Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 760 หยกไม้จิตวิญญาณ
“ซิงเซวียน, หยี่เอ๋อร์”
ในห้องเจ้าสาวของมู่เชียนหยี่ หลินหมิงได้เรียกฉินซิงเซวียนและมู่
เชียนหยี่ หญิงสาวสองคนนั่งเคียงไหล่ไปยังเตียงบนเตียงในชุดผ้าไหมสี
แดงงดงามเป็นอย่างยิ่ง
หลายเดือนที่ผ่านมาตั้งแต่ที่หลินหมิงฆ่าซ่วนหวู๋จี๋ หลินหมิงได้ใช้
เวลาในการบ่มเพาะ และใช้เวลาเข้าฌานผ่านทักษะการเล่นแร่แปรธาตุที่
ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังโดยนักเล่นแร่แปรธาตุของแดนเทวะ รวมถึงการใช้เวลา
กับบิดามารดาและครอบครัวของเขา หลังจากที่เขาได้แต่งงานกับมู่เชียน
หยี่แล้ว ความคิดของหลินหมิงได้กลายมาเป็นความสัมพันธ์ระหว่างชาย
และหญิง มีส่วนร่วมในความสุขระหว่างทั้งสองทุกคืนวัน
“นี่สำหรับเจ้า” หลินหมิงเอาผลึกสองก้อนออกมาจากแหวนมิติของ
เขา ก้อนผลึกมี 2 หยดของเหลวสีแดงผนึกอยู่ภายใน หยดสีแดงเหล่านี้ดู
หนาและหนืดราวกับว่าเป็นไข่มุกสีแดงเข้ม
“มันคือสิ่งใดกัน?” เมื่อมู่เชียนหยี่เห็น 4 หยดสีแดงนี้ นางก็รู้สึกว่า
หัวใจสะท้าน นางรู้สึกได้ชัดว่ามีบางอย่างแปลกๆเกี่ยวกับของเหลวสีแดง
เหล่านี้
“นี่คือโลหิตฟีนิกซ์โบราณ” หลินหมิงกล่าว
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ฉินซิงเซวียนได้ตกตะลึงอย่างสิ้นเชิง
สำหรับมู่เชียนหยี่ ดวงตาของนางเบิกกว้างและดูน่าประหลาดใจและมีสี
หน้าที่ไม่อยากจะเชื่อบนใบหน้าของนาง
โลหิตฟีนิกซ์โบราณ! เช่นเดียวกับสัตว์อสูรเทวะฟีนิกซ์!”
“อืม”
เมื่อเขายังคงอยู่ที่ เมืองฟีนิกซ์โบราณ เขาได้รับโลหิตฟีนิกซ์โบราณ
มาทั้งหมด 110 หยด ในจำนวนนี้ 100 หยดแรกมันได้รับดูดซับโดย
หลินหมิง
ส่วนอีก 10 ได้ถูกส่งไปมาให้หลินหมิงในอีกหลายวันต่อมา อย่างไรก็
ตาม เขาไม่ได้ใช้พวกมันเพราะผลกระทบจะไม่มากสำหรับเขาอีกต่อไป
ดังนั้นมันจะดีกว่าหากเขาให้มันมู่เชียนหยี่และฉินซิงเซวียนคนละ 2
หยด เพื่อให้พวกนางสามารถปรับปรุงสมรรถภาพทางกายได้ดีขึ้น
สำหรับอีก 6 หยดที่เหลือ เขาตั้งใจที่จะเก็บไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน
ตัวอย่างเช่น เมื่อฉินซิงเซวียนหมดซึ้งปราณโลหิตลงบนเกาะปีศาจโลหิต
ถ้าไม่ใช่เพราะหลินหมิงมีปราณโลหิตของวิหคเพลิงอยู่กับตัวแล้ว เช่นนั้น
ฉินซิงเซวียนก็คงจะตกตายไปตั้งแต่ตอนนั้น
“หลินหมิง เจ้าได้รับโลหิตฟีนิกซ์โบราณนี้มาจากที่ใดกัน?” มู่เชียนหยี่
ด้วยลมหายใจหอบตกใจ นางเคยได้อ่านตำราโบราณของเกี่ยวกับโลหิต
ฟีนิกซ์โบราณของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ อย่างไรก็ตาม นางคิดเสมอว่านี่มี
อยู่ในตำนานเท่านั้น นางไม่เคยคิดเลยว่าสมบัติเช่นนี้ยังมีอยู่ในทวีปนภา
รินไหล!
