Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 789 บึงทมิฬแปดพันลี้
ซือถูชวนชนเข้ากับทะเลสาบเก้าบุปผา ทำให้น้ำเย็นพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
การโจมตีด้วยหอกตัวเดียวส่งซือถูชวนลงไปในทะเลสาบ แต่หลินห
มิงยังคงลอยสูงในอากาศราวกับว่าเขาไม่ได้ใช้พลังงานมากมายอันใดเลย
“น่าหวาดกลัวยิ่งนัก!”
ขณะที่ทุกคนมองไปยังหลินหมิงที่ลอยสูงอยู่ในอากาศ นักสู้ขั้ันหลอม
รวมแก่นแท้หลายคนเกือบจะกระอักโลหิตและยิ่งหน้าซีดมากขึ้น เมื่อครู่
ก่อน เขารู้สึกได้ถึงความทรงพลังอย่างไม่อาจต้านทานได้ในผลพวงของ
การปะทะกัน ความจริงคือ พวกเขาทั้งหมดด้อยกว่าซือถูชวน แม้ว่าซือถูช
วนจะมีอายุมากกว่าพวกเขา แต่การบ่มเพาะของเขาก็ยังคงอยู่ถึงจุดสูงสุด
ขั้นทำลายชีวิตระดับ 2
แต่ที่หลินหลานเจี้ยน อายุของเขายังไม่เป็นที่รู้จัก บางทีเขาอาจจะ
อายุไม่เกิน 26 ปี การบ่มเพาะของพระองค์อยู่ที่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วง
ปลาย แต่ความแข็งแกร่งของเขามากพอที่จะกำราบซือถูชวนได้อย่าง
สมบูรณ์
มันทำให้ทุกคนรู้สึกท้อแท้และหมดหนทาง นี่ไม่ได้ดูเหมือนจะเป็น
พรสวรรค์ที่มนุษย์ควรมี
ไม่ใช่เพียงนักสู้ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ที่ตื่นตระหนก แต่องค์ชายอีก
หลายคนในกลุ่มผู้ชมก็ตกใจ หลินหมิงย่อมจะกลายเป็นหนึ่งในผู้ทรงพลัง
สูงสุดในทวีปนภารินไหล บุคคลดังกล่าวจะสามารถใช้อิทธิพลได้ไม่จำกัด
เกือบทั่วทั้งทวีปในอนาคต และปัจจัยที่สำคัญที่สุดก็คือ เขาไม่ได้เป็นหนึ่ง
ในคนของ 4 อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์หรือผู้ใต้บังคับบัญชาผู้ใด ความเป็นไปได้
ในอนาคตของเขาไร้ที่สิ้นสุด!
บึม!
ผิวของน้ำระเบิดขึ้นเมื่อซือถูชวนพุ่งขึ้นมา ในขณะนี้ ใบหน้าของเขา
ซีดขาวและผมของเขาก็ยุ่งเหยิงอย่างยิ่ง ร่างกายของเขาเปียกโชกไปด้วย
น้ำและอับอายอย่างที่สุด
หลินหมิงมองไปยังซือถูชวนอย่างไม่แยแส ความสามารถในการ
ป้องกันของซือถูชวนแข็งแกร่งอย่างยิ่งที่สามารถต้านทานการโจมตีของ
เขาได้ แม้ว่าเขาอาการบาดเจ็บสองครั้ง แต่อาการบาดเจ็บของเขาไม่หนัก
มาก
อย่างไรก็ตาม นี่ก็สมเหตุสมผล ‘เคล็ดบ่มเพาะง้าวโลหิตล้างผลาญ’
กลายเป็นทักษะการต่อสู้ที่มีชื่อเสียงของจักรพรรดิปีศาจ แต่เดิมไม่ได้ใช้
เป็นเพียงความสามารถในการโจมตีที่โดดเด่น แต่การป้องกันก็ด้วย ผนึก
ดูดกลืนโลหิตสามารถใช้ในการโจมตีและการป้องกันได้
ซือถูชวนได้ผสมผสานผนึกดูดกลืนโลหิตเข้ากับปราณแท้ปกป้องร่าง
มันทำให้ปราณแท้ปกป้องร่างของเขามีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างมาก!
