Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 687 คารวะต่อองค์รัชทายาทแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 687 คารวะต่อองค์รัชทายาทแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์
มันต้องเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าเมื่อนักสู้สูญเสียปราณโลหิตแล้ว มันก็
ยากที่จะฟื้นคืนมาได้ ดังนั้นความลับใดๆที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูหรือการ
เสริมปราณโลหิตได้จึงมีค่ามหาศาล
สำหรับวิธีการของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ในการถ่ายโอนปราณโลหิต
ของวิหคเพลิงซึ่งได้มาจาก แดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นจึงมีเพียง
ตัวตนระดับของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่ทราบ
ในความเป็นจริง บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เป็น
เพียงมนุษย์ปุถุชน; นางไม่มีความสัมพันธ์กับตระกูลฟีนิกซ์โบราณ นาง
บังเอิญข้าไปในเจอแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์และได้รับเคล็ดบ่มเพาะ
ทักษะลับและใช้สมบัติเหล่านี้เพื่อสร้างเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
ดังนั้นในทางทฤษฎี การกล่าวนักสู้จากนิกายอื่นๆอาจใช้ปราณโลหิต
ของวิหคเพลิงในการถ่ายโอนไปยังพวกเขา และนี่จะเป็นการเพิ่ม
พรสวรรค์ในการฝึกฝนธาตุจำเพาะอัคคี
ดังนั้นนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางจึงอยากที่จะจะได้ทักษะลับนี้
เสมอ เมื่อเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์อยู่ในช่วงเวลาแห่งความรุ่งโรจน์ นิกาย
ตำหนักแก่นแท้หยินหยางย่อมไม่เต็มใจที่จะจ่ายราคาที่สูงและโจมตีเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้ได้รับมาซึ่งทักษะลับนี้ แต่ขณะนี้ที่เกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์กำลังประสบปัญหา พวกเขาเริ่มเดินหน้าแผนนนี้ต่อไป
นิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางมุ่งเน้นไปที่เคล็ดบ่มเพาะวารีและ
อัคคีมันก็คล้ายกันมากกับเคล็ดบ่มเพาะอัคคีและน้ำแข็งที่เกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ฝึกฝนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเคล็ดบ่มเพาะธาตุจำเพาะอัคคีมี
ความคล้ายคลึงกันอย่างยิ่ง ดังนั้นพวกเขาจึงวางแผนที่จะได้ครอบครอง
วิหคเพลิง 2 ตัวและนำเอาส่วนหนึ่งของปราณโลหิตมาใช้เพื่อดูว่าจะ
สามารถใช้มันเพิ่มความสามารถผสานกับของเคล็ดบ่มเพาะของนิกาย
ตำหนักแก่นแท้หยินหยางได้หรือไม่
นี่เป็นเหตุผลที่พวกเขายินดีที่จะรับแรงกดดันจากดินแดนปีศาจแห่ง
ทะเลทางใต้
ซิงฉานกล่าวว่า “สามีเราต้องรีบแล้ว ถ้าดินแดนปีศาจแห่งทะเลทาง
ใต้ถูกควบคุมโดยอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์นี้แล้ว เราจะไม่มีสิ่งต่อรองในมืออีก
เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์อาจไม่เต็มใจที่จะให้เราทำ
สิ่งใดต่อไปอีก”
“หึ อาจจะไม่เป็นความจริง! หลังจากสงครามครั้งนี้ ความแข็งแกร่ง
ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ได้ลดลงอย่างมาก มู่เฟิงเซียนได้ทำลายแหล่ง
พลังงานชีวิตของนางแล้ว และแม้ว่านางจะยังคงอยู่ในขั้นทำลายชีวิต
ระดับ 1 ความจริงก็คือ พลังของนางตอนนี้ใกล้เคียงกับขั้นหลอมรวมแก่น
แท้ช่วงปลาย สำหรับมู่อวี้หวง นางเพิ่งผ่านขั้นทำลายชีวิตระดับ 1 มาได้
และการบ่มเพาะของนางก็ยังไม่เสถียร ผู้อาวุโสขั้นหลอมรวมแก่นแท้ส่วน
ใหญ่ของพวกเขาได้ลดลงแล้ว เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ในตอนนี้จึงเทียบได้
กับเพียงนิกายระดับ 4 ชั้นกลาง พวกเขาไม่ได้ดีไปกว่าเจ็ดนิกายของ
ภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุมากนัก พวกเขาย่อมไม่มีความสามารถในการ
แข่งขันกับเรา ตอนนี้พวกเขามาถึงนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางของข้า
แล้ว พวกเขาควรลืมความคิดที่จะจากไปได้!”
