Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 791 กลั่นโอสถห้วงมิติห้าสี
เดิมทีคอเสื้อของเสี่ยวเสี่ยวสูงมาก ขณะที่นางปลดกระดุมคอเสื้อ
ออก ก็เผยให้เห็นผ้าสีม่วงเข้มบนผิวขาวบริสุทธิ์ของนาง ภายใต้แสงเทียน
ที่แกว่งไปแกว่งมา ร่างของนางดูเรียบเนียนดั่งหยก นุ่มนวลและงดงาม
หลังจากที่ปลดกระดุมแรก เสี่ยวเสี่ยวดูเหมือนจะมีความกล้าเพิ่มขึ้น
จากนั้นนางก็เดินไปหาหลินหมิง ปลดกระดุมเม็ดที่สองและสามขณะที่
นางกัดริมฝีปากอ่อนนุ่มของนางและกล่าวว่า “ท่านหลิน ข้ารู้ว่าองค์รัช
ทายาทหมายตาและชื่นชมท่าน ข้า…ข้าเป็นเพียงแค่หัวหน้าของสมาคม
การค้าขนาดเล็ก ข้ายังไม่ได้จัดพิธีการสืบทอดด้วยซ้ำ ไม่มีอะไรที่ข้าจะ
สามารถนำออกมาและสามารถรั้งท่านไว้ได้อีกครั้ง นอกจากร่างกายที่ยัง
บริสุทธิ์ของข้า ถึงแม้ว่ามันจะยังไม่พอ แต่ข้าก็ไม่มีสิ่งใดให้กับท่านอีก…”
เสี่ยวเสี่ยวปิดตาของนาง ขนตายาวของนางสั่นระริกในแสงเทียน
หยดน้ำตาใสๆสองหยดร่วงลงมาจากดวงตา
หลินหมิงไม่เคยคิดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันเกิดขึ้น
เช่นนี้ เขาจึงช่วยไม่ได้ที่จะหัวเราะในใจ
สิ่งเหล่านี้เป็นกฎที่โหดร้ายและไร้ความปราณีของโลก
เมื่อเผชิญหน้ากับอำนาจอันเด็ดขาด ไม่มีความเมตตาหรือเห็นอก
เห็นใจ เพื่อที่จะอยู่รอด คนผู้หนึ่งต้องจ่ายในราคาที่สูงพอ แม้เทียนจีเสี่ยว
เสี่ยวจะงดงามอย่างมากจนอาจทำให้เกิดการล่มสลายของอาณาจักร
เล็กๆที่มีแหล่งทรัพยากรที่ไม่มีที่สิ้นสุดของตนเอง แม้กระทั่งเป็นเช่นนี้
นางก็ยังจะทำอะไรได้นอกจากการน้อมศีรษะขอร้องผู้ที่ทรงพลังเช่นเขา
มิเช่นนั้น นางก็เพียงต้องรอการถูกทำลายเท่านั้น
นี่คือความเศร้าโศกของคนที่อ่อนแอ
นี่คือสภาพที่ไม่มีวันสิ้นสุดของพวกเขา
หลินหมิงส่ายหัวและกล่าวว่า “แม่นางเทียนจี ท่านไม่จำเป็นต้องทำ
เช่นนี้และทำให้ตนเองต้องทนทุกข์ทรมาน”
“ข้าเต็มใจ เมื่อเทียบกับความมั่นคงของตระกูล เพียงร่างกายของข้า
ก็เป็นสิ่งที่คุ้มค่าแล้ว อย่างน้อย ท่านหลินก็ยังเป็นผู้มีพรสวรรค์ที่ได้รับ
เลือกจากสวรรค์ สำหรับข้า ข้าล้วนไร้ความสำคัญ ความกลัวเดียวของข้า
คือ ท่านหลินจะไม่พอใจในรูปลักษณ์ของข้า”
ขณะที่นางกล่าว นางค่อยๆดึงผ้าคลุมหน้าออก เผยให้เห็นรูปลักษณ์
ที่นวลเนียนราวกับแสงจันทร์ เสื้อคลุมสีม่วงของนางก็ร่วงลงจากไหล่
ปรากฏกลิ่นหอมและหน้าอกอันน่าหลงใหล
นางรู้สึกหนาวจากร่าง และใบหน้าที่เคยซีดของนางกลายเป็นแดงระ
เรื่อขึ้น ในความเป็นจริง นางจะไม่ผลักไสหลินหมิงไม่ว่าเขาต้องการแบบ
ใด ถ้าไม่ใช่เพราะเขา นางก็ถูกลักพาตัวไปโดยซือกุ่ยเหยิน มีชีวิตที่นางไม่
สามารถตายได้แม้จะต้องการ
“แม่นางเทียนจี ข้าจะไม่อยู่ที่สมาคมหอการค้าประดิษฐ์สวรรค์ ท่าน
