Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 717 คุณสมบัติ
ในท้องฟ้าเหนือสนามรบ จิตวิญญาณตำหนักมองอย่างเฉยเมยในทุก
สิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นด้านล่าง ไม่ว่าอย่างไร จิตวิญญาณตำหนักก็คือตัวตน
ซึ่งอยู่เหนือสามัญสำนึกไปแล้ว ย่อมไม่แปลกใจหรือร้องอุทานออกมาดังๆ
เขาเพียงรู้สึกว่ามันผิดปกติ หลินหมิงซึ่งการบ่มเพาะอยู่เพียงขั้นหลอม
รวมแก่นแท้ช่วงกลาง ก็สามารถสร้างจิตวิญญาณต่อสู้ระดับทองแดงขั้น
พื้นฐานและใกล้เข้าสู่ขั้นเล็กแล้ว
‘บางที เขาอาจจะมีคุณสมบัติที่จะเข้าสู่ด่านทดสอบหล่อหลอมระดับ
ราชาที่แท้จริงก็ได้…’
เมื่อจิตวิญญาณตำหนักคิดเช่นนี้ ก็ได้มองดูมากขึ้น
ไม่ว่าหลินหมิงจะได้รับคุณสมบัติหรือตกตาย จิตวิญญาณตำหนักก็
จะแสดงความเสียใจหรือความสุขเลย มันก็ถือทัศนคติของผู้ชมเป็นพยาน
ให้กับทุกคน
ปัง!
ในสนามรบ นั่วเยี่ยนอวี่และหลินหมิงปะทะกันอย่างดุเดือด นั่วเยี่ย
นอวี่ถูกโยนกลับไปหลายร้อยก้าว ร่างกายของเขาสั่นราวกับว่าพลังงานที่
ก่อตัวขึ้นนั้นกำลังจะพังทลายลงได้ทุกวินาที
“เข้าใจแล้ว! การโจมตีครั้งนั้นมันได้ใช้พลังงานเป็นอันมาก” หลินหมิ
งพบว่าร่างเงาของนั่วเยี่ยนอวี่มีปริมาณพลังงานที่จำกัดมาก ทุกพลังงานที่
ใช้ มันจะไม่ฟื้นคืนมา ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ครั้งของการประทะที่รุนแรง
ครึ่งหนึ่งของร่างเงานั่วเยี่ยนอวี่กก็หายไปแล้ว
หลินหมิงหมุนหอกในมืออย่างรวดเร็ว ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลมถูก
เปิดใช้ขณะที่เขาปรากฏตัวตรงหน้านั่วเยี่ยนอวี่ในทันที
หอกพุ่งออกไป เต็มไปด้วยวิถีแห่งเพลิงสายฟ้า
สายรุ้งทะลวงสวรรค์!
เคล้งง!
หอกพลังงานในมือของนั่วเยี่ยนอวี่ถูกตัดขาดครึ่ง และชิ้นส่วนแขน
ของเขาถูกฉีกขาดโดยการโจมตีของหลินหมิงด้วย กลายเป็นประกายแสง
ระยิบขณะที่หายไป
หลังจากสูญเสียส่วนหนึ่งของแขน นั่วเยี่ยนอวี่จึงไม่สามารถต้าน
หลินหมิงไว้ได้อีก หอกของหลินหมิงจึงแทงผ่านลำคอของของเขา นั่วเยี่ย
นอวี่หายไปเป็นส่องประกาย
“ข้าชนะ”
หลินหมิงสูดลมหายใจลึกหลายครั้ง พยายามหายใจให้สงบขณะที่
กระตุ้นแก่นหมุนวนหลุมดำในตันเถียนของเขาเพื่อดูดซับพลังต้นกำเนิด
สวรรค์และปฐพีที่อุดมสมบูรณ์รอบตัวเขา