‘ซือถูชวนเป็นผู้เชี่ยวชาญในการป้องกันอย่างแท้จริง แม้ว่าเขา
อาจจะด้อยแอกว่าซือกุ่ยเหยิน แต่ก็ไม่มากนัก และถ้าเขาใช้ความสามารถ
พิเศษนี้ในการกระตุ้นสายเลือดเมื่อครู่ เขาก็จะสามารถที่จะก้าวข้าม
ซือกุ่ยเหยินได้ แต่มันก็ค่อนข้างแย่ เพราะเขาต้องมาเจอข้า
การเจอกับหลินหมิงเป็นความโชคร้ายของซือถูชวน อย่างคำกล่าว
ที่ว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง หลินหมิงได้ฝึกฝน “เคล็ดบ่มเพาะ
ง้าวโลหิตล้างผลาญ” ที่ซือถูชวนมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว และสมบูรณ์
แบบมากกว่า
ตัวอย่างเช่น ทักษะทั้งหมดเมื่อครู่ ซือถูชวนได้ใช้ ผนึกโลหิตเกลียว
คลื่นสังหาร, หอกบรรรพกาลจู่โจม, เส้นทางการสังหาร หลินหมิงรู้ทักษะ
ทั้งหมดเหล่านี้ราวกับดูลายมือตนเอง อาจจะไม่มีผู้ใดเข้าใจเรื่องลักษณะ
ของผนึกดูดกลืนโลหิตมากกว่าเขาก็เป็นได้
ก่อนที่พวกเขาจะต่อสู้ ทักษะทั้งหมดของซือถูชวนก็ได้ถูกเข้าใจโดย
หลินหมิงเรียบร้อยแล้ว เขาจะไปชนะได้อย่างไร?
สิ่งที่น่าเศร้าคือสองเสาหลักเสาของซือถูชวน – วิถีแห่งมิติและ
เส้นทางการสังหาร ทั้งหมดถูกทำลายโดยหลินหมิง มันทำให้มันไม่
สามารถแสดงจุดแข็งที่แท้จริงของ ‘เคล็ดบ่มเพาะง้าวโลหิตล้างผลาญ’
ออกมาได้
จากนั้น ความได้เปรียบเฉพาะของซือถูชวนต่อหลินหมิงก็คือการบ่ม
เพาะของเขาที่สูงกว่าถึงขั้นใหญ่ แต่ถึงกระนั้น ด้วยการสนับสนุนของจิต
วิญญาณต่อสู้ 8 ประตูเร้นลับภายใน ความเข้าใจวิถีและปัจจัยอื่นๆ
ทั้งหมดนี้ทำให้ซือถูชวนถูกกดรังแกตั้งแต่ต้นจนจบ
เดิมที ความสามารถในการป้องกันที่น่าสะพรึงกลัวของซือถูชวน คือ
เหตุผลที่ทำให้เขาสามารถติดอันดับในประกาศิตชะตาฟ้าได้ อย่างไรก็
ตาม การป้องกันไม่สามารถเทียบกับการโจมตี การโจมตีสามารถนำมาใช้
เพื่อกำราบคนอื่นได้ แต่หากมีดีแค่การป้องกันเพียงอย่างเดียว นั่น
หมายความว่าจะต้องรับการโจมตีจำนวนมาก เมื่อการต่อสู้เกิดขึ้นอย่าง
ต่อเนื่อง ซือถูชวนดูเหมือนจะไม่มีแรงหรือความสามารถในการต้านทาน
ต่อไป
ในสถานการณ์ปัจจุบันของเขา ใบหน้าของซือถูชวนบิดเบี้ยวอย่าง
รุนแรงด้วยความโกรธ เขาไม่สามารถยอมรับความพ่ายแพ้นี้ได้ เขายอม
สูญเสียร้อยปีของชีวิตดีกว่าที่จะยอมรับความพ่ายแพ้ต่อหลินหมิง
“น้องชายซือถู เจ้าแพ้ไปแล้ว” เหยียงอวิ๋นลุกขึ้นและกล่าว
ริมฝีปากของซือถูชวนบิดเบี้ยว เส้นเลือดดำสีฟ้าปรากฏขึ้นที่