“ได้มาจากด่านทดสอบหล่อหลอมระดับราชา”
“เจ้าเข้าร่วมด่านทดสอบหล่อหลอมระดับราชา?” ดวงตาใหญ่ของมู่
เชียนหยี่เบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ เมื่อหลินหมิงได้บอกนางเกี่ยวกับกฎของด่าน
ทดสอบหล่อหลอมระดับราชาในแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์และพบว่ามัน
ยากลำบากเป็นอย่างยิ่ง แต่หลินหมิงกับสำเร็จมันได้ในที่สุด!
“ใช่ นี่คือโลหิตฟีนิกซ์โบราณที่เป็นรางวัลจากด่านทดสอบหล่อหลอม
นั้น”
“เช่นนั้น เจ้าก็ควรจะดูดซับมัน!” ฉินซิงเซวียนกล่าวออกมาอย่าง
กระทันหัน มู่เชียนหยี่เองก็พยักหน้าเช่นกัน ผลกระทบของโลหิตนี้จะ
แสดงศักยภาพที่แท้จริงก็ต่อเมื่อหลินหมิงเป็นผู้ดูดซับ
“ข้าดูดซับไปจำนวนมากแล้ว เพียงไม่กี่หยดเหล่านี้จึงจะไม่มีผลกับข้า
มากนัก” หลินหมิงชี้ไปยังสัญลักษณ์เปลวไฟระหว่างคิ้วของเขาและกล่าว
ว่า “เจ้ารู้สึกหรือไม่?”
เมื่อหลินหมิงได้ดูดซับโลหิตฟีนิกซ์โบราณครั้งแรก มักจะมีแรงกดดัน
ออกมาจากร่างกายของเขาโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนักสู้ที่มีสายเลือดของ
วิหคเพลิง อย่างไรก็ตาม หลินหมิงได้ระงับแรงกดดันนี้เอาไว้และตั้งแต่
แรก เพราะเพียงแค่ความแข็งแกร่งที่ขึ้นของเขาก็ทำให้ทุกคนรอบตัวเขา
ตกตะลึงมากพอแล้ว จากนั้น มู่เชียนหยี่ก็ไม่ได้ถามคำถามใดๆอีก
ขณะที่มู่เชียนหยี่ได้ยินคำพูดของหลินหมิง นางเองก็ไม่แน่ใจว่านาง
ควรจะแสดงสีหน้าอย่างไรในตอนนี้ โลหิตฟีนิกซ์โบราณที่นางเคยคิดว่ามี
อยู่เพียงในเตำราโบราณของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์… แต่หลินหมิงกลับบอก
ว่าไม่กี่หยดเหล่านี้จะไม่มีผลกระทบต่อเขามากนัก!?
