Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 737 การทดสอบครั้งสุดท้ายที่จะมาถึง
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 737 การทดสอบครั้งสุดท้ายที่จะมาถึง
ผลลัพธ์ 33 ลมหายใจนั้นน่าอัศจรรย์ แต่สำหรับนักสู้ที่ยังไม่เคยมี
ประสบการณ์ในโลกที่สองนั้นมันไม่ได้น่ากลัวเท่าที่พวกเขาคิด นี่เป็น
เพราะพวกเขาเทียบความแตกต่างกับผลลัพธ์ของหั่วเหวินหลง
“นั่วเยี่ยนหมิง มาหาข้าที่หอคอยเก้าชั้นใจกลางเมืองฟีนิกซ์โบราณ”
ขณะที่หมิงหมิงถอนตัวออกจากกระจกเทวะผันแปร กระแสเสียงปราณ
แท้ของเทพธิดาเฟิงก็ดังขึ้นมาในใจของเขา
“ขอรับ ผู้อาวุโส”
หลินหมิงพยักหน้า ก่อนหน้านี้เทพธิดาเฟิงได้บอกให้เขาไปพบนาง
อีกครั้งเมื่อเขาสามารถอยู่ได้นานถึง 20 ลมหายใจขึ้นไปในโลกที่สอง
…
…
เทพธิดาเฟิงสวมชุดสีแดงเช่นเดิม ทุกการเคลื่อนไหวของนางทำให้
รู้สึกถึงกลิ่นอายที่สูงส่ง รูปลักษณ์ของนางคือหญิงอายุ 30-40 ปีที่
แต่งงานแล้ว อายุน้อย มีความสวยงาม กำลังรุ่งโรจน์ในช่วงชีวิตของนาง
แต่ความจริงก็คือ นางเป็นตัวตนที่มีชีวิตมานานกว่า 10,000 ปีแล้ว
เทพธิดาเฟิงยกมือขึ้นและแสงสีแดงหลายดวงลอยเข้าไปในฝ่ามือ
ของหลินหมิง เมื่อหลินหมิงมองลงมา เขาก็เห็นว่าเป็น 3 แผ่นค่ายกลและ
แผ่นหยก
“ลองดู”
หลินหมิงพยักหน้าและใส่ปราณแท้ลงในแผ่นค่ายกล จากนั้นภาพมา
ยายได้ปรากฏขึ้นอย่างฉับพลันในอากาศ อุกกาบาตมากระแทกสู่แผ่นดิน
ลากหางเปลวเพลิงเป็นทางยาว และในทะเลลาวา หนุ่มชายชุดสีแดงยืน
อยู่ที่นั่น ถือหอกยาวในมือขณะที่เผชิญหน้ากับพลังแห่งโลกนั้น
บึมมมม!
