Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 793 รางวัลที่สูงเทียมฟ้า
3 วันต่อมา ระเบิดดังขึ้นเมื่อเตียงหินที่หลินหมิงนั่งได้ทรุดลง หิน
ลมปราณแท้ทั้งหมดที่อยู่ในห้อง แตกสลายกลายเป็นผุยผง
หลินหมิงลุกขึ้นยืนจากกองผุยผงเหล่านี้ สะบัดมือและเท้าของเขา
แขนขาของเขาส่งเสียงดัง ‘ปุ ปุ ปุ’ และฟังดูราวกับว่าเต้าหู้กำลังถูกทอด
อยู่
ในที่สุดเขาก็เปิดประตูแห่งความพิศวงได้!
ประตูแห่งความพิศวงมีผลต่อการเพิ่มขึ้นโดยรวมของความเร็วและ
ความเร่ง ซึ่งแตกต่างจากประตูแห่งการรักษา ซึ่งสามารถจัดการความ
ทนทานและความสามารถในฟื้นฟู และประตูแห่งขีดจำกัด ซึ่งจัดการ
ความสมดุล ประสานพลังและระเบิดพลัง
ประตูที่เพิ่งเปิดใหม่นี้จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการต่อสู้ได้ไกล
กว่าประตูแรกและประตูที่สอง
ความเร็วเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดของความสามารถในการต่อสู้
ของนักสู้ มันง่ายกว่าความสามารถในการทนทาน การฟื้นฟูหรือระเบิด
พลัง!
ความเร็วเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการหลบเลี่ยงและไล่ล่า นอกจากนี้
ยังจะเพิ่มพลังของการโจมตีของนักสู้ด้วย
ดังคำพูดเดิมที่ว่า ความเร็วไม่สามารถเอาชนะได้ ความเร็วของนักสู้
สามารถเพิ่มความเร็วในการโจมตีของตนเองได้ ถ้าการโจมตีของพวกเขา
เร็วพอแล้ว แม้แต่ก้อนหินขนาดเล็กก็สามารถเจาะทะลุร่างกายได้อย่าง
ง่ายดาย ถ้าหลินหมิงถ่ายเทจิตวิญญาณต่อสู้ของเขาเข้าสู่การโจมตีเพื่อ
เป็นรากฐาน เช่นนั้นผลที่เกิดขึ้นจะน่าสะพรึงมากยิ่งขึ้น
หลินหมิงออกจากถ้ำ ปิดผนึกทางเข้าออก จากนั้นเขาก็กระโดดขึ้น
ไปบนฟ้า
บึม!
หินที่อยู่ใต้เท้าของเขาแตกเป็นชิ้นเล็กๆพุ่งขึ้นสู่อากาศเหมือนไอพ่น
จรวด ในทันทีทันใด เขากลายเป็นแสงสีฟ้าที่พุ่งข้ามท้องฟ้าที่ไร้สิ้นสุดซึ่ง
ห่างออกไปหลายลี้ในพริบตา
สายลมแห่งสวรรค์ที่รุนแรงพัดกระหน่ำ เส้นผมของเขาจึงสยายไป
ตามสายลม ขณะที่เขารู้สึกว่าตัวเองมีความเร็วอย่างมาก หลินหมิงรู้สึกมี
ความสุขเกินกว่าที่จะวัด ประตูแห่งความพิศวงที่เหนือกว่าที่เขาได้
จินตนาการไว้ ถ้าเขาสามารถเร็วได้ถึงเพียงนี้โดยอาศัยแค่ปราณแท้ของ
เขาและประตูแห่งความพิศวง แล้วหากเขาใช้ทักษะการเคลื่อนไหวมันจะ
ได้เร็วขึ้นอีกเพียงใด?