เมื่อหลินหมิงได้เห็นความคิดของมู่เชียนหยี่บนใบหน้าของนาง เขา
หัวเราะและกล่าวว่า “หยี่เอ๋อร์ ในจัแดนเทวะ ฟีนิกซ์อาจมีความยาวหลาย
พันลี้ มันมีขนาดใหญ่ ถ้าโลหิตทั้งหมดของมันถูกนำออกไป มันก็อาจจะ
เพียงพอที่จะทำให้คนทั้งเมืองจมทะเลน้ำโลหิตตาย สิ่งที่ข้ามีอยู่เพียง 4
หยดและมันก็เป็นของฟีนิกซ์ที่ธรรมดาที่สุด มันไม่ใช้ปราณโลหิตหรือหรือ
อะไรทำนองนั้น มันไม่ได้เป็นเรื่องพูดเกินจริงอย่างที่เจ้าคิด”
เมื่อได้ยินหลินหมิงพูดเช่นนี้ มู่เชียนหยี่ก็ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้
ดี “นี่อาจจะไม่มากสำหรับเจ้า แต่เป็นโชคมหาศาลสำหรับข้า พรสวรรค์
ของของข้าอยู่ที่ระดับสูงสุดของนักบุญมาตลอด และทั้งสองหยดของ
โลหิตฟีนิกซ์โบราณนี้จะเพียงพอสำหรับข้าที่จะเข้าสู่ระดับจักรพรรดิ
“อย่าได้พูดเรื่องโลหิตฟีนิกซ์โบราณแก่ผู้ใด ในเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
แม้แต่ปราณโลหิตของวิหคเพลิงก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้คนบ้าคลั่งได้แล้ว
จึงมิต้องคิดถึงว่าหากโลหิตฟีนิกซ์โบราณถูกล่วงรู้เข้าจะเป็นเช่นใร! ด้วย
สองหยดของเลือดโบราณฟินิกซ์นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้มีพรสวรรค์สามัญ
ที่จะกลายเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับนักบุญได้แล้ว
ในเรื่องของพรสวรรค์ การที่ผู้มีพรสวรรค์สามัญจะกลายเป็นผู้มี
พรสวรรค์ระดับนักบุญได้นั้น พวกเขาจะต้องพบกับโชคมหาศาลเท่านั้น
ตัวอย่างเช่น สองหยดของโลหิตฟีนิกซ์โบราณนี้
สำหรับผู้มีพรสวรรค์ระดับนักบุญที่จะกลายเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับ
จักรพรรดิได้ก็ที่จะต้องมีการสะสมโชคจำนวนมากของตนเช่นกัน
นอกจากนี้ นักสู้ผู้นั้นยังต้องมีพรสวรรค์ตามธรรมชาติด้วย
และเหนือยิ่งกว่าผู้มีพรสวรรค์จักรพรรดิ หากต้องการยกระดับให้
เทียบเท่าหั่วเหวินหลงและหั่วอวี่ มันก็จะยิ่งเป็นเรื่องยากมากอย่างยิ่ง ใน
เวลานั้น บางสิ่งบางอย่างที่อาจเป็นโชคอันยิ่งใหญ่สำหรับผู้มีพรสวรรค์
ระดับนักบุญก็อาจเป็นเพียงสมบัติทั่วไปของตัวตนเช่นหั่วเหวินหลง
ยกตัวอย่างเช่น โลหิตฟีนิกซ์โบราณนี้ สำหรับผู้มีพรสวรรค์เช่นหั่วเห
วินหลง มันย่อมมิใช่โชคดีมากนักเพราะหั่วเหวินหลงนั้นมีสายเลือดฟีนิกซ์
โบราณมาตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว ดังนั้น นี่จึงเป็นเป็นสิ่งทั่วไปสำหรับเขา
ดังนั้น แม้ว่าหลินหมิงจะดูดซับอีก 100 หยดของโลหิตฟีนิกซ์โบราณ
มันก็จะช่วยให้เขาแข็งแกร่งขึ้นได้อีกไม่มาก มันจะไม่เพิ่มพรสวรรค์ของ
เขาขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง
ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎแห่งเพลิงของหลินหมิงเป็นสิ่งที่อัจฉริยะ
ระดับเขาเท่านั้นจะสำเร็จได้