อุกกาบาตชนเข้ากับพื้น คลื่นของลาวาพุ่งตัวสูงขึ้นไปในท้องฟ้า แต่
ชายหนุ่มชุดแดงฉีกผ่านคลื่นไปไม่สงบ แม้แต่ชุดของเขาก็ยังมิได้รับ
ผลกระทบ
คนผู้นี้…
คิ้วของหลินหมิงขมวดขึ้น ในฉากนี้ ความเข้าใจในกฏของชายหนุ่ม
ชุดแดงได้เหนือกว่าเขาเป็นอย่างยิ่ง
หลินหมิงยังคงเฝ้าดูต่อไป ยิ่งเขามองดูมากเท่าไรมันก็ยิ่งน่าหลงไหล
มากขึ้นเท่านั้น แต่หลังจากผ่านไปหนึางชั่วธูปภาพมายาก็ถูกขัดจังหวะ
“อาวุโส คนในฉากนี้คือ…”
“นี่คือภาพจากหมื่นปีที่แล้ว เป็นภาพฉากท่านอาจารย์ผู้ทรงเกรียรติ
ของข้าในโลกที่สองของกระจกเทวะผันแปร แผ่นค่ายกลนี้ ข้าจะให้เจ้ายืม
ข้าหวังว่าเจ้าจะสามารถได้รับข้อมูลเชิงลึกบางอย่างจากมัน แต่จำไว้ สิ่งที่
คนอื่นเข้าใจ มันอาจไม่จำเป็นเหมาะสำหรับเจ้าเสมอไป เจ้าต้องสร้าง
ความเข้าใจของตนเองจากแผ่นค่ายกลนี้”
ในขณะที่หลินหมิงได้ยินเรื่องนี้ เขาก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง เขาอาจ
ได้รับแรงบันดาลใจมากมายจากแผ่นค่ายกลนี้ เขาโค้งคารวะอย่างลึกซึ้ง
และกล่าวว่า “ขอบใจอย่างยิ่งสำหรับคำแนะนำของผู้อาวุโส”
“อืม.. ยังมี 2 แผ่นค่ายกล ลองดูพวกมัน”
หลินหมิงเปิดใช้แผ่นที่ 2 ดู
ภาพมายาปรากฏขึ้นอีกครั้ง นี่เป็นโลกที่สองของกระจกเทวะผันแปร
แต่บุคคลในฉากนี้เป็นหญิงสวมชุดแดง นางดูคล้ายกับเทพธิดาเฟิง เมื่อได้
ตรวจสอบอย่างใกล้ชิด นี่ก็เป็นฉากของเทพธิดาเฟิงเมื่อตอนยังเยาว์ใน
โลกที่สองของกระจกเทวะผันแปร
หลินหมิงสูดลมหายใจเข้าลึก เขารู้สึกขอบคุณเทพธิดาเฟิงจากก้นบึง
ของหัวใจ
เทพธิดาเฟิงกล่าว “นี่เป็นการบันทึกประสบการณ์ของข้าในโลกที่
สองของกระจกเทวะผันแปร เมื่อเทียบกับอาจารย์ผู้ทรงเกียรติของข้าแล้ว
ข้าก็โง่เขลาและช้ายิ่งกว่าเขา แต่มันคงเพียงพอจะช่วยเจ้า แผ่นค่ายกล 2
แผ่นนี้ข้าจะให้เจ้ายืมเป็นเวลา 2 เดือน หลังจากนั้นให้คืนมันแก่ข้า
สำหรับแผ่นที่ 3 และแผ่นหยกพวกเขา มันเป็นของขวัญสำหรับเจ้า เอา
เลยลองดูพวกมัน”
หลินหมิงเปิดแผ่นค่ายกลที่ 3 เขาคิดว่านี่คงเป็นภาพมายาของผู้
อาวุโสคนอื่นในกระจกเทวะผันแปร แต่เขาไม่เคยคิดว่านี่จะเป็นฉากของ
ตัวเองภายในโลกที่สอง
หลินหมิงมีความสุขและประหลาดใจ ถ้าเขาสามารถดูการเคลื่อนไหว