เมื่อความคิดนี้แล่นผ่านจิตใจของหลินหมิง เขาก็ได้เปิดใช้ ‘ก้าวย่าง
วิหคทองคำถลาลม’ และก้าวย่างของเขาก็พร่าเลือนขณะที่มิติใต้ฝ่าเท้า
หดตัวลง ในก้าวย่างเดียว เขาข้ามผ่านไปได้ 5-6 ลี้ ข้ามหุบเขาที่ยิ่งใหญ่
ไปได้อย่างง่ายดาย
เมื่อประตูแห่งความพิศวงรวมเข้ากับ ‘ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม’
ความเร็วของหลินหมิงก็ได้รวดเร็วกว่าที่เคยเป็นมาหลายเท่า ความเร็วนี้
ยากสำหรับเขาที่จะควบคุมด้วยซ้ำ
“ถ้าข้าโจมตีด้วยความเร็วเช่นนี้…”
จิตใจของหลินหมิงสะท้าน หอกสีแดงปรากฏขึ้นในมือของเขาขณะที่
ทั้งสองวิถีแห่งสายฟ้าและเพลิงหมุนวนกันในขณะที่เขาถ่ายเทจิตวิญญาณ
ต่อสู้ระดับทองแดงขั้นใหญ่ลงไปในการโจมตี
สายรุ้งทะลวงสวรรค์!
วูซ!
หอกแสงอันสดใสพุ่งผ่านท้องฟ้าดั่งแสงแดดรุ่งอรุณ หลินหมิงหลอม
รวมเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์และกลายเป็นหนึ่งเดียวกับหอก จากนั้น เขา
หายตัวไปเหมือนดาวตกที่พุ่งข้ามขอบฟ้า
ตอนที่เขาโผล่ขึ้นมาอีกครั้ง หลินหมิงได้เดินทางไปเป็นระยะทาง 10
ลี้แล้ว เขาเดินทางข้ามหุบเขาขนาดใหญ่และพุ่งหอกตรงไปยังหน้าผาสูง
10,000 ก้าว
บึมมมมมม!
หลินหมิงทะลุหน้าผาไปพร้อมกับหอกดั่งเช่นทะลวงผ่านเต้าหู้ ทะลุ
ออกไปอีกด้าน!
การโจมตีด้วยหอกนี้ของหลินหมิงคือความเร็วสูงสุดของเขาพร้อม
ด้วยวิถีแบบคู่ของเพลิงสายฟ้า และจิตวิญญาณต่อสู้ที่แข็งแกร่งอีกด้วย
ด้วยการผสานดังกล่าว แม้หน้าผานี้ที่อยู่ใกล้กับทะเลแห่งปาฏิหาริย์จะ
แข็งแกร่งอย่างมาก ก็ยังถูกแทงด้วยหอกหลินหมิง
ฟริ้ว…
หลังจากหลินหมิงพุ่งตัวออกมาจากรูกว้างหลายก้าวที่เขาทิ้งไว้กลาง
หน้าผา ผงหินได้พ่นตามแรงลมออกมาจากภายใน ภายใต้วิถีเพลิงแห่ง
การทำลายล้าง หินบดกลายเป็นฝุ่นละอองพัดไปในสายลม ในขณะที่หน้า
ผาทั้งหมดถูกปกคลุมด้วยเมฆฝุ่นหมอกควันหนา
“ความแข็งแกร่งของข้าได้เพิ่มขึ้นอย่างมากหลังจากเปิดประตูที่ 3
ของ 8 ประตูเร้นลับภายใน ถ้าข้ากำลังเผชิญหน้ากับซือกุ่ยเหยินตอนนี้
ข้าน่าจะสามารถเอาชนะได้อย่างง่ายดายกว่าที่ผ่านมา!”