หน้าผากของเขา เขาได้พ่ายแพ้ครั้งแล้วครั้งเล่า ซือถูชวนไม่สามารถกล่าว
ได้อีกว่าเขาจะใช้เวลาที่เหลืออีก 10 กระบวนท่ากับหลินหมิง และแม้เขา
จะไม่ต้องการที่จะยอมรับเรื่องนี้ แต่การทำต่อสู้ครั้งนี้จะไร้ผล – เขาจะ
ถูกอัดลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง
“ไม่ต้องสู้ต่อ พวกเราสองคนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา การสู้ต่อไปนี้เป็น
เพียงการขายหน้าตัวเอง” กระแสเสียงปราณแท้ดังขึ้นในหูของซือถูชวน
ข้อความนี้มาจากซือถูเฟิง
“เด็กนี้เห็นได้ชัดว่าเข้าใจถึงความสามารถทั้งหมดของเจ้า และเขาคง
จะได้รับ ‘เคล็ดบ่มเพาะง้าวโลหิตล้างผลาญ’ ด้วย อย่างไรก็ตาม เราไม่รู้
อะไรเกี่ยวกับเขา สิ่งที่เราเห็นก็คือ เงาของ ‘เคล็ดบ่มเพาะง้าวโลหิตล้าง
ผลาญ’ ในทักษะของเขา เราต้องรายงานเรื่องนี้ต่อจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์
และให้เขาตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรดี!”
ใบหน้าที่น่าหวาดกลัวของซือถูชวนดูเหมือนจะไม่อยากตัดใจ
จากนั้น เขากัดฟันและลงมาจากอากาศ
“หยกไม้จิตวิญญาณ 10 ล้านจินและหยกไม้จิตวิญญาณแก่นแท้ 1
จิน” หลินหมิงกล่าวออกมา
ขณะที่ซือถูชวนและซือถูเฟิงได้ยินคำพูดเหล่านี้ ริมฝีปากของเขาก็
บิดเบี้ยวอย่างยิ่ง แม้จะมีทรพยากรที่มากมาย แต่การผลิตสมบัติเหล่านี้ก็
ยังคงเป็นเรื่องยากมาก
“ข้าไม่ได้นำสิ่งเหล่านั้นมาด้วย ข้าสามารถชดเชยให้เจ้าด้วยหิน
ลมปราณจิตวิญญาณและสิ่งอื่นๆ” ซือถูชวนกล่าวด้วยสีหน้ามืดมน
หลินหมิงหัวเราะ “หยกไม้จิตวิญญาณและหยกไม้จิตวิญญาณแก่น
แท้เป็นสมบัติล้ำค่าที่ไม่สามารถซื้อได้; ค่าของพวกมันย่อมไม่สามารถ
ประมาณด้วยหินลมปราณจิตวิญญาณ มีรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นที่นี่มากมายซึ่ง
มีสมบัติล้ำค่าติดตัวมาด้วย ด้วยสถานะของเจ้าในฐานะองค์ชายแห่ง
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า การยืมพวกเขาก็ไม่ควรจะยากเกินไป”
“เจ้า!”
ลำไส้ของซือถูชวนบิดเข้าหากันอย่างเจ็บปวดขณะที่เขาได้ยินคำพูด
ของหลินหมิง ซือถูเฟิงเกรงว่าเขาจะเปิดปากและพูดอะไรบางอย่างที่โง่
เขลาเขาจึงก็เดินไปข้างหน้าและกล่าวว่า “เนื่องจากเราเต็มใจที่จะเดิมพัน
เราก็เตรียมพร้อมที่จะสูญเสีย องค์รัชทายาท โปรดให้เรายืมหยกไม้จิต
วิญญาณด้วย!”