ของตัวเองได้จากจุดของผู้ชมแล้ว มันจะง่ายกว่าที่จะรู้ถึงปัญหาใดๆ ไม่
ต้องพูดถึงว่าเขายังมีของเทพธิดาเฟิงและท่านอาจารย์ของนางด้วยเช่นกัน
สำหรับแผ่นหยกสุดท้าย หลินหมิงกวาดจิตสัมผัสตรวจสอบ มันมี
เพียงหนึ่งร้อยคำที่เขียนขึ้นภายในด้วยลายมือของเทพธิดาเฟิง ข้อความ
ชี้ให้เห็นถึงข้อบกพร่องบางอย่างในทักษะของเขา เทพธิดาเฟิงคงต้อง
เขียนให้พวกมันหลังจากที่ได้เฝ้าดูเขาในโลกที่สองเมื่อไม่นานมานี้
ระดับการบ่มเพาะของเทพธิดาเฟิงอยู่ขั้นใดกัน? แม้ว่านางจะไม่ได้
ตั้งใจมากในการให้คำแนะนำแก่เขา แต่ก็ยังเพียงพอที่จะทำให้เขาได้รับ
แรงบันดาลใจมากมาย
“นั่วเยี่ยนหมิง, ข้าเขียนวิธีที่จะแก้ไขปัญหาบางอย่างของเจ้าในแผ่น
หยกนั้น แต่ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่เปิดดูแผ่นหยกนี้ในก่อน แต่ให้เจ้าดู 3 แผ่น
ค่ายกลเพื่อปรับปรุงตัวเองก่อน การทำความเข้าใจกับตัวเจ้าเองและจะ
ทำให้ความเข้าใจในทักษะของเจ้าได้รับประโยชน์สูงสุด สำหรับคำพูดที่ข้า
ได้เขียนลงไป ข้าหวังว่าเมื่อถึงเวลาที่เจ้าเข้าฌานผ่านแผ่นค่ายกลแลแผ่น
หยกแล้ว เจ้าจะพบว่าตนได้แก้ไขปัญหาที่ระบุไว้ภายในแล้ว
“เอาล่ะ นี่คือข้อจำกัดในการให้คำแนะนำให้กับเจ้าในตอนนี้ กลับไป
และปิดด่านฝึกตน เมื่อเจ้าอยู่ที่เมืองฟีนิกซ์โบราณเป็นเวลา 100 วันแล้ว
จะมีผู้ส่งสารจากแดนเทวะเข้ามาตรวจดูสถานการณ์ของเจ้าในด่าน
ทดสอบหล่อหลอม เมื่อถึงเวลานั้น ข้าหวังว่าเจ้าจะสามารถแสดงผลลัพธ์
ลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมได้ คนจากแดนเทวะจะดูการประเมินของเจ้า 3 ครั้ง คือ
ช่วง 100 วัน 200 วันและ 300 วัน การประเมินครั้งแรกที่ 100 วันเป็น
ส่วนยากที่สุด ถ้าเจ้าสามารถแสดงผลลัพธ์ลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์แล้ว นี่ก็จะ
เป็นการประเมินขั้นสุดท้ายของเจ้า และเจ้าอาจได้รับรางวัลสำหรับการ
สำเร็จชั้นแรกของด่านทดสอบหล่อหลอมระดับราชาและกลับไปยังทวีป
ของเจ้า ในเวลานั้น โชคชะตาของเจ้ากับข้าจะถือว่าเสร็จสิ้น ในอนาคต
ถ้าเจ้าเข้าสู่เผ่าฟีนิกซ์โบราณในแดนเทวะโบราณแล้ว บางทีเราอาจจะมี
โอกาสที่จะพบกันอีกครั้ง”
“ไปได้แล้ว!”