ขณะที่หลินหมิงคิดเช่นนี้ เขาก็บินไปจากดินแดนแห้งแล้งนี้ไปสู่เมือง
เขาจำเป็นต้องเข้าไปในเมืองเพื่อซื้อวัสดุระดับสวรรค์บางส่วน
เพื่อที่จะฝึกฝนและปรับปรุงทักษะการเล่นแร่แปรธาตุอย่างต่อเนื่อง
หลินหมิงยังต้องเริ่มเตรียมการขั้นสุดท้ายเพื่อทะลวงเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิต
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เขาคิดว่าจะซื้อวัสดุระดับสวรรค์ หลินหมิงก็
คิดถึงบางอย่างขึ้นมาได้ นั่นคือ… เขาไม่มีหินลมปราณจิตวิญญาณเหลือ
แล้ว
หลินหมิงมีสมบัติมากมายเช่น เตาหลอมจักรวาล, เกราะจักรพรรดิ
ปีศาจ, กระดูกเทพปีศาจและแผ่นหยกวิถีซึ่งเทพธิดาเฟิงได้ทิ้งไว้ให้เขา
อย่างไรก็ตาม มันเป็นไปไม่ได้สำหรับเขาที่จะแลกเปลี่ยนสิ่งเหล่านั้นกับ
เพียงหินลมปราณจิตวิญญาณ คุณค่าของพวกมันสูงเกินไป
เมื่อหลินหมิงฆ่าซ่วนหวู๋จี๋และเจ้าหอคอย เขาก็สะสมความมั่งคั่งได้
มาก เทียบกับระดับปัจจุบันของเขา อย่างไรก็ตาม ความมั่งคั่งเหล่านั้น
แทบจะไม่มีอันใดเลย นอกจากนี้ เขาได้ใช้ส่วนใหญ่ของพวกมันไปแล้ว
ตอนนี้ นอกเหนือจากสมบัติระดับสวรรค์ที่มีอยู่ในตัวเขาแล้ว สิ่งของ
อื่นๆทั้งหมดของเขาจะรวมกันไม่เกิน 5,000 หินลมปราณจิตวิญญาณ
นั่นคือประมาณเท่ากับมูลค่าสุทธิของผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตที่มีอยู่
ทั่วไปจาก 4 อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์
หินลมปราณจิตวิญญาณทั้งหมดที่เขาเคยใช้หมดไปในขณะที่ฝึกการ
เล่นแร่แปรธาตุโดยไม่มีผลตอบแทนกลับคืนมา
หลินหมิงพึ่งพาทักษะการเล่นแร่แปรธาตุของเขาเพื่อหารายได้ แต่ก็
ตัดสินใจว่าจะเสียเวลามากเกินไป เหตุผลเดียวที่ทำให้เขาสามารถสร้าง
โอสถห้วงมิติห้าสีขึ้นมาได้ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งปีเป็นเพราะเขาได้ฝึกฝน
โดยไม่ต้องระมัดระวังการสูญเสียวัสดุมีค่า เพียงใช้จ่ายเงินค่าวัสดุต่างๆใน
การฝึกฝนของเขาอย่างเต็มที่ เขาก็สามารถเพิ่มทักษะการเล่นแร่แปรธาตุ
ได้อย่างมากมายแล้ว
วิธีฝึกฝนเช่นนี้คือความฟุ่มเฟือยอย่างแท้จริง
………………..
