Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 725 หินกลียุค
ทางเดินกลียุคเป็นศูนย์กลางของทางเดินทั้ง 4 นอกจากนี้ยังเป็นทาง
แคบที่สุดและเล็กที่สุดใน 4 ทางเดิน และมีความกว้างเพียง 150 ก้าว
เท่านั้น
ทางเดินนี้มี 3 ห้อง ประตูห้องเหล่านี้ไม่ได้ทำมาจากโลหะสีแดง แต่
เป็นหินที่มีรูปร่างหน้าตาที่เก่าแก่มาก
หินเหล่านี้ไม่มีสลักอยู่บนพวกมัน แต่กลับปลดปล่อยลมหายใจแห่ง
บรรพกาลออกมา หลินหมิงแอบตกใจ
“สิ่งเหล่านี้ควรเป็นหินโบราณที่เกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มต้นของจักรวาล ข้า
สงสัยว่าพวกเขามีอายุขัยนานถึงเพียงใดกัน
หลินหมิงพึมพำกับตัวเองขณะที่เขาเปิดประตูหิน ห้องขนาด 100
ตารางก้าวแสดงออกมาต่อหน้าเขา ห้องนี้เต็มไปด้วยชั้นแสงหมอกสีดำ
เมื่อมองลึกเข้าไปจะเห็นได้ว่าหมอกนี้ค่อนข้างคล้ายกับหมอกดำในอเวจี
ปีศาจอมตะ มันถูกสร้างขึ้นจากการสะสมที่อุดมไปด้วยพลังงานอย่าง
เหลือเชื่อ อย่างไรก็ตาม หมอกสีดำของโถงกลียุคดูเหมือนจะไม่มีพลังงาน
ธาตุจำเพาะประเภทใดเลย กลับกัน มันอาจถือได้ว่า ‘ว่างเปล่า’
ใจกลางของหมอกมีแท่น แท่นนี้ทำจากหินสีดำ และยาวเป็นรูป 4
เหลี่ยมผืนผ้าฝังอยู่ตรงกลาง สวดลายบนหินนี้ดูไม่ละเอียดและประณีต
เท่าที่หลินหมิงเคยจินตนาการไว้ กลับกัน มันดูเหมือนว่าจะหยาบกร้าน
มาก พื้นผิวต่างกัน บางที่ก็ลึกบางที่ก็ตื้น และมีบางพื้นที่ซึ่งแตกออก
หลินหมิงยังคงมองไปยังมัน แต่เขาไม่ได้เห็นอะไรพิเศษเกี่ยวกับหิน
ก้อนนี้เลย เห็นได้ชัดว่าร่องรอยของแหล่งพลังงานที่เหลืออยู่ภายในได้ได้
เกินขอบเขตความเข้าใจของหลินหมิงแล้ว
ตำนานกล่าวว่าในระหว่างการก่อกำเนิดของจักรวาล มันไม่มีสิ่งใด
นอกจากพลังงานกำเนิดแห่งกลียุค ร่องรอยบนหินกลียุคสะท้อนให้เห็นถึง
กระบวนการวิวัฒนาการของแหล่งพลังงานกำเนิดจักรวาลเมื่อมันค่อยๆ
เปลี่ยนตัวเอง พลังงานกลียุคนี้ถูกเรียกว่า อนุภาคต้นกำเนิด ด้วย มันมี
ระบบบรรพกาลกลียุคในตัวเอง
หลังจากนั้น อนุภาคต้นกำเนิดนี้ได้วิวัฒนาการแล้วกลายเป็น
พลังงานธาตุ โลหะ ไม้ น้ำ ไฟ ดินและอื่นๆ ดังนั้น อนุภาคต้นกำเนิดจึงถือ
ว่าเป็นแหล่งที่มาของพลังงานทั้งหมด
สำหรับนักสู้ ในท้ายที่สุด สิ่งที่พวกเขาบ่มเพาะคือพลังงาน ไม่ว่าจะ
