปรมาจารย์แห่งการเล่นแร่แปรธาตุซึ่งเป็นรากฐานที่มั่นคง
สำหรับเป้าหมายในอนาคตของเจ้าในการทะลวงเข้าสู่ 9 ดวงดาราแห่ง
วิหารเต๋า!”
มารเจิดจรัสได้ชี้ให้เห็นว่าหลินหมิงจะกลายเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ
แม้ว่านี่จะเป็นเรื่องที่ฉับพลันไปหน่อย แต่หลังจากที่คิดเพิ่มเติม นี่ก็เป็น
วิธีเดียวที่หลินหมิงจะทำให้เส้นทางการบ่มเพาะกายผันแปรของตัวเองได้
ในอนาคต
มรดกกายผันแปรของแม้ว่าจะอยู่ในทั่วทั้งแดนเทวะก็ยังถือว่าเป็น
เส้นทางการบ่มเพาะที่ฟุ้มเฟือยมากเกินไป เมื่อเทียบกับระบบการหลอม
รวมปราณ มันก็มีค่าใช้จ่ายมากกว่าหลายเท่า
สำหรับหลินหมิงเพื่อที่จะสำเร็จ 100% ของขั้นผสานไขกระดูก เขา
ยังต้องใช้รากมังกรนิพพาน ทั้งหมด สำหรับการเปิด 8 ประตูเร้นลับ
ภายในเขาก็ยังต้องใช้โอสถศักดิ์สิทธิ์ไร้นามและกระดูกเทพปีศาจ แม้แต่
ตอนนั้นมันยังเป็นเพียงเรื่องบังเอิญที่เขาได้ทะลวงมันด้วยการสนับสนุน
ของสนามพลังปีศาจสวรรค์
และต่อไปมันยังมีอีก 7 ประตูของ 8 ประตูเร้นลับภายใน!
ทุกอย่างเป็นเรื่องยากอย่างยิ่งแล้วแม้เพียงแค่จุดเริ่มต้น ไม่กี่ประตู
แรกไม่ถือว่าได้ยากที่จะเปิด แต่หลังจากนั้นเมื่อเขามาถึงประตูที่ 5, 6, 7
หรือแม้แต่ประตูที่ 8 ความยากลำบากจะเพิ่มขึ้นในระดับที่ต้องตกตะลึง
ถ้าเขาอยากจะผ่านเกณฑ์เหล่านี้ไปได้ มันก็เป้นไปไม่ได้เว้นเสียแต่ว่า
เขาจะมีวัสดุระดับสวรรค์ชั้นสูง
สำหรับสมบัติระดับสวรรค์ทั่วไป การกลืนพวกเขาโดยตรงก็ยิ่งให้ผล
น้อยน้อยกว่าการกลั่นให้เป็นโอสถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมันจะมี
ประสิทธิภาพมากขึ้นถ้ามีจารึกโอสถลงไป
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หลินหมิงก็ตกอยู่ในความคิดที่ลึกซึ่ง ไม่ว่าจะเป็น
ทักษะการเล่นแร่แปรธาตุหรือทักษะการจารึก ทั้งสองต่างมีความซับซ้อน
และหลากหลาย ก่อนหน้านี้ถ้าเขาต้องการที่จะฝึกฝนทั้งสองทักษะเหล่านี้
ไปจนถึงขีดสุด จากนั้นเขาก็จะต้องใช้เวลาอย่างมากแม้ว่าเขาจะได้รับ
มรดกความทรงจำของผู้อาวุโสสูงสุดมาก็ตาม
เวลาหมายถึงศักยภาพของชีวิต ถ้าเขาสูญเสียเวลาแล้ว มันก็
เหมือนกับการสูญเสียศักยภาพของเขา…
มารเจิดจรัสเห็นหลินหมิงลังเลจึงได้หัวเราะ “เจ้าหนู ความคิดของ
เจ้าผิดไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการฝึกฝนทักษะการเล่นแร่แปรธาตุหรือจารึก
อักขระทั้งสองอย่างนี้สามารถเพิ่มพลังจิตวิญญาณของเจ้าได้ดีอย่างยิ่ง
หลังจากที่ไปถึงขั้นปราณปลายฟ้า พลังจิตวิญญาณของนักสู้จะมี
ความสำคัญมากขึ้น เจ้าฝึกฝนทักษะการต่อสู้มาตลอดจนตอนนี้ และยัง
ไม่ได้ตระหนักถึงประโยชน์ของการมีพลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่ง? ถ้าไม่ใช่
เพราะพลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งและเจตจำนงแห่งนักสู้วัฏสงสารที่จะ
สนับสนุนเจ้า เจ้าจะสร้างจิตวิญญาณต่อสู้ของตนเองทั้งที่อยู่เพียงขั้น
ปราณปลายฟ้าได้อย่างไร? จิตวิญญาณต่อสู้และอาจจะแตกต่างไปจาก
พลังจิตวิญญาณอย่างสิ้นเชิง แต่ที่จริงแล้วต้องพึ่งพาอาศัยกัน เจ้าไม่ได้
สังเกตเห็นว่าจิตวิญญาณต่อสู้มั่วตัวซ่อนอยู่ในทะเลแห่งจิตวิญญาณ?