“หยี่เอ๋อร์, ซิงเซวียน ข้าได้นัดหมายกับ หลี่อี้เฟิงเพื่อไปยังอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะแล้ว ข้าจะจากในอีกหนึ่งเดือนนับจากนี้ ใน
ระหว่างการเดินทางครั้งนี้ ข้าอาจจะหายตัวไปหลายปี”
จาก 4 อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ อาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะ พวกเขายังมีชื่อเสียงในด้านทักษะการเล่นแร่
แปรธาตุ ในเมื่อหลินหมิงอยากเรียนรู้ทักษะการเล่นแร่แปรธาตุมันก็เป็น
ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเขาที่จะไปยังอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเท
วะ
การเล่นแร่แปรธาตุเป็นทักษะที่ซับซ้อนอย่างมาก เพื่อที่จะกลั่นกรอง
โอสถภายในเตาหลอมนั้น มันจำเป็นต้องมีมากกว่าเพียงแค่สมุนไพรและ
สมบัติ มันมีวัสดุพิเศษที่จำเป็นในการกำกับส่วนผสมและเพื่อสร้าง
รากฐานโอสถ
ถ้าเขาต้องการที่จะสร้างโอสถระดับสูง มันก็หนึ่งวัสดุที่เขาจะขาดได้
นั่นคือ – หยกไม้จิตวิญญาณ
หยกไม้จิตวิญญาณและกระดูกเทพปีศาจเป็นของที่คล้ายครึงกัน
กระดูกเทพปีศาจถูกสร้างขึ้นเมื่อสนามพลังงานที่เหลือของผู้ทรงพลัง
หรือสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ถูกผนึกไว้ใต้ดิน และค่อยๆกันอย่างช้าๆในช่วงเวลา
นับแสนปี
สำหรับหยกไม้จิตวิญญาณ มันเกิดขึ้นจากต้นไม้และสมุนไพรจิต
วิญญาณที่ยังไม่ถูกเก็บโดยผู้อื่นและในที่สุดก็ตายไปตามธรรมชาติ
จากนั้น พลังงานที่อุดมสมบูรณ์และผลไม้ของพวกมันจะถูกฝังอยู่ใน
พื้นดินเป็นเวลานับหมื่นนับแสนปีก่อนที่จะควบแน่นเป็นหยกไม้จิต
วิญญาณในที่สุด
อีกอันเกิดขึ้นจากสัตว์และอีกอันเกิดขึ้นพืช
ทั้งสองเกิดขึ้นจากหลักการที่คล้ายคลึงกัน แต่ก็มีความแตกต่างกัน
อย่างมาก
ในเมื่อหลินหมิงต้องการเรียนรู้การเล่นแร่แปรธาตุเขาก็ต้องการหยก
ไม้จิตวิญญาณจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม วัสดุประเภทนี้หายากมากใน
ภูมิภาคเขตแดนทางใต้ แม้ว่าจะมีหยกไม้จิตวิญญาณจำนวนมากใน
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะ แต่มันก็ถูกเก็บรวบรวมโดยคน
อื่นๆในฐานะทรัพยากรที่หายากเช่นกัน กับการเงินในปัจจุบันของหลินห
มิง การซื้อจำนวนเล็กน้อยย่อมไม่มีปัญหา แต่ถ้าเขาต้องการใช้เป็น
จำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหยกไม้จิตวิญญาณที่มีเจ้าภาพสูงหลาย
เท่า เช่นนั้นมันก็จะเป็นสิ่งที่แม้แต่ความมั่งคั่งของหลินหมิงก็ยังไม่
เพียงพอ ไม่ต้องพูดถึงว่าเขาไม่มีความมั่งคั่งในการใช้สำหรับต่อ แต่ปัญหา
หลักคือ หยกไม้จิตวิญญาณเป็นวัสดุที่ไม่ใช่เพียงมีเงินก็ซื้อได้
ตั้งแต่หลินหมิงสะสมของมีค่ามานั้น จนถึงตอนนี้ ผู้ทรงพลังที่
แข็งแกร่งที่สุดที่เขาฆ่าคือซ่วนหวู๋จี๋ที่อยู่ขั้นทำลายชีวิตระดับ 4 สมบัติส่วน
ที่เหลือคือของผู้ให้ความช่วยเหลือซ่วนหวู๋จี๋ในการวางค่ายกลในทะเล
