Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 75 วันแห่งการเดิมพัน
หลินหมิงส่งพลังปราณไปที่แขน พร้อมๆกับโคจรพลังเพื่อต้านทาน
ความหนาวเย็นจากน้ำตกแห่งนี้ และแม้ว่าเขาจะใช้พลัง ‘ชีพจรปราณ
เทพคลั่ง’ อย่างเต็มที่แล้วก็ตาม
แขนของเขาก็เริ่มที่จะเยือกแข็งและกลายเป็นสีฟ้า ตอนนี้เขากำลัง
รับแรงจากน้ำที่ตกลงมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เขารู้สึกเหมือนจะควบคุมแขน
ของเขาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เขาพยายามจะยืนหยัดแต่ว่าพลังของเขาก็ใกล้
จะหมดลงแล้ว
“ซ่าๆ” น้ำจากน้ำตกถาโถมลงมาอย่างรุนแรง เขาถึงกับต้องใช้หอก
ทิ่งลงไปบนหินเพื่อพยุงตัวเอาไว้
“นี่ก็ 15 นาทีแล้ว ดูเหมือนข้าจะมาได้เท่านี้สินะ น่าสมเพชซะจริง
ถ้าหากข้ามีหินหลังปราณอีกก็คงจะดี ข้าจะใช้มันฟื้นพลังปราณและ
ฝึกฝน การเดิมพันระหว่างข้ากับซางฉางก็ใกล้เข้ามาทุกที ต่อให้ข้าชนะ
มันได้ หินลมปราณที่ได้จากมันก็ไม่ได้มากพอ ข้าจำเป็นต้องหาวิธีที่จะได้
หินลมปราณจำนวนมากมา”
…
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลินหมิงฝึกการใช้หอกทุกๆวัน วันละ
2 ชั่วโมงที่น้ำตกเยือกแข็งแห่งนี้ ในที่สุดพลังของยาโอสถพญางูทองคำก็
ถูกดูดซับอย่างสมบูรณ์
หลังจากผ่านไป8วัน หลินหมิงก็ได้ใช้เวลาทั้งหมดกว่า 16 ชั่วโมงใน
การฝึกใช้หอก และในวันสุดท้ายหลินหมิงก็สะพายหอกไปยืนอยู่ใต้น้ำตก
แห่งนั้นเป็นเวลานานถึงหนึ่งชั่วโมง แม้เวลาจะผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว
แต่เขาก็ยังไม่สะทกสะท้าน
หลังจากนั้นอีกสองวัน ก็เป็นเวลาหนึ่งเดือนพอดีนับจากที่หลินหมิง
เข้ามาในสำนักเจ็ดแก่นแท้ หลินหมิงตื่นนอนก่อนเวลาปกติ เขายืนอยู่
หน้าประตูที่พักของเขาอย่างสุขุมและหยิบหอกทะลวงสายรุ้งของเขา
ออกมา มันเหมือนกับกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเขาไปแล้วในตอนนี้
เพราะว่าเขาไม่เหลือเวลาที่จะเข้าไปฝึกฝนในน้ำตกเยือกแข็งได้อีก
แล้วในเดือนนี้ เขาจึงคิดวิธีฝึกในแบบของเขาเองขึ้นมา
หลินหมิงได้ฝึกฝนตามวิธีฝกฝนของเขาจนถึงเที่ยงวัน เขา
รับประทานอาหารง่ายๆ และพักผ่อนเล็กน้อย จากนั้นเขาก็สะพายหอก
ตรงไปยัง ลานประลองของสำนักเจ็ดแก่นแท้ นี่เป็นวันที่เขาจะปละลอง
กับซางฉาง …
…
แม้ว่าตอนนี้จะเป็นฤดูใบไม้ร่วง แต่ดวงอาทิตย์ก็ยังส่งไอร้อนไปทั่ว
ทุกพื้นที่ เป็นเวลาที่พลังหยางหนาแน่นที่สุดในอากาศ ซึ่งเวลาแบบนี้คน
ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยออกมาข้างนอก แต่ตอนนี้ที่ลานประลองสำนักเจ็ด
แก่นแท้กลับเต็มไปด้วยฝูงชนนับไม่ถ้วน
ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นศิษย์ของสำนักเจ็ดแก่นแท้ ทั้งห้องพสุธา และ
ห้องมนุษย์ และก็มีบางส่วนที่มาจากห้องสวรรค์ วันนี้เป็นวันที่หลินหมิง
ซางฉาง หวังหยานเฟิง ลุ่ยหมิงเซียง ได้ตกลงเดิมพันกันเอาไว้ สองคนใน
นั้นคือสองอันอับแรงในการทดสอบเข้าสำนักในปีนี้ และอีกสองคนก็เป็น
ศิษย์เก่าที่แข็งแกร่ง สิ่งเหล่านี้สามารถเรียกผู้คนให้สนใจเข้ามาดูการ
ประลองได้มากมาย
ศิษย์จากห้องมนุษย์มาดูเพื่อความสนุกของตน แต่ศิษย์จากห้อง
พสุธาและห้องสวรรค์มาเพื่อดูความแข็งแกร่งของคู่แข็งในอนาคตของ
พวกเขา จะหลินหมิงหรือหวังหยานเฟิงก็มีอนาคตที่ไกลและไม่อาจจะดู
ถูกได้
“มันก็คงเป็นเช่นเดียวกับที่ผ่านๆมา ไม่มีทางที่ศิษย์ใหม่จะเอาชนะ
ศิษย์เก่าได้ ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นว่าพวกศิษย์หน้าใหม่จะยืนอยู่บนเวทีได้
นานเท่าไร โดยฉพาะกับลุ่ยหมิงเซียงและซางฉาง ศิษย์ใหม่ทั้งสองคนนั้น
คงไม่ได้ยืนบนเวทีนานนักหรอก” ศิษย์จากห้องสวรรค์กล่าว
“ก็จริงอยู่ แต่อย่าไปเจ้าเด็กที่ชื่อหลินหมิงนั้นดีกว่า แม้มันจะพึ่งเข้า
สำนักเจ็ดแก่นแท้ แต่การจัดอันดับในครั้งแรกของมันคือ อันดับที่126
หากหลินหมิงได้สู้กับลุ่ยหมิงเซียงแทนที่จะเป็นซางฉาง ข้าว่าเขาก็มี
โอกาสที่จะชนะได้”
“เจ้าคิดว่าลุ่ยหมิงเซียงจะแพ้หลินหมิงอย่างงั้นหรือ บ้าไปแล้ว ถึง
หลินหมิงจะได้อันดับที่สูงเกินคาดแต่ในด้านประสบการณ์ของเขา มันก็
ต่างชั้นกับลุ่ยหมิงเซียงลิบลับ แม้เขาจะมียาโอสถล้ำค่าทั้งสองนั้น เขาก็ไม่
มีทางที่จะคว่ำลุ่ยหมิงเซียงได้”
“เจ้าจะเอาแต่ยึดตึดกับพรสวรรค์ของเขาไม่ได้ เจ้าไม่ได้เห็นที่เขาได้
แสดงพลังที่เหนือกว่าพรสวรรค์ที่เขามีหรืออย่างไร ผู้ที่ดูถูกเขาจะต้อง
เสียใจในภายหลัง” ศิษย์จากห้องสวรรค์กล่าวอย่างหนักแน่น
“ฮ่าๆ คาดหวังกับหลินหมิงเอาไว้สูงจริงๆ พวกเจาไม่รู้สินะว่ามัน
เลือกวิชาอะไรกลับไปบ้าง ข้าน่ะตามสืบมาหมดแล้ว” ศิษย์จากห้องพสุธา
พูด “มันเลือกวิชาพื้นฐานการใช้หอก พื้นฐานการเคลื่อนไหวละ และวิชา
ที่ไม่สมบูรณ์ หมัดสลายกระดูก ทักษะที่ด้อยคุณค่าเหล่านั้นจะช่วยอะไร
มันได้ สิ่งที่พวกเจ้าได้เห็นนั่นเป็นขีดจำกัดของมันแล้วล่ะ มันไม่มีทาง