“ทั้งหมดที่ข้าเพิ่งกล่าวถึงล้วนเป็นเพียงประโยชน์ในทางอ้อม แต่ก็ยัง
มีประโยชน์โดยตรงเช่นกัน ประโยชน์เหล่านี้จะปรากฏขึ้นเมื่อเจ้า
กลายเป็นผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิ ไม่ว่าร่างกายของเจ้าจะมีพลังมากแค่
ไหน ถ้าเจ้าไม่มีจิตวิญญาณที่มีพลังเท่าเทียมกันในการสนับสนุนมันแล้ว
ผลลัพธ์ที่เจ้าจะสามารถประสบความสำเร็จจะมีขีดจำกัดอยู่มาก! หาก
เพียงบ่มเพาะตันเถียนของเจ้ามันก็หมายความว่าไม่ช้าก็เร็วเจ้าจะพบกับ
คอขวด นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมผู้ทรงพลังทั้งหมดของแดนเทวะจึงเลือก
ทักษะเสริมต่างๆ สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่ใช้เพื่อช่วยการบ่มเพาะของพวก
เขา แต่ยังเพื่อช่วยเสริมพลังจิตวิญญาณของพวกเขาด้วย!”
หลังจากที่มารเจิดจรัสกล่าว หลินหมิงตกตะลึงอย่างคาดไม่ถึง
หลังจากคิดถึงเรื่องนี้แล้ว มันก็เป็นความจริงอย่างยิ่ง
นับตั้งแต่ที่เขาได้รับลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์มา หลินหมิงได้เข้ามาในมิติ
ของมันรวมเป็น 5 ครั้งและได้ดูดกลืนเศษเสี้ยววิญญาณของ 4 ผู้ทรงพลัง
ที่แตกต่างกัน ครั้งที่ 3–4 เขาได้หมกมุ่นอยู่กับเศษเสี้ยววิญญาณของ
จักรพรรดิปีศาจ แต่ในอีก 3 ครั้ง หลังจากที่เขาดูดวับความทรงจำเหล่านี้
แล้ว เขาก็รู้ว่าทั้งสามคนมีลักษณะคล้ายกันและนั่นก็คือทั้ง 3 คนฝึกฝน
ทักษะเสริม
คนแรกคือผู้เชี่ยวชาญจารึก คนที่สองคือผู้เชี่ยวชาญค่ายกล และคน
สุดท้ายเป็นนักจารึกและนักเล่นแร่แปรธาตุ
สำหรับจักรพรรดิปีศาจเขาเป็นปีศาจยักษ์ ดังนั้นเขาจึงไม่เชี่ยวชาญ
ในแง่ด้านของวิญญาณ นี่เป็นเหตุผลที่ว่าเขาไม่ได้เลือกทักษะเสริมตั้งแต่
เริ่มต้น
ที่มารเจิดจรัสได้กล่าว การศึกษาทักษะเสริมเหล่านี้ย่อมไม่เป็นการ
สูญเสียเวลา
การฝึกฝนอย่างหนักกับสิ่งเหล่านี้จะไม่สูญเสียโดยเปล่าประโยชน์
ตอนนี้หลินหมิงได้รับมรดกจากเศษเสี้ยววิญญาณเหล่านี้แล้ว เขาสามารถ
ฝึกทักษะเสริมเหล่านี้ได้โดยใช้ความพยายามเพียงครึ่งหนึ่งและได้ผล 2
เท่า การไม่ใช้โชคดีของตนเองนั้นย่อมเป็นเพียงคนโง่เขลา