เป็นกายผันแปร ปราณแท้หรือปราณปีศาจ พวกมันทั้งหมดเป็นเพียงแค่
รูปแบบที่แตกต่างกันของพลังงาน
เพื่อทำความเข้าใจกฎและวิถีต่างๆผ่านการเข้าฌาน นั่นคือการเข้าใจ
รากแห่งกฎสำหรับการใช้พลังงานที่แตกต่างกันเหล่านี้ ทักษะการต่อสู้ใน
ระดับที่สูงขึ้นเช่น สนามพลัง การโจมตีทางเจตจำนง และแม้กระทั่งการ
โจมตีด้วยจิตวิญญาณ ทั้งหมดจะมีรูปแบบและการใช้พลังงานที่แตกต่าง
กัน ถ้าผู้ใดเข้าใจกฎวิวัฒนาการของอนุภาคต้นกำเนิดได้อย่างชัดเจน พวก
เขาก็จะได้ตระหนักถึงแหล่งกำเนิดเต๋าอันยิ่งใหญ่ ซึ่งกลายเป็นตัวตนของ
แดนเทวะที่มีความเข้าใจลึกซึ้งในกฏและวิถี
“หลินหมิง นี่ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปเข้าใจได้ ไม่ต้องพูดถึงว่านักบุญผู้นี้
เป็นเพียงวิญญาณ แต่ถึงแม้ว่าวิญญาณที่สมบูรณ์ของนักบุญผู้นี้จะอยู่ที่นี่
หรือแม้กระทั่งมีร่างกายที่สมบูรณ์ด้วยก็ตาม ข้าก็ยังคงพบว่าไม่สามารถ
เข้าใจสิ่งเหล่านี้ได้”
มารเจิดจรัสที่มักค่อยยอมรับจุดอ่อนของตัวเองยังกล่าวออกมาเช่นนี้
ในความเป็นจริง การรับรู้เขาไม่เคยดีมาตั้งแต่ต้น
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงดูเหมือนจะไม่ได้ยินคำพูดของมารเจิดจรัส
เขานั่งอยู่ที่นั่น เข้าฌานสัมผัสถึงร่องรอยที่หลงเหลืออยู่บนหินกลียุคนี้
เป็นเวลานาน เขานั่งอยู่ที่นั่น มิได้กล่าวสิ่งใดออกมาแม้แต่คำเดียว
เป็นอย่างไรบ้าง? มารเจิดจรัสถามก่อนจะปิดปากทันที เขาไม่รู้ว่า
หลินหมิงสามารถเข้าใจสิ่งใดได้บ้างหรือไม่
ในระดับพลังของหลินหมิงในตอนนี้ โอกาสที่เขาจะเข้าใจกฏ
แหล่งกำเนิดจากหินกลียุคย่อมใกล้เคียงศูนย์ อย่างไรก็ตาม ปาฏิหาริย์ได้
เกิดขึ้น
หลินหมิงเข้าฌานนานถึงหนึ่งชั่วธูป ในที่สุดเขาก็หลับตาลงและพูด
กล่าวออกมาอย่างช้าๆว่า”ข้าคุ้นเคยกับเส้นสายเหล่านี้ รู้สึกว่าข้าเคยเห็น
พวกมันมาก่อน”
“หืม? เป็นไปไม่ได้…”
“ข้าได้เห็นมันจริงๆ มันเพียงข้าจำไม่ได้ว่า…” ความคิดแรกของหลินห
มิงคือเรื่องอเวจีปีศาจอมตะ ในอเวจีปีศาจอมตะ เขาได้เผชิญกับ
สถานการณ์โกลาหลมากมายและได้เห็นหลายสิ่งหลายอย่าง แต่ในขณะที่
เขาคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็ยังคิดไม่ออกเช่นเดิม
เขาเคยเห็นมันจากที่ใดกันแน่?