ไม่จำเป็นต้องถามข้าอีกต่อไป”
ด้วยการปฏิเสธที่เรียบง่ายและกระชับนี้ เสี่ยวเสี่ยวจึงแข็งค้างอย่าง
ช่วยไม่ได้
หลินหมิงยืนขึ้นและถอนหายใจยาว ถ้าเขาอยู่ที่สมาคมหอการค้า
ประดิษฐ์สวรรค์ เขาก็ถึงวาระที่จะขอลี้ภัยอยู่ภายใต้อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์
เก้าเตาหลอมเทวะ มิเช่นนั้น เขาจะไม่อาจจบเรื่องกับอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์
อาชูร่าได้
นอกจากนี้ หากเหยียงอวิ๋นกวาดล้างและผนวกสมาคมการค้าและ
องค์กรทางการเงินที่ยิ่งใหญ่อื่นๆของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเท
วะ และเหลือเพียงสมาคมหอการค้าประดิษฐ์สวรรค์แล้ว มันก็จะ
เหมือนกับหลินหมิงเป็นที่โปรดปรานอย่างมากของเหยียงอวิ๋น จากนั้น
หลินหมิงจะค่อยๆกลายเป็นคนพัวพันในอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอม
เทวะ ในเวลานั้น มันก็จะเท่ากับการเข้าร่วมกับพวกเขาไปโดยปริยาย
อาจมีผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิมากกว่าสิบคนในอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะ และหลินหมิงก็มีเตาหลอมจักรวาลและเพลิง
ผลาญดาราอยู่กับตัว นี่เป็นสมบัติที่นักเล่นแร่แปรธาตุขั้นเทพสมุทรก็ยัง
บ้าคลั่งที่จะอยากครอบครอง ทางเลือกเดียวก็คือ เขาต้องไม่ใช้สมบัติ
เหล่านี้ตลอดไป มิเช่นนั้นเมื่อเขาถูกค้นพบ ชะตากรรมของเขาอาจ
เลวร้ายยิ่งกว่าการตกไปอยู่ในมือของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า
ขณะที่เขามองไปยังเสี่ยวเสี่ยวที่งดงามและน่าสงสาร เขาก็มีข้อสงสัย
ลอยอยู่ในใจ ‘เมื่อเหยียงอวิ๋นเชิญข้า เขาเองก็เชิญเสี่ยวเสี่ยวด้วย ถ้าเขา
วางแผนไว้แล้วว่าจะเกิดเรื่องทั้งหมดขึ้น?
ถึงแม้วิธีการเหล่านี้จะทำให้หลินหมิงไม่มีความสุข แต่ความจริงก็คือ
องค์รักษ์เก้าเตาหลอมเทวะเพียงแสดงหลักฐานให้กับเสี่ยวเสี่ยวเห็น
เท่านั้น ไม่มีใครบังคับให้นางมองไปหาหลินหมิงเพื่อขอความช่วยเหลือ
ราวกับว่าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเหยียงอวิ๋น แม้แต่หลินหมิงก็ยังไม่แน่ใจว่า
เหยียงอวิ๋นมีส่วนร่วมหรือไม่
นอกจากนี้ ไม่มีใครบังคับเขาให้สัญญาอันใดกับเสี่ยวเสี่ยวอีกด้วย
ทางเลือกระหว่างความงามและจากไปนั้นเป็นของเขา
“ทำไม…?” เสี่ยวเสี่ยวล้มลงกับพื้นด้วยความอ่อนเพลีย เสียงของนาง
สั่น
ด้วยการเข้าร่วมกับอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะ หลินหมิง
จะมีทั้งทรัพยากร ความไว้วางใจและความชื่นชมจากองค์รัชทายาท และ
อื่นๆอีกมากมาย! นี่เป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่ผู้อื่นไม่สามารถฝันได้!