ในขณะที่หลินหลินหมิงคิดเช่นนี้ เขาก็ตั้งเป้าหมายไว้แล้ว หลังจาก
ความขัดแย้งในทะเลทางใต้สิ้นสุดลง เขาจะทุ่มเทเวลาพิเศษเพื่อฝึกทักษะ
การจารึกและทักษะการเล่นแร่แปรธาตุอย่างละเอียดถี่ถ้วนเพื่อปูทางสู่
ความสำเร็จในอนาคตของเขาในการเปิด 7 ประตูถัดไปของ 8 ประตูเร้น
ลับภายใน
หลังจากปิดผนึกความทรงจำของทักษะการจารึกและทักษะการเล่น
แร่แปรธาตุไว้ในใจ หลินหมิงได้เริ่มศึกษาความทรงจำอื่นๆของผูอาวุโส
ท่านนี้
ภายในส่วนของเศษเสี้ยววิญญาณนี้มีข้อมูลมากเกินไป นอกจาก
ทักษะการจารึกและทักษะการเล่นแร่แปรธาตุแล้วมันก็ยังมีเคล็ดบ่มเพาะ
เป็นจำนวนมาก
ภายในเคล็ดบ่มเพาะเหล่านี้ มันมีอย่างหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับนักเล่นแร่
แปรธาตุของแดนเทวะ – ‘บัญญัติเทพอัคคี’
หลังจากตรวจสอบ ‘บัญญัติเทพอัคคี’ แล้วหลินหมิงหมิงได้สรุปว่า
“บัญญัติเทพอัคคี” นั้นทรงพลังยิ่งกว่า 8 ขั้นแรกของ ‘บัญญัติศักดิ์สิทธิ์
ต้องห้ามวิหคเพลิง’ แต่ถ้าเทียบกับ ‘บัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’
ที่สมบูรณ์แบบแล้ว มันจึงจะด้อยกว่า
ทั้งสองเคล็ดบ่มเพาะเป็นธาตุจำเพาะอัคคี ดูเหมือนว่าจะซ้ำซ้อนใน
การฝึกฝนทั้งสองอย่าง แต่หลินหมิงมีความสุขมากที่ได้เห็นสถานการณ์
เช่นนี้ ในอนาคตนี้ มันจะทำให้เขาได้รับแรงบันดาลใจมากมาย เมื่อเขา
เข้าใจอย่างถ่องแท้ในทั้งสองแล้ว เขาก็จะสามารถที่จะผสมผสานเคล็ดบ่ม
เพาะทั้งสองเข้าด้วยกันจนเป็นทักษะที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
นักเล่นแร่แปรธาตุของแดนเทวะเนี้ได้มีความเข้าใจในวิถีแห่งเพลิงซึ่ง
อาจเรียกได้ว่าอยู่จุดสูงสุด หลินหมิงบ่นอย่างช่วยไม่ได้ เพราะวิถีนั้น
สามารถเข้าใจได้และไม่สามารถอธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจได้ แม้ว่าหลินหมิง
ได้รับมรดกโดยตรงจากความทรงจำเหล่านี้ แต่มันก็ยังเป็นไปไม่ได้เลยที่
ความเข้าใจวิถีแห่งเพลิงของเขาก็จะพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลันในทันทีทันใด
แต่มันก็ยังคงช่วยให้หลินหมิงที่จะหาทางในอนาคตได้ง่ายขึ้น
………………..