“หลินหมิง เช่นนั้นเจ้าจะเลือกอย่างไร? เจ้าจะเลือกหินกลียุคนี้หรือ
เสาหินเพลิงผลาญสวรรค์?” มารเจิดจรัสถาม
“ข้าจะเลือกเสาหินเพลิงผลาญสวรรค์” หลินหมิงตัดสินใจจากหินกลี
ยุค กฎและหลักการที่มีอยู่ในหินกลียุคนั้นลึกลับสำหรับเขาเกินไป
ในตอนนี้ แม้ว่าจะมีความรู้สึกคุ้นเคยอย่างยิ่งจากหินแห่งความกลียุค แต่
ก็ไม่เพียงพอสำหรับเขาที่จะเข้าใจ ถ้าเป็นเช่นนั้น มันก็เป็นการดีที่เขาจะ
เลือกเสาหินเพลิงผลาญสวรรค์ ด้วยการสนับสนุนของเมล็ดพันธุ์แห่งเทพ
ทรราช ทำให้การรับรู้ถึงการเสาหินเพลิงผลาญสวรรค์น่าจะเป็นประโยชน์
มากที่สุด”
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลินหมิงจึงออกจากห้องโถงนี้ไป
“เจ้าตัดสินใจเลือกแล้วหรือ?” ผู้อาวุโสชุดแดงได้ถาม”เจ้ายังมีเวลาอีก
ครึ่งชั่วโมง หากเจ้ายังไม่ได้ตัดสินใจ เจ้าก็สามารถพิจารณาต่อไปได้”
ผู้เยาว์ได้เลือกแล้ว…” หลินหมิงโค้งคำนับ คำกล่าวเหล่านี้ของหลินห
มิงทำให้หัวใจหั่วเหวินหลงบีบรัดขึ้น หญิงสาวชุดแดงที่อยู่ข้างเขา หั่วอวี่
ก็เคร่งเครียดเช่นกัน
นอกจากหลินหมิงแล้ว สองคนนี้ก็มีผลการประเมินที่ดีที่สุด ความรู้
ความเข้าใจของเกี่ยวกับกฏของหั่วเหวินหลงอยู่ในระดับ 1 ชั้น 2 และ หั่ว
อวี่อยู่ในระดับ 2 ชั้น 3
หั่วเหวินหลงมุ่งเป้าไปที่เสาหินเพลิงผลาญสวรรค์ จากเสาหินทั้ง 3
ในทางเดินนภา มันล้ำค่าที่สุด สำหรับหั่วอวี่ นางตัดสินใจเลือก เสาหิน
เพลิงเทวะ มันด้อยกว่าเพียงเสาหินเพลิงผลาญสวรรค์ ไม่ใช่แค่นั้น แต่
สนามพลังที่หลอมรวมอยู่ภายในนั้นเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากสำหรับนาง
หั่วอวี่เองก็มีสนามพลัง ดังนั้นเสาหินเพลิงเทวะจึงเหมาะสำหรับนาง
ตราบเท่าที่หลินหมิงไม่ได้เลือกเสาหินเพลิงเทวะ หั่วเหวินหลงก็คงจะไม่
เลือกเช่นกัน เพราะแม้ว่าหั่วเหวินหลงจะมีพรสวรรค์สูงกว่า แต่เขาก็ไม่มี
สนามพลัง
“อืม แล้วเจ้าเลือกอะไร?” ผู้อาวุโสชุดแดงถาม
หลินหมิงสูดหายใจเข้าลึกๆ เขาค่อยๆและกล่าวอย่างชัดเจนว่า”เสา
หินเพลิงผลาญสวรรค์!”
ขณะที่หมิงหมิงกล่าวออกมาเช่นนี้ หั่วอวี่ก็ถอนหายใจ แต่สำหรับหั่ว
เหวินหลง ร่างกายของเขาแข็งค้างและสีหน้ากลายเป็นน่าเกลียดอย่าง
มาก
เสาหินเพลิงผลาญสวรรค์! มันเป็นตัวเลือกที่ตรงกับหั่วเหวินหลง!
“บัดซบ!”
หั่วเหวินหลงกัดฟันแน่น ในความเป็นจริง เขาได้รับการคาดเอาไว้
แล้วว่าจะเป็นนี้ เสาหินเพลิงผลาญสวรรค์เป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุดใน
ทางเดินนภา มันจึงมีโอกาสที่หลินหมิงจะเลือกสิ่งนั้น
อย่างไรก็ตาม ความเป็นจริงเจ็บปวดกว่าที่คิด เขารู้สึกหดหู่ใจอย่าง
ยิ่ง การที่ไม่สามารถเลือกเสาหินเพลิงผลาญสวรรค์ มันจะส่งผลกระทบ
ต่อเขาอย่างมาก
“อืม” ผู้อาวุโสชุดแดงพยักหน้า หลินหมิงเลือกได้ดี เสาหินเพลิง
ผลาญสวรรค์เป็นหินที่มีค่ามากที่สุดในทางเดินนภา กระทั่งเทียบกับเสา
หินในเผ่าฟีนิกซ์โบราณของแดนเทวะก็ไม่ด้อยกว่ากันมากนัก