ความมั่งคั่งของคนเหล่านี้ทั้งหมดยังเท่ากับความมั่งคั่งของซ่วนหวู๋จี๋เพียง
คนเดียว
กล่าวได้ว่า หลินหมิงมีความความมั่งคั่งอย่างยิ่งในบรรดาผู้ทรงพลัง
ขั้นทำลายชีวิต อย่างไรก็ตาม เขายังห่างไกลจากความมั่งคั่งของผู้ทรงพลัง
ขั้นเทพสมุทร
แน่นอนว่า นี่ไม่ได้รวมกระดูกเทพปีศาจหรือโลหิตฟีนิกซ์โบราณ
เพราะทั้งสองสมบัติไม่ใช่สิ่งที่หลินหมิงตั้งใจจะใช้จ่าย
ถ้าหลินหมิงอยากจะไปยังอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะเพื่อ
หาหยกไม้จิตวิญญาณ มันก็จะเป็นไปไม่ได้สำหรับเขาที่จะซื้อมันด้วย
ความมั่งคั่งที่ไม่อาจใช้ได้
ดังนั้น หลินหมิงจึงต้องพึ่งพาความรู้ที่สืบทอดมาจากนักเล่นแร่แปร
ธาตุของแดนเทวะเพื่อหาหยกไม้วิญญาณจิตวิญญาณด้วยตัวเขาเอง
ไม่ใช่เรื่องที่พูดเกินจริงที่ว่านักนักเล่นแร่แปรธาตุทุกคนอาจเรียกว่า
นักธรณีวิทยาและนักสำรวจที่มีทักษะสูง เพื่อที่จะมองหาหยกไม้จิต
วิญญาณและโดยเฉพาะอย่างยิ่งอันที่มีเจ้าภาพสูง ผู้นึงอาจจะต้องใช้
ค้นหาลึกลงไปหลายร้อยหรือหลายพันก้าวใต้ดิน สัมผัสรับรู้ของนักสู้มี
ปัญหาในการรับรู้จากใต้ และด้วยความจริงที่ว่า บริเวณที่หยกไม้จิต
วิญญาณอยู่มักจะมีลักษณะทางธรณีวิทยาพิเศษที่ขัดขวางการรับรู้ของนัก
สู้ด้วย
ด้วยปัจจัยเหล่านี้ร่วมกัน นักเล่นแร่แปรธาตุจึงสามารถพึ่งพาเพียง
ประสบการณ์และความรู้ของตนในการค้นหาหยกไม้จิตวิญญาณได้
เท่านั้น
สำหรับช่วงเวลาหนึ่งเดือนที่เหลือนี้ หลินหมิงได้ปิดด่านค้นหาทักษะ
การเล่นแร่แปรธาตุอย่างละเอียด ถึงแม้ว่าความทรงจำจากนักเล่นแร่แปร
ธาตุของแดนเทวะจะฝังลึกเข้าไปในจิตใจของเขาก็ตาม แต่การรวมและ
การควบคุมข้อมูลนี้เป็นกระบวนการที่ยาวและลำบากมาก
ระหว่างที่เขาค้นคว้าเกี่ยวกับทักษะการเล่นแร่แปรธาตุจนความคิด
ของเขาเหนื่อยล้า หลินหมิงจะเอากระดูกเทพปีศาจออกมาและฝึกฝนต่อ
และบางครั้ง หลินหมิงได้ลดการบ่มเพาะกลับลงไปยังขั้นหลอมรวมแก่น
แท้ช่วงต้นเพื่อเสริมรากฐานให้มั่นคงยิ่งขึ้นด้วย
อย่างไรก็ตาม มันยังคงมีถนนที่ยาวไกลจนกว่าจะเข้าสู่ขั้นทำลาย
ชีวิต
จากขั้นหลอมรวมแก่นแท้ไปสู่ขั้นทำลายชีวิตอาจถือได้ว่าเป็นเขต
แดนขนาดใหญ่ สำหรับนักสู้ของมนุษย์ ซึ่งเป็นกระบวนการของการ
เปลี่ยนแปลงร่างกายและถือเกิดเป็นสิ่งใหม่
ก่อนเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิต มันยังเป็นกายมนุษย์
หลังจากจากเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิต มันจะกลายเป็นกายจิตวิญญาณ
ขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงนี้แตกต่างไปจากกายผันแปรของขั้นผสาน
ไขกระดูกที่เสริมร่างกาย
เมื่อสำเร็จกายผันแปรขั้นผสานไขกระดูก 8 ประตูเร้นลับภายในและ
9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋าแล้ว เช่นนั้นร่างกายของนักสู้ก็จะเทียบได้กับ