ในขณะที่หลินหมิงเข้ามาในค่าลกลป้องกันของแดนเร้นลับฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์และเริ่มดูดกลืนเศษเสี้ยววิญญาณ ข่าวการกลับมาของเขาใน
ภูมิภาคเขตแดนทางใต้ได้เริ่มแพร่กระจายออกไปอย่างเงียบๆ…
มีนักสู้แดนปีศาจมากเกินไปบนเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าจะฆ่าไป
มากเพียงไร ก็มักจะมีผุู้หลบหนีไปได้ จึงเป็นธรรมดาที่คนเหล่านี้จะ
เผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับการกลับมาของหลินหมิง แต่ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่หลินห
มิงวางแผนให้เกิดขึ้น เขาทำอย่างนี้ทั้งหมดด้วยเหตุผลประกายหนึ่ง: เขา
ต้องการใช้วิธีนี้เพื่อบอกแก่มู่เชียนหยี่ว่าตนเองได้กลับมาแล้ว!
คนแรกที่ได้รับข่าวนี้คือดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้!
ในขณะนี้ ซ่วนหวู๋จี๋ได้ปิดด่านฝึกตนเป็นตายเพื่อก้าวสู่ขั้นทำลายชีวิต
ระดับ 4
หลังจากที่นักสู้ของมนุษย์ไปถึงขั้นทำลายชีวิต ทุกการทะลวงระดับ
คือด่านทดสอบแห่งชีวิตและความตาย พวกเขาจะประสบความสำเร็จ
หรือไม่ก็ตกตาย มันไม่มีเส้นทางอื่น
ขณะนี้มี ทั่วร่างของซ่วนหวู๋จี๋และแก่นแท้หมุนวนเริ่มารจัดโครงสร้าง
ใหม่ทั้งหมด เขาจะไม่สามารถถูกรบกวนได้เลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสำคัญ
เพียงใดก็ตาม
ผู้รับผิดดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ในขณะนี้จึงเป็น ซ่วนอวี่เชี่ย
ในช่วงสงครามทะเลทางใต้ ซ่วนอวี่เชี่ยได้ปรากฏตัวต่อสาธารณชน
มากกว่าซ่วนหวู๋จี๋ หลังจากการต่อสู้มากมาย ซ่วนหวู๋จี๋ก็ไม่จำเป็นต้อง
ปรากฏตัว มันก็เพียงพอสำหรับซ่วนอวี่เชี่ยที่จะทำหน้าที่เป็นผู้นำ
ในช่วงสองปีครึ่งนี้ทั้งความมีเสน่ห์และความงดงามที่ยั่วยวนทางเพศ
ของซ่วนอวี่เชี่ยได้กลายเป็นที่มีชื่อเสียงอย่างเท่าเทียมกัน มีมหาอำนาจ
หลายแห่งของทะเลใต้ที่ทั้งปรารถนาและหวาดกลัวนางไปจนถึงกระดูก
ในเวลานี้ ภายในพระราชวังปีศาจของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้
ซ่วนอวี่เชี่ยที่สวมชุดสีดำสุดหรู คอเสื้อฝังเพชรสีดำของนางแยกลงต่ำเผย
ให้เห็นรูปร่างและสัดส่วนที่ใหญ่โตของหน้าอกสีขาวน้ำนม 2 ลูก ชุดของ
นางถูกแหวกออกเกือบถึงเอว เผยให้เห็นต้นขาขาวสมบูรณ์แบบและ
สัดส่วนที่ได้รูปของส่วนร่าง ทั้งหมดนี้ก็เพียงพอที่จะให้ให้ชายผู้นึงจมอยู่
ในความฝันและความปรารถนาที่ไร้สิ้นสุด
ร่างกายของซ่วนอวี่เชี่ยไม่สามารถหาร่องรอยที่เกิดจากกาลเวลาได้
นางดูราวกับหญิงสาวงดามและเซ็กซี่ในวัย 20 ปลายๆเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อเผชิญหน้ากับซ่วนอวี่เชี่ย ผู้อาวุโสของดินแดน
ปีศาจแห่งทะเลทางใต้ก็ไม่ได้แสดงความไม่เคารพแม้เพียงเล็กน้อย พวก
