Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 772 หินบุปผานภา
“หินบุปผานภา?” สาวใช้ถามด้วยความตกตะลึง สิ่งเหล่านี้เป็นของ
หายากมาก หอการค้าประดิษฐ์สวรรค์เพิ่งจะได้รับหินบุปผานภามาเมื่อ
เร็วๆนี้ เนื่องจากเป็นวัสดุเล่นแร่แปรธาตุที่มีระดับสูง มันจึงเป็นที่นิยม
อย่างมากใน อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะ และราคาของพวก
มันก็สูงมากด้วยเช่นกัน
นางไม่เคยคิดว่าหลินหมิงผู้ซึ่งดูหนุ่ม กลับถามหาหินบุปผานภาทันที
เช่นนี้
สาวใช้ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง กำลังสงสัยว่าหลินหมิงกำลังก่อกวนและอยาก
เห็นหินบุปผานภาที่งดงาม จากนั้น เขาก็จะแก้ตัวและตัดสินใจที่จะไม่ซื้อ
พวกมัน
แม้ว่านางจะสงสัย แต่นางก็ต้องรายงานข้อมูลนี้อยู่อย่างช่วยไม่ได้
ครู่ต่อมา มีหญิงชราคนหนึ่งเดินลงมาจากชั้นบน
หญิงชราสวมชุดดำหรี่ตาลงขณะที่มองมายังหลินหมิง ด้วย
ประสบการณ์ของนาง นางก็สามารถเห็นได้ว่ารากฐานของหลินหมิงแข็ง
อย่างมาก นอกเหนือไปจากอายุและการบ่มเพาะแล้วเขาควรจะเป็นรุ่น
เยาว์ที่โดดเด่นแห่งยุคของเขา
คนประเภทนี้อาจจะสามารถซื้อหินบุปผานภาได้
“น้องชายตัวเล็ก โปรดตามข้ามา”
หญิงชราหันกลับมาและเดินขึ้นไปชั้นบนพร้อมด้วยหลินหมิงที่
ตามมา ขณะที่หลินหมิงก้าวลงไปบนบันได เขาค้นพบว่าระหว่างชั้นของ
หอการค้าประดิษฐ์สวรรค์ มันมีชั้นของแรงกดดันที่มองไม่เห็นคล้ายกับ
เมื่อเขาบินขึ้นมา และแรงกดดันจากชั้นนี้ได้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า บางที
แม้แต่นักสู้ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ที่มีรากฐานปกติก็อาจจะไม่สามารถเดิน
ขึ้นไปได้
เมื่อเขาหันกลับไปมองสาวใช้ด้านข้างหลัง เขาเห็นว่านางมีเหรียญที่
ส่องประกายบนข้อมือของนาง เป็นที่แน่ชัดว่าเหรียญนี้อนุญาตให้สาวใช้
ขั้นปราณต้นฟ้านี้เดินทางไปทั่งทั้งหอการค้าประดิษฐ์สวรรค์ได้อย่างอิสระ
มีผู้คนน้อยลงเมื่อมาถึงบนชั้นสองของหอการค้าประดิษฐ์สวรรค์
หลังจากที่หลินหมิงนั่งลง สาวใช้สองคนตั้งจานอาหารว่างไว้ข้างหน้าเขา
ไม่ไกลจากหลินหมิงนัก มีชายชราชุดแดงนั่งอยู่อีกโต๊ะ ชายชราชุดแดงนี้
ได้มีการบ่มเพาะขั้นทำลายชีวิตระดับ 2
เขากำลังถือถ้วยน้ำชาไว้ในมือข้างหนึ่ง เขาเงยหน้าขึ้นมองหลินหมิง
ด้วยรอยยิ้ม
หลินหมิงพยักหน้าอย่างสุภาพกลับไป ชายชราชุดแดงนี้ควรเป็นแขก
รับเชิญของหอการค้าประดิษฐ์สวรรค์
ในเวลานี้ จากห้องโถงด้านข้างของชั้น สองหญิงชุดม่วงยาวเดิน
ออกมา “แขกสองทั้งสอง ขออภัยที่ต้องให้รอนาน”
เสียงไพเราะของนางที่เป็นเหมือนเสียงระฆังดังขึ้นในทันที ดึงดูดทั้ง
