Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 775 กระบี่แสง
“ท่านลุงเยี่ยน, ท่านลุงลั่วอวิ๋น, ท่านตั้งสองติดตามบิดาของข้ามา
นานกว่า 50 ปี! บิดาของข้าได้ปฏิบัติกับท่านอย่างไรบ้างในอดีต? ท่านลุง
เยี่ยน ท่านมิใช่แม้แต่กลุ่มชนของตระกูลเทียนจีของข้ามาตั้งแต่เริ่มต้น
ด้วยซ้ำ! เมื่อท่านเผชิญกับความโชคร้ายในอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตา
หลอมเทวะ บิดาของข้าเป็นคนที่พาท่านเข้ามาและปกป้องท่านด้วย เขา
ไว้วางใจในตัวท่าน และท่านสามารถผ่านเข้าไปในขั้นทำลายชีวิตได้อย่าง
สมบูรณ์ผ่านช่องทางสนับสนุนของตระกูลข้าและกลายเป็นผู้อาวุโสที่สอง
ข้าถือว่าท่านเป็นลุงเสมอ และท่านยังปฎิบัติข้าด้วยวิธีนี้อีกหรือ?”
“และท่านด้วย ท่านลุงลั่วอวิ๋น บุตรชายคนโตของท่านเป็นเพียงผู้มี
พรสวรรค์สามัญ และทั้งจิตวิญญาณและเส้นชีพจรของเขาได้รับความ
เสียหายอย่างหนักในการต่อสู้ ถ้าไม่ได้เพราะโอสถที่บิดาของข้าให้ไว้ซึ่ง
มันสามารถดึงเขากลับมาจากประตูแห่งความตายได้แล้วนั้น เขาจะมีชีวิต
รอดได้อย่างไรและคงมิต้องกล่าวถึงการทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่น
แท้! ศพของบิดาของข้ายังไม่ได้เย็นด้วยซ้พ และระยะเวลาการไว้ทุกข์ก็ยัง
ไม่จบลงเช่นกัน แต่ท่านยังคงร่วมมือกับท่านลุงอีกคน และกำลังพยายาม
บังคับให้ข้าลาออกจากตำแหน่งผู้สืบทอด ท่านจะยังคงสามารถเผชิญกับ
บิดาของข้าในชีวิตหลังความตายได้อย่างไร?”
สายตาของเสี่ยวเสี่ยวเต็มไปด้วยความโกรธอย่างแท้จริง ร่างที่
สวยงามของนางสั่นอย่างหนัก เห็นได้ชัดว่าเพราะอารมณ์ความโกรธที่
รุนแรง
ด้านหน้าของนางชายคนนั้นวัยกลางคนเรียกว่าท่านลุงลั่วอวิ๋น ทำ
เพียงส่ายหัว ผสมของความผิดและความไร้อำนาจพันบนใบหน้า ด้านข้าง
เขาท่านลุงเยี่ยนมองไปยังเสี่ยวเสี่ยวตามปกติ
เขาหัวเราะและพูดว่า “สาวน้อยเทียนจี เจ้าคิดว่าบิดาของเจ้านั้นทำ
ทุกสิ่งเพื่อข้าจากความเมตตาและความเอื้ออาทร? เขาทำเช่นนั้นเพียง
เพราะข้ามีสมบัติล้ำค่าต่างเล่า หลังจากสมบัติถูกนำไปโดยเขา มันก็เห็น
ได้ชัดว่าเขาจะต้องปฏิบัติกับข้าอย่างไร! นอกจากนี้ เขารู้สึกว่าข้ามีค่าและ
พยายามที่จะให้ข้าทำงานให้กับสมาคมหอการค้าจนตัวตาย ถ้าข้าไม่ได้
เป็นประโยชน์กับเขาแล้ว เจ้าคิดว่าเขาจะดีกับข้าอยู่หรือไม่? อย่าทำให้ข้า
หัวเราะไปมากกว่านี้เลย!”