หลินหมิงไม่ได้ตั้งใจที่จะเปิดเผยความคิดที่เขารู้สึกว่าเหยียงอวิ๋นวาง
แผนไว้เช่นนี้ โดยไม่คำนึงถึงเรื่องนี้ เพราะมีความลับหลายอย่างในร่าง
ของเขา เขาจึงไม่ได้ตั้งใจที่จะเอาตนเองไปเกี่ยวข้องในวังวนแห่งความ
วุ่นวายที่จะเกิดขึ้น
ในขณะที่เขาเห็นสภาวะที่น่าสังเวชของเสี่ยวเสี่ยว ในที่สุดเขาก็ทน
ไม่ได้ เขาถอนหายใจและกล่าวว่า “แม่นางเทียนจี ข้าไม่เห็นด้วยกับคำขอ
ของท่าน แต่ข้าสามารถฝากจดหมายไว้ให้ท่านได้ สำหรับองค์รัชทายาท
ข้าไม่สามารถกล่าวได้ว่าเขาจะให้ความสำคัญกับคำกล่าวของข้าหรือไม่”
หลินหมิงตระหนักถึงสถานะและความแข็งแกร่งของตนเอง ถึงแม้
เขาจะมีศักยภาพที่ไร้สิ้นสุด แต่ความแข็งแกร่งของเขาก็ยังห่างไกลจาก
จุดสูงสุดของทวีปนภารินไหล ถ้าเขาสามารถติดอันดับบนสุดของ
ประกาศิตชะตาฟ้าได้แล้ว เขาอาจจะขอความโปรดปราน แต่สำหรับ
ตอนนี้ มันไม่ง่ายที่จะทำเช่นนั้น สำหรับการทิ้งจดหมายไว้เบื้องหลัง…
เนื้อหาหลักของมันคือการขอบคุณเหยียงอวิ๋นสำหรับการต้อนรับอย่างมี
น้ำใจในขณะที่ยังกล่าวถึงเสี่ยวเสี่ยวด้วย
ถ้าเหยียงอวิ๋นเห็นด้วย นี่จะถือว่าหลินหมิงเป็นหนี้บุญคุณเหยียงอวิ๋น
“ขอบใจมาก ขอบใจท่านหลินอย่างยิ่ง…” เสี่ยวเสี่ยวโค้งคำนับอีกครั้ง
นางพอใจกับผลลัพธ์นี้มาก
นางหยุดรอหลินหมิง นิ้วมือจบค้างที่สายรัดเอวสีม่วง ไม่ถอดเสื้อผ้า
อีกต่อไป
หลินหมิงมองดูเสี่ยวเสี่ยวที่วิตกกังวล จากนั้นเขาก็ยิ้มและกล่าวว่า ”
แม่นางเทียนจี โปรดสวมเสื้อผ้าเช่นเดิมเถอะ ท่านนั้นงดงามอย่างแท้จริง
แต่ข้าเองก็มีภรรยาแล้ว และถึงสองคน”
หลินหมิงช่วยไม่ได้ นอกจากต้องยอมรับว่าเขาถูกดึงดูดด้วยความ
งามของเสี่ยวเสี่ยว แม้ว่าเจตจำนงของเขาจะมั่นคง แต่เขาก็รู้สึกว่าเพลิง
แห่งราคะเกิดขึ้นภายในตัวเขา เขาไม่เพียงจะมีมู่เชียนหยี่ แต่ยังมีฉินซิงเซ
วียนที่เขายังไม่ได้แต่งงานอย่างเป็นทางการอีกด้วย ถ้าเขามีความสัมพันธ์
ทางเพศกับหญิงสาวผู้อื่นก่อนที่จะแต่งงานกับฉินซิงเซวียนแล้ว มันก็คง