ผู้อาวุโสชุดแดงได้บันทึกทางเลือกของหลินหมิงไว้บนแผ่นหยกและ
กล่าวว่า”คนต่อไป หั่วเหวินหลง ถึงเวลาที่เจ้าจะเลือกแล้ว”
“ข้าเข้าใจ” หั่วเหวินหลงเริ่มเดินไปข้างหน้า แม้ว่าเขาจะดูสงบบน
ใบหน้า แต่ในหัวใจของเขาก็เจ็บปวดราวกับว่ามารดาตายจากไป
หลังจากผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง หั่วเหวินหลงก็ออกมากล่าวว่า”ข้าเลือก
เสาหินเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์”
เสาหินเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ด้อยกว่าเสาหินเพลิงเทวะเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม ในเมื่อหั่วเหวินหลงไม่ได้มีสนามพลัง เสาหินเพลิงเทวะจึง
ไม่เหมาะสมกับเขา
หั่วอวี่ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเบาๆ นางรีบเดินไปยังทางเดิน
นภาราวกับว่านางกลัวว่าจะมีใครบางคนมาขโมยเสาหินเพลิงเทวะของ
นาง
หลังจากหนึ่งชั่วธูป หั่วอวี่ก็ออกมา “ท่านผู้อาวุโส ข้าเลือกเสาหิน
เพลิงเทวะ”
หลังจากหั่วอวี่ หั่วผิงและคนที่เหลือทั้งหมดก็ได้เลือกเสาหินของ
ตนเองจากทางเดินพิภพ สำหรับนักสู้จากดินแดนระดับต่ำ ส่วนใหญ่ต้อง
เลือกจากทางเดินมนุษย์
นี่เป็นการตัดสินใจที่ลำบากสำหรับพวกเขา การเลือกเสาหินที่
เหมาะสมจากกว่า 20 ตัวเลือก มันย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายเลย หลายคนไม่ได้มี
โอกาสพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะฉะนั้นมีบางคนที่เลือกได้ที่ไม่
เหมาะสม
“เอาล่ะ ทุกคนจะเริ่มเข้าไปในพื้นที่ของตน พวกเจ้ามีเวลา 3 วัน 3
วันนับจากนี้ ไม่ว่าเจ้าจะรับรู้ได้เพียงไรเมื่อถึงเวลาก็ต้องหยุดลง หลังจาก
นั้น ข้าจะประเมินผลลัพธ์ของเจ้าอีกที บรรดาผู้ที่ผ่านจะได้รับโอกาสอีก
ครั้งในการทำความเข้าใจ สำหรับคนอื่นๆ พวกเขาจะมีสถานะล้มเหลวใน
ด่านทดสอบนี้!
ในด่านทดสอบหล่อหลอมระดับราชา การพ่ายแพ้ไม่ได้หมายความ
ว่าเจ้าจะตาย กลับกัน เจ้าจะถูกตัดออกจากชั้นที่ 1 และสูญเสียโอกาสที่
จะก้าวไปสู่ชั้น 2 ของด่านทดสอบหล่อหลอมระดับราชา
หลังจากด่านทดสอบหล่อหลอมระดับราชาเริ่มขึ้นอย่างแท้จริง
หลินหมิง หั่วเหวินหลงและหั่วอวี่เดินตรงไปยังทางเดินนภา หลังจาก
ช่วงเวลาแห่งความเงียบ หั่วเหวินหลงเดินเข้าไปในห้องฝึกฝนเปลวเพลิง
ศักดิ์สิทธิ์โดยไม่กล่าวสิ่งใด ขณะเดียวกันหลินหมิงเองก็เข้าไปในห้อง
ฝึกฝนเพลิงผลาญสวรรค์
3 วันนี้จะเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จหรือความล้มเหลวเท่านั้น
หลินหมิงได้เห็นเส้นสายบนเสาหินเพลิงผลาญสวรรค์เรียบร้อยแล้ว
พวกมันเหมือนเปลวเพลิงขนาดเล็กนับร้อย แต่ไม่เหมือนกันเลย พวกมัน
ต่างความลึกลับและลึกซึ้ง
หลินหมิงมองอย่างระมัดระวังและพบว่าเมื่อมี 2 เปลวเพลิงรวมเข้า
ด้วยกัน มันจะมีการเปลี่ยนแปลง ถ้า 3 เปลวเพลิงรวมเข้าด้วยกัน มันก็
จะมีการเปลี่ยนแปลงไปอีก 4… 5… 6 ยิ่งเปลวเพลิงที่รวบกันมากขึ้น มัน