ความสนใจของหลินหมิงและชายชราชุดแดง
ผู้หญิงคนนี้นางดูอายุเพียง 20 ปี และแม้ว่านางจะคลุมหน้าไว้ แต่ก็
เห็นได้ชัดว่าภายใต้ผ้าคุมหน้านั้นเป็นหญิงงาม ความสูงของนางดูสง่างาม
และผิวของนางก็มันวาวเหมือนผลึกโปร่งแสง นางเป็นตัวอย่างความ
งดงามของผู้หญิงที่ง่ายสำหรับผู้อื่นจะหลงทาง
นางเปิดปากและกล่าวว่า “ข้าได้ยินมาว่ามีแขกผู้มีเกียรติทั้งสองคน
ที่มาซื้อหินบุปผานภา ความจริงก็คือ หินบุปผานภาเหล่านี้เพิ่งมาถึง
สำนักงานใหญ่ของหอการค้าประดิษฐ์สวรรค์เมื่อ 5 วันก่อน แต่ยังมี 20-
30 คนแล้วที่เข้ามาดูมัน อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครสามารถซื้อมันได้ นั่นเป็น
เพราะ…”
ขณะที่ผู้หญิงชุดม่วงกล่าวถึงตรงนี้ นางก็ยิ้มและกล่าวต่อว่า “นั่นเป็น
เพราะหินบุปผานภาเหล่านี้ไม่ได้เป็นของหอการค้าประดิษฐ์สวรรค์ แต่
แทนที่จะถูกวางไว้ที่นี่โดยแขกผู้มีเกียรติท่านอื่น แขกผู้นี้ต้องการใช้หินบุ
ปผานภาเพื่อทำการค้ากับวัสดุที่หาได้ยากบางอย่าง หากแขกผู้มีเกียรติทั้ง
สองไม่สามารถนำสิ่งที่สามารถตอบสนองความต้องการของเขาได้แล้ว
เช่นนั้นไม่ว่าจะมีปริมาณหินลมปราณจิตวิญญาณมากเพียงใดก็ย่อมไม่
พอ”
“โอ้ มันเป็นเช่นนี้เอง ข้าก็เคยสงสัยนักว่าเหตุใดวัสดุที่มีค่าเช่นนี้จึงมี
อยู่ภายในหอการค้าประดิษฐ์สวรรค์เป็นเวลานาน ข้าถามได้หรือไม่ว่า
แขกท่านผู้นั้นเป็นใคร? บางทีชายชราผู้นี้อาจรู้จักเขา!” ชายชราชุดแดง
กล่าวถามขณะที่เขาลูบเคราและยิ้มออกมา เห็นได้ชัดว่าเขาตั้งใจที่จะซื้อ
ขายหินบุปผานภา โดยการสร้างความสัมพันธ์กับเจ้าของสายตรง
จากนั้น หญิงชุดม่วงกล่าวออกมาโดยไม่มีเจตนาซ่อนความจริง
“ปรมาจารย์จวงไป่เสียน”
“จวงไป่เสียน!” ชายชราชุดแดงเผยให้เห็นถึงสีหน้าทที่ตกตะลึง “เป็น
ปรมาจารย์จวงไป่เสียนผู้ซึ่งได้รับการจัดอันดับที่ 150 ของประกาศิต
ชะตาฟ้า! เช่นนั้น มันก็เป็นเรื่องเกินมือของชายชราผู้นี้แล้ว”
ชายชราชุดแดงส่ายหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
จากขั้นปราณต้นฟ้าไปยังขั้นทำลายชีวิตนั้น ความแตกต่างเพียง
เทียบเท่าระดับภายในขอบเขตขั้นทำลายชีวิต นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เกิด
ความแตกต่างกันอย่างมากระหว่างนักสู้ในแต่ละขั้นตอนในขั้นทำลายชีวิต
ชายชราชุดแดงกำลังอยู่ในขั้นทำลายชีวิตระดับ 2; นั่นคือทั้ง 4 ระดับห่าง
จากชีวิตทำลายระดับ 6 ของจวงไป่เสียน ไม่เพียงแค่นั้น แต่ทุกขอบเขต
ภายในขั้นทำลายชีวิตถือเป็นความเสี่ยงที่ยิ่งใหญ่แห่งความตายด้วย
ทำให้เกิดความแตกต่างของสถานะระหว่างชายชรากับจวงไป่เสียน