จะไม่แตกต่างจากการทรยศนาง
เสี่ยวเสี่ยวเขินอายต่อคำชมและรีบแต่งตัว นางรู้สึกบางอย่างในหัวใจ
แต่นางไม่สามารถรู้ได้ว่ามันเป็นสิ่งใด แม้ว่านางจะตัดสินใจในช่วงเวลาที่
นางรู้สึกกังวลและไม่เต็มใจอย่างนัก แต่นางก็ยังคงมุ่งมั่นในการตัดสินใจ
ของนาง สำหรับทุกอย่างที่จบลงอย่างกระทันหันเช่นนี้ นางก็ช่วยไม่ได้
นอกจากเกิดความรู้สึกล้มเหลวอย่างไม่สามารถอธิบายได้
หลังจากที่รอเสี่ยวเสี่ยวแต่งตัว หลินหมิงหยิบปากกาและกระดาษ
ขึ้นมา เริ่มเขียนจดหมายถึงเหยียงอวิ๋น นี่อาจถือได้ว่าเป็นการอำลาของ
เขา
…………..
สามวันต่อมาในเวลากลางคืน ภายในอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตา
หลอมเทวะ บริเวณหุบเขาที่อยู่ใกล้กับทะเลแห่งปาฏิหาริย์ ชายหนุ่มสวม
หน้ากากสีเขียวร่อนลงบนพื้นราวกับภูติผี ชายหนุ่มคนนี้ที่สวมหน้ากาก
หยกไม้จิตวิญญาณเขาก็คือหลินหมิง
หน้ากากหยกไม้จิตวิญญาณสามารถป้องกันได้แม้แต่สัมผัสรับรู้ของผู้
อาวุโสสูงสุดขั้นเทพสมุทร อาจเรียกได้ว่าเป็นวิธีการที่ง่ายดายที่สุดในการ
ซ่อนอัตลักษณ์ของตัวเอง
เหตุผลที่เขากล้าที่จะเดินทางไปทั่วอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอม
เทวะ มันก็เพราะหน้ากากหยกไม้จิตวิญญาณ
นอกจากนี้ ดินแดนเหล่านี้เป็นดินแดนของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้า
เตาหลอมเทวะอีกด้วย แม้ว่าอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าจะมุ่งเป้ามาที่เขา
แต่พวกเขาก็ไม่กล้ากระทำการที่โจ้งแจ้งจนเกินไป
อย่างไรก็ตาม เขายังคงระมัดระวังตัวเท่าที่จะทำได้ หลังจากที่ได้
ออกจากพระราชวังองค์รัชทายาท เขาได้เดินทางผ่านค่ายกลเคลื่อนย้าย
ที่แตกต่างกันและเปลี่ยนเส้นทางหลายครั้งก่อนที่จะมาถึงหุบเขาที่
ห่างไกลนี้
พลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีที่นี่แห้งแล้งจนเกือบจะไม่มีอยู่ หาก
ไม่มีทรัพยากรใดๆที่นี่ นักสู้ก็ย่อมจะไม่มาค้นหาสถานที่แห่งนี้
บึม!
ด้วยการพุ่งหอกออกไป มันพุ่งทะลุผ่านหุบเขา กลายเป็นถ้ำลึก 200
ก้าวในทันที หลินหมิงได้เข้าไปในถ้ำ ปรับแต่งเล็กน้อย จากนั้นจึงวาง
รูปแบบค่ายกลซ่อนตัวและรูปแบบค่ายกลเตือนภัยไว้รอบๆทางเข้า
รูปแบบค่ายกลเหล่านี้ทั้งหมดมีผงหยกไม้จิตวิญญาณเพิ่มเข้ามา
พวกมันมีความเป็นเลิศในการแยกพลังงาน
เขาได้ทำห้องขึ้นอีกหลายห้องในถ้ำนี้และว่างค่ายกลแปดมังกรหยก
รุ่งอรุณในห้องที่ใหญ่ที่สุด ด้วยความช่วยเหลือของมารเจิดจรัส และ
นอกเหนือจากความทรงจำของเขาในรูปแบบค่ายกล แม้ว่าเขาจะไม่
สามารถทำซ้ำพลังที่สมบูรณ์ของค่ายกลแปดมังกรหยกรุ่งอรุณ เช่นที่อยู่
ในตำหนักจักรพรรดิเทพปีศาจได้ แต่มันก็ยังมีพลัง 30-40% จากต้นฉบับ
จากนั้น หลินหมิงโบกมือและเตาหลอมสีแดงทองก็บินออกมา หมุน
อยู่ในอากาศ มันพุ่งสูงขึ้นไปในอากาศ ขยายขนาดขึ้น จากนั้นแสงสีทองก็
เปล่งออกมาจากภายใน เปลวเพลิงลุกโชติช่วงทั่วพื้นผิว นี่คือเตาหลอม
จักรวาล
เพื่อความปลอดภัย สถานที่หลบซ่อนที่เขาเลือกได้มีพลังต้นกำเนิด
สวรรค์และปฐพีที่น้อยมาก เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกเหนือจากการเติม
เต็มพลังงานด้วยหินลมปราณจิตวิญญาณและหินลมปราณแท้ที่มี
คุณภาพสูง เป็นเวลานาน ห้องทั้งห้องเต็มไปด้วยพลังงานต้นกำเนิดธาตุ
จำเพาะอัคคี ค่ายกลแปดมังกรหยกรุ่งอรุณปล่อยเมฆสีแดงออกมา และ
เตาหลอมจักรวาลก็สว่างมากยิ่งขึ้น
การเล่นแร่แปรธาตุเป็นกระบวนการที่น่าเบื่อและซับซ้อน ยิ่งไปกว่า
นั้น เขายังศึกษาการเล่นแร่แปรธาตุมาน้อยกว่าหนึ่งปี แม้ว่าเขาจะได้รับ
ประสบการณ์และความรู้ที่สมบูรณ์ของนักเล่นแร่แปรธาตุของแดนเทวะ
กว่าครึ่งหนึ่งของวัสดุมีค่าทั้งหมดที่เขาได้รับจากนิกายตำหนักแก่นแท้ห
ยินหยางและสวนสมุนไพรดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ เขามีความ
เชื่อมั่นอย่างแน่นอนว่าจะสามารถกลั่นโอสถระดับสูงเช่น โอสถห้วงมิติห้า
สีได้
แต่เขาคาดว่าจะต้องฝึกการเล่นแร่แปรธาตุอีกหนึ่งหรือสองปีถ้า
ต้องการเพิ่มโอกาสกลั่นโอสถห้วงมิติห้าสีให้ได้ถึง 70-80% อย่างไรก็ตาม
เขาไม่สามารถรอเวลาที่ยาวนานเช่นนั้นได้โอกาสเดียวของเขาคือ การใช้
หยกไม้จิตวิญญาณแก่นแท้และบังคับเพิ่มโอกาสในการประสบ
ความสำเร็จแทน
แม้ว่าวิธีนี้จะสิ้นเปลืองอย่างมาก แต่เวลาก็เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับ
เขา
เขาไม่ได้เริ่มต้นการกลั่นโอสถห้วงมิติห้าสีในทันที ก่อนอื่น เขา
ทดลองกลั่นโอสถสามัญบางอย่างก่อน นี่คือการทำความคุ้นเคยและ
เตรียมพร้อมเตาหลอมจักรวาลอีกด้วย นี่จะให้เงื่อนไขที่ดีที่สุดสำหรับการ