มีองค์รัชทายาทเพียงคนเดียวที่นี่ – เหยียงอวิ๋น อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์
เก้าเตาหลอมเทวะมีทรัพยากรหยกไม้จิตวิญญาณที่มั่งคั่งมากที่สุด ดังนั้น
เขาจึงเป็นคนเดียวที่สามารถนำหยกไม้จิตวิญญาณ 10 ล้านจินและหยก
ไม้จิตวิญญาณแก่นแท้ 1 จินมาได้อย่างง่ายดาย
เหยียงอวิ๋นยิ้มขณะที่เขาลุกขึ้นยืนและกล่าวว่า “ทุกคนที่นี่เป็นตัวตน
ที่ยิ่งใหญ่ของทวีปนภารินไหล สำหรับเราทุกคนมาชุมนุมกันที่งานเลี้ยง
เก้าบุปผานี้เองเป็นจังหวะของโชคชะตา เราต้องไม่ทำลายมิตรภาพของ
เรา ในเมื่อน้องชายหลินต้องการหยกไม้จิตวิญญาณ ข้าก็มีให้น้องชายซือ
ถูยืมได้”
เมื่อเหยียงอวิ๋นกล่าวจบ เขาหยิบกล่องหยกออกมาจากแหวนมิติ
กล่องหยกที่ใสและแพรวพราวนี้ยาวเพียง 3 นิ้วเท่านั้น หลังจากที่เปิดมัน
แสงที่สุกใสก็เปล่งออกมาข้างนอก เหยียงอวิ๋นเอาหยกไม้จิตวิญญาณ
ขนาดเท่าไข่นกกระทาออกจากกล่องหยก ทุกคนตกใจที่เห็นหยกไม้จิต
วิญญาณนี้ – มันเป็นสีทองเข้มอย่างไม่คาดคิด
“นั่นคือหยกไม้จิตวิญญาณแก่นแท้!”
แม้ว่านักสู้นักต่อสู้จะเป็นบุคคลที่มั่งคั่งเป็นพิเศษ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่
พวกเขาได้เห็นหยกไม้จิตวิญญาณแก่นแท้ที่หายาก
เหยียงอวิ๋นกล่าวว่า “หยกไม้จิตวิญญาณแก่นแท้มีค่ามากกว่าหยกไม้
จิตวิญญาณหลายเท่า อย่ามองว่าหยกไม้จิตวิญญาณแก่นแท้มีขนาดเล็ก
เพียงใด; ความจริงก็คือ มันเป็นจำนวน 1 จินและ 3 ชั่งแล้ว สำหรับหยก
ไม้จิตวิญญาณล้านปีข้าไม่ได้นำมันมากับข้าในวันนี้ หลังจากนั้นข้าจะไป
ยังคลังของอาณาจักรและเลือกวัสดุที่เหมาะสมสำหรับน้องชายหลิน”
หลินหมิงกล่าวว่า “องค์รัชทายาทสุภาพเกินไป หยกไม้จิตวิญญาณ
แก่นแท้ 3 ชั่งนี้ก็มากพอจะชดเชยหยกไม้จิตวิญญาณล้านปีได้แล้ว”
หลินหมิงได้รับการสืบทอดความทรงจำนักเล่นแร่แปรธาตุของแดน
เทวะ มันให้เขาได้เข้าใจถึงมูลค่าของหยกไม้จิตวิญญาณอย่างแท้จริง
“ฮ่าๆ ดี” เหยียงอวิ๋นเช่นด้วย แสงสีฟ้าเข้าล้อมรอบกล่องหยกและ
ลอยอย่างช้าไปทางหลินหมิง
หลินหมิงได้รับกล่องหยกมาและใส่ไว้ในแหวนมิติ “ขอบใจท่านองค์
รัชทายาทอย่างยิ่ง”
คำพูดของหลินหมิงได้กล่าวออกมาจากใจจริง นับตั้งแต่เข้าสู่
พระราชวังศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะ หลินหมิงก็ได้รับความประทับใจ
อย่างมากจากเหยียงอวิ๋น
“ฮ่าๆ, อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะมั่งคั่งอยู่แล้ว หยกไม้จิต
วิญญาณแก่นแท้นี้ถูกขุดขึ้นมาจากบึงทมิฬแปดพันลี้ในทะเลแห่ง
ปาฏิหาริย์!” องค์ชายกลั่นนภากล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ทะเลแห่งปาฏิหาริย์ บึงทมิฬแปดพันลี้?” หลินหมิงกล่าวถามขณะที่
เขาได้ยินคำพูดขององค์ชายกลั่นนภา ในใจของเขา มันเกิดความสัมพันธ์
ที่แปลกประหลาดขึ้น
“หืม? น้องชายหลินไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับบึงทมิฬมาก่อนหรือ?” องค์
ชายกลั่นนภามองอย่างปนะหลาดใจไปยังหลินหมิง แต่เขายังคงอธิบาย
ต่อไปว่า “ทะเลแห่งปาฏิหาริย์เป็นที่รู้จักในนามทะเลที่ไม่อาจหวนกับและ
มหาสมุทรแห่งพายุที่ไร้ที่สิ้นสุด มันเป็นสิ่งที่น่าหวาดกลัวที่สุดในเขตต้อง
ข้ามทั้งหมดของของทวีปนภารินไหล!”
ขณะที่องค์ชายกลั่นนภาได้กล่าวถึงตรงนี่ องค์ชายอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์เจ็ดดาราก็ยิ้มให้สั่นศีรษะขณะที่เขาเสริมว่า “พี่ชายโอวเหย่
คำอธิบายทะเลปาฏิหาริย์ในฐานะเขตต้องห้ามนั้นยังห่างไกลเกินไป มี
หลายพื้นที่ในทวีปนภารินไหลเรียกว่าเขตต้องห้าม แต่ความจริงก็คือมี
สัตว์อสูรอยู่เพียงหนึ่งหรือสองตัว ส่วนใหญ่สามารถจัดการผู้ทรงพลังขั้น
หลอมรวมแก่นแท้เท่านั้น”
ขณะที่องค์ชายอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เจ็ดดารากล่าวถึงที่นี่ นักสู้คน
อื่นๆต่างก็ยิ้ม อันที่จริงแล้ว นักสู้ที่มีระดับพลังแตกต่างกัน ความ
แข็งแกร่งของคำจำกัดความเขตต้องห้ามก็ย่อมแตกต่างกันไป
“สหายหลี่ เจ้าไม่จำเป็นต้องขัดจังหวะข้า” องค์ชายกลั่นนภาด้วย
เสียงหัวเราะ เห็นได้ชัดจากน้ำเสียง ว่าเขามีมิตรที่ดีกับองค์ชายเจ็ดดารา
“ทะเลแห่งปาฏิหาริย์เป็นเขตต้องห้ามที่แท้จริง และยังเป็นดินแดนที่
อันตรายที่สุดในทะเลแห่งปาฏิหาริย์ หลังจากที่เข้าลึกเข้าไปในทะเลแห่ง
ปาฏิหาริย์แล้ว มีคนกล่าวว่าทะเลทั้งมวลไร้สิ่งมีชีวิต มืดสลัวและท้องฟ้า
จะปกคลุมไปด้วยชั้นของพายุสายฟ้าตลอดเวลา ไม่ใช่เรื่องกล่าวเกินจริงที่
จะบอกว่าการเข้าสู่ทะเลแห่งปาฏิหาริย์เป็นการเดินเข้าสู่ประตูแห่ง โดย
ไม่มีข้อยกเว้น แม้ผู้อาวุโสสูงสุดขั้นเทพสมุทรก็เช่นกัน จนถึงขณะนี้ยังไม่มี
บันทึกใดๆที่เคยมีใครสามารถข้ามทะเลแห่งปาฏิหาริย์ได้ แม้กระทั่ง 4
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ก็ยังสักการะบูชาทะเลแห่งปาฏิหาริย์ด้วย”
“และล้อมรอบทะเลของปาฏิหาริย์ก็เป็นบึงทมิฬแปดพันลี้ ซึ่ง
สามารถถือได้ว่าเป็นชายฝั่งของ ทะเลแห่งปาฏิหาริย์ เนื่องจากภูมิ
ประเทศของแผ่นดินมีลักษณะคล้ายกับชายหาดและชายฝั่งทะเล
โดยรอบทั้งหมดของทะเลแห่งปาฏิหาริย์จึงมีลักษณะคล้ายบึงทมิฬ แม้ว่า
บึงทมิฬนี้มีความเสี่ยงต่ำกว่าทะเลแห่งปาฏิหาริย์ แต่ก็ยังไม่ใช่สถานที่ซึ่ง
ขั้นเทพสมุทรจะสามารถเข้าและออกได้อย่างอิสระ มีแม้กระทั่งผู้ทรงพลัง
ขั้นเทพสมุทรก็ยังสามารถตกตายภายในได้ถ้าโชคของพวกเขาไม่ดีพอ
ตัวอย่างเช่น แม้ว่าข้าจะเข้าสู่บึงทมิฬแปดพันลี้ มันจะไม่สำคัญว่าข้าจะมี
สมบัติวิเศษมากมายและอุปกรณ์ป้องกันที่ข้านำติดตัวไปด้วย ข้าจะไม่
สามารถกลับมาได้”
องค์ชายกลั่นนภายับยั้งรอยยิ้มของตนเองขณะที่เขากล่าวถึงตรงนี้
แต่หัวใจของหลินหมิงกำลังพุ่งพล่านไปด้วยอารมณ์ ทะเลแห่งปาฏิหาริย์
แห่งนี้ฟังดูคล้ายกับอเวจีปีศาจอมตะ!
อเวจีปีศาจอมตะเองก็รู้จัดกันในนามดินแดนที่ไม่อาจหวนกลับ เมื่อผู้
ทรงพลังอับดับหนึ่งของทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์มาถึงคอขวดในการบ่มเพาะ
ของเขา เขาก็ได้เลือกเข้าสู่อเวจีปีศาจอมตะเพื่อค้นหาโชค แต่ผลลัพธ์ก็
คือ เขาตกตายที่นั่นและไม่เคยได้กลับออกมา!
และรอบๆอเวจีปีศาจอมตะก็คือเขตต้องห้าม 1000 ลี้ ถึงแม้ว่าความ
เสี่ยงจะห่างไกลกว่าอเวจีปีศาจอมตะ แต่ก็ยังคงไม่ใช่สถานที่นักสู้ระดับ
จักรพรรดิจะสามารถเข้าออกได้อย่างอิสระอยู่ดี
ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครองชั้นสูงของหอคอยแยกนภาทั้ง 12 หรือเจ้า
หอคอยเองก็ไม่มีใครที่ได้กลับมาหลังจากเข้าสู่เขตต้องห้าม 1000 ลี้ ส่วน
หลินหมิง เขาหลบหนีออกจากเขตต้องห้าม 1,000 ลี้โดยอาศัยความทรง
จำของจักรพรรดิปีศาจและความสามารถเฉพาะตัว
และหลังจากฟังคำพูดขององค์ชายกลั่นนภา บึงทมิฬแปดพันลี้ก็
คล้ายคลึงกับเขตต้องห้าม 1000 ลี้ของอเวจีปีศาจอมตะอย่างมาก
ทวีปนภาลินไหลมีทะเลแห่งปาฏิหาริย์ และทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์มี
อเวจีปีศาจอมตะ นี่เป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่?
ขณะที่หลินหมิงกำลังครุ่นคิด คำกล่าวต่อไปขององค์ชายกลั่นนภาก็
ทำให้เกิดคลื่นยิ่งใหญ่ขึ้นในจิตใจของหลินหมิง
เขากล่าวว่า “ทุกๆ 10 ปี มันจะมีคลื่นยักษ์สึนามิสีดำมาจากทะเล
แห่งปาฏิหาริย์ โดยปกติแล้ว คลื่นยักษ์สึนามิจะแผ่ขยายออกไปได้ไกลถึง
8000-9000 ลี้ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ บึงทมิฬแปดพันลี้”
“คลื่นยักษ์สึนามิสีดำนี้น่าหวาดกลัวอย่างมาก ถ้าผู้หนึ่งถูกจับภายใน
นั้นแล้ว เช่นนั้นมันก็หมายถึงความตายอย่างแน่นอน แม้ว่าคลื่นสึนามิสี
ดำจะน่าหวาดกลัว แต่ก็ยังมีข้อดีที่น่าสนใจอยู่ นั่นคือหยกไม้จิตวิญญาณ
ที่ลอยอยู่ในทะเลของปาฏิหาริย์จะถูกออกมายังบึงทมิฬซึ่งเราจะสามารถ
ขุดจากที่นั่นได้ ดังนั้น ถึงแม้ว่าทั้ง 4 อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์จะได้ก่อตั้งขึ้น
เมื่อกว่า 10,000 ปีที่แล้ว แต่ปริมาณของทรัพยากรหยกไม้จิตวิญญาณก็
ไม่หมดไป มันจะมีมาเพิ่มเรื่อยๆ