ขณะที่ซิงจี๋กล่าว เขาก็เยาะเย้ยและกุมมือตนเองราวกับว่าเขาได้
ควบคุมเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ไว้ในมืออย่างสมบูรณ์
เมื่อซิงฉานได้เห็นความมั่นใจของซิงจี๋ นางกล่าวว่า “สามีด้วยการ
คาดการณ์ของท่านในสถานการณ์นี้ข้ามั่นใจได้ว่าทักษะลับของเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์จะเป็นของเรา สำหรับการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับองค์
รัชทายาทแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ ข้าจะจัดการเรื่องนั้นเอง…”
ขณะที่ซิงฉานกล่าว เสียงฝีเท้าก็ได้ดังฉับพลันก็ดังขึ้นในตำหนัก
พร้อมกับเสียงที่ชัดเจนแจ้งว่า “คารวะท่านบิดาคารวะท่านแม่ ท่านกำลัง
พูดคุยสิ่งใดกัน?”
ผู้ที่กล่าวขึ้นมานี้ คือชายหนุ่มที่ดูเป็นวีรบุรุษ เขาหล่อเหลาและคิ้วก็
ตั้งชันขึ้นเหมือนดาบ เขาเป็นบุตรชายที่มีพรสวรรค์ที่สุดของซิงจี๋และซิง
ฉาน… ซิงเหยียง
หลังจากที่ซิงเหยียงได้แสดงศักยภาพในการเป็นผู้ทรงพลังระดับ
จักรพรรดิ คู่สามีซิงก็ได้วางความคาดหวังที่สูงไว้กับเขา พวกเขาหวัง
พึ่งพาเขาเพื่อช่วยให้นิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางกลายเป็นแดน
ศักดิ์สิทธิ์ได้ในอนาคต
“เหยียงเอ๋อร์ เจ้ามาได้เวลาที่เหมาะสม เจ้าได้ยินเกี่ยวกับการ
ปล้นสะดมของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้แล้วหรือยัง?”
“บุตรได้ยินเกี่ยวกับเรื่องสำคัญดังกล่าวแล้ว เมื่อคิดว่าทั้งหมดนี้มา
จากน้ำมือของเพียงชายหนุ่มลึกลับ มันก็ไม่น่าเชื่ออย่างแท้จริง!”
“อืม ถูกต้อง บิดาของเจ้าและข้าสงสัยว่าเขาควรจะเป็นองค์รัช
ทายาทแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ ถ้าเจ้าสามารถสร้างความสัมพันธ์อันดีกับ
เข้าได้ มันจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับเจ้าและเรา เหยียงเอ๋อร์ ข้า
วางแผนที่จะพาเจ้าไปพบกับเขา พรสวรรค์ของเจ้าเป็นเรื่องที่น่าทึ่ง แต่ก็
ยังยากที่จะเปรียบเทียบกับเขา ดังนั้นเพียงแค่ทำให้แน่ใจว่าเจ้าไม่แสดง
กิริยาความหยิ่งหรือความโง่เขลาต่อหน้าเขา อายุของเจ้าควรใกล้เคียงกับ
เขา ตราบเท่าที่เจ้าสามารถกลายเป็นสหายกับเขาได้ การจะกลายเป็น
จักรพรรดิไร้เปรียบใน 100 ปีก็จะง่ายขึ้น!”