นั่วเยี่ยนอวี่ได้ทิ้งความรู้สึกประทับใจลึกๆไว้ในจิตใจของหลินหมิง
หากไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่า ร่างเงาคักลอกมีพลังงานจำกัด และถ้าการ
ต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปอยู่ หลินหมิงต้องจ่ายไปอย่างมากแม้ว่าจะชนะใน
ที่สุดก็ตาม
“รุ่นเยาว์ที่โดดเด่นของเผ่าฟีนิกซ์โบราณลึกล้ำเป็นอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะความเข้าใจวิถีของพวกเขา เพียงด้านเดียวนี้ ข้าก็ด้อยกว่าพวก
เขามากนัก” หลินหมิงส่ายหัว การรับรู้ของเขาเองก็ไม่เลว แต่เมื่อการบ่ม
เพาะและความแข็งแกร่งของเขาดีขึ้นเรื่อยๆ เขาก็เริ่มพบว่าการรับรู้ของ
ตนกลายเป็นจุดอ่อนของเขา
หลังจากร่างเงาของนั่วเยี่ยนอวี่สลายไป ร่างเงาใหม่ก็ได้ก่อร่างขึ้นมา
แทนอย่างรวดเร็วต่อหน้าของหลินหมิง
ร่างเงานี้มีทวนสงครามยาว ผมสีเพลิงตกลงมาถึงบ่าและมีแสงส่อง
สว่างจ้าในดวงตาของเขา เพียงแค่การมองครั้งเดียวจากเขา ก็จะได้เห็น
ว่าหลายร้อยหลายพันปีที่มา ชายผู้นี้เคยเป็นมังกรในหมู่มนุษย์
“ฝ่ายตรงข้ามคนที่สองของด่านทดสอบหล่อหลอมความมีคุณสมบัติ
เผ่าฟีนิกซ์โบราณ ตระกูลนั่วเยี่ยน บุตรคนที่สองขององค์ชายที่ 6 แม่
ทัพนั่วเยี่ยนหั่ว!”
นั่วเยี่ยนหั่วมีอายุประมาณ 20-30 ปี สำหรับอายุที่แน่ชัดนั้นยากจะ
อธิบาย ในด่านทดสอบหลอมคุณสมบัติระดับราชาของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ
ถูกจัดเรียงตามอายุของผู้ท้าชิงใช้ ยิ่งคู่แข่งมีอายุมากขึ้นพวกเขาก็ต้อง
เผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งขึ้น
นั่วเยี่ยนหั่วยกมือซ้ายขึ้น พร้อมด้วยประกายไฟ เปลวเพลิงลุกไหม้
รวมตัวกันเป็นโล่เพลิง ในร่างของนั่วเยี่ยนหั่ว เปลวเพลิงลุกอ้อยอิ่งอยู่บน
ผิวของเขา หลังจากผ่านไปหลายลมหายใจ เปลวเพลิงเหล่านี้กลายเป็น
เกล็ดเล็กๆนับไม่ถ้วนที่ปกคลุมตัวเขาไว้เป็นชุดเกราะทั่วร่าง ด้วยเหตุนี้
ร่างกายของนั่วเยี่ยนหั่วจึงได้รับการคุ้มครอง
เกล็ดเหล่านี้เป็นสีแดงเข้ม ขณะที่พวกมันปกคลุมร่างกาย มันก็ดู
เหมือนจะแยกจากร่างกายอย่างสมบูรณ์ ด้านบนของเกล็ดนี้มีอักษรรูน
ลึกลับอยู่ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากที่เปลวเพลิงกลายสภาพเป็นวัสดุ
“โล่เปลวเพลิง, เกราะเปลวเพลิง?”