มากยิ่งขึ้นกว่านักสู้ในขั้นปราณปลายฟ้าและนักสู้ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ใน
ภูมิภาคเขตแดนทางใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจวงไป่เสียนเป็นผู้ทรงพลัง
ที่ติดอันดับในประกาศิตชะตาฟ้า
ขณะที่ชายชราคนหนึ่งสวมเสื้อสีแดงกล่าว ชายหนุ่มวัย 17 ถึง 18 ปี
ก้าวลงมาจากบันได เขามองมายังหลินหมิงและชายชราชุดแดงแล้วกล่าว
ว่า “ข้าเป็นศิษย์ของปรมาจารย์จวง เวลาของท่านปรมาจารย์มีค่ามาก
ดังนั้นถ้าท่านมีสมบัติล้ำค่าอันใดที่ท่านต้องการทำค้าก็โปรดนำพวกเขา
ออกมาให้ข้าดู”
ชายหนุ่มนี้ดูหล่อเหลา แต่น้ำเสียงของเขาค่อนข้างหยิ่งยโส คำกล่าว
ของเขาแฝงไปด้วยความเหนือกว่า ในความเป็นจริงมันก็สามารถเข้าใจได้
ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา แขกสิบกว่าคนที่ได้มายังหอการค้าประดิษฐ์
สวรรค์เพื่อขอซื้อหินบุปผานภาเป็นการส่วนตัว ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์นี้
ชายหนุ่มผู้นี้จะต้องลงมาพบพวกเขา เขาได้ลงมาเช่นนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า
แต่ไม่มีใครสามารถดึงดูดความสนใจของเขาได้เลย เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเขา
ยังจะต้องคาดหวังอะไรอีก?
ชายชราชุดแดงหัวเราะ ครุ่นคิดเล็กน้อย เขาส่งกระแสเสียงปราณ
แท้ไปยังชายหนุ่ม ถ้าเขากล้ามาที่นี่เพื่อซื้อหินบุปผานภา เขาก็ย่อมต้องมี
ทรัพย์สมบัติล้ำค่าเพื่อการค้าขาย และตอนนี้กำลังบอกรายการสมบัติของ
ตนให้แก่ชายหนุ่ม
หลังจากที่ชายหนุ่มได้ฟังชายชราชุดแดงแล้ว ใบหน้าของเขาก็
เปลี่ยนไปและกล่าวว่า “ข้าขอโทษ แต่ท่านอาจารย์ไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านั้น”
รอยยิ้มของชายชราชุดแดงแช่แข็งอยู่บนใบหน้าของเขา ชายหนุ่มที่
หล่อเหลานี้เห็นได้ชัดว่าไม่ต้องการเจรจาต่อรองใดๆเลย
หลินหมิงเฝ้าดูเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นและคิดเกี่ยวกับมัน เขาเอง
ก็คาดหวังเอาไว้ว่าจะเป็นเช่นนี้ มันเป็นดั่งเช่นที่นักสู้ขั้นหลอมรวมแก่น
แท้จะไม่มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินของนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้า
“และอีกท่านล่ะ?”
ชายหนุ่มมองไปที่หลินหมิง เมื่อเขาเห็นว่าหลินหมิงมีระดับการบ่ม
เพาะขั้นหลอมรวมแก่นแท้เท่านั้น เขาไม่ได้หวังว่าหลินหมิงจะมีอะไรที่
น่าสนใจ
หลินหมิงเงียบอยู่ครู่หนึ่ง เขากำลังคิดถึงสิ่งที่เขาสามารถนำออกมา
ซึ่งมากพอที่จะทำให้จวงไป่เสียนสนใจ ในความเป็นจริง เขามีสมบัติล้ำ
ค่าที่สามารถทำได้ยิ่งกว่าแค่ทำให้เขาสนใจ ยกตัวอย่างเช่น กระดูกเทพ