“ขอรับ ผู้อาวุโส” อาวุโส ผู้เยาว์จะสลักความเมตตานี้ไว้ในหัวใจของ
ข้าตลอดไป” หลินหมิงรู้สึกขอบใจต่อเทพธิดาเฟิงและกู่รู่หลานเหยียน
สำหรับคำแนะนำของพวกเขา สำหรับพวกเขา มันอาจเป็นเพียงเรื่อง
เล็กๆน้อยๆไม่ได้มีค่าในการกล่าวถึง บางทีทุกครั้งที่พวกเขาพบต้นกล้าที่
ดีในรอบของด่านทดสอบหล่อหลอม พวกเขายังจะทำสิ่งเหล่านี้เช่นกัน
แต่สำหรับหลินหมิง ความช่วยเหลือนี้จะทำให้เขาสามารถวางรากฐานที่
มั่นคงมากขึ้นในเวลาอันสั้น ทำให้เขาสามารถบรรลุผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม
ยิ่งขึ้นในอนาคต
หลินหมิงได้อำลาเทพธิดาเฟิง จากนั้นเขาก็กลับเข้าไปในมิติของ
ตัวเอง ปิดผนึกอาคมและย้ำว่าเขาจะปฏิเสธผู้เข้ามาเยือนทั้งหมด
3 แผ่นค่ายกล และหลายแผ่นหยกที่เทพธิดาเฟิงได้ให้มา มันมี
ประสบการณ์ของกฎและวิถีเช่นเดียวกับสิ่งที่เขาได้เรียนรู้จากการ
เข้าฌานผ่านเสาหินฟีนิกซ์โบราณ
ทั้งหมดนี้จำเป็นต้องใช้เวลาในการดูดซับอย่างเต็มที่
เป็นเวลาหนึ่งเดือนครึ่ง หลินหมิงแยกตัวออกไปปิดด่านฝึกตน
ช่วงเวลานี้ ความก้าวหน้าของหลินหมิงช้าลงกว่าเมื่อเขาได้เข้าฌาน
ผ่านเสาหินฟีนิกซ์โบราณ อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนนี้เป็นการรวมรากฐาน
ของเขาให้มันคงที่สุด
ในขณะที่หลินหมิงได้เข้าฌานผ่านกฏแห่งเพลิง ร่องรอยแหล่ง
พลังงานจางหายไปบางส่วน มันถูกใช้หล่อเลี้ยงแก่นแท้หมุนวนอยู่
ตลอดเวลา
หลังจากผ่านไป 50 วัน หลินหมิงก็ยังไม่ได้ก้าวออกจากมิติเลย
ในช่วงเวลานี้ หั่วเหวินหลงสามารถอยู่ได้นานถึง 20 ลมหายใจในโลกที่
สอง หั่วอวี่อยู่ได้ 10 ลมหายใจและหั่วผิงก็เพิ่งจะทะลวงผ่านโลกแรกได้
จนถึงปัจจุบัน มีนักสู้เพียง 5 คนที่ทะลวงผ่านโลกแรกไปได้ นอกจาก
หลินหมิง คนอื่นๆล้วนเป็นนักสู้จากแดนเทวะ
ในวันที่ 55 ของการปิดด่าน นาวาจิตวิญญาณสีแดงปรากฏตัวขึ้นบน
ท้องฟ้าเหนือเมืองฟีนิกซ์โบราณ นาวาจิตวิญญาณนี้ยาวครึ่งลี้ และภาพ
ของฟีนิกซ์นิพพานในทะเลแห่งเพลิงก็ถูกสลักอยู่บนเรือนี้ นาวาจิต
วิญญาณถูกดึงโดยกาสีทองเก้าตัว ส่งเสียงร้องเหมือนดั่งฟีนิกซ์ขณะที่พวก
มันปลดปล่อยออร่าอันยิ่งใหญ่ออกมา
นาวาจิตวิญญาณหยุดเหนือหอคอยเก้าชั้นที่ใจกลางเมืองฟีนิกซ์
โบราณ ชายในชุดเกราะสีแดงและถือหอกสงครามสีทองได้ก้าวออกมา
“ฮ่าฮ่า สหายเก่า เจ้ามาประเมินครั้งนี้เป็นการส่วนตัว?” จากภายใน
หอคอยเก้าชั้น กู่รู่หลานเหยียนบินออกไปทักทายผู้ออกมาจากนาวาจิต
วิญญาณ เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นสหายเก่ากับนักรบเกราะแดงนี้
นักรบเกราะแดงหัวเราะ เขากล่าวว่า “หลานเหยียน, ไม่ได้เจอเสีย
นาน! เจ้าดูดีขึ้น!”