ม่านตาของหลินหมิงหดลง นี่คือทักษะที่ได้รับการบันทึกไว้ใน
“บัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง”
ภายใน “บัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง” มีบันทึกวิธีการสร้าง
วัตถุดังกล่าวเช่นโซ่เปลวเพลิง หลินหมิงยังได้เรียนรู้ทักษะเหล่านี้อย่างไม่
เป็นทางการ แต่เนื่องจากข้อจำกัดในเคล็ดบ่มเพาะ ความแข็งแกร่งและ
ความทนทานของเปลวเพลิง โซ่ที่เกิดขึ้นไม่เพียงพอ เมื่อหลินหมิงทะลวง
เข้าสู่ขั้นปราณต้นฟ้าและขั้นปราณปลายฟ้า เขาก็หยุดใช้ทักษะเล็กๆ
เหล่านี้
แต่ตอนนี้ ขณะที่หลินหมิงเห็นเกล็ดเปลวเพลิงและโดล่เปลวเพลิงบน
ร่างของนั่วเยี่ยนหั่ว เขาสามารถรู้สึกได้ถึงพลังงานที่ถูกบีบอัดจนน่าตก
ตะลึง มันน่าตกตะลึงอย่างแท้จริง!
นี่เป็นความเข้าใจระดับสูงของวิถีแห่งเพลิงใช่หรือไม่?
หลินหมิงสูดหายใจเข้าลึกๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เขาได้ใช้เวลาและ
พลังงานส่วนใหญ่ในการทำความเข้าใจวิถีแห่งมิติ สำหรับวิถีแห่งเพลิง
และวิถีแห่งสายฟ้าเขาได้หยุดมันไว้ก่อน
หลินหมิงตระหนักดีว่าในฐานะนักสู้ที่ไปถึงระดับพลังที่สูง มันมี
สำคัญคือ จิตวิญญาณต่อสู้ กฏและวิถีที่สอดคล้องกันความสามารถที่
เข้าใจซึ่งได้จากการสัมผัสกับแหล่งที่มาของหลักการ เฉพาะนักสู้ที่ด้อย
พรสวรรค์เท่านั้นจึงจะอาศัยการบ่มเพาะในการต่อสู้
ยิ่งผู้หนึ่งเข้าใจวิถีมากขึ้น ความแข็งแกร่งในการต่อสู้และความ
ยืดหยุ่นจะเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ถึงแม้จะยังไม่เห็นผลมาก แต่เมื่อผู้หนึ่ง
เข้าถึงขั้นเทพสมุทรและสูงกว่าแล้ว มันมันจะมีผลอย่างมาก นี่เป็นเวลา
มากพอที่จะเข้าใจสิ่งเหล่านี้ ดังนั้น ควรวางรากฐานไว้เสมอ
วูซ!
ทวนของนั่วเยี่ยนหั่วได้แทงออกมา พลังงานเพลิงต้นกำเนิด
กลายเป็นโกลาหล เผชิญหน้าการโจมตีด้วยทวนที่ทรงพลังดังกล่าว
หลินหมิงไม่ได้ตอบโต้ในทันที กลับกัน เขาส่งความคิดไปสัมผัสปราณเทพ
ทรราชคลั่งโดยอาศัยพลังจิตวิญญาณและการรับรู้เพื่อวิเคราะห์ความลับ
เบื้องหลังการโจมตีของนั่วเยี่ยนหั่ว
สุริยันล่าสังหาร!
เมื่อร่างของหลินหมิงห่อหุ้มเพลิงจากทักษะ ในที่สุดเขาก็โต้กลับ
ปังงงง!
เปลวเพลิงปะทุ หลินหมิงลอยกระเด็นออกมาจากแรงระเบิดทำให้
ผมและชุดของเขาส่วนหนึ่งเกิดรอยใหม้ ในการแลกเปลี่ยนกระบ่วนท่าที่
รวดเร็ว แม้หอกของหลินหมิงผสานจิตวิญญาณต่อสู้ของเขาลงไป มันก็ยัง
ไม่เพียงพอที่จะทดแทนความแตกต่างได้
โชคดีที่หลินหมิงไม่ได้รับบาดเจ็บ พลังป้องกันของเขาน่าตกตะลึง
แต่ถึงกระทั่งมันก็ยังบางส่วนของพลังงานเพลิงลุกลามเข้าไปในเส้นชีพจร
ของเขา จู่โจมอย่างรุนแรงก่อนที่จถูกเมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราชยับยั้งไว้
แต่พลังของเปลวเพลิงนี้รุนแรงและป่าเถื่อนกว่าที่หลินหมิงจินตนาการไว้
แม้จะมีปราณเทพทรราชคลั่งหยุดยั้งแต่ยังคงมีความรุนแรงและป่าเถื่อน
เป็นเวลาระยะหนึ่งก่อนที่มันจะถูกยับยั้งอย่างสมบูรณ์
นี่เป็นครั้งแรกที่เมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราชได้เผชิญกับสถานการณ์
เช่นนี้ หลินหมิงไม่คิดแน่ว่าความสามารถเมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราชไม่
เพียงพอด้านทักษะ แต่เป็นเพราะตัวมันเองยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงพอ เมื่อ
เทียบกับนั่วเยี่ยนหั่ว หลินหมิงก็ความเข้าใจในวิถีที่ด้อยกว่ามาก
“พยายามที่จะขโมยวิถีแห่งเพลิงในขณะที่ต่อสู้?” ในท้องฟ้าเหนือ
สนามรบ, จิตวิญญาณตำหนักเฝ้ามองทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นด้านล่าง
อย่างไม่แยแส “ด่านทดสอบคุณสมบัติหล่อหลอมระดับราชานั้นยากอย่าง
ยิ่ง มันเป็นการต่อสู้แห่งชีวิตและความตาย ดังนั้นเจ้าควรระมัดระวัง อย่า
ตกตายไปเพียงเพื่อโอกาสในการทำความเข้าใจบางสิ่งบางอย่าง
นอกเหนือจากการรับรู้ของตน”
ในความเห็นของจิตวิญญาณตำหนัก ถ้าหลินหมิงสนใจมากเกินไปใน
การทำความเข้าใจบางสิ่งบางอย่างในศึกครั้งนี้แล้ว เขาก็จะไม่สามารถสู้
เต็มกำลังของเขาได้ ในการต่อสู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญ ความลังเลใดๆล้วน
เป็นเรื่องที่อันตราย
“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ” หลินหมิงไม่เคยตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลง
แผนการตั้งแต่แรกของเขา ถ้าเขาอยากที่จะทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิถีใน
ระหว่างการต่อสู้ มันย่อมใช้พลังงานมากขึ้น และเขาอาจได้รับบาดเจ็บ
อย่างไรก็ตาม เขามีความเชื่อมั่นในความทนทานและความสามารถในการ
ป้องกัน หากสถานการณ์เปลี่ยนไปย้ำแย่กว่านี้ มันก็คงจะไม่สายเกินไปที่
จะต่อสู้อย่างเต็มที่
ปัง ปัง ปัง!
ด้วยการแลกเปลี่ยนกระบวนท่าหลายครั้ง หลินหมิงได้รับความ
เข้าใจอย่างลึกซึ้งจากวิถีแห่งเพลิงนั่วเยี่ยนหั่ว ภายในร่างกายของเขา
เมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราชเริ่มดูดซับพลังเพลิงนี้ได้มากขึ้นเรื่อยๆ ภายใต้
ขอบเขตของปราณเทพทรราชคลั่ง พลังเพลิงนี้กลายเป็นทรงกลมสีแดง
เข้มที่โคจรรอบๆ เมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราชพร้อมกับปราณอัคคีเทพ
ทรราช อย่างไรก็ตาม มันเป็นไปไม่ได้ที่ปราณอัคคีเทพทรราชจะสามารถ
ดูดซับพลังนี้ได้เนื่องจากความแตกต่างในระดับที่สูงเกินไป
แม้ว่านั่วเยี่ยนหั่วดูเหมือนว่าเขาจะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ แต่ก็
ยังมีพลังงานภายในอย่างจำกัด หลังจาก 10 กระบวนท่า หลินหมิงก็
ได้เปรียบขึ้นมา
หลังจากผ่านไปอีก 5 กระบวนท่าหอกของหลินหมิงก็ตัดแขนของนั่ว
เยี่ยนหั่วออกได้
ส่วนหนึ่งของชุดเกราะเปลวเพลิงและโล่เปลวเพลิงตกอยู่ในมือของ
หลินหมิง ค่อยๆรู้สึกโล่ด้วยมือของเขา หลินหมิงพยายามสัมผัสถึง
ร่องรอยของพลังงานที่มีอยู่ภายใน ในโล่นี้ มันดูเหมือนว่าพลังเพลิงต้น
กำเนิดมีความคิดของตนเอง มันเป็นโครงสร้างของพลังงานที่ก่อร่างขึ้น
ด้วยรูนเล็กๆนับไม่ถ้วน ไม่ว่าทิศทางการโจมตีจะมาจากทางใด โครงสร้าง
นี้จะสามารถกระจายตัวผลกระทบจากการโจมตี ดูดซับำพลังการโจมตี
อย่างเต็มที่ด้วยพลังงานเปลวเพลิง
“กฏแห่งเพลิงนี้เป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างแท้จริง!”