กลั่นของจริง
เตาหลอมจักรวาลนี้เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่หลินหมิงได้กล้า
ปรับแต่งยาโอสถห้วงมิติห้าสี ในฐานะที่เป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับกึ่งนักบุญ
เตาหลอมจักรวาลอาจจะเพิ่มโอกาสในการกลั่นโอสถได้สำเร็จ 20-30%
หลังจากผสม 3 โอสถลงในเตาหลอม หลินหมิงได้เอาวัสดุทั้งหมดที่
จำเป็นในการปรับแต่ง โอสถห้วงมิติห้าสีออกมาจากแหวนมิติ จากนั้น
เขาได้เปิดใช้งานค่ายกลแปดมังกรหยกรุ่งอรุณ และด้วยการสะบัดมือ
เพลิงผลาญดาราก็ได้ลอยเข้าไปในเตาหลอมจักรวาล
เพลิงผลาญดาราเป็นรางวัลที่เขาได้รับจากเมืองฟีนิกซ์โบราณ ถือว่า
เป็นปราณอัคคีที่ดีแม้แต่ในแดนเทวะ และมีผลกระทบต่อการเล่นแร่แปร
ธาตุอย่างน่าประหลาดใจ มันไม่ใช่สิ่งที่นักเล่นแร่แปรธาตุของทวีปนภาริน
ไหลและปราณอัคคีระดับปฐพีของพวกเขาจะสามารถเปรียบเทียบได้
แน่นอนว่า ในขณะที่ปราณอัคคีมีระดับสูง ประโยชน์และ
ประสิทธิภาพของมันก็จะยิ่งมากขึ้นสำหรับการเล่นแร่แปรธาตุ แต่ทั้งหมด
นี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้ถือครองมัน มิเช่นนั้น ถ้าความผันผวนของพลังงานปราณ
อัคคีนั้นแข็งแกร่งเกินไป มันจะเป็นการง่ายที่จะเผาผลาญวัสดุที่มีค่าของ
พวกเขากลายเป็นเพียงเถ้าถ่านที่ไร้ค้า
แต่นี่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับหลินหมิง ด้วยเมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราชและ
ความเข้าใจที่ยอดเยี่ยมในวิถีแห่งเพลิง เขาสามารถควบคุมเพลิงผลาญ
ดาราได้อย่างแม่นยำ
ด้วยเหตุนี้ หลินหมิงจึงกล้าที่จะปรับแต่งโอสถห้วงมิติห้าสี
ด้วยการตบหน้ามืออีกครั้ง หินบุปผานภาที่เป็นวัสดุชนิดแรกได้บิน
เข้าไปในเตาหลอมจักรวาล หลินหมิงได้เพิ่มวิถีแห่งความร้อนเผาผลาญ
และวิถีแห่งการทำลายล้างเข้าสู่เพลิงผลาญดาราอีกด้วย เมื่อถึงจุดนั้น
ด้วยความช่วยเหลือของค่ายกลแปดมังกรหยกรุ่งอรุณ เพียงแค่ใช้เวลา
ไม่กี่ลมหายใจก่อนที่หินบุปผานภาจะเริ่มหลอมละลายลง
นี่เป็นความเร็วที่นักเล่นแร่แปรธาตุทั่วไปไม่สามารถทำได้
ถัดไปคือหญ้ากระดูกสันหลังมังกร หญ้ากระดูกสันหลังมังกร
แตกต่างจากหินบุปผานภาที่ทนทานพลังเพลิง เพียงถูกความร้อนไม่มาก
มันก็ละลายแล้ว
หลินหมิงควบคุมปราณอัคคีและยับยั้งพลังลง เสาเพลิงสลักในเมล็ด
พันธุ์แห่งเทพทรราชเริ่มลุกโชนด้วยแสงอันสุกใส ภายใต้เปลวเพลิงคงที่
หญ้ากระดูกสันหลังมังกรกลายเป็นหยดสีเขียว
ภายใต้การควบคุมของหลินหมิง ของเหลวทั้งสองต่างรวมเข้าด้วยกัน
ทำให้กลายเป็นผลึกใส