หัวเมืองบุปผานภา เมืองเมฆคราม –
หัวเมืองบุปผานภามีขนาดเล็กที่สุดในหัวเมืองของอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะ อย่างไรก็ตาม ความมั่งคั่งและความสำเร็จ
ของมันเป็นรองเพียงหัวเมืองกลางเท่านั้น ขุมกำลังสำคัญทั้งหมดได้
รวมตัวกันที่นี่ในหัวเมืองบุปผานภา เมืองเมฆคราม ซึ่งเป็นที่ตั้งของหอ
ประมูลร้อยสมบัติ ในทุกตารางย่าน มันมีหอสมบัติและร้านขายสมุนไพร
มากมาย
ส่วนใหญ่ของนักสู้หนุ่มตามถนนของที่นี่ล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลที่โดด
เด่นทั้งหมด มีหลายคนที่เข้าสู่ขั้นปราณปลายฟ้าเมื่ออายุเพียง 20 ปีและ
ขั้นหลอมรวมแก่นแท้เมื่ออายุเพียง 30 ปี
ถ้าอยู่ในภูมิภาคเขตแดนทางใต้ บุคคลเหล่านี้สามารถเรียกได้ว่าเป็น
ศิษย์สายตรงของนิกายใหญ่
ที่ใจกลางของเมืองเมฆครามมีภัตตาคารที่คึกคักและแออัดไปด้วย
ผู้คนที่หลั่งไหลเข้ามาและออกไป เนื่องจากร้านนี้ใกล้กับหอประมูลขนาด
ใหญ่ ลูกค้าส่วนใหญ่ที่นี่จึงเป็นนักสู้
หลินหมิงสวมหน้ากากหยกไม้จิตวิญญาณและนั่งอยู่ในมุมหนึ่งของ
ภัตตาคารในขณะที่เขาสั่งอาหารจานเล็กๆที่เป็นเนื้อสัตว์อสูรดุร้ายและ
ผักจิตวิญญาณต่างๆ เขายกมุมของหน้ากากหยกไม้จิตวิญญาณขึ้นและกิน
ในจังหวะปานกลาง
ในเวลานี้ การสนทนาที่นักสู้หลายคนกำลังให้ความสนใจก็ทำให้เขา
สนใจอย่างฉับพลันเช่นกัน
“เจ้าได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับหลินหลานเจี้ยนเมื่อไม่กี่วันก่อนหรือไม่?”
ชายชราคนหนึ่งอายุ 30-40 ปีที่หน้าแดงดั่งผลเชอร์รี่กล่าวออกมาขณะที่
เขาดื่มไวน์คำโตเข้าไป
“ผู้ใดบ้างจะไม่รู้จักเขา? เขาได้ฆ่าซือกุ่ยเหยินและได้ติดอันดับ
ประกาศิตชะตาฟ้า เขาได้รับการตั้งชื่อว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์ที่หายากนิ
รันดร์!” คำพูดของสหายตัวใหญ่ผู้หนึ่งได้ดึงดูดนักสู้โดยรอบ เขามอง
กลับไปยังชายชราดื่มไวน์และพูดต่อว่า “เจ้ามาจากที่อื่นหรือ?”
“ไม่ๆ นั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้าพูดถึง ข้ากำลังพูดถึงข่าวล่าสุดที่จะออกมา”
ชายชราผู้ดื่มไวน์ได้ดึงดูดความสนใจของทุกคนมาหาเขาอีกครั้ง และด้วย
บรรยากาศที่ดูน่าภูิมใจเขากล่าวว่า “เคล็ดบ่มเพาะของหลินหลานเจี้ยน
ได้รับการยืนยันว่าถูกขโมยไปจากอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า นอกจากนี้
เกราะที่เขาสวมก็คือสมบัติศักดิ์สิทธิ์ของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าอีก
ด้วย พวกเขาคิดว่ามันหายไปนานแล้ว แต่มันกลับตกอยู่ในมือของหลิน
หลานเจี้ยน!”
“อะไรกัน!? หลินหลานเจี้ยนขโมยเคล็ดบ่มเพาะจากอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า? เจ้าแน่ใจเรื่องนี้หรือไม่?” นักสู้โดยรอบกำลังตกใจ นี่
เป็นเหตุการณ์สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นนิกายหรืออาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ สมบัติที่
สำคัญที่สุดของพวกเขาก็คือมรดกของพวกเขา เมื่อมรดกเหล่านี้รั่วไหล
ออกสู่โลกภายนอกแล้ว สิ่งนี้จะทำให้รากฐานของพวกเขาต้อง
สั่นสะเทือน!
นี่เป็นเรื่องที่แดนศักดิ์สิทธิ์หรืออาณาจักรอันศักดิ์สิทธิ์จะไม่ยอมทน
ดังนั้น ผู้ที่ขโมยเคล็ดการบ่มเพาะของพวกเขาจะมีเพียงการตัดสินเดียว
นั่นคือ – ความตาย!