“เราเพียงจะเอาสิ่งที่เราควรได้รับจากการทำงานหนักมาเท่านั้น ใน
ความเป็นจริง เราควรได้มากกว่านี้! เจ้าบอกว่าบุตรชายคนโตของ
น้องชายเยี่ยนสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ได้หลังจากที่เขา
ได้รับการช่วยชีวิต และมันเป็นความจริง อย่างไรก็ตาม มันเกี่ยวอันใดกับ
เจ้า? ไม่เหมือนกับพรสวรรค์ของเจ้า จะเรียกว่าน่าแปลกใจหรือตกใจดี?
เจ้ายังคงอยู่ที่ขั้นปราณปลายฟ้า ทั้งที่อายุ 21 ปี และเจ้ายังใช้ทรัพยากร
มากที่สุดอีกด้วย!”
เมื่อเสี่ยวเสี่ยวได้ยินคำพูดเหล่านี้ นางก็หัวเราะอย่างว่า “การทรยศ
คือความจริงเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ธรรมชาติของมนุษย์คือความโลภตั้ง
เริ่มต้นด้วย; ไม่มีใครหลุดพ้นมันไปได้ วิสัยทัศน์ของบิดาไม่ถูกต้องและเขา
อนุญาตให้หมาป่าเข้าไปในบ้านของตนเอง ไม่มีใครสามารถตำหนิเรื่องนี้
ได้!”
ขณะที่เสี่ยวเสี่ยวกล่าวเช่นนี้ พูดชายวัยกลางคนลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้
“เสี่ยวเสี่ยว ข้าเฝ้าดูเจ้าเติบโตขึ้นและเจ้าก็มีพรสวรรค์ทางธุรกิจอย่าง
แท้จริง อย่างไรก็ตาม เจ้ายังเด็กเกินไป สมาคมหอการค้าประดิษฐ์สวรรค์
ต้องการผู้นำที่มีประสิทธิภาพและมีประสบการณ์ที่จะเป็นหางเสือได้ และ
เจ้าห่างไกลจากการมีความสามารถและอายุเพียงพอในเวลานี้”
“ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา หลังจากที่บิดาของเจ้าเสียชีวิต รายได้
ของตระกูลลดลงไปแล้ว 30% ท่านควรจำไว้ว่าสมาคมหอการค้าประดิษฐ์
สวรรค์ใช้เงินเป็นจำนวนมากกับการนั้น แต่ภาษีประจำปีของเราที่ต้อง
ส่งไปยังอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะย่อมมากยิ่งกว่า ด้วย
ค่าใช้จ่ายที่มากมายเช่นนี้ รากฐานของเราจะต้องสั่นสะเทือนหากเราไม่
สามารถเพิ่มรายได้ให้ตระกูล ข้ายังถูกบังคับโดยสภาผู้อาวุโสเพื่อแก้ไข
ปัญหานี้อย่างรวดเร็ว”
ขณะชายวัยกลางคนกล่าว เขามีหน้าตาดูเหมือนกับว่าตนได้เสียสละ
ทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อตระกูล ร่างกายของเสี่ยวเสี่ยวสั่นด้วยความโกรธ “ถูก
บังคับ? ท่านลุง มีเพียงท่านเท่านั้นที่ไร้เดียงสาถึงเพียงนี้!”
“ฮ่าๆๆ! ในขณะนี้ ชายหนุ่มหล่อเหลาหัวเราะออกมาเสียงดังและ
กล่าวว่า “ญาติของข้า ท่านเข้าใจผิดถึงเจตนาของเรา เราต้องการช่วย
แบ่งเบาภาระบนบ่าของท่าน และทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับอนาคต
ของ สมาคมหอการค้า ญาติของข้า ท่านย้ายออกจากหอการค้าประดิษฐ์
สวรรค์ก่อนหรือไม่ และกลับไปอยู่บ้านตระกูลแบบเดิม?”