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุณ ไม่อาจทำลายได้และอยู่ยงคงกระพัน เพียงยก
มือขึ้นเพื่อก็สามารถพลิกดวงดาวและสลายดวงจันทร์ และเพียงแค่เสียง
ตะโกนก็สามารถฆ่านักสู้ที่อ่อนแอลงได้
กายจิตวิญญาณนั้นแตกต่างกัน แม้ว่าจะเป็นกายจิตวิญญาณ แต่
พลังการป้องกันยังคงอ่อนแอ และหากปราศจากการปกป้องของปราณ
แท้มันก็จะถูกเจาะด้วยอาวุธได้อย่างง่ายดาย
บทบาทของกายจิตวิญญาณคือการรวมพลังต้นกำเนิดสวรรค์และ
ปฐพี นักสู้ขั้นหลอมรวมแก่นแท้สามารถเก็บสะสมปราณแท้ไว้ในตันเถียน
และเส้นชีพจรของพวกเขา นอกจากนี้ยังมันเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะดูด
ซับพลังงานสวรรค์และปฐะีได้โดยตรงด้วยร่างกาย พวกเขาต้องพึ่งพาจุด
ชีพจรจำนวนมากของตน
แต่หลังจากเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิต กายมนุษย์นั้นจะปฏิรูปขึ้นใหม่ ขับ
สิ่งสกปรกทั้งหมดออกไปและเปิดใช้งานเซลล์ทุกเซลล์เพื่อให้สามารถดูด
ซับพลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีได้
ดังนั้น นักสู้ที่มีกายจิตวิญญาณอย่างสมบูรณ์จึงไม่จำเป็นต้องใช้จุด
ชีพจรและสามารถใช้ร่างกายของพวกเขาดูดซับพลังงานจากสวรรค์และ
แผ่นดินได้โดยตรง นั่นหมายความว่า นักสู้ขั้นทำลายชีวิตจะมีปริมาณ
ปราณแท้หลายเท่ากว่านักสู้ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ และความยืดหยุ่นและ
ความทนทานของพวกเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นกัน
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมความแข็งแกร่งของนักสู้ที่อยู่ขั้นทำลายชีวิตจึง
ทะยานขึ้นมหาศาลเช่นนี้
ถ้าหลินหมิงสามารถเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตได้ เช่นนั้นก็ไม่เพียงแต่เขา
กายจิตวิญญาณเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เขาก็จะมีร่างกายที่ถูกเสริม
ความแข็งแกร่งขึ้นด้วย 8 ประตูเร้นลับภายในและมันมีความทนทาน
เทียบเท่าสมบัติระดับสูง การได้รับประโยชน์ทั้งสองอย่างนี้เป็นข้อดีของ
การบ่มเพาะคู่ของกายผันแปรและพลังปราณ
โดยมิทันได้ตระหนัก จนกระทั่งถึงวันที่หลินหมิงและหลี่เย่งเฟิงได้นัด
กันไว้ หลินหมิงยังคงไม่เข้าใจเรื่องของ 4 อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ ในความ
เป็นจริง เขาไม่รู้จักกระทั่งชื่อของ 4 อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เลย การได้
คำแนะนำจะเป็นการดี ไม่ต้องพูดถึงสิ่งอื่นใด แต่การเดินทางนับล้านลี้
จากเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ไปถึง 4 อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ จำต้องผ่านค่ายกล
เคลื่อนย้ายขนาดใหญ่และเล็กนับร้อย หากไม่มีความช่วยเหลือของหลี่อี้
เฟิง จะใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายเหล่านี้ย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย