Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 768 ปราชญ์หลานเต้า, ประกาศิตชะตาฟ้า
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 768 ปราชญ์หลานเต้า, ประกาศิตชะตาฟ้า
ชายรุ่นเยาว์ที่ถูกตำหนิโดยชายชราชุดขาวดูเหมือนจะไม่ได้กังวลเลย
หนึ่งในนั้นหัวเราะและกล่าวว่า “ผู้อาวุโสไป่ ถือซะว่าข้ากล่าวออกมาอย่าง
ใจร้อนเกินไป แต่หยกไม้จิตวิญญาณสลักที่หายากจะต้องมีราคาแพงอย่าง
แน่นอน นอกจากนี้เรายังเป็นผู้มาใหม่ในพื้นที่ ดังนั้นประสบการณ์ของ
เราจึงมีจำกัด ดังนั้นก็โปรดได้บอกเราเถอะว่ามันมีราคากี่หินลมปราณจิต
วิญญาณ”
ขณะที่ชายชราชุดขาวได้ยินคำกล่าวของชายรุ่นเยาว์ ท่าทางของเขา
ก็กลายเป็นเหมือนไม้ตาย แต่โจวคุนกล่าวออกมาอย่างโผงผางว่า “กำไล
หยกนี้สามารถขายได้ที่หอประมูล 25,000-30,000 หินลมปราณจิต
วิญญาณ หากเจ้าพบกับผู้ที่มั่งคั่งและชมชอบในหยกโลหิตจิตวิญญาณ
ด้วยแล้วมันก็จะได้ราคามากยิ่งขึ้น”
ขณะที่โจวคุนบอกราคานี้ไป ชายรุ่นเยาว์ทุกคนที่นี่ก็ต้องสูดหายใจ
ลึก 30,000 หินลมปราณจิตวิญญาณ! ขนาดความมั่งคั่งของพวกเขา
รวมกันยังได้เพียงไม่กี่พันหินลมปราณจิตวิญญาณ มันต่างกันหลายเท่า
อย่างยิ่ง!
เมื่อพวกเขาเข้าวงการนี้ ก็เคยแต่ซื้อันที่ราคาถูก สำหรับอันที่มีราคา
แพง พวกเขาจะมีความมั่งคั่งที่จะสามารถซื้อหามาได้เหมือนโจวคุนได้
อย่างไร?
ในขณะนี้โจวคุนเหลือบไปเห็นหลี่อี้เฟิงอยู่ใกล้ๆ
“ฮ่าๆ น้องชายหลี่เองก็ยังอยู่ที่นี่ด้วย! ข้าเห็นว่าน้องชายหลี่ซื้อมังกร
โบราณสลักจากหอหยกเสี่ยงทายมังกรขาว ข้าเพิ่งได้มาพบกับเกิดขึ้นกับ
ผู้อาวุโสไป่ที่นี่ ผู้อาวุโสไป่ที่นี่นั้นมีประสบการณ์อย่างมาก เขาได้ดูหยก
โลหิตจิตวิญญาณของข้าแล้ว”
โจวคุนตั้งใจกล่าวคำเหล่านี้ด้วยเหตุผลสองประการ อย่างแรกคือ
ต้องการแสดงให้เห็นว่าชายชราชุดขาวคนนี้ได้ยืนยันว่ากำไรหยกโลหิตจิต
วิญญาณเป็นของจริง และอย่างที่สองคือ เพราะเขามีความเชื่อมั่นว่า
มังกรหยกโบราณสลักที่หลี่อี้เฟิงจะเป็นของจริง เขาต้องการให้ผู้อาวุโสไป่
ประเมินมันและทำให้ทำให้หลี่อี้เฟิงอับอายที่ซื้อของปลอม เพราะไม่ว่า
อย่างไร มังกรหยกโบราณสลักก็ถือได้รับหนึ่งในรายการสินค้าที่คลุมเครือ
และไม่มีผู้ใดที่ไปยังหอหยกเสี่ยงทายมังกรขาวกล้าซื้อมันอยู่เป็นเวลานาน
ถ้ามันเป็นของดีจริงก็คงจะมีใครบางคนอาจซื้อมันไปนานแล้ว
หลี่อี้เฟิงคิ้วขมวดเข้าด้วยกัน ขณะที่เขาเห็นว่าโจวคุนกำลังโชว์หยก
โลหิตจิตวิญญาณของตนให้กับคนอื่นๆได้ดูแล้วและยังบอกว่าได้รับ
คำยืนยันจากผู้อาวุโสไป่แล้ว มันจึงจะเป็นไปไม่ได้ที่จะบอกว่าเขานั้นไม่
เกิดความรู้สึกเสียใจ ผู้อาวุโสไป่ที่นี่นี้เคยอยู่ในวงการหยกสลักมาหลายสิบ
ปีแล้ว แม้ว่าเขาจะไม่ใช่นักประเมินชั้นยอด แต่เขาก็ยังคงเป็นผู้เชี่ยวชาญ
ในด้านนี้ เขาไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าหอหยกเสี่ยงทายมังกรขาว; เขาเป็น
ตัวตนที่ไม่สามารถดูถูกได้
หลังจากได้ยินว่าบุคลคนระดับนี้ได้ยืนยันความถูกต้องของหยกโลหิต
จิตวิญญาณแล้ว เขาก็ทำได้เพียงส่ายหน้าเท่านั้น ไม่ว่าอย่างไร เขาเองก็มี
ความสงสัยว่ามันอาจเป็นของจริงมานานแล้วด้วยเช่นกัน “น้องชายหลิน
ไปจากไปจากที่นี่กันเถอะ ข้าวางแผนที่จะไปหาท่านปรมาจารย์เพื่อให้
ประเมินมังกรหยกโบราณสลักนี้; บางทีมันอาจจะเป็นของจริง, ฮ่าๆๆ!”
หลินหมิงไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมา ในการค้าขายหยกโบราณสลัก มัน
เป็นเรื่องง่ายที่จะได้รับอิทธิพลจากความคิดและให้กำเนิดความเสียใจใน
อดีตถ้าไม่ได้ซื้อ
“อืม ได้” หลินหมิงไม่ใส่ใจ เขาได้ระบุถึงสิ่งที่ตนซื้อมาเรียบร้อยแล้ว
ว่าค่อนข้างดีและตอนนี้เขาขาดแคลนหินลมปราณจิตวิญญาณ
การเปิดประตูที่ 3 ของ 8 ประตูเร้นลับภายในไม่จำเป็นต้องใช้โอสถ
กายผันแปรที่สูงนัก ตราบเท่าที่มันเป็นโอสถปาฏิหารย์กายผันแปรที่มี
ระดับไม่สูงนัก ไม่ว่าจะเป็นแบบใด มันก็จะสามารถใช้ได้กับเขา หลินหมิง
ได้ค้นคว้าผ่านความทรงจำนักเล่นแร่แปรธาตุของแดนเทวะหลายครั้งและ
ได้จดจำไว้หลายรูปแบบของโอสถที่เขาสามารถกลั่นมันได้ ตราบเท่าที่เขา
มีเวลาและวัสดุเพียงพอแล้ว เขาก็มั่นใจว่าจะสามารถสร้างมันได้สำเร็จ
ดินแดนที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตา
หลอมเทวะดีกว่าที่หลินหมิงเคยจินตนาการไว้ เขาจะสามารถหาวัสดุ
หลายอย่างที่เขาต้องการได้ที่นั่น แน่นอนว่า นั่นคือเขาต้องมีหินลมปราณ
จิตวิญญาณมากพอก่อนเช่นกันจึงจะทำมันได้
หลินหมิงและหลี่อี้เฟิงมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ของปรมาจารย์ประเมิน
ในเมืองนี้
ขณะที่โจวคุนเห็นทั้งสองคนเดินจากไป เขาก็ตระหนักทันทีที่พวก
เขาจะไปยังใด เขายิ้มอย่างอ่อนโยนขณะที่เกิดความคิดชั่วร้ายขึ้นมา ‘หลี่
อี้เฟิงต้องไปหาปราชญ์หลานเต้าขอให้ช่วยประเมินหยกโบราณสลักของ
เขา เขาไม่กล้าที่จะปล่อยให้ผู้อาวุโสไป่ประเมินเพราะเขากลัวว่ามังกร
หยกหลักของตนอาจเป็นของปลอมและจะเสียหน้าต่อทุกคนที่นี่ ข้าจะไป
พบปราชญ์หลานเต้าและลองดูสิว่ามังกรหยกสลักของเจ้ามีค่าสักเพียงใด’
……………
สถานที่อยู่ของผู้ประเมินที่หลี่อี้เฟิงกล่าวถึงนั้นนั้นเป็นคฤหาสน์ที่ดู
ธรรมดามาก กำแพงลานถูกสร้างขึ้นจากหินหยาบและสถานที่โดยรวมดู
ค่อนข้างเล็กและโทรม มันเป็นไปไม่ได้ที่จะจินตนาการได้ว่ามีผู้ทรงพลัง
ขั้นทำลายชีวิตระดับ 6 อยู่ที่นี่
“น้องชายหลิน, นี่คือที่อยู่ของปรมาจารย์ประเมิน เขาอาศัยอยู่ที่นี่มา
กว่า 100 ปีแล้ว; ชื่อของเขาคือ ปราชญ์หลานเต้า เขาเป็นหนึ่งใน 300
ตัวตนที่ติดอันดับสูงสุดในประกาศิตชะตาฟ้า!”
“ประกาศิตชะตาฟ้า?” หลินหมิงถามอย่างประหลาดใจเล็กน้อย
“อืม, ประกาศิตชะตาฟ้าคืออันดับความแข็งแกร่งภายในทวีปนภาริน
ไหล มีเพียงผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตเท่านั้นที่มีจะถูกระบุไว้และได้รับการ
เผยแพร่ร่วมกันโดยองกรหน่วยข่าวกรองหลายแห่ง นอกจากประกาศิต
ชะตาฟ้าแล้ว ยังมีประกาศิตจักรพรรดิซึ่งมีเพียงผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทร
เท่านั้นที่จะถูกระบุไว้ อย่างไรก็ตาม ขั้นเทพสมุทรไม่ค่อยมีการ
เปลี่ยนแปลง บรรดาผู้อาวุโสขั้นเทพสมุทรมักไปยังสถานที่ซึ่งไม่เป็นรู้จัก
ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพวกเขา
“การจัดอันดับผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน; มัน
เป็นเพียงประมาณการคร่าวๆที่ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น”
มีผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิมากกว่า 100 คนในทวีปนภารินไหล แต่
ไม่เกิน 200 คน สำหรับจำนวนผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตมันยากที่จะ
คำนวณได้ หากต้องอยู่อันดับสูงสุดของบุคคลเหล่านี้ย่อมเป็นเรื่องยาก
อย่างมาก
หลี่อี้เฟิงหัวเราะและกล่าวว่า “มันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะไม่ใช่เรื่อง
ง่าย แต่คำตัดสินของประกาศิตเหล่านี้ก็ค่อนข้างถูกต้อง มันไม่มีความ
แตกต่างด่านความแข็งแกร่งนักถ้าเจ้าห่างจากผู้อื่น 3-4 อันดับ แต่หาก
ห่างกันเช่นอันดับ 30-40 โดยทั่วไปแล้วน่าจะไม่ผิดพลาด ข้อยกเว้นเพียง
อย่างเดียวคือ เจ้าโชคอันยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จในการทะลวง
ระดับโดยไม่มีผู้ใดรู้เท่านั้น ประกาศิตชะตาฟ้ามีการเปลี่ยนแปลงทุกๆ 3
ปี และเป็นปัจจัยที่สำคัญสำหรับขุมกำลังที่ยิ่งใหญ่เพื่อใช้ในการตัดสินใจ
ว่าผู้ใดจะเป็นฝ่ายชนะ สำหรับ 4 อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ พวกเขามักใช้
รายการจัดอันดับนี้เปรียบเทียบปริมาณและคุณภาพในรุ่นเยาว์ของตน
“มีรุ่นเยาว์ที่อยู่ในรายการนี้ด้วยหรือ?” หลินหมิงย้ำคำว่า ‘รุ่นเยาว์’
“อืม แต่ค่อนข้างน้อย สำหรับผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิต แม้กระทั่ง
อายุ 50 ปีถือว่ายังรุ่นเยาว์ การจะได้ถูกจัดอันดับในรายการตั้งแต่เมื่ออายุ
เพียง 50 ปีนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย! นักสู้ส่วนใหญ่ในรายการจัดอันดับอยู่ใน
ขั้นทำลายระดับ 5-6 เป็นอย่างน้อยที่สุด นอกจากนี้ พวกเขายังเป็นตัวตน
ที่โดดเด่นในรุ่นของตนอีกด้วย ถ้าฐานรากของคุณไม่ดีพอ เจ้าก็อาจจะไม่
ติดอันดับแม้การบ่มเพาะของเจ้าจะสูง!”
ขณะที่หลี่อี้เฟิงกล่าวถึงตรงนี้ พวกเขาก็ได้มาถึงหน้าประตูแล้ว เขา
เอื้อมมือออกไปเคาะที่ประตู
ด้วยเสียงดังเอี๊ยด ประตูได้เปิดโดยอัตโนมัติ
ในลานคฤหาสน์ พื้นดินถูกปกคลุมด้วยใบร่วง ด้านล่างของใบที่
ค่อยๆร่วงลงมานั้นเป็นแผ่นหินที่มีเกมกระดาน ชายชราชุดฟ้านั่งอยู่ที่โต๊ะ
หิน และมีหม้อชาที่กำลังเดือดอยู่ใกล้ๆ เขามีชิ้นของเม็ดสีดำและสีขาว
สองอันอยู่ในมือ มีความตึงเครียดขณะที่เขาดูเหมือนจริงจังกับเกมของตน
มาก บางครั้งเขาก็จะวางชิ้นสีขาวและดำสลับกัน มันกลายเป็นว่าเขา
กำลังเล่นหมากรุกกับตัวเอง
“โอ้ เจ้าหนูตระกูลหลี่นี่เอง เจ้ามาขอคำแนะนำจากข้าอีกแล้วหรือ?”
ชายชราชุดฟ้าหัวเราะ ด้วยการสะบัดแขนเสื้อของเขา ถ้วยชาที่
งดงามก็ปรากฏตัวขึ้นบนโต๊ะที่มีชาสีเหลืองอำพัน ด้วยกลิ่นหอมสดชื่นที่
เล็ดลอดออกมาจากชา… เห็นได้ชัดว่า… มันไม่ใช่ชาเนื้อของภูมิภาคเหมา
แต่เป็นของมีคุณภาพสูงและเป็นชาพิเศษ
“ฮ่าๆ, ท่านลุงหลานเต้า ข้ามาในครั้งนี้เพื่อนำสิ่งดีๆมาให้ท่าน
ประเมินโดยเฉพาะ” เห็นได้ชัดว่าหลี่อี้เฟิงคุ้นเคยกับชายชราชุดฟ้า เขา
หัวเราะและยิ้มอย่างเป็นกันเอง
ขณะที่หลี่อี้เฟิงกล่าวเขาก็หยิบเอาหยกโบราณสลักออกจากแหวน
มิติด้วย ชายชราชุดฟ้าจ้องไปยังมังกรหยกโบราณสลัก แต่ไม่ได้กล่าวสิ่งใด
เขาได้เดาว่าหลี่อี้เฟิงได้ไปซื้อสินค้าที่หอหยกเสี่ยงทายมังกรขาวและได้มา
ขอให้เขาประเมิน
หลี่อี้เฟิงกำลังจะเดินไปข้างหน้า แต่เขาก็ต้องหยดเท่าของตนเองลง
เขาหมุนไปรอบๆและเห็นว่าโจวคุนเข้ามาพร้อมกับกลุ่มคนที่เคยเห็นเมื่อ
ครู่ก่อน
“โจวคุน! เจ้าสารเลวนั่น!” หลี่อี้เฟิงคิ้วขมวด โจวคุนได้ซื้อกำไรหยก
โลหิตจิตวิญญาณ แต่หลี่อี้เฟิงซื้อมาเพียงมังกรหยกโบราณสลักซึ่งเขาไม่รู้
ว่ามันเป็นของจริงหรือของปลอมด้วยซ้ำ แม้ว่ามันจะเป็นของจริง เขาก็ยัง
ต้องเสียหน้าและย่อมไม่ต้องกล่าวถึงถ้าเกิดมันเป็นของปลอมขึ้นมา เจ้า
สารเลวนี้มาเพียงเพื่อทำให้เขาอับอายเท่านั้น
“ปราชญ์หลานเต้า ข้าได้นำของดีๆมาให้ท่านได้ดูในวันนี้” โจวคุนยิ้ม
ขณะที่เขาเดินเข้ามา เขาเห็นได้ชัดว่าคุ้นเคยกับปราชญ์หลานเต้าเช่นกัน
“ว่าอย่างไร! ท่านหลี่ ช่างบังเอิญที่ได้พบท่านที่นี่” โจวคุนแกล้งทำ
เป็นว่าเขาบังเอิญมาเจอหลี่อี้เฟิงเข้าที่นี่ ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังมังกร
หยกโบราณสลักของหลี่อี้เฟิง “ไม่ใช่ว่านั่นคือ มังกรหยกโบราณสลักของ
หอหยกเสี่ยงทายมังกรขาวที่มีราคา 3300 หินลมปราณจิตวิญญาณหรอก
หรือ? ท่านมาที่นี่เพื่อขอปราชญ์หลานเต้าประเมินมัน?”
ในเมื่อโจวคุนทำถึงเพียงนี้แล้ว แม้กระทั่งหลี่อี้เฟิงที่มักจะสงบก็
กลายเป็นมีสีหน้าที่น่าเกลียดอย่างยิ่ง แต่ก่อนหน้าปรมาจารย์หลานเต้า
เขาจำต้องอดทนต่อการดูหมิ่นครั้งนี้เท่านั้น
ในขณะที่ปราชญ์หลานเต้าเห็นหลี่อี้เฟิงและโจวคุนกำลังเขม้นกันเขา
ยิ้มอย่างอ่อนโยนขณะที่จิบชาอย่างช้าๆโดยไม่กล่าวสิ่งใด มันเป็นเรื่อง
ธรรมดาที่รุ่นเยาว์ที่จะมีส่การแข่งขัน ไม่ต้องกล่าวถึงรุ่นเยาว์ แม้แต่ใน
วงการซื้อขายหยกโบราณสลัก เหล่าผู้เชี่ยวชาญอาวุโสเองก็ความโกรธ
จากการโต้เถียงเกี่ยวกับความถูกต้องในสมบัติของพวกเขา
โจวคุนทำท่าทางเชื้อเชิญด้วยมือ “ท่านหลี่ ในเมื่อท่านมาถึงก่อนมิใช่
หรือ?”