ปีศาจระดับสวรรค์ แผ่นหยกวิถีแห่งเพลิงจากเมืองฟีนิกซ์โบราณ 6 หยด
โลหิตฟีนิกซ์โบราณ, รากผสานห้วงมิติ, ผลไม้ห้าสีและอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม มันเป็นไปไม่ได้เลยที่หลินมิงจะนำสิ่งของเหล่านี้
ออกมา และถึงแม้เขาจะทำเช่นนั้น มันก็ไม่ใช่สิ่งที่หินบุปผานภาจะเอามา
แลกเปลี่ยนได้
และเมื่อไม่อาจนับสมบัติเหล่านั้น สมบัติที่เหลือของหลินหมิงก็ไม่ได้
มีค่ามากนัก
เมื่อเห็นว่าหลินหมิงไม่ได้กล่าวสิ่งใด ชายหนุ่มที่หล่อเหลาก็กลายเป็น
โกรธเล็กน้อย “ท่านมีสิ่งใดหรือไม่? ถ้าท่านไม่มี ได้โปรดอย่าทำให้ข้า
เสียเวลา ข้ากำลังยุ่งมาก”
ในฐานะศิษย์สายตรงของจวงไป่เสียน ชายหนุ่มที่หล่อเหลาย่อมมี
ความรู้สึกที่เหนือกว่าผูัอื่น หลินหมิงไม่ได้ดูแก่กว่าเขามากนัก และไม่ว่า
เขาจะมองมุมมองจากมุมมองใดมันก็เป็นไปไม่ได้ที่รุ่นเยาว์เช่นนี้จะมี
ความมั่งคั่งที่จะแลกเปลี่ยนกับหินบุปผานภาได้ วัสดุการเล่นแร่แปรธาตุ
ระดับสูงนี้สามารถซื้อได้โดยเหล่าผู้าวุโสระดับสูงและ หรือนักเล่นแร่แปร
ธาตุที่ทรงพลัง
หลินหมิงยิ้มและจำบางอย่างขึ้นมาได้ เขาตอบไปว่า “ข้ามีอะไร
บางอย่าง แต่ไม่สามารถให้ท่านรับรู้ได้ เพราะมันอาจจะไม่สามารถทำให้
ธุรกรรมนี้ลุลวงไปด้วยดี”
ชายหนุ่มคิ้วขมวด เขากล่าวอย่างไม่พอใจว่า “ข้าอาจจะยังเยาว์ แต่
ข้าได้ติดท่านอาจารย์มาตั้งแต่ข้ายังเป็นเด็ก ข้าต้องจดจำวัสดุจำนวนมาก
ทุกวัน ข้าอ่านตำราโบราณนับไม่ถ้วนที่บรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับวัสดุ
ระดับสวรรค์จากทั้ง 4 อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ ภายใต้สวรรค์นี้ ข้าสามารถ
กล้ากล่าวได้ว่าไม่มีสิ่งใดที่ข้าจะจำไม่ได้ ถ้าข้าไม่รู้จักบางสิ่งบางอย่างแล้ว
ผู้อาวุโสสูงสุดขั้นเทพสมุทรก็ย่อมไม่ต้องการ ถ้าท่านมีอะไรให้รีบเอา
ออกมา ข้ากลัวว่าสิ่งที่ท่านคิดว่าอาจมีค่าและหายากได้ตามที่ท่านกล่าว
จะกลับกลายเป็นของธรรมดาในสายตาของข้า!”
ชายหนุ่มที่หล่อเหลามีประสบการณ์และความเข้าใจที่ดี มิเช่นนั้น
จวงไป่เสียนย่อมไม่ส่งเขามาที่นี่เพื่อดูแลการทำธุรกรรม
“ย่อมได้” หลินหมิงพยักหน้าและหยิบกล่องหยกออกจากแหวนมิติ
ของเขา เมื่อเขาเปิดกล่องหยกหนึ่งออก มันก็สามารถมองเห็นพืชสีแดงที่
คล้ายเนื้อ ด้านบนของรากของมันเป็นใบหน้าบิดเบี้ยว; มันดูเหมือนผีที่
กำลังถูกทรมาน
ใต้ใบหน้าเป็นก้อนเนื้อเท่ากำปั้นที่ดูเหมือนหัวใจเต้นอย่างรวดเร็ว
มันดูเหมือนหนูที่เพิ่งเกิด เนื้อมันมีสีเหลืองอมชมพูและยังมีขนอ่อนๆด้วย
มันเป็นสิ่งที่ไม่น่าดูชมเพียงใดนัก
อู๊ดด อู๊ดด อู๊ดด!