การโจมตีของนั่วเยี่ยนหั่วพุ่งเข้ามาอีกครั้ง หลินหมิงไม่สามารถแบ่ง
ความสนใจไปศึกษาโครงสร้างอันละเอียดภายในโล่นี้อีกแล้ว ด้วยการ
โต้ตอบของหลินหมิง ร่างเงาของนั่วเยี่ยนหั่วถูกฆ่าในที่สุด กระจัดกระจาย
เป็นพลังงาน โล่เปลวเพลิงในมือของหลินหมิงเองก็หายไป มันทำให้เขา
รู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากนั่วเยี่ยนหั่วแล้ว การประลองอื่นๆก็จากตระกูลนั่วเยี่ยนเช่น
หัน หลินหมิงเริ่มสงสัยว่ามีเพียงสมาชิกในตระกูลนั่วเยี่ยนเท่านั้นที่มายัง
ทวีปนภารินไหลหรือไม่? บางทีเผ่าฟีนิกซ์โบราณของทวีปนภารินไหลอาจ
เป็นเพียงสาขาเล็กๆของเผ่าฟีนิกซ์โบราณที่มาจากแดนเทวะอีกที
การต่อสู้กลายรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หลินหมิงไม่สามารถที่จะศึกษาวิถี
แห่งเพลิงในระหว่างการต่อสู้ได้อย่างสุขุมอีก มิเช่นนั้น เขาคงจะไม่
สามารถสู้ต่อไปได้
หลังจากที่ถูกกวาดออกไปในผลพวงของเปลวเพลิงจากฝ่ายตรงข้าม
ในที่สุดหลินหมิงก็สังหารศัตรูคนที่ 5 ได้ แต่แล้วจากนั้น 2 ร่างเงาสีแดง
ได้ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา
แม่ทัพฝ่ายซ้ายตระกูลนั่วเยี่ยน, นั่วเยี่ยนต้าเล่อ
แม่ทัพฝ่ายขวาตระกูลนั่วเยี่ยน, นั่วเยี่ยนซุน
2 ต่อ 1!