“ฮ่าๆ เจ้ากำลังพูดเรื่องอะไร? ชายชราผู้นี้ดูดีเสมอ!” ขณะที่กู่รู่หลาน
เหยียนกล่าว เขาก็ถอนหายใจด้วยอารมณ์ “นับตั้งแต่ที่ข้าได้รับบาดเจ็บ
ในสงครามกับเหล่าเผ่าอื่นๆ ข้าได้รับการพักฟื้นช้าอย่างๆในเมืองฟีนิกซ์
โบราณโดยให้คำแนะนำแก่เหล่ารุ่นเยาว์แทนเหล่านี้ ข้าเพิ่งกลับไปยัง
แดนเทวะ 3 ครั้งในช่วง 3000 ปีเอง ข้าไม่ได้พบเจ้ามากว่า 2000ปี!”
“ยิ่งใกล้ชิด เวลาก็ยิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว!” นักรบเกราะแดงถอน
หายใจ มีคำใบ้ของความเศร้าในน้ำเสียงของเขา เขาอายุกว่า 12,000 ปี
แล้ว ในพริบตา 2000 ปีก็ได้ผ่านไป; มันเป็นธรรมดาที่จะรู้สึกอารมณ์ที่พุ่ง
พล่าน “บาดแผลเก่าของเจ้าฟื้นตัวแล้วหรือยัง?”
“พวกมันไม่เป็นปัญหาอีกต่อไปแล้ว ถึงแม้ว่าชายชราผู้นี้จะไม่
สามารถเกิดใหม่ในนิพพานแห่งเปลวเพลิง แต่การฟื้นตัวจากอาการ
บาดเจ็บย่อมไม่เป็นปัญหา” กู่รู่หลานเหยียนลูบเครา เขาหัวเราะขณะที่
กล่าวว่า “ใช่แล้ว เจ้ามาที่นี่เพื่อจัดการการประเมิน 100 วันใช่หรือไม่?”
“ถูกตัอง ข้าเพิ่งได้รับแรงบันดาลใจอย่างฉับพลันเพื่อดูว่ามีต้นกล้าที่
ดีหรือไม่ หลังจากที่พวกเขาโตเต็มที่ในอนาคต บางทีพวกเขาอาจเข้าร่วม
กองทัพของข้า!” นักรบเกราะแดงเป็นแม่ทัพของเผ่าฟีนิกซ์โบราณในแดน
เทวะ หากมีชนชั้นสูงที่โดดเด่นที่นี่ที่ต้องการเข้าร่วมกองทัพ ก็ย่อมจะเข้า
มาอยู่ใต้บังคับบัญชาของเขาเอง
“กล่าวถึงต้นกล้าที่ดี มันมีไม่มากที่นี่ หั่วอวี่และหั่วเหวินหลง ทั้งคู่มา
จากตระกูลหั่ว หั่วอวี่อยู่ได้นานถึง 10 ลมหายใจในโลกที่สอง และหั่วเห
วินหลงสามารถอยู่ได้นานถึง 20 ลมหายใจ!”
“20 ลมหายใจ?” นักรบเกราะแดงไม่ได้ดูแปลกใจนัก เขาพยักหน้า
และกล่าวว่า “ไม่มีอะไรที่น่าประทับใจ แต่ก็ไม่เลวร้ายเท่าไหร่”
น้ำเสียงที่เยือกเย็นและไม่ค่อยประทับใจของนักรบเกราะแดงอยู่ใน
ความคาดหมายของกู่รู่หลานเหยียน เขาหัวเราะกล่าวว่า “สหายเก่า! อ่า
มาตฐานของเจ้าสูงเกินไป! นี่คือดินแดนระดับล่างไม่ใช่แดนเทวะ แต่
ยังคง…”
ขระที่กู่รู่หลานเหยียนกล่าวถึงตรงนี้ เขาจงใจชะลอคำพูดของตนล่อ
ให้นักรบเกราะแดงสนใจ เฉพาะเมื่อเขากล่าวว่า “หากกล่าวถึงผู้ที่โดดเด่น
กว่าหั่วเหวินหลง จริงๆแล้วก็มีอยู่คนนึง นั่วเยี่ยนหมิงมาจากดินแดน
ระดับล่าง แต่ตอนนี้เขาสามารถที่จะคงอยู่ในโลกที่สองของกระจกเทวะ