เมื่อชายหนุ่มที่หล่อเหลาเห็นพืชนี้เขาก็แข็งค้างไป นี่มันเป็นพืชหรือ
สัตว์? มันมีอะไรบางอย่างที่เติบโตขึ้นมาในรูปแบบที่น่าขยะแขยงและน่า
รังเกียจเช่นนี้ด้วยหรือ? และสิ่งนี้เรียกว่าอะไรกัน? มันแปลกประหลาด
มาก
“สิ่งนี้ ท่านปรมาจารย์จวงจะต้องการมันหรือไม่? ข้าต้องการขอให้
ท่านประเมินมันให้ข้า”
หลินหมิงดันกล่องหยกไปข้างหน้าหาชายหนุ่มหล่อ พืชนี้เป็นหญ้า
ศพหมื่นปีที่หลินหมิงพบในอเวจีปีศาจอมตะ
หญ้าศพหมื่นปีมีลักษณะคล้ายกับหนอนผีเสื้อจากโลกมนุษย์ มันเป็น
พืชปรสิตที่จะฝั่งตัวเองกับศพของผู้ทรงระดับจักรพรรดิและจากนั้นจะใช้
โครงกระดูกเป็นสิ่งหล่อเลี้ยงตนเอง เมื่อโตขึ้น มันจะต้องกลืนกินพลังของ
นักสู้อย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะโตเต็มที่
เมื่อหลินหมิงได้ผจญภัยเข้าไปในอเวจีปีศาจอมตะ เขาเห็นผู้ปกครอง
ทรายกระกายและผู้ปกครองเนตรเวหาและฆ่าสหายของตน บูชายัญ
โลหิตแก่หญ้าศพหมื่นปี พวกเขาได้เป้นอาหารของพืชนี้จนอิ่มหน่ำและ
ปล่อยให้มันเข้าสู่สภาวะหลับลึกเพื่อที่มันจะง่ายต่อการจับกุม
ในที่สุด ผู้ปกครองทรายประกายและผู้ปกครองเนตรเวหาได้
พยายามฆ่าหลินหมิงและได้เป็นฝ่ายกลับกลายเป็นอาหารหล่อเลี้ยงหญ้า
ศพหมื่นปีแทน ดังนั้น หญ้าศพหมื่นจึงได้ตกอยู่ในมือของหลินหมิง
นี่เป็นสิ่งที่สามารถเติบโตได้เฉพาะในสภาพแวดล้อมที่แปลก
ประหลาดของอเวจีปีศาจอมตะ มันเหมือนกับบางสิ่งที่สูญพันธุ์ไปแล้ว
จากภายในทวีปนภารินไหล
หากมองไปที่รูปลักษณ์ที่น่าเกลียดของมันควบคู่ไปกับเสียงร้องที่
รุนแรงนี้ มันสามารถสร้างผลกระทบอย่างตกตะลึงให้กับชายหนุ่มหล่อ
เหลาจนพูดไม่ออก
ในความเป็นจริงไม่เพียงแต่ชายหนุ่มหล่อเหลาที่ตกตะลึง แม้แต่หญิง
ชุดที่สวมผ้าคุมและหญิงชราชุดดำเองก็เช่นกัน ทั้งสองเป็นตัวตนระดับสูง
ในหอการค้าประดิษฐ์สวรรค์ พวกเขาทั้งสองย่อมมีประสบเกี่ยวกับสมบัติ
มากมาย
อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่เคยเห็นอะไรเช่นนี้เลย
หลินหมิงถามย้ำอีกครั้ง “ท่านคิดว่าอย่างไรบ้าง?”
ชายหนุ่มที่หล่อเหลาไม่ตอบกลับมาเป็นเวลานาน เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่า
สิ่งนี้เรียกว่าอะไรและมันมีค่ามากน้อยแค่ไหน ดังนั้นเขาจะตอบหลินหมิ
งได้อย่างไรอย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขารู้คือ มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีพลังโลหิต
มหาศาลอย่างน่าเหลือเชื่อ! ถ้ามันถูกนำมาใช้เพื่อกลั่นเป็นโอสถเสริมพลัง
ชีวิต ผลที่ได้ย่อมมหัศจรรย์อย่างแน่นอน
เผชิญหน้ากับคำถามของหลินหมิง ชายหนุ่มที่หล่อเหลารู้สึกอึดอัด
เขาเพิ่งกล่าวอย่างภูมิใจในฝีมือของตน และในพริบตา เขาก็พบว่ามันเป็น
สิ่งที่ตนไม่สามารถระบุได้ เขาได้เสียหน้าอย่างยิ่ง
หชายหนุ่มหล่อฟันและกล่าวว่า “ข้าจะไปถามท่านอาจารย์”