พัฒนาต่อไปได้อีกแล้ว นั่นเป็นเหตุให้มันไม่มีทางที่จะเอาชนะลุ่ยหมิ
งเซี่ยงได้”
หลินหมิงได้ทำผลงานที่น่าตื่นตาตื่นใจไว้ในการจัดอันดับจากอาคา
หมื่นอสูรสังหาร ทำให้ผู้คนมากมายอยากจะเห็นถึงวิชาที่เขาเลือกฝึก ซึ่ง
ก็สามารถสืบได้ไม่ยาก เพราะชื่อของเขาจะถูกสลักไว้บนแผ่นหยกที่คลัง
ตำรา
“หา…พื้นฐานการใช้หอก พื้นฐานการเคลื่อนไหว หลินหมิงเลือกสอง
วิชานี้งั้นหรอ ข้าก็นึกว่าเขาจะเลือกพวกวิชา ‘ศิลปะไร้เงา’ หรือ ‘การดูด
ซับพลังหยางทั้งเก้า’ เสียอีก”
“ ‘ศิลปะไร้เงา’ ‘การดูดซับพลังหยางทั้งเก้า’ งั้นเหรอ? มันเป็นวิชา
ที่สุดยอดก็จริง แต่เจ้าคิดว่าคนธรรมดาๆจะสามารถฝึกมันให้สำเร็จได้
อย่างงั้นหรือ เจ้าลืมคำนึงถึงพรสวรรค์ของหลินหมิงไปแล้วสินะ ข้าบอก
แล้วไงว่าเจ้านั่นมีขีดจำกัดของมันอยู่ มันรู้ตัวเองดียิ่งกว่าใคร มันถึงได้
เลือกวิชาอ่อนๆพวกนั้นมาฝึกยังไงล่ะ” ศิษย์คนหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงเยาะ
เย้ย แน่นอนว่าการที่หลินหมิงมีอันดับที่สูงกว่ามัน ทำให้มันอิจฉาและจะ
อยู่ไม่เป็นสุขหากไม่ได้นินทาว่าร้ายหลินหมิง
ตอนนี้ฝูงชนมากมายมารอชมการปละลองอยู่เต็มไปหมด ห่าง
ออกไปชายสองคนนั้นอายุราวๆ20ปี ก็เดินมาด้วยกัน
หนึ่งในนั้นมีสีหน้าดูซีดๆ เย็นชา เขาสะพายดาบสีดำทมิฬไว้บนหลัง
เพียงแค่ย่างก้าวธรรมดาๆ ก็ทำให้รู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่แผ่ออกมาอย่าง
รุนแรง
อีกคนหนึ่งมีร่างกายสูงและสีหน้ามีชีวิตชีวา ดูมีพลัง ร่างกายของเขา
เต็มไปด้วยกล้ามเนื้ออัดแน่นอยู่ เขาสะพายไม้เท้ายาวแปดก้าวไว้บนหลัง
ทุกๆก้าวของเขานั้นเงียบกริบ และระยะห่างของแต่ละสองก้าวก็ห่างกัน
ถึง 6 ก้าว นี่เป็นผลลัพธ์ของผู้ที่ฝึกวิชา ‘ขั้นตอนหกย่างก้าว’ ได้สำเร็จ
นั้นเอง
“หลิงเซ็น!”
“ต้ากู่!”
“พวกเขาสองคนก็มาดูการต่อสู้ครั้งนี้ด้วยอย่างงั้นหรอ?!”
ในบรรดาพวกที่มาดูการต่อสู้ครั้งนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นศิษย์จากห้อง
พสุธา และพวกห้องสวรรค์ที่มีอันดับช่วง 50-60 คงเป็นเพราะศิษย์ใหม่
ทั้งสองคนนี้อาจจะมาสั่นคลอนอันดับของพวกเขาก็เป็นได้ พวกเขาจึง
ต้องมาดูความสามารถของศิษย์ใหม่ด้วยตาตัวเอง
แต่กับหลิงเซ็นและต้ากู่ พวกเขาอยู่ในอันดับที่สูงมาก สูงจนไม่มีใคร
มาแย่งได้แล้ว แต่พวกเขาก็ยังมาดูการประลองในครั้งนี้ พวกเขาจะ
เสียเวลามาดูการประลองของศิษย์ห้องพสุธาทำไมกัน?!