จะมีการเปลี่ยนแปลงที่ต่างแตกและมากขึ้น หากหลายร้อยเปลวเพลิง
รวมตัวกันแล้ว มันจะความเป็นไปได้ที่ไร้สิ้นสุด
“ผู้นำเพลิงผลาญสวรรค์ เป็นผู้ที่สมควรค่าแก่การถูกเรียกว่าเป็นหนึ่ง
ใน 10 ผู้ทรงพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเผ่าฟีนิกซ์โบราณ ข้ามีเวลาเพียง 3 วัน
ในการรับรู้จากเสาหินนี้ แต่การรับรู้อย่างละเอียดในช่วงเวลาสั้นๆย่อม
เป็นไปไม่ได้เลย ข้าไม่ควรกัดมากกว่าที่ตนเองจะเคี้ยวได้ ข้าจะเปลวเพลิง
ที่มีขนาดเล็กที่สุดและพยายามทำความเข้าใจกับการเปลี่ยนแปลงที่เรียบ
ง่ายก่อน”
ในขณะที่หลินหมิงคิดเช่นนี้ เขาก็เข้าสู่เจตจำนงแห่งนักสู้จิตบริสุทธิ์
ค่อยๆรู้แจ้งอย่างลึกซึ้ง
ในความผันผวนของเปลวเพลิงเล็กๆนี้ ดูเหมือนจะกลายเปลี่ยนหอก
ที่ดุดัน ขณะที่หอกโผล่ขึ้นมาจากจังหวะของเปลวเพลิง ปลายหอกที่หนาว
เหน็บดูเหมือนจะให้กำเนิดคลื่นพลังโจมตี
โดยไม่รู้ตัว เสาสลักที่อันละเอียดอ่อนในเมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราช
หลินหมิงเริ่มเปลี่ยนไป ชัดเจนและลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ
หลังจากที่เข้าสู่เจตจำนงแห่งนักสู้จิตบริสุทธิ์ หลินหมิงไม่สามารถรู้
ได้ว่ากาลเวลาผ่านไปนานเพียงใด เมื่อเสาสลักบนเมล็ดพันธุ์แห่งเทพ
ทรราชดูเหมือนจะเข้าสู่ระดับใหม่ ประตูโลหะที่ห้องฝึกฝนของหลินหมิงก็
เปิดออก
เสียงดังก้องขึ้นมา”หมดเวลาแล้ว ทุกคนต้องออกมา
วูป!
หลินหมิงได้ปลุกตนเองให้ตื่นขึ้นจากสถานะเข้าฌาน และ
กระบวนการรู้แจ้งของเขาก็ถูกขัดจังหวะ
” 3 วันแล้วเช่นนั้นหรือ?”
หลินหมิงรู้สึกประหลาดใจ เขารู้สึกราวกับว่ายังไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงเลย
“น่าเสียดายยิ่ง!” มันจะสมบูรณ์แบบถ้าเขามีเวลาอีกสัก 2-3 วัน
ในขณะที่หลินหมิงกำลังครุ่นคิดอยู่ เขาก็พบว่าเสาสลักบนเมล็ดพันธุ์แห่ง
เทพทรราชได้กลายเป็นวงกลมที่มีการไหลของแสงที่หมุนวนรอบๆ เห็นได้
ชัดว่ามันได้รับการพัฒนาไปจากก่อนหน้านี้
“ด้วยเวลา 3 วันนี้และการได้ดูคัมภีร์ฟีนิกซ์โบราณ ความเข้าใจใน
กฏธาตจำเพาะอัคคีของข้าได้รับการพัฒนาไปอย่างมาก ข้าสงสัยนักว่าวิถี
แห่งเพลิงของข้าในตอนนี้ไปสู่ระดับใดแล้ว…”
หลินหมิงอยากจะหาคนที่มีความเชี่ยวชาญในวิถีแห่งเพลิงเพื่อ
แข่งขันด้วย ในขณะนี้ มีเสียงดังออกมาอีกครั้ง
“ทุกคน มารวมกันที่นอกห้องโถงทางเดิน!”
หลินหมิงครุ่นคิดขณะที่เดินไปยังห้องโถงใหญ่ ด้านนอก เขาเห็นว่ามี
หลายคนกำลังรวมตัวกันอยู่ มีสีหน้าของความสับสนราวกับว่าพวกเขาตื่น
จากอาการมึนเมาเมา คิ้วขมวดกันไปตามๆกัน เห็นได้ชัดว่าพยายามที่จะ
ประมาณการเก็บเกี่ยวที่พวกเขาได้รับ
ผู้อาวุโสชุดแดงได้รออยู่ที่นี่ตั้งแต่แรกแล้ว เขากล่าวว่า “พวกเจ้าทุก
คนมีเวลา 10 วันที่จะพักทบทวนเก็บเกี่ยวของตน หลังจากนั้น เจ้าจะ
กลับมาที่นี่อีกครั้ง แล้วข้าจะดำเนินการทดสอบต่อ บรรดาผู้ที่ไม่ผ่านจะ
ถูกตัดออก!”