ในเวลานี้ หลี่อี้เฟิงได้เขากล่องบรรจุของมังกรหยกโบราณสลัก
ออกมา เขาวางไว้บนโต๊ะหินของปราชญ์หลานเต้าและกล่าวว่า “ท่านลุง
หลานเต้า นี่คือมังกรหยกโบราณสลักที่ข้าซื้อที่หอหยกเสี่ยงทายมังกรขาว
ในความเป็นจริง ข้าไม่กล้ายืนยันว่านี่เป็นของจริงหรือไม่ ข้าได้มองมัน
หลายครั้งและข้าก็อดไม่ได้ที่จะซื้อมันมา ข้าอยากจะขอให้ท่านลุงหลาน
เต้าประเมินมันให้ข้าที”
หลี่อี้เฟิงได้เปิดกล่องมังกรหยกโบราณสลักและยื่นมันให้ปราชญ์
หลานเต้า
ปราชญ์หลานเต้ามองไปยังการหยกสลักและปลดปล่อยสัมผัสรับรู้
รอบๆมันอย่างนุ่มนวล เขาค่อยๆตรวจสอบที่เกล็ดของมังกรหยกโบราณ
สลัก หลังจาก 15 นาทีผ่านไป ปราชญ์หลานเต้าก็หยุดลงและกล่าวว่า
“มังกรหยกโบราณสลักนี้มาจากมือของผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียง แต่ มันอายุ
ไม่มาก มันอายุเพียงไม่กี่ร้อยปีเท่านั้น มีบางวิธีที่ชาญฉลาดบางอย่างใน
การปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์และให้ดูสวยงาม มิเช่นนั้นมันก็ไม่ทางที่ลายขน
บนผิวจะกระด้างเช่นนี้ โดยทั่วไปแล้ว นี่เป็นสินค้าที่ดี – เป็นหยกแก่นแท้
มันเป็นหยกแก่นแท้ระดับ 9 และควรมีมูลค่าประมาณ 800 หินลมปราณ
จิตวิญญาณ”
ขณะที่หลี่อี้เฟิงได้ยินการประเมินของปราชญ์หลานเต้าเขาก็ดู
เจ็บปวดเล็กน้อย ตอนแรกเขาซื้อสินค้านี้โดยไม่ต้องห่วงว่าเป็นของจริง
หรือของปลอม และจะไม่เป็นอันใดถ้าได้รับการประเมินอย่างลับๆ แต่
ตอนนี้ ต่อหน้าคนจำนวนมากนี่เป็นการเสียหน้าอย่างมาก ในวงการนี้
การซื้อสินค้าเลียนแบบด้วยราคาที่สูงเป็นเรื่องที่น่าสังเวชอย่างยิ่ง
“น้องชายหลี่ มันช่างน่าเสียดายยิ่งนัก มังกรหยกโบราณสลักนี้มี
ลักษณะงดงาม ถ้าข้าเป็น ข้าก็อาจจะเกิดความหลงไหลและซื้อมัน” โจ
วคุนยิ้มขณะที่เขาทำเป็นเสียใจต่อโชคร้ายของหลี่อี้เฟิง แต่คนรอบข้าง
ไม่ได้กล่าวสิ่งใด พวกเขาเพียงเฝ้าดูการแสดงที่น่าดูชมเหล่านี้เท่านั้น
ดวงตาของโจวคุนส่องสว่างลงขณะที่เขาหยิบเอากล่องไม้จากแหวน
มิติของตนออกมาบ้าง “ปราชญ์หลานเต้า นี่คือกำไลหยกโลหิตจิต
วิญญาณอายุ 10,000 ปีที่ข้าเพิ่งซื้อมา ท่านสามารถดูมันให้ข้าได้บ้าง
หรือไม่?”
“อะไรนะ? หยกโลหิตจิตวิญญาณ?” คิ้วของปราชญ์หลานเต้าตั้งขึ้น
ความสนใจของเขาได้ถูกกระตุ้น