ขณะที่ซิงฉานพกล่าว ดวงตาของซิงเหยียงก็ส่องแสง แม้ว่าเขาจะ
เป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับจักรพรรดิ มันไม่เป็นความจริงที่ว่าผู้มีพรสวรรค์
ระดับจักรพรรดิใดๆอาจกลายเป็นจักรพรรดิที่ไร้เปรียบได้ หนึ่งที่จำเป็น
ในการผลักดันอย่างต่อเนื่องในศักยภาพของพวกเขาไปถึงขีดจำกัด ค้นหา
ทรัพยากรหรือแม้ในขณะที่เผชิญกับอันตราย เมื่อเรวมโอกาส ความ
พยายามและปัจจัยอื่นๆเข้าด้วยกันแล้ว มันก็เป็นไปได้ที่จะกลายเป็นผู้
ทรงพลังระดับจักรพรรดิที่แท้จริง
ถ้าเขาหมดวึ่งศักยภาพหรือประสบอุบัติเหตุ เขาก็จะล้มเหลว
แต่ถ้าเขารู้จักกับองค์รัชทายาทแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์มันก็จะ
แตกต่างกัน!
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซิงเหยียงได้รับการยกย่องให้เป็นผู้สืบทอด
นิกายในอนาคต ในขณะที่เขาได้รับการฝึกฝนอย่างขยันขันแข็งในการบ่ม
เพาะ เขาก็มีประสบการณ์ในเรื่องของมนุษย์และการทักทายผู้อื่นเป็น
อย่างดีเช่นกัน
เขาเชื่อว่าตราบเท่าที่เขามีโอกาส ก็จะสามารถที่จะชนะความโปรด
ปรานขององค์รัชทายาทแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ได้
ในเวลานั้น ถ้าเขามีโอกาสได้ไปเที่ยวแดนดินศักดิ์สิทธิ์แห่งอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์และการผจญภัยสักหน่อยแล้ว เช่นนั้นผลประโยชน์ของเขาย่อม
สามารถจินตนาการได้!
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ แสงแห่งความตื่นเต้นก็สาดประกายในดวงตาของ
ซิงเหยียง เขากล่าวว่า “ที่ท่านแม่กล่าวนั้นเป็นความจริง ในโลกนี้มันมักมี
ภูเขาและสวรรค์ที่สูงกว่าเสมอ บุตรของท่านเข้าใจความจริงนี้อยู่เสมอ
เช่นกัน ข้าจะไปกับท่านแม่ และถ้าข้ามีโอกาสที่จะเป็นสหายกับองค์รัช
ทายาทแล้ว ข้าจะไม่พลาดมันแน่นอน”
“อืม ดี สมแล้วที่เป็นบุตรของข้า!” ซิงจี๋หัวเราะ สงครามใต้ทะเลนี้ถือ
เป็นโอกาสที่ดีสำหรับนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางของพวกเขา พวก
เขาไม่เพียงแต่จะสามารถได้ครอบครองความลับของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
แต่พวกเขาก็จะสามารถเป็นสหายกับองค์รัชทายาทแห่งอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์
ถ้าพวกเขาประสบความสำเร็จในเป้าหมายทั้งสอง นิกายตำหนัก
แก่นแท้หยินหยางจะก็จะทะยานสู่ความรุ่งโรจน์อีกก้าวหนึ่ง
ขณะที่นิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางที่กำลังวางแผนการอันยิ่งใหญ่
ของพวกเขา เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ก็ได้พิจารณาถึงอนาคตของนิกาย
ตนเองเช่นกัน
มู่เฟิงเซียนและมู่อวี้หวงเป็นตัวตนที่อยู่มาหลายร้อยปีแล้ว ดังนั้น
พวกเขาจึงไม่ได้เห็นถึงแผนการของนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางได้
อย่างไร? ก่อนหน้านี้ ภายใต้การบังคับขู่เข็ญ พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่น
นอกจากต้องต่อรองกับนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางและคลานเข้าไป
ในถ้ำของงู คอยนับวันเวลาที่หลินหมิงจะกลับมา
ยังเหลือเวลาอีก 7 ปีจากที่หลินหมิงสัญญาไว้ แต่ก่อนหน้านั้น
สงครามใต้ทะเลต่างตกอยู่ในความวุ่ยวายแล้ว ตอนนี้เกาะฟีนิกซ์ฟีนิกซ์
กำลังพิจารณาถึงขั้นตอนต่อไป
ในเวลานี้ในบริเวณที่พำนักชั่วคราวของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ มีโต๊ะ
ยาวและกว้างซึ่งมีตัวตนหลัก 7–8 คนของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์อยู่
“ท่านเจ้านิกาย ท่านบรรพบุรุษ” หญิงสาวสวมเชุดสีฟ้าคำนับอย่าง
สุภาพขณะที่นางนั่งลง นางคือมู่ปิงอวิ๋นที่เพิ่งกลับมาจากภูมิภาคเขตแดน
ห้าธาตุ
“ปิงอวิ๋น เกี่ยวกับข่าวลือเหล่านั้นของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้
มันเป็นเช่นไรกันแน่?”
ตัวตนระดับสูงของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ซ่อนตัวอยู่ภายในนิกาย
ตำหนักแก่นแท้หยินหยางและเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขาที่จะรู้ว่ากำลัง
เกิดอะไรขึ้นในโลกภายนอก ข้อมูลจะส่งผ่านมายังพวกเขาโดยมู่ปิงอวิ๋น
ก่อนหน้านี้ รุ่นเยาว์ลึกลับคนนี้ได้ทำลายสาขาเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
ของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ด้วยความแข็งแกร่งของตัวเอง
หลังจากนั้น ซ่วนอวี่เชี่ยได้นำ 3 ผู้อาวุโสสูงร่วมกับสัตว์อสูรทะเล
มหึมาเพื่อออกไปไล่ล่า อย่างไรก็ตาม พวกเขาได้พบกับหายนะ พวกเขา
ไม่เพียงแต่สูญเสียสัตว์อสูรทะเลมหึมา แต่ยังมีผู้อาวุโส 2 คนที่ตกตายไป
อีกด้วย และในที่สุด ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ก็ถูกปล้นสดมโดยรุ่น
เยาว์ลึกลับผู้นั้น
นี่เป็นสิ่งที่ไม่อาจเข้าใจได้เลยจริงๆ
นี่มันก็เหมือนกับรุ่นเยาว์ลึกลับได้กวาดต้อนดินแดนปีศาจแห่งทะเล
ทางใต้ทั้งหมดด้วยพลังของตนเอง ซ่วนอวี่เชี่ยและผู้อาวุโสขั้นทำลายชีวิต
คนอื่นๆราวกับว่าพวกเขามิต่างอันใดไปมากกว่าสุนัขที่ตายแล้ว ด้วย
จำนวนนักสู้มากมายที่ถูกสังหารทั่วดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ พวก
เขาโชคดีที่ซ่วนหวู๋จี๋ยังมีชีวิตอยู่ มิเช่นนั้นทั้งนิกายอาจล่มสลายไปแล้ว
ด้วยเหตุนี้เป็นแน่
นี่มันราวกับตำนานเทพนิยาย – น่าเหลือเชื่อเป็นอย่างยิ่ง ส่วนรุ่น
เยาว์ที่ลึกลับนั้น ตัวตนของเขาเริ่มคลี่คลายลงเรื่อยๆแม้ว่าชื่อเสียงของ
เขาจะเพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน อาจกล่าวได้ว่าในตอนนี้ ทั่วทั้ง
ภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุ ภูมิภาคเขตแดนทางใต้ หัวเมืองเร้นลับ หรือพื้นที่
ใกล้เคียงอื่นๆ คงไม่มีนิกายชั้นสูงที่ไม่รู้จักรุ่นเยาว์คนนี้ บางทีแม้แต่
ภูมิภาคมหาเซนก็ได้รู้เรื่องนี้ด้วย
“รายงานต่อท่านเจ้านิกาย คำพูดของข้าย่อมไม่ได้พูดเกินจริงเลยสัก
นิด”
“อืม…” มู่อวี้หวงพยักหน้า ด้วยการปรากฏตัวของรุ่นเยาว์ลึกลับผู้นี้
สงครามทะเลทางใต้จึงมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นี่เป็นจุดหักเหที่ดี
ในชะตากรรมของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
“ตอนนี้เราไม่รู้ว่าเมื่อใดที่ซ่วนหวู๋จี๋จะออกจากที่ซ่อนตัว ซ่วนหวู๋จี๋ถือ
เป็นจิตวิญญาณของกองกำลังดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ ถึงแม้ว่า
ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้จะประสบกับความสูญเสียครั้งใหญ่ในครั้งนี้
แต่พวกเขาก็จะไม่พินาศตราบเท่าที่ซ่วนหวู๋จี๋ยังมีชีวิตอยู่ ดินแดนปีศาจ
แห่งทะเลทางใต้ยังคงมีอำนาจเหนือกว่าอย่างแน่นอนและเรายังไม่มี
ทางเลือกอื่นนอกเหนือจากการเข้าอาศัยในนิกายตำหนักแก่นแท้หยินห
ยางและถูกกดขี่โดยพวกเขา”
ขณะที่ได้กล่าวถึงนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางแล้ว ร่องรอยแห่ง
ความเศร้าโศกและความเจ็บปวดได้เกินขึ้นในดวงตาของมู่เชียนหยี่
ในขณะที่ ภายใต้แรงกดดันสำหรับนิกายของนาง เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ไม่
มีทางเลือกอื่นนอกเหนือจากการยอมแพ้ต่อเงื่อนไขบางประการ สัตว์อสูร
ศักดิ์สิทธิ์ของนาง เจ้าเพลิงน้อยได้อยู่ในมือของนิกายตำหนักแก่นแท้ห
ยินหยาง มิได้ถูกสังหาร แต่จะขโมยปราณโลหิตของมันไป
เมื่อมู่เชียนหยี่คิดถึงเรื่องนี้ มันราวกับว่ามีมีดปักอยู่ในหัวใจของนาง
แม้ว่าเจ้าเพลิงน้อยจะเป็นสัตว์อสูรพันธสัญญา แต่มู่เชียนหยี่ก็คิดกับมันมิ
ต่างจากน้องสาว การเสียสละเจ้าเพลิงน้อยเพื่อรักษาเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
จะเป็นหนึ่งในหัวใจปีศาจของมู่เชียนหยี่
ขณะที่มู่อวี้หวงมองเห็นสีหน้าของมู่เชียนหยี่ นางก็ถอนหายใจและ
กล่าวว่า “หยี่เอ๋อร์ไม่ต้องเป็นห่วง นิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางได้ให้
สัตว์สาบานว่าจะไม่ทำร่ายอันตรายต่อชีวิตของเจ้าเพลิงน้อย มัน… มันก็
แค่… พวกเขาจะเอาปราณโลหิตของเจ้าเพลิงน้อยไป…”
ขณะที่มู่อวี้หวงกล่าวถึงตรงนี่ นางเองก็รู้สึกเศร้า สัตว์อสูรพันธ
สัญญาของนาง เจ้าเพลิงประกายก็ถูกเอาไปเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นนักสู้หรือ
วิหคเพลิง ปราณโลหิตก็เป็นสิ่งที่มีค่าอย่างมาก มันเป็นไปไม่ได้ที่จะ
สูญเสียมากเกินไป ถ้าสูญเสียมากเกินไป การบ่มเพาะไม่เพียงแต่จะลดลง
แต่ก็จะทำให้ชีวิตของพวกเขาสั้นลงอีกด้วย
“การขอลี้ภัยในนิกายตำหนักแก่นแท้หยินหยางเป็นความคิดไร้
ทางเลือก เราต้องจ่ายบางส่วนเพื่อรักษาส่วนใหญ่ไว้ เราทำได้เพียงหวังว่า
รุ่นเยาว์ลึกลับคนนี้จะทำให้ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ทะเลประสบ
ความสูญเสียอย่างมากและให้ความผ่อนคลายได้ เราต้องยืนหยัดจนกว่า
หลินหมิงจะกลับมา ในระหว่างนี้เราจะอดทนอดทนต่อไปอีกหลายปี เรา
ก็ไม่มีทางเลือกอื่น”
“อืม ข้าเข้าใจแล้ว” มู่เชียนหยี่ยิ้มอย่างไม่เต็มใจ เพื่อบอกเป็นนัยย์ว่า
นางรู้สึกดีขึ้น
มู่อวี้หวงถอนหายใจและไม่ได้กล่าวสิ่งใดอีก
ขณะที่เป็นตัวตนระดับสูงของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ได้รวมตัวกันเพื่อ
หารือเกี่ยวกับอนาคตของนิกาย ที่วิหารของนิกายตำหนักแก่นแท้หยินห
ยาง นาวาจิตวิญญาณระดับปฐพีขั้นสูงได้เปิดใช้งานอย่างเงียบๆ หลังจาก
ผ่านค่ายกลเคลื่อนย้ายหลายที่ตรงไปยังทะเลทางใต้ ผู้คนบนเรือลำนี้เป็น
มารดาและบุตรชาย ซิงฉานและซิงเหยียง
พวกเขาวางแผนที่จะเดินทางไปยังเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อไปเยี่ยม
เยือนองค์รัชทายาทแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่อยู่ใกล้ย่อมไวกว่า ขณะที่นิกายตำหนักแก่นแท้ห
ยินหยางออกเดินทางไป กลุ่มหน่วยข่าวกรองของนิกายวายุคลั่งก็ได้ลง
จอดบนเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์และกำลังวางแผนจะทักทายกับหลินหมิง
“นิกายวายุคลั่ง ผู้คุ้มกันวิหารสายลมและคณะขอเข้าคารวะ
ผู้เชี่ยวชาญไร้เปรียบ!”
เมื่อเห็นว่าไร้การตอบสนอง พวกเขาก็กล่าวย้ำอีกครั้ง แม้ว่าเสียง
ของเขาจะดูขึงขัง แต่หัวใจของเขาก็เต้นเหมือนเสียงการรัวกลอง ตัวตนนี้
สามารถสังหารผู้เชี่ยวชาญขั้นทำลายชีวิตระดับ 1 ได้และไม่มีใครบอกถึง
ว่าสถานะของเขายิ่งใหญ่เพียงใด กลุ่มหน่วยข่าวกรองนี้เป็นเพียงผู้คุ้มกัน
ของนิกายระดับ 4 ในสายตาของตัวตนเช่นนี้เขาย่อมไม่ต่างไปจากมด
การมาถึงและการทักทายทันใดนั้นเช่นนี้ อาจทำให้เกิดความไม่พอใจ
หรือไม่?
ถ้าบุคคลนี้มีสถานะที่ไม่ธรรมดา เขาก็อาจจะไม่สนใจหรือแม้แต่เมิน
เฉยพวกเขาเลยก็ได้
หลังจากหลายลมหายใจผ่านไป เสียงของชายหนุ่มก็สะท้อนออกมา
จากทุกทิศทางว่า
“นิกายวายุคลั่ง? เป็นนิกายวายุคลั่งแห่งเจ็ดนิกายของภูมิภาคเขต
แดนห้าธาตุ?”