เขาทุกคนต่างนั่งคุกเข่า และสายตาชำเลืองผ่านนางไปเป็นระยะๆ นี่เป็น
เรื่องที่ช่วยไม่ได้
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซ่วนอวี่เชี่ยได้พึ่งพาพลังของนางเพียงอย่าง
เดียวในการสะสมอำนาจและอิทธิพล แม้ว่าดินแดนปีศาจแห่งทะเลทาง
ใต้ของทะเลทางใต้จะมีการทำงานภายในที่ซับซ้อน แต่ก็ไม่มีแม้แต่คน
เดียวที่กล้ายั่วยุนาง
“เกี่ยวกับหลินหมิง เจ้าเคยได้ยินเรื่องของเขาแล้ว” ซ่วนอวี่เชี่ยกล่าว
อย่างสงบ
คำกล่าวสั้นๆของซ่วนอวี่เชี่ยทำให้บรรดาผู้อาวุโสเริ่มพูดคุยกันเอง
ก่อนหน้านี้พวกเขาได้รับข่าวทั้งหมดผ่านทางช่องทางต่างๆของตนเอง
สำหรับซ่วนอวี่เชี่ยที่เรียกประชุมสภาผู้อาวุโสในเวลานี้ ทั้งหมดคาดเดาได้
ว่าจะเป็นการพูดคุยกับหลินหมิง
ผู้อาวุโสขั้นทำลายชีวิตระดับ 1 ยืนขึ้นและกล่าวว่า “ชายชราผู้นี้คิด
ว่ามีบางอย่างผิดปกติ มีคำถามและความลึกลับมากมายเกี่ยวกับการ
เสียชีวิตของเขา ในตอนนี้ ดูเหมือนว่าจะมีความลับที่ยิ่งใหญ่ในตัวเขา!
รากมังกรนิพพานและเตาหลอมจักรวาลล้วนตกอยู่ในมือของเด็กหนุ่มผู้
นั้น! ”
เสียงผู้อาวุโสขั้นทำลายของชีวิตเต็มไปด้วยความอิจฉาและเกลียดชัง
ในขณะที่เขาคิดว่ามีทรัพยากรจำนวนมากเพียงใดที่หล่นลงไปอยู่มือของ
เด็กทารกที่ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม เขาก็รู้สึกว่ารู้สึกอึดอัดอย่างยิ่ง
ซ่วนอวี่เชี่ยรู้สึกความรังเกียจ นางไม่สนใจเรื่องความคิดเห็นของคนที่
หูหนวกเช่นคนที่พูดด้วยความเข้าใจผิด ถ้าพวกเขาคิดว่ามีอะไรผิดปกติใน
อดีตเหตุใดพวกเขาไม่ลงมือทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้?
ซ่วนอวี่เชี่ยกล่าวว่า “ตามข้อมูลของเรา หลินหมิงสามารถฆ่าผู้อาวุโส
หงชี่ได้ ข้าคาดเดาว่าความแข็งแกร่งของเขาได้อยู่จุดสูงสุดขั้นทำลายชีวิต
ระดับ 1 เรื่องนี้ทำให้เราเข้าใจผิดเกี่ยวกับหลินหมิงในอดีตอย่างสิ้นเชิง
โดยไม่ต้องสงสัย มันจะต้องมีความลับบางอย่างในตัวเขาอย่างแน่นอน
บางทีมันอาจจะมีเจ้าค่ามากยิ่งกว่ารากมังกรนิพพานและเตาหลอม
จักรวาล ตอนนี้เมื่อผู้อาวุโสซ่วนหวู๋จี๋พยายามทะลวงเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิต
ระดับ 4 เขาจะไม่สามารถถูกรบกวนได้ ข้าได้ตัดสินใจเรียบร้อยแล้วที่จะ
ส่งสัตว์อสูรทะเลมหึมาออกไป และข้าจะรับคำสั่งด้วยตนเองในภารกิจนี้
ข้าจะไปที่เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ และจับหลินหมิงที่ยังมีชีวิตอยู่ ผู้อาวุโส
ท่านใดจะไปกับข้าบ้าง?”
คำพูดของซ่วนอวี่เชี่ยทำให้ผู้อาวุโสทุกคนตกตะลึง ส่งสัตว์อสูรทะเล
มหึมาออกไป สั่งการด้วยตนเอง แม้กระทั่งเชิญผู้อาวุโสคนอื่นๆไปด้วย
นี่มันมิใช่การกระทำที่เกินไปหรอกหรือ!?