“นี่เป็นความจริงอย่างที่สุด มีคนบอกว่าหลินหลานเจี้ยนหรืออาจารย์
ของเขาฆ่าคนสำคัญบางคนของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าและขโมย
แหวนมิติไป แหวนมิตินี้มีแผ่นหยก ‘เคล็ดบ่มเพาะง้าวโลหิตล้างผลาญ!”
“มันเป็นเช่นนี้เอง!”
นักสู้โดยรอบๆทั้งหมดดูเหมือนจะเชื่อเรื่องนี้ แม้ว่าจะเพียงเล็กน้อย
ก็ตาม ในเมื่ออาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่ากล่าวว่าเคล็ดบ่มเพาะของหลิน
หลานเจี้ยนถูกขโมยไปจากพวกเขาแล้ว มันจะต้องมีความคล้ายคลึงกัน
ระหว่างเคล็ดบ่มเพาะของหลินหลานเจี้ยนกับของพวกเขา มันเป็นไป
ไม่ได้ที่พวกเขาจะแต่งเรื่องนี้ขึ้นมาเอง มิเช่นนั้นถ้าเคล็ดบ่มเพาะของหลิน
หลานเจี้ยนแตกต่างไปจาก ‘เคล็ดบ่มเพาะง้าวโลหิตล้างผลาญ’ ของ
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าแล้ว ข่าวลือเหล่านี้จะสลายหายไปเองหลังจาก
พิสูจน์ว่ากล่าวผิดจริงแล้ว
‘เคล็ดบ่มเพาะง้าวโลหิตล้างผลาญ’ เป็นมรดกอันล้ำค่าของอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า ไม่ว่าหลินหลานเจี้ยนและอาจารย์ของเขาจะทรงพลัง
มากเพียงใด มันก็จะเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะบุกเข้าสู่ห้องใต้ดินของ
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าและขโมยทรัพย์สินของพวกเขาออกไปได้
เพราะฉะนั้น คำอธิบายเพียงอย่างเดียวก็คือ พวกเขาฆ่าลูกหลานของ
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า และได้รับแผ่นหยก ‘เคล็ดบ่มเพาะง้าวโลหิต
ล้างผลาญ’ ไป
แม้ว่านักสู้หลายคนจะต้องการที่จะทำเช่นนี้ แต่มันก็เป็นเรื่องอับอาย
เมื่อมันถูกเปิดเผยออกมา ตอนนี้ บรรดานักสู้ต่างรู้สึกว่ามีบางอย่างที่น่า
สงสัยเกี่ยวกับศีลธรรมของหลินหลานเจี้ยน มันเป็นไปได้หรือไม่ว่าเขาเป็น
บุคคลที่ทุจริตและไม่ซื่อสัตย์
ในความเป็นจริง นักสู้ส่วนใหญ่เชื่อเรื่องนี้ อย่างน้อยที่สุด ส่วนใหญ่
ของผู้ที่อยู่ในร้านก็เชื่อเรื่องนี้
“มันมีสิ่งใดเกี่ยวกับเกราะที่หลินหลานเจี้ยนใส่?” นักสู้อีกหนึ่งคน
ยังคงถาม
“นั่นคือเกราะจักรพรรดิปีศาจ อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่ามีกระจก
ป้องกันหัวใจของเกราะจักรพรรดิปีศาจอยู่แล้ว ซึ่งมันตรงกับเกราะของ
หลินหลานเจี้ยน! ชุดเกราะนี้หายไปหลายปีแล้ว และเมื่อคิดว่ามันกลับมัน
ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับหลินหลานเจี้ยน! มันจึงจะต้องมีบางอย่างเกี่ยวกับ
หลินหลานเจี้ยนอย่างแน่นอน!”