ผันแปรได้เพียง 33 ลมหายใจ
“33 ลมหายใจ?” คิ้วของนักรบแดงหุ้มเกราะตั้งชัน แต่ยังไม่ได้
แสดงออกถึงความประหลาดใจใดๆบนใบหน้าของเขา “ดี แต่ไม่น่าแปลก
ใจมากนัก ข้าสามารถกล่าวได้ว่าบางทีมันอาจจะมีความหวังในการ
ประเมินครั้งนี้อยู่บ้าง”
“ฮ่าฮ่า” กู่รู่หลานเหยียนได้แสดงออกถึงความรู้สึกที่เขาได้คาดการณ์
ไว้ก่อนหน้านี้ ด้วยความพอใจอย่างมาก เขากล่าวว่า “สิ่งที่กล่าวถึงคือ
ผลลัพธ์ล่าสุดของเขาเท่านั้น แต่เมื่อเร็วๆนี้เขาได้ปิดด่านฝึกตน หลังจากที่
เขาออกมา เจ้าสามารถใช้เวลาดูว่าเขาจะมีประสิทธิภาพมากเพียงใดด้วย
ตาตัวเองได้เลย บางทีหลังจากที่เขาเข้าไปในแดนเทวะ กองทัพของเจ้า
อาจจะไม่เพียงพอสำหรับเขา!”
ขณะที่นักรบเกราะแดงได้ฟังจากกู่รู่หลานเหยียน เขาจ้องมอง
กลับมาและกล่าวว่า “เจ้ากำลังพูดเรื่องอันใด? กองทัพของข้า
ประกอบด้วยชนชั้นสูงของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ มันจะไม่เพียงพอได้อย่างไร?
ในความเป็นจริง ในครั้งนี้ เมื่อข้าไปยังเมืองเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ ข้าได้พบ
ต้นกล้าที่ดีที่จะเข้าร่วมกองทัพของข้าในอนาคต!”
“เมืองเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์?” กู่รู่หลานเหยียนคิดริมฝีปากของเขาด้วย
ความรังเกียจ “เจ้ากำลังพูดถึงเจ้าพวกขี้แพ้นั่นหรือ? ฮ่าๆ พวกเขาเพียง
ผลิตผู้มีฝีมือได้เพียงไม่มากในแต่ละปี พวกเขาจะเปรียบเทียบกับเมือง
ฟีนิกซ์โบราณของข้าได้อย่าง? ขนาดข้าเอามือไขว้หลังก็สามารถเอาชนะ
พวกเขาได้แล้ว!”
เมืองเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์และเมืองฟีนิกซ์โบราณนั้นคล้ายกัน ทั้งสอง
มีด่านทดสอบหล่อหลอมระดับราชาสำหรับผู้มาจากดินแดนระดับล่าง จึง
เป็นธรรมดาที่ด่านทดสอบหล่อหลอมระดับราชาทั้งสองนี้จะแข่งขันกัน
และกันเพื่อหาผู้อยู่สูงสุด ไม่มีฝ่ายใดยอมรับว่าตนด้อยกว่าอีกฝ่าย หาก
กล่าวโดยทั่วไปแล้ว เมืองฟีนิกซ์โบราณมีข้อได้เปรียบเพียงเล็กน้อย ไม่
เกินจริงดั่งที่กู่รู่หลานเหยียนกล่าว
นักรบเกราะคิดว่าเรื่องนี้ค่อนข้างตลก เขากล่าวว่า ชายหนุ่มที่ข้า
กล่าวถึงค่อนข้างน่าพอใจ เขาสามารถอยู่ในโลกครั้งที่สองได้นานถึง 45
ลมหายใจ นอกจากนี้ เขายังมีความก้าวหน้าที่ดีในการประเมินผลลัพธ์
100 วัน”