หอการค้าประดิษฐ์สวรรค์เป็นเพียงสถานที่ที่ดำเนินธุรกิจของสมาคม
หอการค้าประดิษฐ์สวรรค์ เท่านั้น ส่วนที่อยู่อาศัยของตระกูลไม่ได้อยู่ที่นี่
แต่เป็นคฤหาสน์ที่แผ่กิ่งก้านสาขาอยู่ที่ชานเมืองธารธาราเสน่ห์หา
เพราะเสี่ยวเสี่ยวถูกปราบปรามโดยลุงทั้งสองของนาง นางก็กังวลว่า
นางจะถูกกักขังไว้ในบ้านถ้านางกลับบ้าน มันเป็นเวลานานแล้วตั้งแต่ที่
นางได้จากบ้านมา ตอนนี้ ทุกอย่างของนางอยู่ที่นี่แล้ว
“เทียนจีเหยียน เจ้ามันสุภาพบุรุษจอมปลอม!”
เสี่ยวเสี่ยวมองไปยังญาติผู้นี้ด้วยความเกลียดชังอย่างยิ่ง ถ้ามีบุคคล
เช่นนี้อยู่แล้ว เมื่อนางกลับไปยังบ้าน มันไม่เพียงแต่นางจะสูญเสีย
ตำแหน่งของนางเป็นหัวหน้าสมาคม แต่ความบริสุทธิ์ของนางก็ต้องถูก
นำไปด้วย!
“เสี่ยวเสี่ยว ท่านคิดมากเกินไป ในเมื่อเป็นกรณีนี้ ข้าไม่มีทางเลือก
อื่นนอกเหนือจากการขอให้คนอื่นพาท่านกลับไป” เมื่อเสียงของชายหนุ่ม
จบลง มันก็ได้มี 3 ผู้เชี่ยวชาญขั้นทำลายชีวิตก้าวไปข้างหน้าล้อมรอบ
เสี่ยวเสี่ยวไว้
ด้านข้างเสี่ยวเสี่ยว หญิงชราชุดดำได้โกรธขึ้นมา “เจ้ากำลังพยายาม
กบฏเช่นนั้นหรือ?”
“ผู้อาวุโสไป่ ข้าแนะนำให้ท่านเข้าใจข้อจำกัดของท่านและไม่มายุ่ง
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทุกคนที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของหอการค้าประดิษฐ์สวรรค์
และยังมีจำนวน 3 ต่อ ท่านก็ไม่มีโอกาสชนะได้ ถ้าท่านได้รับบาดเจ็บโดย
บังเอิญ…”
ชายชราหนึ่งนั้นยิ้มอย่างเย็นชาออกมา มือของเขาได้สัมผัสแหวนมิติ
และกำลังจะโจมตี อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้หัวใจของเขารู้สึกราวกับว่ามัน
ตกลงไปในทะเลสาบน้ำแข็ง เขารู้สึกถึงจิตสังหารที่หนาแน่นจับจ้องมาที่
เขา!
ขณะที่เขาหันไปมอง เขาก็รู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นว่าห่างออกไป
100 ก้าวมีชายหนุ่มสีขาวยืนเอามือไขว้หลังอยู่ ดูเหมือนเพียงแค่ยืนอยู่ที่
นั่น เขาก็จับมือทุกคนไว้ในฝ่ามือของเขาไปเรียบร้อยแล้ว
“เจ้าคือใคร? เจ้าเข้ามาได้อย่างไร?” ชายชราจ้องมองที่หลินหมิง
เหมือนหมาป่า เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้มาที่นี่ด้วยเจตนาดี
หลินหมิงไม่สนใจคนเหล่านี้อย่างสิ้นเชิง บรรดาหนอนที่เนรคุณผู้ที่ไม่
มีความเมตตา ผู้ที่จะใช้ประโยชน์จากการตายของหัวหน้าสมาคม เพื่อ
กักขังบุตรของเขา และโลภในทรัพย์สินของเขา เขาก็ไม่ได้มีความรู้สึก
ประทับใจกับพวกนี้เลยสักนิด
เขามองไปยังเสี่ยวเสี่ยวและถามด้วยเสียงจริงว่า “เพียงแค่คนเหล่านี้
หรือ?”