บทสนทนาของนักสู้ทั้งสองอยู่ในการได้ยินทั้งหมดของหลินหมิง เขา
ฟังอย่างเงียบๆตลอดเวลาขณะที่เขากินอาหารไปอย่างช้าๆ การกระทำ
ของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่านั้นไร้ยางอายมากกว่าที่เขาคิดไว้ พวกเขา
ได้ปล่อยข่าวลือดังกล่าวออกมาเพื่อกระตุ้นให้คนอื่นๆมองหาเขาช่วย
เหตุผลอีกอย่างหนึ่งสำหรับข่าวลือดังกล่าวคือ การสร้างเหตุผลอันชอบ
ธรรมขึ้นเพื่อเอาข้าวของของเขาออกไป
ประชาชนทั่วไปมีแนวโน้มที่จะเชื่อว่าอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์มี ‘มรดกอัน
ยาวนานและมีความรุ่งโรจน์’ พวกเขาจึงมีความน่าเชื่อว่ากว่านักสู้ที่โดด
เดี่ยวและไม่เป็นที่รู้จักอย่างแน่ชัดเช่นหลินหมิง อย่างไรก็ตาม ความคิด
ที่ว่า ‘เคล็ดบ่มเพาะง้าวโลหิตล้างผลาญ’ และ ‘เกราะจักรพรรดิปีศาจ’ เป็น
ของ อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าได้ฝังรากลึกเข้าไปในหัวใจของผู้คนแล้ว
“ดูเหมือนว่าอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าได้หมายตาข้าไว้เรียบร้อยแล้ว
พวกเขาคงจะได้ตั้งค่าหัวข้าเอาไว้ด้วย”
หลินหมิงยิ้มเย้ยขณะที่เขาดื่มไวน์
คำพูดของนักสู้เหล่านี้ได้ยืนยันความสงสัยของหลินหมิง
“อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าจะไม่ยอมทนเรื่องเช่นนี้อีกต่อไป หลิน
หลานเจี้ยนผู้นั้นจะต้องหนีหัวซุกหัวซุนเป็นแน่”
“แน่นอน คำสั่งให้จับกุมได้ถูกส่งไปแล้ว มันควรจะถูกติดประกาศไป
ทั่วในอีกไม่นาน มีการกล่าวกันว่าอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าจะมอบ
รางวัล 100,000 หินลมปราณจิตวิญญาณสำหรับทุกคนที่สามารถให้
เบาะแสกับหลินหลานเจี้ยนได้ ถ้าใครสามารถจับหลินหลานเจี้ยนทั้งที่มี
ชีวิตอยู่ได้ พวกเขาจะให้รางวัลถึง 300,000 หินลมปราณจิตวิญญาณ
โอสถคุณภาพสูงและแม้กระทั่งสมบัติระดับสวรรค์ชั้นกลางสูงสุด
คำพูดของสหายตัวใหญ่ส่งผลกระทบต่อจิตใจของบรรดานักสู้
โดยรอบอย่างรวดเร็ว แม้มันจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะ
คิดถึงการจับหลินหลานเจี้ยน แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะให้เบาะแส
100,000 หินลมปราณจิตวิญญาณ! นี่เป็นจำนวนที่มากมายอย่างยิ่ง
ต้องรู้ว่าองค์ชายผู้มีอิทธิพล ซึ่งการบ่มเพาะยังไม่ถึงขั้นทำลายชีวิตจะมี
เพียง 40,000-50,000 หินลมปราณจิตวิญญาณเท่านั้น
หากพวกเขาสามารถได้รับความมั่งคั่งจำนวนนี้แล้ว พวกเขาก็
สามารถซื้อโอสถใดๆเพื่อเพิ่มการบ่มเพาะของตนได้ ถ้าพวกเขาโชคดีและ
สามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตระดับ 2 หรือ 3 พวกเขาก็จะสนุกกับ
ชีวิตได้อีกอย่างน้อยสองพันปี