สีหน้าของหลินหมิงกลายเป็นเคร่งขรึม แม้ว่าฝ่ายตรงข้ามของเขามี
พลังงานที่จำกัด การต้องเผชิญกับการต่อสู้อย่างต่อเนื่องที่เปลี่ยนแปลง
ตลอดเวลา เขาย่อมต้องผลาญพลังงานไปมากอยู่ดีเพื่อเอาชนะ ถ้ามิใช่
เพราะประตูแห่งการรักษาที่สนับสนุนหลินหมิงอยู่ เขาก็ย่อมไม่สามารถ
ต่อสู้ในด่านทดสอบนี้ได้แน่
“ด่านทดสอบหล่อหลอมระดับแม่ทัพของเผ่าฟีนิกซ์โบราณเข้มงวด
อย่างแท้จริง นี่ขนาดเพียงแค่ตระกูลนั่วเยี่ยนของเผ่าฟีนิกซ์โบราณเท่านั้น
ข้าสงสัยยิ่งนักว่าเผ่าพันธุ์ที่แตกต่างอื่นๆจะเป็นเช่นไร?” หลินหมิง
ตระหนักดีว่าไม่มีขีดจำกัดในจักรวาลนี้ มันมีสิ่งที่เหนือกว่าอยู่เสมอ นี่เป็น
เรื่องธรรมดา ด้วยพรสวรรค์ในปัจจุบันของหลินหมิง มันทำให้เขาสามารถ
เข้าถึงยุคสมัยโบราณ หรือทั้งปัจจุบันของทวีปนภารินไหลและทวีปปีศาจ
ศักดิ์สิทธิ์ได้ดีกว่าผู้ใดจนเทียบไม่ติด แต่ในคำพูดของมารเจิดจรัส มันมี
3000 โลกที่แตกต่างซึ่งหมายความว่ามีดาวเคราะห์อื่นอีกไม่น้อยกว่า
พันล้าน เช่นทวีปนภารินไหล การครองหนึ่งในโลกเช่นนี้ล้วนไม่มีอันใด
มากนัก
หลินหมิงไม่ใส่ใจในข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวิถีแห่งเพลิงอีกต่อไป เขาจด
จ่ออยู่กับการต่อสู้ครั้งนี้อย่างสมบูรณ์ สิ่งที่ทรงพลังที่สุดของหลินหมิงคือ
ความทนทาน แม้ว่าเขาจะต่อสู้กับศัตรูหลายคน แต่ก็ยังยากที่จะล้มเขาได้
ง่ายๆ นอกจากนี้ เขายังมีความสามารถในการป้องกันร่างกายที่น่า
อัศจรรย์ และด้วยการสนับสนุนของเมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราช หลินหมิงมี
ข้อได้เปรียบโดยสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับการป้องกันพลังเพลิงด้วยแล้ว
เมื่อเช่นนี้ หลินหมิงยังคงต่อสู้ต่อไปเรื่อยๆ
การประลองครั้งที่ 6…
การประลองครั้งที่ 7…
การประลองครั้งที่ 8…
เมื่อการประลองครั้งที่ 10 มาถึง ฝ่ายตรงข้ามของหลินหมิงก็เป็นถึง
องค์ชายน้อยของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ
องค์ชายผู้นี้แข็งแกร่งกว่าฝ่ายตรงข้ามก่อนหน้านี้หลายเท่า องค์ชาย
ผู้นี้ใช้ง้าวสีทอง และการควบคุมพลังเพลิงของเขาก็ดูน่าอัศจรรย์
ตั้งแต่เริ่มต้น หลินหมิงก็ได้อยู่ในตำแหน่งที่ด้อยกว่าอย่างยิ่งแล้ว
หลังจากการปะทะกันอย่างต่อเนื่อง เขาได้พึ่งพาเมล็ดพันธุ์แห่งเทพ
ทรราชเพื่อควบคุมและป้องกันเพลิง หลังจากผ่านไป 10 กระบวนท่า
พลังขององค์ชายค่อยๆอ่อนลง และเขาก็ถูกฆ่าตายโดยหลินหมิง
หลังจากเอาชนะฝ่ายตรงข้ามที่ 10 ได้หลินหมิงได้พยุงตนเองบนพื้น
ด้วยหอก ใบหน้าเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เสื้อผ้าของเขาเกือบถูกพลังเพลิง
เผ่าไปจนหมด และบนร่างปกคลุมบาดแผลเล็กๆ ในตอนนี้ เขาได้ใช้
ปราณแท้ไปมากกว่าครึ่งแล้ว
จิตวิญญาณตำหนักได้ลอยลงมาจากอากาศ มันกล่าวอย่างใจเย็นว่า
“ผู้ท้าชิงด่านทดสอบ ขอแสดงความยินดีในการได้ที่เจ้ารับคุณสมบัติเพื่อ
เข้าสู่ด่านทดสอบหล่อหลอมระดับราชา เอาล่ะ ตามข้ามา…”