“มันยังมีคนที่แข็งแกร่งกว่า และยังไม่ได้มาในวันนี้” เมื่อเสี่ยวเสี่ยว
เห็นหลินหมิงปรากฏตัวขึ้น ความหวังก็ได้ลุกโชนขึ้นในหัวใจของนางอีก
ครั้ง
” 1 คนที่อยู่ขั้นทำลายชีวิตระดับ 1 และ 2 คนที่อยู่จุดสูงสุดขั้น
ทำลายชีวิต” หลินหมิงคิดว่าการบ่มเพาะของคนเหล่านี้ค่อนข้างธรรมดา
ดูเหมือนว่าความแข็งแกร่งของตระกูลเทียนจีทั้งหมดจะเท่ากับ ดินแดน
ปีศาจแห่งทะเลทางใต้ซึ่งเป็นนิกายระดับ 5 เท่านั้น
4 อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เป็นนิกายกึ่งระดับ 6 ดังนั้นจึงสมเหตุสมผลที่
กองกำลังใต้บัญชาของพวกเขาจะเป็นเพียงนิกายระดับ 5 ทั่วไป
“เจ้าหนุ่ม ชายชราผู้นี้กำลังพูดกับเจ้า เจ้าหูหนวกหรืออย่างไร?”
ในขณะที่ชายชราเห็นหลินหมิงเมินเฉยต่อคำถามของตน ใบหน้าของ
เขาก็กลายเป็นความมืดมนและบิดเบี้ยวอย่างน่ารังเกียจ
เป็นผู้ช่วยเหลือจากเสี่ยวเสี่ยว, เทียนจีเหยียนเย้ยหยันขณะที่เขา
กล่าว “มันไม่มีอะไรที่ต้องถาม คนโง่เขลาผู้นี้เป็นเพียงผู้ช่วยของเสี่ยว
เสี่ยวอย่างแน่นอน ข้าต้องกล่าวว่า การตัดสินของท่านนั้นแย่เกินไป กามา
ได้เพียงเด็กหนุ่มยังไม่ถึงขั้นทำลายชีวิต, ฮ่าๆ… เขาไม่พอสำหรับการตบ
แม้แต่ครั้งเดียวด้วยซ้ำ!”
เทียนจีเหยียนหันมาหาหลินหมิง รอยยิ้มเย้ยหน้าอยู่บนใบหน้าของ
เขา “ข้ารู้สึกแย่ต่อเจ้าจริงๆ เจ้าคิดว่าตนเป็นวีรบุรุษที่มาช่วยหญิงสาวใน
ยามทุกข์? ฮ่าๆ เจ้าก็จะต้องเสียใจกับสิ่งที่ตนเลือกในวันนี้ เจ้าเป็นเพียง
คางคกแต่ริอาจจะกินเนื้อหงส์ วันนี้ข้าจะตัดมือและเท้าของเจ้า และ
ความเป็นชายของเจ้าด้วย ข้าต้องการให้เจ้าร้องขอ– ”
เทียนจีเหยียนยังมิทันได้กล่าวจนจบประโยคเมื่อสายตาของเขาได้
พร่ามัวไปอย่างฉับพลัน เขารู้สึกราวกับว่าถังน้ำเย็นเทลงทั่วตัว ทำให้
ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยความมึนงงและไม่สามารถเคลื่อนไหวได้แม้แต่
นิ้วเดียว
เทียนจีเหยียนตกใจอย่างมาก ก่อนที่เขาจะสามารถทันได้ตอบสนอง
ทุกอย่างที่เขาเห็นคือใบหน้าที่เยือกเย็นของหลินหมิงปรากฏขึ้นต่อหน้า
เขาแล้ว
ผ่ามือของกระแทกลงไป
ฝ่ามือสะบั้นชีพจร!!
ปัง!
เทียนจีเหยียนรู้สึกเพียงว่าตันเถียนของเขาสั่นสะเทือนและก็มี
พลังงานที่รุ่นแรงบ้าคลั่งบุกเข้าสู่เส้นชีพจรของเขาโดยไม่สนใจสิ่งที่มันได้
สัมผัส เขาสำลักโลหิตกองโตขณะที่เขากระเด็นไปข้างหลัง ชนเข้ากับ
กำแพง
เหล่านักสู้ต่างตะลึงเมื่อเห็นสิ่งนี้ พวกเขาไม่เคยคิดว่าหลินหมิงจะจู่
โจมทันที และด้วยการเคลื่อนไหวที่น่ากลัวอย่างรวดเร็วราวกับการ
ปรากฏตัวของภูติผี!
“สารเลว, เจ้าได้ทำสิ่งที่ไม่อาจให้อภัย! ข้าจะฆ่าเจ้าซะ!” บิดาของ
เทียนจีเหยียนเห็นว่าการโจมตีนั้นมุ่งเป้าไปที่ตันเถียน หัวใจพลุ่งพล่าน
ด้วยความโกรธ เขาก้าวออกมาข้างหน้าและดึงสมบัติกระบี่ออกมาจาก
แหวนมิติของเขาก่อนที่จะฟันไปยังคอของหลินหมิง กระบี่นี้เต็มไปด้วย
พลังและถ้านักสู้ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ทั่วไปต้องเผชิญกับมัน คอของพวก
เขาจะหลุดจากบ่าอย่างแน่นอน!
“น้องชายเฟิง ระวัง!” ชายชราอวิ๋นรีบชเตือนเมื่อเห็นบิดาของเทียนจี
เหยียนกลายเป็นตาบอดด้วยความโกรธ แม้ว่าพรสวรรค์ของเทียนจีเห
ยียนจะไม่โดดเด่นมากนัก และแม้ว่าเขาจะมาถึงขั้นหลอมรวมแก่นแท้
เมื่ออายุ 40 ปีแล้วก็ตาม แต่ด้วยความช่วยเหลือของทรัพยากรที่น่าทึ่ง
การบ่มเพาะของเขาก็ยังคงอยู่ในระดับเดียวกันกับหลินหมิง ถึงกระนั้น
หลินหมิงก็ยังทำให้เขาบาดเจ็บหนักด้วยเพียงการโจมตีครั้งเดียว ถึงแม้จะ
เป็นผลที่ได้จากการลอบโจมตี แต่ก็ยังพิสูจน์ให้เห็นว่าหลินหมิงมีความ
แข็งแกร่งเกินกว่านักสู้ในระดับเดียวกัน
ก่อนที่ชายชราอวิ๋นจะทันได้ยินเสียงเตือน มันก็มีเสียงโลหะสั่น
หลินหมิงได้คว้ากระบี่ของเทียนจีเฟิงด้วยมือเปล่าตัว ส่วนมืออีกข้างหนึ่ง
กำหมัดชกไปยังอกของเทียนจีเฟิง
เคล็ดวิชากายา หมัดสลายกระดูก!
ปังงงงง!
จากนั้นก็มีเสียงแตกหักดังออกมา ซี่โครงของเทียนจีเฟิงแตกออก
จากกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งหน้าอกของเขายุบลงและกระเด็นถอยหลังชนเข้า
กับกำแพง จมลึกเข้าไปในนั้น
ส่วนหลินหมิง เขายังคว้ากระบี่ไว้ในมือ เขาเทจิตวิญญาณต่อสู้เข้าไป
พุ่งมันตรงไปยังหัวใจเทียนจีเฟิง
เสี่ยวเสี่ยวตกใจเมื่อเห็นการกระทำของหลินหมิง แม้ว่านางเกลียด
คนเหล่านี้ถึงกระดูกดำ แต่นางก็ไม่ได้ต้องการที่จะฆ่าพวกเขา เพราะไม่ว่า
อย่างไรพวกเขาเป็นคนตระกูลของนาง
ในความเป็นจริง แม้จะอยู่มานานและทะลวงเข้าสู่ขั้นปราณปลายฟ้า
ได้ แต่นางไม่เคยมีส่วนร่วมในชีวิตจริงหรือการต่อสู้กับความตายเลย
“ไม่!”
ในขณะที่เสี่ยวเสี่ยวตะโกนออกมา ปลายกระบี่ได้ห่างเพียง 3 ก้าว
จากหัวใจของเทียนจีเฟิง!
เทียนจีเฟิงรู้สึกกระวนกระวายใจถึงจุดที่รู้สึกราวกับว่าวิญญาณของ
เขาได้หนีออกจากร่างแล้ว มันสายเกินไปแล้วที่จะหลบ เขาทำได้เพียง
โคจรปราณแท้จนถึงขีดสุดเพื่อป้องกันกระบี่นี้
หลินหมิงคิ้วขมวดขณะที่ได้ยินเสียงตะโกนของเสี่ยวเสี่ยว เขาจึง
เปลี่ยนวิถีของกระบี่ด้วยจิตวิญญาณต่อสู้
ฉึบ!
จุดกระบี่นั้นห่างไปเพียง 3 นิ้วจากเป้าหมายเดิม จากเป้าหมายเดิม
คือหัวใจของเทียนจีเฟิง เปลี่ยนไปเป็นปอดด้านขวา ปราณแท้ปกป้องร่าง
ของเทียนจีเฟิงได้ถูกฉีกขาดออกจากกันราวกับว่ามันไม่มีอะไรมากไปกว่า
กระดาษเปียกๆ
โลหิตพุ่งกระฉูดออกมา เทียนจีเฟิงนั้นราวกับถูกตอกตะปูเข้ากับผนัง
ด้วยกระบี่ของเขา ด้ามของกระบี่ยังคงสั่นสะเทือนอยู่
หลินหมิงหันไปทางเสี่ยวเสี่ยว
เสี่ยวเสี่ยวเองก็สับสน นางไม่เคยเห็นการต่อสู้ของหลินหมิงมาก่อน
นางเพิ่งเพียงได้ยินคำอธิบายจากผู้อาวุโสไป่เกี่ยวกับเขา ถึงกระนั้น นางก็
ไม่เคยคิดเลยว่าหลินหมิงจะมีพลังมากถึงเพียงนี้ ทันทีที่เขาดำเนินการ
เขาเกือบจะฆ่าเทียนจีเฟิงได้อย่างง่ายดาย
“ท่านหลิน โปรดอย่าฆ่าพวกเขา ถ้าสภาผู้อาวุโสพบว่าข้าจ้างคนนอก
เพื่อช่วยฆ่าคนในตระกูลเทียนจีของตนเองแล้ว มันจะทำให้เกิดข่าวลือที่
เป็นอันตราย ท่านลุงคนอื่นๆอาจจะใช้ข้ออ้างนี้เพื่อให้สภาผู้อาวุโสลงโทษ
ข้าด้วยการถูกขับไล่ออกไป
เสี่ยวเสี่ยวนั้นมีจิตใจดี นางไม่สามารถทำได้เพียงยืนดู นางตระหนักดี
ว่าถ้าผู้คนเริ่มตกตายแล้ว ความขัดแย้งทั้งหมดจะทวีความรุนแรงขึ้นอย่าง
รวดเร็ว แม้ว่านางจะกลายเป็นหัวหน้าสมาคม โดยสั่งฆ่าผู้อื่นที่ขว้างทาง
มันจะกลายเป็นเรื่องยากที่จะควบคุมตระกูลในอนาคต เพราะไม่ว่า
อย่างไร หลินหมิงไม่สามารถอยู่กับนางได้ตลอดไป เมื่อหลินหมิงจากไป
ความขัดแย้งต่างๆจะปะทุขึ้นและนางจะตายถ้านางไม่สามารถยึด
ตำแหน่งของตนเองไว้ได้